เข้าสู่ระบบหกคนสวนเสเฮฮาในร้านอาหารกึ่งบาร์ที่หาได้และมีโต๊ะว่าง โทชิได้มีโอกาสนั่งข้างเอมิลี่โดยไม่มีปฐพีกั้น จิตใจของเขามีชีวิตชีวาและเผยตัวตนที่อยากแสดงต่อหน้าเธอมาตลอดทำให้หญิงสาวประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษและเอาใจใส่
ขณะเดียวกันปฐพีกำลังคุยหลายอย่างกับเอกภพและถูกทาบทามให้ไปทำโฆษณาให้ที่ไทย ชายหนุ่มไม่ได้รับปากแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียว เขาให้เหตุผลว่าต้องตามหาคนก่อนถ้ากลับถึงไทยจะติดต่ออีกครั้งว่าจะรับหรือไม่รับเพื่อเป็นการไม่เสียเวลากับทั้งสองฝ่ายซึ่งเขามีกำหนดกลับทันทีหลังรับใบประกาศนียบัตร เมื่อดื่มกินอิ่มหนำต่างแยกย้ายกลับที่พักมีเพียงโทชิกับเอมิลี่ที่ไปต่อกันลำพัง
สามเดือนให้หลังปฐพีก็ยืนอยู่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกับเพื่อนที่ตามมาเที่ยวยกทีมพวกเขาวางแผนมาผ่อนคลายเมืองไทยสามเดือน โดยสองคนจะไปภูเก็ต อีกสองคนจะไปเชียงใหม่แต่ทั้งหมดจะเที่ยวกรุงเทพก่อนปฐพีจึงจองโรงแรมให้ทุกคนที่เดิมคือที่ที่ตนเคยทำงานเมื่อเกือบแปดปีก่อน
แกรก!!
ร่างสูงโปร่งแต่งตัวทะมัดทะแมงด้วยเชิ้ตแขนยาวสีขาวแกะกระดุมด้านบนสองเม็ดสวมทับด้วยกางเกงยีนสีเข้มกับผมยาวที่รวบเป็นมวยหลวมๆ ไว้ด้านหลังดึงประตูออกแล้วก้าวเข้าด้านในอย่างคุ้นชิน
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายมาติดต่อเรื่องจองห้องจัดเลี้ยงหรือห้องประชุมคะ”
“ผมมาพบคุณยารินดาครับ” เสียงทุ้มของเขาทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังค้นเอกสารในตู้เหล็กหลังโต๊ะทำงานตรงที่คนที่เขามาขอพบเคยนั่งหยุดชะงักก่อนหันกลับมามองแล้วร่างกายก็แข็งนิ่งอยู่ชั่วขณะเหมือนเวลาถูกหยุดไว้โดยไม่รู้ตัวก่อนทุกอย่างจะกลับสู่ปกติในขณะที่คนอื่นๆ ต่างสนใจและพุ่งสายตามายังเธอ
“เอ่อ!?” เธอมองเขาด้วยแววตาสงสัยรู้สึกคุ้นแต่ไม่แน่ใจ เขาดูเปลี่ยนไปมาก ไม่ใช่ว่าหน้าตาเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้แต่เป็นท่าทางการวางตัวเสื้อผ้าและผมที่น่าจะยาวเฟื้อยก่อนที่เขาจะยกมือไหว้จนอีกคนรีบรับไหว้แทบไม่ทัน
“สวัสดีครับพี่ริสา ผมดินเองนะครับจำได้ไหม”
“อ่ะ อ้อ น้องดินเองเหรอพี่ก็ว่าอยู่ทำไมคุ้นหน้า”
ปฐพีส่งยิ้มบางให้ริสาในขณะที่เธอดึงเก้าอี้ก่อนเข้าไปนั่ง เมื่อคนอื่นเห็นว่าริสารู้จักกับชายแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาก็กลับไปสนใจงานตัวเองต่อ
“เชิญนั่งสิน้องดิน”
“ขอบคุณครับ”
“เป็นอย่างไรบ้างสบายดีหรือเปล่าหายหน้าหายตาไปเลยตั้งหลายปี การเรียนเป็นยังไงบ้าง”
“ผมเรียนจบแล้วครับ แล้วพี่ริสาล่ะเป็นยังไงบ้างครับ
“พี่ก็เรื่อยๆ แต่โดยรวมก็โอเค ว่าแต่ดินมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เพิ่งมาถึงครับ ผมตั้งใจพาเพื่อนมาเช็กอินที่นี่ส่งถึงแล้วค่อยจะแยกย้ายกันไปครับ”
“หืม เพื่อนหรือคนรู้ใจเอ่ย” ริสาเอียงหน้าหรี่ตามองอมยิ้มเธอรู้ว่าการพูดแบบนั้นกับคนไม่สนิทมันเสียมารยาทมากแต่ก็ตัดสินใจทำ ส่วนปฐพีได้แต่หัวเราะกลั้วในลำคอพลางตอบคำถามให้เธอหายสงสัย
“เพื่อนครับ ทีมที่เคยเรียนด้วยกันสร้างงานด้วยกัน ตอนนี้เราเรียนจบกันแล้วพวกเขาเลยอยากมาผ่อนคลายที่ประเทศไทยแต่อยากเที่ยวชมกรุงเทพก่อนถึงจะแยกย้ายกันไปครับส่วนผมพอส่งเพื่อนแล้วก็จะกลับบ้าน” ริสาพยักหน้า
“แล้วน้องดินมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” คราวนี้ริสาเข้าเรื่อง เธอจำได้ดีว่าครั้งก่อนดินกลับมาไทยและได้แวะมาที่นี่จึงถามเข้าประเด็นเลย
“มีครับ” ปฐพีจ้องตาเธอและริสาก็มองเขาเฝ้ารอฟังสิ่งที่เขาต้องการ
“ผมอยากรู้ว่าคุณยารินดาไปไหน เธอไม่อยู่ที่นี่แล้วเหรอครับ ทำไมโต๊ะทำงานเธอพี่ริสาถึงได้นั่งแทน ต้องขอโทษจากใจที่พูดออกไปแบบนี้นะครับ แต่ผมไม่เห็นเธอเลย เธอย้ายแผนกเหรอครับ”
“คุณยารินดาเหรอ” ริสาเอียงคอมองปฐพีด้วยสีหน้าราบเรียบ ขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าสายตาจับจ้องที่เธอดูแน่วแน่และจริงจังคาดคั้นผ่านสายตา
ริสาครุ่นคิดว่าจริงๆ แล้วปฐพีต้องการอะไร เพราะเท่าที่รู้เขากับยารินดาขาดการติดต่อสื่อสารและริสามักแอบเห็นความเศร้าของเธอตลอดระยะเวลาที่ร่วมงาน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้ากลับมาและเรียกยารินดาต่างออกไป เมื่อก่อนตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นปฐพีจะเรียกน้ายุ้ยเสมอ
“ทำไมไม่เรียกน้ายุ้ยเหมือนเดิมล่ะ” ริสาถามทำให้คนรอบข้างที่นั่งอยู่ทำงานหูผึ่ง
“เพราะตอนนั้นเธอขอให้ผมเรียกต่อหน้าทุกคนแบบนั้น”
นั่นเป็นเหตุผลของเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ชายหนุ่มไม่อยากเรียกแบบนั้นแล้ว เพราะสำหรับเขามันช่างฟังดูเหินห่างทำให้เห็นช่องว่างระหว่างอายุมากถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอแก่กว่าตนถึงสิบปีแต่เขาอยากเรียกเธอเหมือนคู่รักทั่วไปที่อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ
“ดินโกรธพี่ที่มานั่งแทนที่เธอเหรอ” ริสาถามอีกครั้งเมื่อเห็นเขาหน้าตึงและเพื่อนร่วมห้องทำงานต่างเริ่มสลับกันเหลือบมอง
“เปล่าครับไม่ใช่แบบนั้น”
“แล้วทำไมมองพี่อย่างนั้นล่ะ”
“พี่ริสาอย่าเข้าใจเจตนาผมผิดนะครับ ผมแค่อยากรู้ว่าคุณยารินดาเธอหายไปไหน ตั้งแต่ผมกลับอเมริกาครั้งนั้นผมก็ติดต่อเธอไม่ได้อีกเลย โทรติดก็ไม่เคยรับสาย เธอเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า หรือเธอย้ายแผนก พี่ช่วยบอกผมได้ไหมครับผมจะไปหาเธอ”
สมองของริสาเริ่มประมวลผลใหม่เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอรู้เพียงว่าการหายไปของเขาทำให้ยารินดาซึมเหม่อลอยจับโทรศัพท์มองมันอย่างลังเลแล้ววางลงสูดหายใจเข้าลึกและแอบถอนออก บางครั้งริสาก็เห็นเพื่อนรุ่นพี่หรือเจ้านายเก่าแอบซับน้ำตา นั่นเป็นภาพในความทรงจำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อยู่หลายเดือน ทุกๆ วันดูเหมือนว่ายารินดาจะเครียดกินเยอะขึ้นจนรูปร่างที่ดีทรวดทรงองเอวที่เคยชัดมันแปลกและเปลี่ยนไป ก่อนริสาจะถามย้ำในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“ดินโทรหาเธอเหรอ”
“ครับ แต่ว่าสามปีกว่าเลยที่เธอไม่รับสายผม”
“เธอไม่รับสายเลยเหรอ” เขาพยักหน้าแววตาที่จริงจังและกระตือรือร้นเปลี่ยนเป็นเศร้าก่อนจะหลบสายตาลงกลืนน้ำลาย
“ถ้าพี่มีเบอร์ใหม่เธอช่วยเมตตาให้ผมด้วยครับ” ริสาได้ยินก็แอบถอนหายใจนึกสงสัยว่าเรื่องสองคนนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่
“เรื่องเบอร์พี่ไม่รู้ แต่เธอไม่ได้ย้ายแผนก”
“จริงเหรอครับเธอยังอยู่ห้องนี้เหรอ แล้วเธอไปไหนล่ะครับ เธอไปพบลูกค้าใช่ไหม พี่ช่วยบอกผมได้หรือเปล่าว่าเธออยู่ห้องประชุมหรือห้องจัดเลี้ยงชั้นไหนผมจะรีบไปหาเธอ”
“เธอลาออก”
“หา”
“เหนื่อยจังเลยค่ะ คู่แฝดจะหลับหรือยังนะ” ยารินดาบ่นอู้อี้แต่ยังห่วงลูกขณะที่สามีมองตามก่อนปิดล็อกประตู“พี่จันทร์น่าจะพาเข้านอนแล้วล่ะครับ” ปฐพีกล่าวพลางเดินเข้าสวมกอดภรรยาจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังถอดต่างหูและเครื่องประดับแวววาวชิ้นอื่นออก“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“เหนื่อยแต่อยาก” เขากล่าวเสียงแผ่วริมฝีปากสัมผัสต้นคอภรรยามือใหญ่เคลื่อนขึ้นนวดทรวงอกทำให้เธอเผลอครางเบาๆ“ช่วยรูดซิปให้ได้ไหมคะ”“ไม่บอกผมก็ทำอยู่แล้วล่ะ” สิ้นเสียงเอื้อนเอ่ยอันแหบพร่าเสียงซิปลากยาวก็ดังขึ้น ก่อนจะเบียดร่างบางในชุดแต่งงานที่เริ่มไหลหลุดเข้าหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“อา” ลมหายใจร้อนผ่าวตามด้วยริมฝีปากอุ่นที่กดดูดแผ่นหลังเนียนจนเสียงที่กลั้นไว้ลอดออกมาหลายครั้งฝ่ามือใหญ่เคล้าคลึงสองเต้านุ่มนิ่มด้านหน้า เธอแอ่นบั้นท้ายเบียดเขาที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังสัมผัสได้ว่า สิ่งที่หลับอยู่ใต้กางเกงนั้นบัดนี้ตื่นตัวตึงแล้วก่อนเสียงซิปสั้นจะดังขึ้น“อะ อา” แม้จะคุ้นชินแต่ก็อดกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ได้เมื่อถูกกระแทกดันเข้าอย่างกะทันหัน ดวงตาคมของเขาตอนนี้มองภาพเธอสะท้อนเผยอปากครวญครางอยู่หน้ากระจกอย่างล่องลอย ทรวงอกอิ่มฟูกระเพื่อมไหวตามแรงขย
สองกายเดินจูงมือเคียงกันเข้าห้องหมอเอกภาพเมื่อถึงกำหนดเวลานัดโดยที่ลูกทั้งสองอยู่ที่โรงเรียน ปฐพีห้ามลูกสาวขึ้นเครื่องเล่นสูงและอย่าวิ่งเร็วก่อนจากมา“คุณพ่อคุณแม่ของน้องธราณินใช่ไหมครับ” หมอถาม“ใช่ค่ะ/ครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันหมอหนุ่มก็ถามชื่อนามสกุลของทั้งสองตามระเบียบก่อนจะเริ่มชี้แจง“ยินดีด้วยนะครับ เลือดของคุณพ่อตรงกับลูกถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แบบนี้ความเสี่ยงน้อยโอกาสหายสูงแต่ถ้าได้ของน้องชายจะยิ่งดี เสียดายที่เด็กยังอายุไม่ถึง คนไข้คงรอนานไม่ได้”“ยังไงคะ”“ก็เลือดของน้องชายตรงกับพี่สาวเกือบร้อยครับแต่อายุยังไม่ถึงขั้นต่ำที่เรารับคือสิบห้าปีเลย ดังนั้นหมอเลือกใช้ไขกระดูกของคุณพ่อแทน หมอจะนัดวันเข้าเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากคุณพ่อไว้ก่อนนะครับ ระหว่างนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไรพยาบาลจะแนะนำอีกครั้ง แล้วก็จะนัดวันพาน้องมาเข้าเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเซลล์ไม่ดีออกก่อน”“ต้องเข้าเคมีด้วยเหรอคะ”“ครับ”“กี่ครั้งคะคุณหมอ”“ถ้าโชคดีก็ครั้งเดียวครับ เมื่อประเมินแล้วทุกอย่างพร้อมเราจะรีบทำการรักษาให้เร็วที่สุด” ยารินดาและปฐพีได้แต่พยักหน้ารับทราบทั้งที่ใจก็ห่วงลูก แต่ถ้าไม่รักษาก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดี
ปฐพีรู้สึกว่าเสียงกริ่งหน้าประตูด้านนอกนั้นรบกวนและขัดจังหวะอันสมควรแก่เวลาของตนเหลือเกิน ชายหนุ่มมองออกไปยังทิศที่มาของเสียงแม้ผนังบ้านจะกั้นไว้และไม่รู้ว่าใครกด ใจก็ไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาเช่นนี้“จันทร์ไปดูสิ ว่าใครมามืดค่ำป่านนี้”“ค่ะคุณดาว” สาวใช้วิ่งออกไปนอกบ้านถึงหน้าประตูแล้วไม่นานนักก็กลับเข้ามาพร้อมผู้หญิงสองคน“น้าดาวสวัสดีค่ะ” เก๋ยกมือไหว้ส่วนพิมพ์นั้นเริ่มตีหน้าเศร้าขณะที่จอห์นกับเดปป์มองหน้ากันคนหนึ่งเอนตัวพิงเก้าอี้กอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ อีกคนลูบหนวดเคราที่หนาเฟิ้มเพราะยังไม่ได้โกนมองไปยังพิมพ์และเก๋จอห์นที่กอดอกอยู่ลุกนั่งหลังตรงเมื่อจำเก๋ได้เพราะเขาเดินชนเธอที่ห้างจนหญิงสาวเซถอยเกือบหงายหลัง ยังดีที่คว้าไว้ได้แต่ก็ถูกแฟนหนุ่มของเธอรีบมาดึงเก๋ออกจนหญิงสาวเสียหลักและเกือบมีเรื่องเมื่อแฟนหนุ่มของหญิงสาวผลักอกเขาออกให้ห่าง เดปป์ที่ยังไม่ได้โกนหนวดหนาโมโหแทนถลาเข้าไปผลักอกชายคนนั้นจนโทชิและจอห์นรีบดึงห้ามไว้ ส่วนเก๋ก็ได้แต่ดึงแฟนเธอออกจอห์นคิดว่าเก๋คงจำตัวเองไม่ได้จึงนั่งนิ่งเฝ้ามองร่างบางที่แต่งหน้าอย่างเป็นธรรมชาติดูดีตรงตามอุดมคติของตน“น้าดาวช่วยพิมพ์ด้วยค่ะ ฮึกๆ พิ
สิบโมงเช้าของวันใหม่หมอหนุ่มเดินเข้าห้องคนไข้พร้อมกับแฟ้มในมือ“เด็กหญิงธราณิน พรรณวดีใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ” เด็กน้อยตอบขณะที่แม่นั่งอยู่ข้างเตียง ปฐพีนั่งอยู่โซฟากับลูกชาย“หมอขอตรวจหน่อยนะเด็กดี ไหนดูสิ” ชายร่างสูงในชุดเรียบง่ายตรวจร่างเล็กที่นอนนิ่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนยกสายหูฟังแพทย์คล้องคอไว้แล้วยกแฟ้มมาเปิดอ่านอีกครั้ง“น้องเป็นคนไข้ของหมอเอกภาพเหรอครับ” หมอหนุ่มถามออกมาลอยๆ“ใช่ค่ะ”“อืม อาการวันนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้วนะครับ หมอจะให้กลับบ้านเลยโชคดีที่ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนฉับพลัน คุณแม่กับคุณพ่ออย่าลืมไปพบคุณหมอเอกภาพที่ห้องตรวจนะครับ หมอจัดการเรื่องขยับคิวให้แล้ว ถ้ามีอะไรหนักเราจะได้รักษาทัน”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ ดีจังเลยค่ะจะได้ไม่ต้องรอ”“แล้วก็ช่วงนี้หนูอย่าปีนเครื่องเล่นสูงนะคะ เดี๋ยววูบตกอีก” หมอหนุ่มหันมาบอกเด็กหญิงที่นอนมองหน้าเขาอยู่“ค่ะ” เธอตอบอย่างราบเรียบ หมอพลิกแขนขึ้นดูนาฬิกาก่อนเอ่ย“สิบโมงครึ่งไปเจอคุณหมอเอกภาพนะครับ”“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับคุณหมอ” ปฐพีลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเขาด้วย แม้แต่เจ้าหินน้อยยังลุกขึ้นไหว้โดยไม่ต้องบอก เมื่อหมอออกไปสองสามีภรรยาจึงช่วยกันเก็บของรอพยา
เพื่อนของปฐพีต่างตกตะลึง โทชิหันมองหน้ากันกับเอมิลี่แล้วหันมองปฐพีด้วยความเป็นห่วงก่อนเดปป์จะพูดขึ้นเพื่อไม่ให้ทุกคนเศร้า“ไม่เอาน่าเพื่อน สมัยนี้แล้วโรคแค่นั้นมันรักษาหายได้น่า” จอห์นพยักหน้าเห็นด้วยหินเอาแต่แหงนมองหน้าผู้ใหญ่ไปมาก่อนเดินไปจับมือแม่และพ่อทั้งสองก้มมองลูกชาย“งั้นเดี๋ยวผมไปจองห้องนะแล้วผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนลูกนะ ผมจะหาของและอาหารมาให้”“ขอบคุณค่ะ”“หินอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ได้ไหมลูก” ปฐพีถามลูกชาย“ครับ” ชายหนุ่มลูบหัวลูกก่อนเดินไปขอห้องพิเศษและช่างโชคดีมีห้องว่าง เขาเดินมาบอกยารินดาแล้วจะต้องพาเพื่อนกลับไปส่งที่บ้าน ปฐพีต้องขับรถไปกลับหลายกิโลเมตรและตั้งแต่มาถึงกรุงเทพฯ ยังไม่มีใครได้พักโทชิจึงเสนอระหว่างเดินขึ้นรถ“เพื่อนฉันว่านายไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอกเดี๋ยวคุณรินดากับลูกจะรอนาน นายพาเราไปห้างหาซื้อเสื้อผ้าหรืออาหารที่นั่น เอาโทรศัพท์ฉันไปใช้ก่อนไว้ลูกนายออกจากโรงพยาบาลค่อยไปหาเลือกซื้อเครื่องใหม่แล้วค่อยส่งซ่อมเครื่องด้วย”“อ่าวแล้วนายจะใช้อะไร”“ฉันจะใช้กับเอมิลี่นี่แหละเราจะได้ติดต่อนายได้ แม่นายจะได้โทรหานายผ่านเบอร์ฉันตกลงไหม” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้
“เพื่อน นายจะไม่พักเหรอเราเพิ่งมาถึงเองนะ” จอห์นถามเมื่อเห็นปฐพีวางกระเป๋าเก็บอุปกรณ์แล้วจะออกจากบ้านเลย“ไม่อ่ะ ฉันจะรีบไปรับลูกนี่ก็บ่ายสองครึ่งแล้วเผื่อรถติด”“ฉันไปด้วยได้ไหม ฉันคิดถึงลูกๆ นายว่ะ” เดปป์ถาม แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ก็สำทับไปในทิศทางเดียวกัน ปฐพีมองเพื่อนทุกคนก่อนเอ่ย“ก็ได้แต่พวกนายอาจได้นั่งแท็กซี่กลับนะ พวกนายคงเห็นว่าตอนนี้ข้างนอกรถตู้ไม่อยู่คุณแม่กับพี่จันทร์น่าจะออกไปข้างนอก”“ไม่มีปัญหา” โทชิกล่าว เอมิลี่ เดปป์ และจอห์นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน“ตกลง งั้นไปกัน” ปฐพีกวักมือแบบอนุญาต“นี่คุณอย่าลืมเอาโทรศัพท์ไปเข้าศูนย์ซ่อมล่ะ” เอมิลี่เตือน“จริงสิ” ปฐพีเดินกลับไปค้นเอามือถือใส่ลงในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากบ้านพร้อมทุกคนเมื่อถึงที่หมายปฐพีเดินไปยืนแอบดูลูกอยู่มุมที่เด็กมองไม่เห็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จะออกมาเล่นที่สนามกวาดสายตาอยู่สักพักก็เห็นหินนั่งซึมมองไปด้านหน้าอยู่ ร่างสูงมองตามสายตาลูกชายก็เจอลูกสาวกำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่กับเพื่อน“ทำไมลูกชายนายดูซึมขนาดนั้นล่ะพวก” จอห์นถามหลังเดินมาสมทบพร้อมกับคนอื่นๆ“ไม่รู้เหมือนกัน เขาอาจจะรู้ว่าพี่สาวป่วย หรือกำลังเสียใจ
“ขับรถดีๆ นะครับ” ปฐพีกล่าวหลังยื่นกระเป๋าถือให้ยารินดาพร้อมโน้มเข้าหอมแก้มขวา เธอยิ้มอ่อนมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป“ฝากดูลูกด้วยนะคะ ฉันเสร็จงานแล้วจะรีบกลับมา”“ครับผม”“ถ้าติดขัดอะไรโทรถามฉันได้นะ” ปฐพีพยักหน้าแต่ยารินดาดูลังเลหันมองรถแล้วหันมองเขาอีกครั้ง“ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลลูกเอง คุณไปเถ
หลังมื้อค่ำยารินดาปล่อยให้ปฐพีล้างจานเพราะเขาเสนอตัวช่วยทำโดยมีหินอาสาเป็นผู้ช่วย เธอเป็นคนเก็บของเข้าตู้ ทรายเองก็เหมือนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะหยิบจับของยื่นให้แม่เก็บ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวพาลูกน้อยไปล้างหน้าแปรงฟันทาแป้งก่อนเข้านอน ขณะที่ปฐพีแยกตัวออกไปนั่งคอลวิดีโอกับเพื่อนเรื่องสถานที่ท
อีกไม่กี่วันแล้วที่ปฐพีต้องออกเดินทางสำรวจพื้นที่เพื่อถ่ายทำซีรี่ส์กับเพื่อน ปฐพีจึงรีบไปหาลูกเพื่อรอรับกลับแต่ก่อนกลับ กะว่าจะพาไปกินไอศกรีมสักหน่อยระหว่างนั่งรอเด็กๆ ในรถภาพที่ตนคุยกับแม่ก่อนออกมาก็ฉายขึ้นในหัว‘ดิน เมื่อวานแม่เจอยุ้ย อยู่แถวสุขุมวิท’ แค่ได้ยินแม่พูดแบบนั้นดวงตาของปฐพีก็เบิกโพลง
“คุณพ่อขา”“คุณพ่อ”เสียงเจื้อยแจ้วของคู่แฝดดังขึ้นเมื่อเห็นปฐพีเดินมาแต่ไกลในขณะที่ยารินดากำลังลงรถตาม ทันใดนั้นสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เริ่มก่อตัวขึ้น พิมพ์รีบแทรกตัวเบียดยารินดาลงมาไม่พอยังผลักจนเซไปชนขอบประตูรถ“ว้าย!!” ยารินดาเจ็บ ปฐพีเห็นทุกอย่าง อารยาก็เห็น“คุณปฐพีขา” พิมพ์เรียกเขาวิ่งมาโดยไ







