Se connecterโกดังของตะวันที่มาเก๊า
ตะวันยังคงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเดินดูความเสียหายของอาวุธในรอบนี้ มันไม่ได้มากจนเขาไม่มีเงินสำหรับล็อตใหม่ แต่เขาเป็นคนที่ไม่ชอบความผิดพลาดโดยเฉพาะกับงานสำคัญ เห็นทีถ้าเกิดว่าทุกอย่างเป็นอย่างนี้ เขาคงต้องอยู่มาเก๊านานกว่าที่คิดไว้ แล้วต้องอยู่ห่างแสนรักนานขึ้นอีก “ที่นู่นเป็นยังไงบ้าง?” “ไม่มีอะไรน่าห่วงครับนาย คุณแสนรักกำลังนั่งออกแบบอยู่กับคุณฉัตร” เขารับเอาไอแพดจากแมนลูกน้องคนสนิทมาดู ก่อนจะเห็นว่าในบ้านยังปกติดี เขาหยุดมองอยูอย่างนั้นสักพักเมื่อเห็นแสนรักที่ร่าเริงขึ้นทุกทียามที่เธอได้ทำอะไรที่เธอชอบ “มึงอย่าลืมย้ำคนที่นู่นว่าให้ดูแลแสนรักให้ดี ถ้าเกิดเรื่องกูจะจัดการเรียงตัว” ตะวันย้ำคำในน้ำเสียงยังมีความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าไม่มีใครดูแลแสนรักได้ดีเท่าเขา แต่ตอนนี้เขาเลือกอะไรไปไม่ได้มากกว่ายอมรับและรีบจัดการเรื่องวุ่นวายของที่นี่ให้จบ จะได้บินกลับไปหาแสนรักเสียที “ครับนาย” ตะวันพยักหน้ารับเขาเดินถือไอแพดที่ยังคงแสดงภาพกล้องวงจรปิดของที่บ้านอยู่ตลอดเวลาไปยังรถหรูที่จอดเอาไว้ด้านหน้าโกดัง ตะวันกำลังนึกสนุกเขากดปุ่มเปิดไมค์ก่อนจะพูดออกไปจนแสนรักกับฉัตรสะดุ้งเข้าหากันด้วยความตกใจ “ปัดโธ่ ตะวัน…ตกใจหมดเลย” ปาริฉัตรชี้มาที่กล้องอย่างคาดโทษ ตะวันมองเห็นรอยยิ้มของแสนรักที่มองปาริฉัตรสลับกับกล้องวงจรปิดด้วยความเอ็นดู เธอส่ายหัวเล็กน้อยแล้วก็เดินมาใกล้กล้องมากขึ้น “แค่นี้ก็ตกใจกันแล้ว สาวๆเนี่ยจิตอ่อนกันจริงๆ” “พี่ตะวันว่างแล้วหรอคะ? ไม่ยุ่งหรอ?” เสียงแผ่วเบาของแสนรักผ่านกล้องยังทำให้เขาได้ยินชัดเจน ทั้งที่โทรไปมันอาจจะง่ายกว่า ต่เขากลับรู้สึกว่าการมองเธอผ่านกล้องวงจรปิดแบบนี้มันทำให้เขาได้เห็นท่าทางของเธอชัดขึ้น “ยุ่ง มีเวลานิดหน่อยก็เลยอยากแกล้ง พี่ไม่อยู่….อยู่ได้ใช่ไหม?” “ได้สิคะ พี่สกายกับพี่องศาพาทำอะไรสนุกๆเยอะแยะเลย พี่รินกับพี่ฉัตรก็มาอยู่เป็นเพื่อนแทบทุกวันเลยค่ะ” “ดูเหมือนจะไม่คิดถึงพี่เลยนะ” ตะวันเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจเล็กน้อย ทั้งที่เขาเอาแต่คิดถึงแสนรักอยู่ตลอดเวลา แทบจะทำงานไม่มีความสุขเพราะเอาแต่หาวิธีจัดการเรื่องวุ่นวายนี่ให้ได้เร็วๆ แต่แสนรักกลับยิ้มแย้มบอกว่าอยู่ได้ไม่มีคำว่าคิดถึงเขาออกมาสักคำ “อะแฮ่ม!! เราก็ยังอยู่ตรงนี้นะ” “อยากคิดถึงสกายไหมละ เดี๋ยวโทรบอกให้” “หยุดเลย อยู่ใกล้ทีไรก็วุ่นวาย” ปาริฉัตรปฏิเสธทันควันจนตะวันแอบยิ้มมุมปาก เขาเห็นปาริฉัตรขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ตะวันวางไอแพดที่ยังคงฉายภาพกล้องจรปิดเอาไว้บนตักแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาแสนรักทันที เขามองเธอที่หมุนตัวไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดรับสายเขา “ทานมื้อเย็นรึยัง?” เขาเอ่ยถามประโยคที่อาจจะดูแสนธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นมากมาย ตะวันชอบที่เห็นแสนรักกินอิ่มนอนหลับ เขาไม่ชอบเวลาเห็นน้องไม่ยอมกินอะไรเลย “ยังเลยค่ะ เห็นพี่สกายพี่องศา แล้วก็พี่รินบอกว่าจะเข้ามาเย็นนี้ แล้วซื้อของอร่อยๆมาให้” ดวงตาคมจับจ้องคนน้องที่เดินไปเดินมาเกบของที่ถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อคุยกับเขาไปด้วย เธอคงไม่รู้หรอกว่าเธอน่ารักแค่ไหน หรือมันเปนเพราะว่าเขาเองที่เห็นว่าเธอทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด “มันดูแลดีก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้ามันให้ทำอะไรแผลงๆก็อย่าไปทำตามมันละ อยู่ใกล้รินกับฉัตรไว้ก็พอ” ตะวันเตือนเสียงเรียบแต่แสนรักกับแอบขำออกมา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ใช่จากความหงุดหงิดอะไร “ทราบแล้วค่า แสนรักจะไม่ทำให้พี่ตะวันเป็นห่วง” “เรื่องนั้นคงทำไม่ได้หรอก เพราะไม่ว่ายังไงพี่ก็ห่วง” เสียงของปลายสายเงียบหายไป แต่เขามองเห็นใบหน้าแดงระเรื่อผ่านกล้อง บางทีการค่อยๆเป็นค่อยๆไปให้น้องซึมซับการมีเขาในชีวิตมันก็ไม่ได้แย่ละไร เขารอน้องมาได้นานขนาดนี้ รออีกสักหน่อยให้น้องเปิดใจมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตะวันไม่อาจพูดได้ว่าไม่คาดหวัง เพราะเขากำลังเอาแต่คาดหวังว่าน้องจะใจดีต่อเขาและยอมรับหัวใจของเขาอยู่ในใจ “ข้างล่างเสียงดังมากเลย พวกพี่สกายคงมาแล้ว เดี๋ยวแสนรักไปดูก่อนนะคะ” “อื้ม ไว้พี่โทรหาใหม่นะ” เขาบอกกับน้องอย่างอ่อนโยนแล้วกดวาง ตะวันรู้สึกมีพลังทั้งที่เขาคุยกับแสนรักได้แค่ไม่กี่ประโยค ตะวันกดกล้องวงจรปิดกลับไปที่หน้ารวม ก่อนเขาจะชะงักเมื่อภาพวงจรปิดฉายชัดว่าคนที่เขาไปไม่ใช่พวกเพื่อนเขาอย่างที่คิด ตะวันรีบกดโทรออกหาแสนรักอีกครั้ง เขาต้องการเตือนไม่ให้น้องลงไปแต่โทรศัพท์น้องที่วางทิ้งไว้ในห้องทำงานกลับยิ่งเพิ่มความสิ้นหวังของเขา เขากดโทรออกหาเพื่อนสามคนสลับกันไปมาในทันที ตายังคงจับจ้องคนตัวเล็กที่ก้าวลงบันไดทีละคั่น มองสลับจอกล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ปาริฉัตรกำลังถูกจับมัดไว้อยู่ “ไอ้แมน!!!” เขารีบวิ่งไปหาลูกน้องคนสนิทที่กำลังจัดการงานอยู่ในโกดังทั้งตาคมยังคงจับจ้องภาพในกล้องไม่ละสายตาไปไหน “ครับนาย?” “มึงรีบโทรบอกคนของเราในไทยว่าที่บ้านเกิดเรื่อง ให้พวกมันไปกันเดี๋ยวนี้เลย!!!” ตะวันตะโกนลั่นจนลูกน้องทุกคนหันมามอง แมนยังขมงคิ้วไม่เข้าใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วมองหน้าลุงน้อยเพื่อขอคำยืนยัน “เดี๋ยวนี้เลยหรอครับ?” “เออ!!!! กูบอกว่าเดี๋ยวนี้!!!!”กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสงแดดอ่อนยามเช้าทอแสงลอดผ่านผ้าม่านสีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นอายของความรักและบทเพลงแห่งความปรารถนาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาและกลิ่นแอลกอฮอล์จายกายเขายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ตาวันลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่เยาสัมผัสได้คือความอบอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของแสนรักที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขามองเธอท
คฤหาสต์ของตะวันตะวันวิ่งเข้าไปในตัวคฤหาสน์ทันทีหลังจากเขาให้คนเหยียบคันเร่งรถจากที่จอดเครื่องบินส่วนตัวมาด้วยความเร็ว ขายาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านก่อนจะเห็นว่าทุกคนนั่งรอเขาอยู่ที่นั่นมือหนารับเอาเอกสารสัญญาในมือองศามา ดวงตาคมไล่อ่านตัวอักษรตั้งแต่ตัวแรกจนตัวถึงตัวสุดท้ายให้เข้าใจ เขากำมือแน่นอย่างโก
"แสนรัก!!!" ตะวันตะโกนลั่นเมื่อเห็นภาพผ่านกล้องว่าคนน้องกำลังพยายามขัดขืนจนโดนผลักตกลงมาจากบันได แม้บันไดหน้าประตูบ้านแค่ไม่กี่ขั้น แต่แรงกระแทกของเธออาจจะแรงพอสมควร ดูจากที่แสนรักประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแทบไม่ขึ้นเขาจิ๊ปากด้วยความขัดใจในสถานการณ์นี้ ตะวันไม่ชอบสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสถ
แสนรักก้าวเดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านด้วยรอยยิ้ม เธอคิดว่าเพื่อนของตะวัันคงมาถึงกันหมดแล้ว เสียงหวานเอ่ยเรียกหาปาริฉัตรที่ออกจากห้องมาก่อนสักพักแล้วแต่ความเงียบกลับทำให้เธอได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยขาเรียวก้าวเดินไปที่ประตูบ้านกลับำำบแต่ควาทเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วหยุดชะงัก เมื







