Masuk"แสนรัก!!!" ตะวันตะโกนลั่นเมื่อเห็นภาพผ่านกล้องว่าคนน้องกำลังพยายามขัดขืนจนโดนผลักตกลงมาจากบันได แม้บันไดหน้าประตูบ้านแค่ไม่กี่ขั้น แต่แรงกระแทกของเธออาจจะแรงพอสมควร ดูจากที่แสนรักประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแทบไม่ขึ้น
เขาจิ๊ปากด้วยความขัดใจในสถานการณ์นี้ ตะวันไม่ชอบสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ของคนที่เขาห่วงมากที่สุด เขาสลับกล้องมองสกายที่กำลังสั่งให้คนเล็งปืนเข้ามา ปั้ง ปั้ง ปั้ง เสียงปืนดังลั่นจนพวกมันวิ่งไปหลบคนละทิศละทาง แสนรักที่ยังคงนอนอยู่ที่พื้นในตอนแรกขยับไปอยู่ข้างรถของพวกมันเพื่อใช้เป็นกำบัง ยามที่เห็นเธอชันเข่าขึ้นแล้วปิดหัวทั้งตัวสั่นเทามันทำให้เขาโมโหจนพูดไม่ออก "นายครับ ตอนนี้ได้แค่ยิงสะกัด คนของเราบอกว่า คุณแสนรักอยู่ในวิถีกระสุนเกินไปครับ ถ้ายิงมากกว่านี้อาจเกิดอันตราย" "ย้ำว่าอย่าให้กระสุนโดนแสนรักเด็ดขาด!" เขายังคงย้ำเตือนคำเดิม ย้ำในสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดว่ามันจะเกิดขึ้น ถ้ากระสุนโดนน้องหรือเกิดอะไรขึ้นกับน้อง เขาคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ เขาไม่น่าใาที่นี่เลย น่าจะปล่อยเรื่องสินค้ามีปัญหาเอาไว้แล้วอยู่กับเธอ "นายจะให้บุกเข้าไปเลยไหมครับ?" "คนของเราอยู่รอบบ้านแน่แล้วใช่ไหม?" ตะวันถามอีกครั้งเพื่อความมัั่นใจ เขาต้องการรู้ให้แน่ชัดนาทีต่อนาที เพื่อที่ไม่ว่าอะไรที่เขาจะสั่งไปจะได้ส่งผลดีต่อแสนรักและปาริฉัตรที่อยู่ในวิถกระสุนมากที่สุด "ครับนาย" ดวงตาคมเห็นปาริฉัตรที่อาศัยจังหวะวิ่งออกมาหาแสนรัก สองร่างเล็กกอดกันเอาแน่น อย่างน้อยตอนนี้แสนรักก็มีปาริฉัตรอยู่เป็นเพื่อน ในตอนที่พวกมันกำลังตื่นตกใจใเขาควรจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ "บุก!!!" เสียงเข้มสั่งดั่งลั่นทะลุผ่านโทรศัพท์ของแมนไป ลูกน้องเขาพยักหน้าให้กันก่อนจะกรูดกันเจ้าบุกตัวบ้านทั้งเสียงปืนดังลั่นไปทั่ว ยังโชคดีที่เขาซื้อบ้านในพื้นที่ที่ไม่มีใครวุ่นวายโดยรอบเลย เดิมทีแค่อยากเป็นส่วนตัว แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่ส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว ตะวัันมองดูสกายกับองศาที่วิ่งหลบเลี่ยงพุ่งตรงไปหาแสนรักด้วยใจจดจ่อ อย่างน้อยต้องให้เพื่อนเขาพาแสนรักไปที่ปลอดภัยก่อน ทุกอย่างถึงจะจัดการได้ง่ายขึ้นกว่านี้ เขาได้แต่กำมือแน่นอย่างคาดหวัง และรอคอยที่จะเอาคืนคนที่บังอาจทำให้คนของเขาเจ็บ... คฤหาสน์ของตะวัน องศากับสกายที่ยืนอยู่คนละฝั่งพยักหน้าให้กัน มีลูกน้องของตะวันคอยยิงสกัดเพื่อให้พวกเขาได้วิ่งไป ด้วยระยะสกายไปถึงตัวปาริฉัตรก่อน แต่องศาที่ยังไม่ทันได้ถึงตัวแสนรักก็ต้องหยุดชะงักเมื่อคนตัวเล็กถูกพวกมันกระชากไปแล้วล็อกเข้าที่คอ อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่าปลายมีดที่จ่อคอของแสนรักอยู่ "พวกมึงเป็นใคร!? ต้องการอะไร!?" องศาเสียงแข็งประกาศกร้าว ถึงเขาจะไม่ได้รักแสนรักในแบบที่ตะวันรู้สึก แต่สำหรับองศาแล้วแสนรักในตอนนี้ก็เหมือนน้องสาวอีกคน เขารู้สึกแย่นิดหน่อยที่ไม่สามารถทำตามที่ตะวัันร้องขอว่าให้ดูแสนรักให้ดีได้ "กูต่างหากต้องถามว่าพวกมึงเป็นใคร นี่มันเรื่องของเจ้านายกูกับไอ้ตะวัน!!" "งั้นก็ไม่เกี่ยวกับแสนรัก! มึงปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้" สกายที่กอดปาริฉัตรอยู่มององศาที่ย้ำคำอีกครั้ง สกายดันปาริฉัตรไปไว้ด้านหลังก่อนจะขยับมาประกบข้างองศาเพื่อช่วยกัน "อ่อ นังนี่จริงๆด้วยสิคนสำคัญของไอ้ตะวัน" แรงมีดที่กดลงบนต้นคอสวยทำให้ทุกคนต้องชะงัก คนของตะวันลกดปืนลงในทันทีอย่างไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป เพราะคำสั่งของตะวันคือห้ามให้กระสุนโดนแสนรัก และห้ามแสนรักบาดเจ็บเด็ดขาด "ไอ้เหี้ย อย่านะมึง!" สกายชี้หน้าเขาหายใจแรงอย่างกังวล มีดนั่นดูคมมาก และคอก็เป็นส่วนที่อันตราย หากมีดเล่มกดลึกกว่านั้น แสนรักอาจเสียเลือดมากและไม่รอดแน่ "ถ้ามึึงเข้ามา ผู้หญิงของไอ้ตะวันได้ตายห่าตรงนี้แน่" พวกมันย้ำคำขู่อีกครั้ง นั่นเป็นคำขู่ที่ให้ขาทุกคู่หยุดชะงัก แสนรักยังคงพยายามควบคุมความหวาดกลัว แม้ในใจเธอจะเอาแต่เรียกหาตะวัน แผลที่คอเริ่มแสบระคนเจ็บนิดๆ "มึงต้องการอะไร บอกมา!!" องศาพยายามยื่นข้อเสนอ แต่พอก้าวเข้าไปเขาก็ได้ยินแสนรักร้องออกมาราวกับว่าทุกย่างก้าวของพวกเขาจะทำให้เธอบาดเจ็บ องศาเลยทำได้แค่หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น "ของที่พวกกูต้องการ พวกมึงให้กูไม่ได้" สกายหรี่ตามองด้วยความไม่เข้าใจ จะมีอะไรที่พวกเขาไม่สามารถให้พวกมันได้ จะเงินทอง ของมีค่า พวกเขามีมันมากพอทั้งนั้น นอกเสียจากของพวกนี้ไม่ใช่ของที่พวกมันต้องการ แล้วมีอะไรที่มีค่ากว่านี้อีกละ ระหว่างที่คิดอยู่ซองสีน้ำตาลกูถูกโยนมาตรงหน้า สกายก้มลงหยิบออกมาดู เขากับองศาช่วยกันดูรายละเอียกดก่อนจะเห็นว่ามันเป็นสัญญาส่งมอบเส้นทางส่งสินค้าและลูกค้าที่รับสินค้ารายใหญ่ให้ แค่นี้ก็พอสรุปได้ทันทีว่าเป็นความบาดหมางของตะวันกับคนพวกนี้ในทางธุรกิจสีเทาที่ตะวันทำอยู่ "ให้เพื่อนมึงเซ็น แล้วให้มันเอาไปให้เจ้านายกูภายในพรุ่งนี้ สิบโมงเช้า" "แต่ตอนนี้ไอ้ตะวัันไม่อยู่ที่นี่...." "พวกกูรู้ สินค้ามันที่มีปัญหาก็ฝีมือพวกกูเอง ไม่งั้นพวกกูจะบุกเข้ามาที่นี่ง่ายๆได้ยังไง" ทุกอย่างประติดประต่อกันจนองศาพยักหน้าเข้าใจ ที่แท้เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างนี้ ทุกอย่างไม่ได้บังเอิญ แต่ถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว สกายกับองศาได้แต่มองพวกมันดันแสนรักขึ้นรถไป พวกเขาไม่อาจบุ่มบ่ามไปมากกว่านี้ได้เพราะพวกมันยังมีแสนรักอยู่ในมือ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่าแสนรักยังจะปลอดภัยคือสัญญาในมือนี้ ตราบใดที่พวกมันยังไม่ได้ไป แสนรักก็จะยังไปลอดภัย หน้าโกดังของตะวันที่มาเก๊า ตะวันตรวจดูรูปภาพสัญญาที่องศาถ่ายส่งมาให้ นั่นทำให้เขารู้ทันทีว่าใครที่มัันกล้ามายุ่งกับคนของเขา ตะวันปาไอแพบนตัดลงพื้นจนหน้าจอแตกละเอียด เขาเกลียดเวลาที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย และยิ่งเกลียดเมื่อไม่สามารถปกป้องน้องได้ "มึงไปดูเครื่องบินอีกทีว่าพร้อมบินหรือยัง กูขอด่วนที่สุด แล้วก็ให้คนของเราที่นูานเตรียมตัวด้วย คืนนี้มีงานต้องทำ" "นายจะไม่รอตอนเช้าหรอครับ?" "แสนรักอยู่ในมือพวกมัน กูไม่รออะไรทั้งนั้นแหละ!!"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข





![ความลับของมาเฟีย [มาร์ติน×วีนัส]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

