Masukลมเย็นพัดผ่านมากระทบผิว สองร่างยืนนิ่งท่ามกลางความเงียบงัน คล้ายเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะกับคำท้วงเมื่อครู่ ดวงตาคมของคนตัวสูงกดต่ำลงมองผู้หญิงที่เอาแต่ก้มหน้า ราวกับกำลังเจอผี
“นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกซะแล้ว”
คลื่นเหยียดยิ้มมุมปาก ไม่คาดคิดว่าโชคชะตาจะเหวี่ยงให้เจอเธออีก ผู้หญิงคนแรกที่กล้าหันหลังทิ้งเขาไว้ในห้องอย่างไม่ใยดีทั้งที่ยังไม่เสร็จกิจ ตอนนั้นทั้งงุนงงและหงุดหงิดไม่น้อยเลย การกระทำของเธอเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่บังอาจใช้เล็บข่วน
ใส่เสืออย่างเขา
“โลกมันกลม คิดเหมือนกันเหรือเปล่า” เขาขยับเข้ามาใกล้ รอยยิ้มร้ายฉายบนใบหน้า “เราสองคน ควรทำความรู้จักกันอีกครั้งดีไหม หืม”
“…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา แฝงความหมายที่ชวนให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน ในท่าทางนิ่งอย่างกับหินข้างในท้องของเธอมันเอาแต่ปั่นป่วนมวนไปหมด
“อ่า สงสัยไม่ได้ยิน ต้องพูดใกล้ขนาดไหนนะ”
ใบหน้าหล่อค่อย ๆ โน้มลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหูคนตัวเล็ก เพียงเท่านั้นเธอก็สะดุ้งไปทั้งร่างที่กำลังสั่นเบา ๆ ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะเอ่ยกระซิบชิดข้างแก้ม
“ใกล้ขนาดนี้ ได้ยินหรือยัง”
ฌานินเอนตัวหนีลมหายใจของอีกคนที่พ่นกระทบลงมาชวนใจหล่นวูบ ความคิดมากมายถาโถมว่าจะทำเป็นไม่รู้จักเขาดีไหม แต่อาการแบบนี้ของเธอมันชัดว่าจำเขาได้ แม้แต่เงยขึ้นไปมองหน้ายังไม่กล้า ทำเพียงแค่รอใครสักคนโผล่มาในเวลานี้ ช่วยฉุดเธอออกไปที
“… หรือต้องใกล้มากกว่านี้”
“พอ พอแล้วค่ะ” ในที่สุดร่างเล็กก็ยอมขยับริมฝีปากเปล่งเสียงออกมา เพราะถูกเขากดดันด้วยการทำทีจะโน้มใกล้กว่าเดิม ใบหน้าสวยค่อย ๆ เงยขึ้นพร้อมถอยหลังหนีห่างจากคนตัวสูงอย่างหวาดหวั่น
“ทำไมไม่พูดตั้งแต่แรก”
“ขะ... ขอตัวก่อนนะคะ”
หมับ! ยังไม่ทันได้เดินไปไหน แขนเรียวก็ถูกฝ่ามือหนาคว้ารั้งไว้ซะก่อน แค่นั้นทั้งตัวของฌานินก็สั่นระริกยิ่งกว่าเดิม
“ฉันไม่ค่อยชอบถูกเมินเท่าไร เพราะมันน่าหงุดหงิด โดยเฉพาะถูกเมินซ้ำถึงสองครั้งจากคนเดิม”
ครั้งนั้นร่างเล็กจำได้ขึ้นใจ เขาแทนตัวเองว่า พี่ เรียกเธอว่า หนู พร้อมสายตาเจ้าเล่ห์ที่ยากจะลืม แต่ตอนนี้การเรียกแทนเปลี่ยนไป ราวกับมันเป็นเพียงกับดักให้ผู้หญิงหลงใหล แค่ยามอยู่บนเตียงก็เท่านั้น
ดวงตาคู่กลมเผลอมองคนตรงหน้า จิวที่ประดับอยู่บนริมฝีปากกับเหล็กเล็ก ๆ บนคิ้ว มันเข้ากันกับใบหน้าหล่อของเขาอย่างลงตัว
ผู้ชายคนนี้… อันตรายเกินไป
“ฌานิน”
เสียงเรียกดังแว่วมาแต่ไกล ทำให้คนตัวเล็กเบิกตากว้างรีบสะบัดแขนออกจากฝ่ามือใหญ่ แล้วถอยห่างจากบุคคลอันตรายทันที ไม่นานปอร์เช่ก็เดินมาถึง
“อ้าวพี่ ทำไมมาอยู่ตรงนี้” ปอร์เช่มองหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนใกล้ ๆ กับเพื่อนตัวเล็กของเขาอย่างแปลกใจ
“แค่อยาก… เข้าห้องน้ำ”
“อ๋อ ครับ งั้นผมไปก่อนนะ” ฝ่ามือหนาจับมือเล็กของเพื่อนที่ในตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด ปอร์เช่นึกสงสัยว่าก่อนหน้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ยังไม่ได้ถาม ก่อนจะพาเดินแยกตัวจากตรงนี้ เมื่อห่างออกมาไกลแล้ว เขาหยุดนิ่งรีบหันมองคนด้านหลังทันที
“ฌา พี่คลื่นทำอะไรหรือเปล่า”
ดวงตากลมสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนใบหน้าหวานจะรีบส่ายปฏิเสธรัว ๆ “ไม่ ไม่ ทำไมเช่ถามแบบนั้น”
“พี่มันเป็นเสือผู้หญิง กลัวจะรุ่มร่ามใส่”
“ขะ... เขาไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ยุ่งกับฌาเลย” เธอเลือกโกหกแทนการพูดความจริง เพราะไม่อยากถูกซักถามและไม่อยากเล่าเรื่องราวที่เคยตัดสินใจทำให้ใครฟัง
ปอร์เช่มองครู่หนึ่ง ก่อนจะพาเดินกลับไปหาเพื่อนอีกคนโดยไม่ได้ซักถามอะไรต่อ พอทั้งคู่มาถึงขวัญใจก็ทำหน้างอบ่นอุบอิบว่าไปนาน และไม่วายพูดชมหนุ่มทายาทตระกูลดังอย่างคลื่นว่ามองใกล้ ๆ แล้ว เขาดูดีมากขนาดไหน
เวลา 19:20 น.
ครั้งแรกที่ฌานินได้ร่วมวงดื่มกับกลุ่มคนที่เพิ่งทำความรู้จัก เธอเพิ่งจำชื่อทุกคนได้ บอล คือเจ้าของอู่แห่งนี้ เจแปน ไออุ่น เป็นนักแข่งในทีม คูเปอร์ พี่ชายของปอร์เช่ และยังมีอีกหนึ่งคนที่เอาแต่จับจ้องสายตามองมายังเธอแทบตลอดเวลา
“มาเล่นเกมกันไหม” ไออุ่น นักแข่งในทีมเอ่ยขึ้นแทรกกับเสียงเพลงคลอเบา ๆ ภายในห้องก่อนเจแปนที่เป็นเพื่อนกันจะถามอย่างอยากรู้
“เกมไรวะ”
“เกมพูดความจริง”
“น่าสนแต่ไอ้อุ่นพรุ่งนี้ซ้อมแดกเยอะระวังไอ้ล่าทุบ” บอลเอ่ยเตือนเด็กในทีม สิ้นสุดคำนั้นไออุ่นก็โพล่งสวนกลับทันควัน
“พี่ล่าติดเมียกับลูกอย่างกับอะไร ช่วงนี้มีแค่พี่คลื่นไปคุม ชิลล์ ๆ ใช่ไหมพี่” เขาถามหนุ่มหล่อเจ้าของสนามแข่ง คลื่นไม่ได้เข้มงวดอย่างพี่ชาย หากวันไหนเขาคุมซ้อมนักแข่งทุกคนจะผ่อนคลายเป็นพิเศษ
“เออ คลอดคนที่สองแล้ว พี่มึงนี่มุ่งจริง ๆ หัวปีท้ายปี”
คลื่นไหวไหล่ ตอนนี้พี่ชายคนกลางของเขามีลูกน้อยอายุไล่เลี่ยกันสองคน คนแรกเป็นผู้หญิงและคนที่สองเป็นผู้ชาย ส่วนพี่ชายคนโตของเขาก็ไม่น้อยหน้ากำลังจะเป็นพ่อคนเพราะภรรยาตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว
เกมพูดความจริงเริ่มต้นขึ้น กติกาง่าย ๆ คือหมุนขวดปากขวดหยุดที่ใครคนนั้นจะเ ป็นฝ่ายถาม เลือกถามใครก็ได้
ถ้าไม่ยอมตอบจะต้องยกเหล้าในแก้วดื่มจนหมด และถ้าตอบไม่ตรง หรือโกหกจะถูกทุกคนทำโทษ
ไออุ่นหยิบขวดเปล่ามาวางก่อนจะหมุนแรง ๆ หนึ่งที
ขวดหมุนติ้ว ๆ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่นั่งล้อมวง จากนั้นเสียงฮือฮาสนุกสนานก็ดังขึ้น
เกมดำเนินไปเรื่อย ๆ ทุกคนในกลุ่มเริ่มเมาได้ที่ ขวัญใจเข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดี แม้เพิ่งเคยเจอหน้ามีเพียงฌานินที่แค่ยิ้มและหัวเราะคล้อยตามบ้างบางครั้ง
“มึงจะถามใคร” บอลถาม เมื่อปลายขวดชี้ไปหยุดตรง
หนุ่มหล่อทายาททรัพย์หิรัญสกุลคลื่นไม่ตอบ แต่ยกคิ้วขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ หันไปสบตาคนตัวเล็กที่นั่งเกร็ง ๆ ข้างปอร์เช่ แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อแต่สายตาของเขากำลังบอกแทนว่าต้องการถามเธอ ทำให้ทุกคนต่างจับจ้องไปยังฌานินอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะเอ่ยคำถามออกมา
“เคยนัดผู้ชาย… ในแอปฯ หาคู่หรือเปล่า”
เฮือก! คำนั้นกระชากลมหายใจออกไปจากอกคนถูกถามทันที ร่างเล็กกัดริมฝีปากแน่นรู้สึกได้ว่าหัวใจกำลังเต้นแรง
ผิดจังหวะ
เธอไม่รู้เลยว่าเขาเล่นอะไรอยู่กันแน่ ทั้งที่มันควรจบไปตั้งแต่ครั้งนั้น ตามหลักของคนที่นัดเจออย่างไม่จริงจัง ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ แล้วทำไมการหวนกลับมาเจอกันโดยบังเอิญครั้งนี้ ถึงทำเหมือนจงใจต้อนให้เธอจนมุมราวกับเสือกำลังไล่แมวตัวเล็ก
“โหพี่ ถามไรวะเนี่ย เพื่อนผมมันซื่อ” ปอร์เช่รีบค้านทันที เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของฌานินที่ไม่รู้จะตอบยังไง
“อ่า กูนึกว่าถามอะไรก็ได้ โทษที” คลื่นหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเอื้อมมือคว้าแก้วตรงหน้ามาจรดริมฝีปาก
แต่ยังไม่ได้กระดกเหล้า เขากดสายตาจ้องคนตัวเล็กอีกครั้ง
แล้วเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ไม่คิดว่าเพื่อนมึงจะใสซื่อ ดูไม่ออกเลย”
“เอางี้ ถ้าถามผู้หญิง ห้ามถามล่วงเกิน เพิ่งเจอน้องอย่าทำตัวเหมือนเสือจ้องจะล่าเหยื่อ” คูเปอร์ตวัดสายตามองเพื่อน
ของตัวเอง มองปราดเดียวก็สามารถรู้ได้ทันที ว่าคลื่นกำลังสนใจผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องชายเขา
ฌานินไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว เธออยากลุกออกไป
แต่ทำไม่ได้ เพราะหลังคำถามเมื่อครู่ หากพรวดพราดลุกขึ้นกลางวง คงต้องถูกทุกคนสงสัยอย่างแน่นอน มือเรียวหยิบแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่มเพื่อดับความร้อนในร่างกาย อยากตะโกนดัง ๆ ให้อีกฝ่ายเลิกจ้องสักที
เพราะ สายตาคู่นั้น มันฉุดให้เธอเอาแต่หวนกลับไปนึกถึงเรื่องที่เคยทำในโรงแรมหรูเมื่อห้าเดือนก่อน
“ฌาจะถามใคร” ปอร์เช่ที่นั่งข้างกันถามขึ้น เมื่อถึงคิวที่ขวดชี้มายังเธอ
“ถามยังไง ฌาเล่นไม่เป็น เช่ถามแทนได้ไหม” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเบา เธอไม่ถนัดเกมแบบนี้เลย แถมยังไม่สนิทกับใคร จะให้ถามเพื่อนตัวเองก็คิดไม่ออก
“ได้เลยคนสวย เช่จัดให้” ปอร์เช่ยักคิ้ว พยักหน้า ก่อนจะหันไปตวัดสายตามองหนุ่มร่างสูงที่นั่งตรงข้ามทันที “พี่คลื่น”
“กู?” คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมเสียงทุ้มถามกลับอย่างแปลกใจ
“เซ็กซ์ครั้งไหน ที่ทำให้จำไม่ลืม”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นรอบวงทันที เจแปนถึงกับตบโต๊ะหัวเราะลั่น ส่วนขวัญใจก็เขินอายจนกรี๊ดเบา ๆ อย่างเก็บอาการไม่อยู่ ครั้งนี้ทุกคนต่างจ้องสายตาไปยังหนุ่มหล่อเป็นจุดเดียว ยกเว้นฌานินที่พยายามนิ่ง ไม่แสดงอาการอะไรออกมา
“ไอ้สัส คำถามลงใต้สะดือจัดเลยน้องมึง”
“เขาลือกันว่าเป็นเสือ ผมแค่อยากรู้ว่าเสือเคยติดใจเหยื่อหรือเปล่า
เสียงฮือฮาในวงเหล้าพลันเงียบลง ทุกคนกำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ภายใต้ใบหน้าเข้มขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบวงช้า ๆ อย่างนึกสนุก
หากถามว่าครั้งไหนที่จำไม่ลืม คงมีแค่ครั้งเดียว กับผู้หญิงที่นั่งตรงหน้าของเขาในตอนนี้
“ห้าเดือนก่อน บังเอิญเจอผู้หญิงคนหนึ่งในแอปฯ หาคู่”
คลื่นยกยิ้มมุมปาก แววตาฉายความแพรวพราวขณะมองทอดไปยังคนตัวเล็กที่ไม่กล้าสบตากับเขา ก่อนจะพูดต่อ “แต่ดันถูกทิ้ง… ให้อารมณ์ค้าง”
“เฮ้ย ๆ อย่างมึงเนี่ยนะถูกเท?”
“อืม ลืมไม่ลงเลยจริง ๆ”
ฌานินรีบยกกระดกเหล้าที่เหลืออยู่ในแก้วรวดเดียวจนหมด พลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น รู้สึกอยากหายตัวไปจากตรงนี้
แค่ได้ยินก็รู้ทันทีว่าเขากำลังหมายถึงเธออยู่ ไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีใครสงสัยบ้างหรือเปล่า
“ยังไงต่อวะ ตอนนี้กูสงสัยเรื่องมึงแล้ว”
“ถามเจ้าตัวเอาเอง ไม่ดีกว่าหรือไง” ร่างสูงเอนหลังพิงพนักโซฟา ยิ่งเธอทำท่าแบบนั้นเขายิ่งชอบใจ ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะเอ่ย “… กูก็สงสัยเหมือนกัน”
“ถามยังไง มึงพูดอย่างกับผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ตรงนี้”
สายตาคมกริบของเขาเอาแต่มองคนตัวเล็ก เหมือนตั้งใจอยากให้คนอื่นสงสัยว่าประโยคเมื่อครู่หมายถึงใคร
เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที หากไม่สามารถถ่ายให้ทันช่วงพระอาทิตย์ตกดินได้ ก็จำเป็นต้องเลื่อนถ่ายในวันถัดไป นั่นหมายความว่าแพลนทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ต้น จะต้องถูกขยับและปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดมือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็กดโทรไปยังเบอร์ของร้านที่จัดการเรื่องชุด ฌานินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ ฟังประโยคคำขู่ที่คลื่นพูดกดดันปลายสายเขาบอกว่า หากไม่อยากให้ร้านต้องถูกปิดถาวร ก็ต้องหาชุดใหม่มาให้ได้ภายในยี่สิบนาที และก่อนจะกดวางสาย คลื่นก็ปิดท้ายด้วยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นวาบ ด้วยคำว่า รู้ใช่ไหม ว่าตระกูลทรัพย์หิรัญสกุลทำอะไรได้บ้างฌานินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มือเรียวค่อย ๆ สอดเข้ามากุมมือหนา เพื่อกล่อมให้เขาเย็นลง ทว่าจู่ ๆ คลื่นก็ไล่ทุกคนให้ออกไปข้างนอกรถบ้าน เหลือไว้เพียงเธอและเขาแค่สองคน“ทำไมไล่คนอื่นออกไปแบบนั้นคะ”“พี่อารมณ์ไม่ดี”“ฌารู้แล้ว”“ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นหน่อยได้ไหม”มือเรียวคลายออกจากมือหนา จากนั้นก็ยกขึ้นมาวางประคองบนแก้มของคนหัวเสีย แล้วถามเสียงหวาน“บอกมาสิคะ ฌาต้องทำยังไง”“ว่าที่ภรรยาคนสวย น่าจะรู้ใจสามีที่สุด ว่าต้องทำยังไง”“แต่ตอนนี
… วันต่อมาบรรยากาศช่วงเช้าค่อนข้างวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะต้องเตรียมตัวทำผมแต่งหน้า เพื่อจะไปถ่ายพรีเวดดิ้งยังโลเคชันแรกให้ทัน“ว่าที่เจ้าสาวสวยมากเลยค่ะ”“ชมแบบนี้ เขินนะคะ”ฌานินยิ้มเขินเมื่อได้ยินช่างแต่งหน้าเอ่ยปากชม ตอนนี้เธออยู่ในชุดพร้อมสำหรับถ่าย โลเคชันแรกเริ่มต้นที่ด้านหน้าหาดของโรงแรม เบื้องหน้าคือผืนทะเลกว้างทอดยาวสุดสายตา และฉากหลังเป็นแนวเขาที่ซ้อนทับกันอย่างงดงามคลื่นก้าวออกจากห้องเปลี่ยนชุดมาหาคนรัก สายตาคลั่งรักมองจ้องไม่กะพริบ ราวกับในห้องนี้มีเพียงเธอคนเดียว ทำเอาฌานินรับมือไม่ไหว จึงต้องก้มหลบอย่างเคอะเขิน ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม กลุ่มทีมช่างแต่งหน้าและทำผมที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ต่างพากันอมยิ้ม กึ่งแซว กับอาการของว่าที่เจ้าบ่าวสุดหล่อที่ทอดสายตาหวานเยิ้ม ส่วนคนเป็นเจ้าสาวก็เขินอายอย่างน่าเอ็นดู ในสายตาคนอื่น ทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างไร้ที่ติ“เสร็จแล้วใช่ไหมครับ” สายตาคมละจากร่างเล็กมาถามกับทีมช่างที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มกันอยู่“เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวเราจะส่งคนในทีมตามไปช่วยดูเรื่องหน้ากับผมนะคะ อีกส่วนจะนั่งรถไปสแตนด์บายรออีกโลเคชันหนึ่ง”
ว่ากันว่า เวลามักเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนบางทีเราก็ไม่รู้ตัว มันคงจะจริง เพราะงานแต่งใกล้เข้ามาทุกที ตอนนี้ฌานินและคลื่นกำลังเตรียมถ่ายพรีเวดดิ้ง ทั้งสองเดินทางล่วงหน้ามาก่อนถ่ายจริงหนึ่งวัน เพื่อเตรียมตัว และพักผ่อน“วิวสวยจังเลยค่ะ” ร่างเล็กยืนทอดสายตาอยู่ริมระเบียงห้องเพรสซิเดนเชียล สวีท ชั้นบนสุดของโรงแรม จัดไว้สำหรับเครือหุ้นส่วนโดยเฉพาะ ภาพตรงหน้าคือผืนน้ำสีฟ้าครามของทะเลกว้างใหญ่“ตอนเย็น ไปเดินเล่นริมหาดกันนะคะ”หาดบริเวณนี้ถูกสงวนไว้สำหรับแขกที่เข้าพักในโรงแรมเท่านั้น ผู้คนจึงบางตา ให้บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว และเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดิน“ได้อยู่แล้ว พี่ตามใจเมียจะตายไป”คลื่นเดินมาสวมกอดร่างเล็ก ทั้งคู่ยืนรับลมอยู่ริมระเบียงนานพักใหญ่ ก่อนจะชวนกันกลับเข้าห้อง และเริ่มกิจกรรมบนเตียงที่ทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย… เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเป็นระลอก สองคนเดินย่ำเท้าเปลือยท่ามกลางหาดทรายสีขาวละเอียด บรรยากาศที่ควรจะโรแมนติก แต่ตอนนี้ฌานินกำลังบ่นคนรักชุดใหญ่“เพราะพี่คลื่นคนเดียวเลย” ดวงตากลมมองค้อนคนข้างกัน อยากจะหยิกแรง ๆ สักครั้ง เพราะเขามัวแต่ทำเรื่องอย่างว่ากับเธอไ
ระหว่างก้าวไปตามทางเดิน คลื่นสังเกตเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กเปลี่ยนไป เธอเงียบผิดปกติ ดวงตากลมก้มต่ำตลอดเวลา เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาชะลอฝีเท้าให้ช้าลง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างอดไม่ได้“เป็นอะไรครับ”“ทำไมพนักงานคนนั้นต้องมองแฟนฌาเหมือนอยากได้ด้วย”ใบหน้าสวยบึ้งตึงหันมามองคนตัวสูง กลางอกของฌานินยังร้อนผ่าวไม่หาย ทั้งที่พนักงานคนนั้นรู้ว่าเขามีเจ้าของ เห็นว่าเขามากับใคร แต่ใช้สายตาทอดสะพาน เหมือนพร้อมจะเสนอตัวเข้ามาเป็นส่วนเกินในความสัมพันธ์ของคนอื่น และนี่ไม่ใช่คนแรกที่มีผู้หญิงมองคลื่นแบบพร้อมเปลื้องผ้าให้ ที่ผ่านมามีมากมายจนนับไม่ถ้วน“ไม่ชอบเลย ฌาหงุดหงิด”“เวลาถูกหวง ใจพี่มันเต้นแรงตลอดเลยนะรู้ไหม”“ทั้งที่ฌาอารมณ์ไม่ดี ยังจะใจเต้นแรงอีกเหรอคะ”“พี่ผิดหรือไงที่เกิดมาหล่อ”ฌานินสะอึกกับคำตอบนั้น ราวกับคลื่นกำลังภูมิใจ ทั้งการถูกหวงและการที่เขาเกิดมาหน้าตาดี สวนทางกับอารมณ์ของเธอลิบลับ“ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ”“จำที่พี่เคยบอกได้ไหม” มือหนาสอดประสานจับมือเรียวไม่ให้เธอเดินหนี จากนั้นก็ค่อย ๆ กุมเอาไว้แบบหลวม ๆ“สายจูงอยู่ในมือหนูนะ”ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังเดินไปมา และสายตาของผู
หลังเลิกเรียน คลื่นมารับคนรักที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะพาแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อกินไอศกรีมตามสัญญาที่บอกไว้เมื่อวาน ทันทีที่มาถึง ร่างเล็กก็รีบจูงมือเขาเข้าไปในร้านโปรดวันนี้เธอดูสดใสเป็นพิเศษ ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มและแววตาเป็นประกาย เพราะไม่ได้มีโอกาสออกมาใช้เวลาด้วยกันแบบนี้นานพักใหญ่แล้วหลังสั่งเมนูกับพนักงานเรียบร้อย ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับเพื่อนตามประสาคนอารมณ์ดี ขณะสายตาคมของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แอบชำเลืองมองเป็นระยะ ด้วยความหวง กลัวจะมีใครมาจีบว่าที่ภรรยาของเขา“พี่คลื่นไม่เคยกินกับฌาเลย” นิ้วเรียวกดปิดจอมือถือแล้วหันมาทำหน้าบึ้งใส่คนข้างกัน เพราะเวลามากินไอศกรีมทีไร คลื่นไม่เคยกินกับเธอเลยสักครั้ง“แค่เห็นฌากินพี่ก็อิ่มแล้ว”“ออกจะเลี่ยนไปนิดนะคะ”“เลี่ยนแล้วรักไหม”“ถ้าไม่รัก ฌาไม่แต่งงานกับพี่คลื่นหรอก”แขนแกร่งสอดมาทางด้านหลังแล้วโอบเอวบางดึงร่างเล็กมาแนบชิดกับตัวเอง จากนั้นก็กดปลายจมูกแนบ ฝังจูบหนัก ๆ ลงบนพวงแก้มนุ่มจนเสียงหวานหลุดประท้วงออกมา“อื้อ!! พอแล้ว อายคนอื่นบ้างสิ”“ไม่เห็นจะมีใครสักคน”“อย่ากัดแก้ม อื้อ~” ฌานินร้องออกมาเมื่อเขี้ยวคมงับบนแก้มของเธอ เขามักจะก
เวลา 20:00 น.จากนัดเอาไว้ว่าจะเที่ยวรอบเมืองด้วยกัน แต่ตอนนี้ร่างเล็กและคลื่นกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะตรงข้ามกับคอนโด ในมือถือถุงลูกชิ้นแล้วสลับป้อนกันไปมา เพียงสบตาทั้งสองคนก็ปล่อยเสียงหัวเราะเบา ๆ“อารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคนสวย”“อื้อ ขอโทษที่ฌาหงุดหงิดใส่นะคะ”“ไม่เห็นต้องขอโทษ หนูผิดอะไร คนที่ผิดคือพี่”“แต่พี่คลื่นไถ่โทษให้ฌาแล้วนี่นา” ร่างเล็กยิ้มหวาน เผยแววตาซุกซน พอเธอพูดอย่างนั้นก็เข้าทางคนหื่นกาม คลื่นรีบส่ายหน้าสวนกลับทันควัน“ยังครับ ยังไถ่โทษไม่ครบทุกท่า”“ซื้อถุงยางเผื่อด้วยนะคะ”“หืม?”“ก็… ฌาเห็นว่ามันใกล้จะหมดแล้ว”“ฌานิน” ใบหน้าหล่อขยับมาใกล้ ๆ ดึงเอาไม้ลูกชิ้นออกจากมือเรียว แล้วกดริมฝีปากแตะเบา ๆ บนปลายจมูกเล็ก“รู้ตัวไหม ช่วงนี้หนูชอบให้พี่ทำสดมากกว่าใส่ถุงอีกนะ”เจ้าของใบหน้าหวานเขินอายไม่เป็นท่า พอคนตัวสูงเห็นพวงแก้มสีระเรื่อ เขาก็โน้มมาใกล้ ๆ กดปลายจมูกโด่งแนบหอมแก้มฟอดใหญ่ ไม่ทันได้ออดอ้อนมากกว่านั้นเสียงแชตก็ดังขึ้นมาขั้นกลาง คนถูกขัดจังหวะเผยแววตาหงุดหงิด พลางล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแชต: ธันวาธันวา: ชุดสำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งพร้อมแล้ว จะให้ทางร้านส่
อาทิตย์ต่อมาฌานินออกจากห้องไปหาซื้อของใช้จำเป็น ซึ่งไม่ได้ไปไหนไกล เพราะร้านขายของชำอยู่แถวห้องพัก ชีวิตของเธอคงจะวนเวียนอยู่แบบนี้กระทั่งเปิดเทอมระหว่างทางเดินอยู่เธอรู้สึกแปลกตลอดเวลา เหมือนมีใครบางคนคอยจับจ้องข้างหลัง เมื่อตัดสินใจหันไปมองก็เห็นชายร่างท้วมเดินตามมาไม่ห่าง ขาเรียวเร่งก้าวเร็วขึ
ผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ฌานินขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเร็ว ๆ และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มาที่นี่อีก เธอหันมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอนตัวไปมา พูดจาเลอะเลือนด้วยความเมามาย จนแทบไม่เหลือสติรับรู้อะไรแล้ว“ขวัญเรากลับกันเถอะ เมามากแล้วนะ”“อึก ฮ่า ๆ พี่อุ่นตลก”ขวัญใจหัวเราะคิกคัก ตอนนี้เธอกำลังเล่นเกมดี
คนตัวเล็กยังเอาแต่ปิดปากเงียบ ยิ่งได้ยินว่าอีกฝ่ายมองมาทางนี้ เหมือนเลือดในร่างกายสูบฉีดหัวใจที่เคยหยุดเต้น พลันเปลี่ยนเป็นจังหวะถี่รัวจนแทบจะหลุดออกจากอก มือที่กำแน่นเปียกชุ่มและสั่นเบา ๆ“หล่อจัง หล่อแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลยจริง ๆ ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมถึงได้ฉายาเสือ หน้าตาระดับนี้ ผู้หญิงคนไหนก็
… เวลาผ่านไปห้าเดือนภายในห้องเช่าเล็ก ๆ ของตึกที่แออัดไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย ฌานินเลือกที่นี่เพราะค่าเช่าถูก พอจะประทังชีวิตได้ เธอหนีออกจากบ้านมาอยู่ลำพัง หลังรู้ว่าพ่อคิดจะจับตัวเองไปขายให้เสี่ยเจ้าของบ่อน ทว่าลึก ๆ ในใจก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะสุขภาพของพ่อไม่แข็งแรงนักดวงตากลมทอดมองเพดานข







