LOGINแสนรักก้าวเดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านด้วยรอยยิ้ม เธอคิดว่าเพื่อนของตะวัันคงมาถึงกันหมดแล้ว เสียงหวานเอ่ยเรียกหาปาริฉัตรที่ออกจากห้องมาก่อนสักพักแล้วแต่ความเงียบกลับทำให้เธอได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
ขาเรียวก้าวเดินไปที่ประตูบ้านกลับำำบแต่ควาทเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วหยุดชะงัก เมื่อทันทีที่ก้าวเข้าไปในตัวห้องนั่งเล่นกลับถูกปืนจ่อที่หัวเอาไว้พอดิบพอดี "พวกนายเป็นใคร!?" แสนรักพยายามข่มความกลัวเอาไว้แล้วถามออกไป เธอไม่คุ้นหน้าคนพวกนี้เลย ไม่ใช่คนของอัครบวร แล้วก็ไม่น่าจะใช่คนของสิรินาถด้วย แต่ถ้านอกเหนือจากสองคนนั้น ใครจะมาทำร้ายเธออีกละ "มีผู้หญิงตั้งสองคนในบ้าน แล้วใครเป็นคนสำคัญของไอ้ตะวัันที่นายบอกกันแน่ว่ะ" ยิ่งได้ยินบทสนทนานั้นเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนที่อัครบวรหรือสิรินาถส่งมา หรือว่าจะเป็นอริของตะวัน แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เธอคิดไม่ตกว่าเขาทำธุรกิจอะไรกันแน่ถึงมีคนตั้งใจมาทำร้ายแบบนี้ "พี่ฉัตรคะ!" "เฮ่ย!! อยู่นิ่งๆ อย่ามาตุกติก!!" ขาเรียวที่จะก้าวเข้าไปหาปาริฉัตรที่ถูกมัดไว้ชะงักไปเพราะกระบอกปืนที่กดมาที่หัวแรงขึ้น เธอถูกผลักล้มไปทางปาริฉัตรก่อนจะถูกมัดเอาไว้ด้วยอีกคน ตะวันที่นั่งมองทุกอย่างผ่านกล้องอย่างไม่สามรถทำอะไรได้มากไปกว่าการติดต่อเพื่อนกำลังโมโหจนเลือดขึ้นหน้า ยิ่งเขาเห็นว่าคนน้องถูกมัดเอาไว้ใจเขาก็ยิ่งหวั่น เขากโทรศัพท์ในมือจนมือสั่นเทา ก่อนจะทุบที่กระจกรถด้วยความโกรธเกรี้ยว "ทำไมพวกมึงไม่รับสายว่ะ!!!" ตะวันรู้สึกหัวเสียที่เพื่อนของเขาไม่รับสายเลยสักคน พอแมนวิ่งกลับมาหาเขาก็ได้แต่ถามความคืบหน้า ยิ่งได้ยินว่าลูกน้องที่ไทยของเขาวันนี้ไปดูล็อตสินค้าไกลกว่าที่บ้านมากก็ยิ่งร้อนใจ เขาสลับกล้องไปมาทุกตำแหน่ง คนของพวกที่บุกเข้าไปเยอะกว่าพวกของเขาที่ทิ้งเอาไว้ที่บ้าน ตะวันตั้งใจประมวลผลเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งอัครบวรและสิรินาถถึงจะมั่นใจในตัวเองมากแค่ไหนก็ไม่น่าจะกล้าถึงขั้นบุกมาที่บ้านของเขา ตะวันเอามือขึ้นลูบหน้าด้วยความหงุดหงิด ความจริงแล้วที่ล็อตสินค้าเขามีปัญหา มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย แต่มีคนตั้งใจให้เขามาที่นี่ เพื่อบุกเข้าไปทำร้ายแสนรักถึงที่บ้าน แล้วใครกันละที่กล้าทำกับเขาแบบนี้ แล้วยังรู้ความเคลื่อนไหวเขามากขนาดนี้อีก "ไอ้แมน หลังจบเรื่องนี้...มึงให้คนสืบคนของเราให้กูด้วย" "นายกำลังสงสัยว่า....." "เออ กูสงสัยคนของเรา ต้องมีพวกเกลือเป็นหนอนแน่" เขาก้มลงจ้องในจอไอแพดอีกครั้ง สถานการณ์ในตอนนี้เร้าให้เขารีบกดโทรออกย้ำหาสกายและองศาอีกครั้ง แต่ในเมื่อไม่มีใครรับสายเขาจำใจต้องโทรหาดารินถึฃแม้จะรู้ว่าเธออาจจะตกใจมากก็ตาม พอเขากดโทรออกไปนานดาริินก็รับและเขารู้ว่าเขาคิดถูก ตะวันขอคุยกับสกายในทันที เพราะเขาเชื่อว่าสกายจะเข้าใจว่าควรทำอะไรมากที่สุด ระหว่างคุยกับสกายเขายังคงจดจ้องที่จอไม่ไปไหน ตะวันแค่คิดว่าถ้าเขาสามารถทะลุไปได้เขาคงรีบไปด้วยตัวเอง "พวกสกายใกล้ถึงละ คนของเราถึงไหน?" "ใกล้ถึงแล้วเหมือนกันครับคุณตะวัน" "ดี" เพียงชั่วครู่ที่เขาใจชื้นแต่แล้วหัวใจเขาก็หวาดหวั่นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแสนรักถูกแยกตัวออกไปคนเดียว เขารันกล้องถอยหลังกลับไปก่อนจะได้ยินประโยคที่เธอยอมรับว่าเป็นเธอที่สำคัญต่อเขา และร้องขอให้คนพวกนั้นปล่อยปาริฉัตรไป "เด็กโง่เอ๊ย รู้ว่าตัวเองสำคัญกับพี่ สิ่งที่ควรทำก็คืออย่าทำให้พี่เป็นห่วงแบบนี้สิแสนรัก" เขากำมือแน่นแล้วพูดกับตัวเองเสียงแผ่ว เขาไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่ได้บอกว่าควรให้ปาริฉัตรช่วยรับหน้า แต่การตอบรับตัวตนของแสนรักมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยต่างหาก ทันทีที่เธอตอบรับไป เธอก็จะถูกพาไปเพื่อเป็นข้อต่อรองกับเขา ส่วนปาริฉัตรก็อาจจะถูกฆ่าทิ้งเพราะเห็นหน้าพวกมันแล้ว เขาสลับกล้้องให้เป็นจอภาพขนาดเล็กที่มองเห็นทุกมุมที่มีกล้อง ก่อนจะเห็นสกายกับองศาและลูกน้องของเขาที่กำลังพูดคุยกันราวกับวางแผน ตะวันเอามือลูบหน้าอีกครั้งมันเป็นอาการปกติของเขาที่เขาทำเวลาเขากังวล "นายครับ เครื่องบินเราจะบินกลับได้ในอีกสองชั่วโมง" แม้ตะวันจะรีบร้อนกว่านั้นแต่เขารู้ว่าเขาทำอะไรไม่ได้มาก สภาพอากาศในวันนี้ไม่ได้ดีพอฝห้เขาบินกลับในทันที หากเขาวู่วามอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี สิ่งเดียวที่เขาต้องทำตอนนี้คือภาวนาให้สกายและองศาจัดการทุกอย่างได้อย่างราบรื่น "แล้วเรื่องสินค้าละ?" "จัดการเรียบร้อยตามที่นายสั่งแล้วครับ ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องที่ว่าเสียหายเพราะอะไร ผมจะรีบตามเรื่องให้" "เออ! ตอนนี้เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เอาเรื่องแสนรักก่อน" เสียงของตะวัันหนักแน่น เรื่องที่ว่าเหตุผลที่สินค้าเขาเสียหายเป็นเพราะอะไรกลายเป็นเรื่องรองในหัวของตะวัั ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาจดจ่อคือความปลอดภัยของแสนรัก ยิ่งภาพสะท้อนในจอเห็นเธอที่เดินผลักให้เดินอย่างไม่ทะนุถนอม มันยิ่งทำให้คนที่ทะนุถนอมเธอมากกว่าสิ่งใดอย่างเขารู่วึกโกรธแค้นจนแทบอยากจะฆ่าคน "คนของเราจะบุกทันทีขอแค่นายสั่งครับ ตอนนี้รอบบ้านเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว" ตะวันพยักหน้าตามที่แมนบอก เขามองกล้องทุกตัวอย่างจดจ่อว่าควรจะเริ่มตอนไหน คิ้วหนาขมวดราวกับใช้ความคิด เขาต้องทำให้ทุกคนปลอกภัยที่สุด ไม่ใช่แค่แสนรัก... แต่ปาริฉัตรที่ยังถูกคุมเอาไว้ในบ้านก็ด้วย "บอกให้พวกมันเตรียมตัว" ทันทีที่เขาสั่งแมนก็ส่งตรงไปทางลูกน้องของเขาทันที ตะวันเห็นลูกน้องและเพื่อนของเขาที่มีปืนพร้อมอยู่ในมือกันครบทุกคนแล้ว มุมที่ทุกคนใช้แอบเป็นมุมอับพอให้ทุกคนหลบได้อย่างดีเยี่ยม แต่ระหว่างที่ตะวัันกำลังจะเอ่ยปากสั่งต่อไป สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นซะก่อนจนเขาอุทานชื่อเธอดังลั่น "แสนรัก!!!!"กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
บรรยากาศงานประมูลเพชรที่ผู้คนมีหน้ามีตาทางสังคมหลั่งไหลกันมา แสนรักจับชายกระโปรงชุดราตรียาวสีขาวสะอาดตา ผมของเธอดัดลอนสลวยประดับด้วยที่คาดผมไข่มุกแท้ กำไลเพชรสั่งทำพิเศษขับให้ผิวของเธอขาวผุดผ่อง แสงไฟประดับภายในงานทำให้เธอดูเจิดจรัสที่สุดจนผู้คนต้องหันมามองแสนรักยังคงประหม่าเมื่อเธอกวาดตาไปมองแล้ว
ตะวันถือปืนในมือเอาไว้มั่น แขนแกร่งอีกข้างยังกอดคนน้องแน่นราวกับจะปกป้องแสนรักจากทุกเรื่องร้าย ตาคมหันขวับจ้องมองทางที่หูของเขาได้ยินเสียง ไกปืนกดลงอย่างตั้งตารอ หากทันทีคนที่โผล่มาเป็นพวกประสงค์ร้าย เขาก็พร้อมจะลั่นไกลอย่างไม่รีรอ"เฮ่ย! เดี๋ยวๆๆ พวกกูเอง" เสียงสกายดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของเพื่อนเ
บ้านอัครบวรอาทิตย์เดินเข้ามาในตัวบ้านหลังจากเขาเสร็จจากประชุมด่วนเรื่องโปรเจคใหม่ที่พี่งได้เงินทุนมา พอเขาก้าวเข้าไปกลับรู้สึกว่าตั้งแต่บานประตูบ้านเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ทั้งที่สิรินาถบอกว่าจะมารอเขาที่นี่ ขายาวก้าวไปตามทางเดินสู่ห้องนั่งเล่นก่อนเขาจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนาของแม่เขาและสิ
"พี่อาทิตย์....""แสนรัก...พี่คือตะวัน ไม่ใช่ไอ้อาทิตย์""พะ พี่เหมือนกันขนาดนี้ สะ แสนรักทำไม่ได้หรอกค่ะ""แสนรักเดี๋ยวสิ" เขาเอ่ยปากเรียกคนที่รวบเสื้อปกปิดแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างหัวเสีย ตะวัันนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำกับคนน้องเมื่อครู่แล้วก็ได้แต่ตบหน้าตัวเองกลับความคิดน้อยไปของเขา เขาเกลียดตัวเองที่ห้







