LOGINทัพของเฟยหมิงหันหลังให้กับหน้าผาสูงชันซึ่งทอดตัวต่อมาจากหุบเขาสองด้าน เว้นที่ไว้ไม่บรรจบกัน ทำให้เกิดเป็นช่องแคบเหมาะแก่การถอยร่นทัพหากเสียเปรียบกองกำลังสองกองในอาภรณ์สีเข้มและชุดเกราะสีดำด้าน ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิดเพื่อรอจังหวะซ้ำเติมเหล่าศัตรูหลังจากถูกล่อหลอกให้ติดตามเข้ามายังทางรกครึ้มลาดชัน กองธนูสองกองซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้บนผา พร้อมยิงเมื่อได้รับคำสั่ง เฟยหมิงแอบติดตามดูแลสตรีน้อยในดวงใจและอาศัยอยู่ในป่าใหญ่มาเนิ่นนาน การศึกของเขาจึงใช้ภูเขาแลหน้าผาทั้งป่าใหญ่รกทึบหนาแน่นให้เป็นประโยชน์ และเพียงไม่นานสงครามตรงหน้าพลันบังเกิดเสียงเกือกม้าหลายคู่ดังกึกก้องผสมผสานเสียงทวนกระบี่หอกคมดาบเข้าฟาดฟันห้ำหั่นกระหน่ำดั่งห่าฝน เฟยหมิงตวัดหอกสีดำนิลในมือได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวเข้าใส่สีข้างฝ่ายศัตรูที่กำลังเงื้อดาบพร้อมโจมตีแม้อยู่ในระยะไกลจากอาชาศึกของเขาเกือบจั้ง แรงกระแทกของเหล็กกล้ากับเกราะของฝ่ายตรงข้ามทำให้เกราะมีรอยแตกและคนใส่จุกจนพูดไม่ออก ชายคนนั้นทรุดลงคุกเข่ากับพื้น อ้าปากพะงาบเพื่อสูดเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด แต่ดวงตานั้นยังจับจ้องอยู่ที่เฟยหมิง มองเหมือนกับเขาคือเทพแห่งค
และเพียงไม่นานชนเผ่าเหล่านั้นก็ลุกขึ้นมาเหิมเกริมพวกมันนำปัญหามาสู่แว่นแคว้นรอบนอกเป็นวงกว้างทั้งยังรวมตัวกับหลายชนเผ่าจนกลายเป็นกลุ่มกำลังขนาดใหญ่เฟยหมิงเพียงนั่งรอชมอย่างใจเย็นอยู่ภายในวังส่วนตัวของเขาจนกระทั่งเหตุการณ์เริ่มบานปลาย เขาจึงเดินทางเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อเสนอตัวจัดการกับชนเผ่าทั้งหลายให้ยุติการนำปัญหาคล้ายไฟลามลุกไหม้ตามแนวชายแดนเพื่อแลกกับคำขอเพียงหนึ่งข้อจากเสด็จพ่อของเขาการประชุมยังท้องพระโรงที่ตึงเครียดพลันบางเบาเมื่อเฟยหมิงที่เปรียบเสมือนเสือซ่อนเล็บดาบซ่อนคมได้เดินทางมาเสนอตัวเพื่อออกศึกที่กำลังคุกรุ่นได้อย่างตรงจังหวะในเวลานี้อย่างพอดิบพอดีบนหอบังคับการภายในค่ายทหารชายแดนของแคว้นเว่ยเฟยหมิงในอาภรณ์นักรบสวมชุดเกราะสีเงินยวงแวววาวเพียงยืนกอดอกมองออกไปยังทิศทางที่กำลังมีเปลวไฟลุกโชนด้วยการทำสงครามกับชนเผ่าที่หมายมาดกับชายแดนแคว้นเว่ย“ทูลองค์ชาย”เสียงของชิงไฉเอ่ยเรียกขานเฟยหมิงจากทางด้านหลังทำเอาสายตาคู่คมต้องหันไปมองต้นเสียงนั้นก่อนถามเสียงเรียบ“นางกำลังทำสิ่งใด”“แม่นางน้อยยังไม่มีท่าทีอันใดพะย่ะค่ะ นางเพียงแอบออกจากวังไปนั่งร่ำสุรากับหลุมศพมารดาและแวะเวียนไป
ตรงมุมมืดระหว่างทางเดินของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ที่เพียงเกิดเหตุการณ์ร้อนระอุดุเดือดเลือดพล่านไปเมื่อครู่ทำเอาเถ้าแก่เนี๊ยเจ้าของโรงเตี๊ยมนามว่าลี่ซูถึงกับหูผึ่งและรับรู้เรื่องราวทั้งหลายได้อย่างง่ายดาย สตรีน้อยนางนั้นมองอย่างไรก็ช่างไร้เดียงสา หากแต่นางมีความแค้นฝังใจยิ่งใหญ่เนิ่นนานอา...เรื่องนี้น่าสนใจเพื่อเห็นแก่สตรีด้วยกัน คนงามอย่างข้าจะนิ่งดูดายได้อย่างไรลี่ซูคิดได้อย่างนั้นพลางเดินตามหาม่านนีอย่างอารมณ์ดีนิสัยชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านอย่างนี้นางชมชอบยิ่งนักกับสตรีน้อยนางนั้น นางเองก็ถูกชะตาอยู่ไม่น้อย ขอยุ่งเสียหน่อยเป็นไรภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมแห่งเดิมม่านนีเดินปรี่เข้าห้องแห่งนี้มาเพื่อหมายจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์กลับคืนสภาพของนางกำนัลก่อนจะแอบกลับเข้าวังไปในขณะที่หญิงสาวกำลังเปลี่ยนผ้าอยู่หลังฉากกั้นนั้น เสียงทุ้มต่ำของเฟยหมิงพลันดังฉายชัดเข้ามาในห้วงแห่งความคิด‘เจ้ายังอ่อนหัด ม่านนี เจ้ายังอ่อนต่อโลกภายนอกยิ่งนัก’ประโยคนั้นยังคงดังก้องอย่างเด่นชัดในจิตใต้สำนึกของม่านนีหญิงสาวรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่านางช่างอ่อนหัดและอ่อนต่อโลกภายนอกแห่งนี้ยิ่งนัก หากนางจะยืนหยัดตามส
เขามักจะจูโจมโถมใบหน้าและริมฝีปากของเขาใส่นางอยู่เสมอ ไม่มีเกรงใจและนางเองก็มักจะพลั้งเผลอให้กับเขาง่ายดายแต่ทว่า...ครั้งนี้นางจะไม่ยอมอีกต่อไปนางไม่ยอมหญิงสาวคิดอย่างนั้นพร้อมยกเข่ากระแทกหน้าท้องของบุรุษหิวกระหายอย่างแรงอึก!และอีกครั้งที่เฟยหมิงต้องจุกตรงท้องน้อยจนพูดอะไรไม่ออก ตามด้วยเล็บคมๆ ขีดข่วนเหมือนดั่งเช่นเคยที่โดนกระทำมาม่านนีสร้างรอยแผลรอยข่วนให้บุรุษน่าตายที่สุดในชีวิตจนสาแก่ใจจึงยกฝ่ามือขึ้นขยี้ริมฝีปากของตนเองแรงๆ อย่างนึกรังเกียจเฟยหมิงยังคงจุกไม่หาย อาการปวดหนึบปางตายทำเอาใบหน้าหล่อเหลาเขียวครึ้ม นางทะลวงจุดยุทธศาสตร์ของเขาแบบนี้ แล้วอย่างนี้เขายังจะมีบุตรได้หรือไม่ เขาเริ่มกังวล“องค์ชาย” เสียงของชิงเซียนพลันแหวกอากาศฝ่าความมืดมิดมาแต่ไกลเสียงนั้นทำม่านนีถึงกับชะงักงัน ความโกรธเคืองพวยพุ่งเพิ่มขึ้นมาทวีคูณ “ข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียดพี่น้องท่าน ข้าจะฆ่าให้หมด ข้าจะฆ่าทุกคน ท่านอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก ข้าเกลียดท่าน ท่านมันน่ารังเกียจ ท่านจงกลับแคว้นของท่านแล้วไปแต่งงานเสีย บุรุษน่ารังเกียจอย่างท่านเหมาะยิ่งกับสตรีน่ารังเกียจนั่น”ม่านนีกระแทกเสียงคำรามพร้อมๆ กั
เฟยหมิงเริ่มหาเส้นเสียงแล้วเอ่ยเรียกนางเพียงเบาๆ“ม่านนี...” เขาเอ่ยได้แค่นั้น“ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าท่านไม่น่าไว้ใจ”“เจ้าไม่ควรไวใจข้า”“ข้าเกลียดท่าน” ม่านนีเอ่ยประโยคบาดใจอย่างต่อเนื่อง“เจ้าควรเกลียดข้า” เสียงทุ้มต่ำยังคงเอ่ยได้แค่นั้น“แน่นอน ข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียดทุกคน ข้าเกลียดคนที่ทำให้ชีวิตของข้าต้องเป็นอย่างนี้ ข้าเกลียด”“ไม่มีใครเลือกเกิดได้ ม่านนี” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างนั้นเพราะว่าเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน“แต่เลือกกระทำได้ พวกเขาเลือกกระทำได้ ข้าก็เช่นกัน”“เจ้าไม่ทำได้หรือไม่” เขารู้ดีว่านางต้องการจะทำสิ่งใด“ไม่มีทาง” นางตะคอกกลับแค่นั้นเฟยหมิงถึงกับนิ่งเงียบไป“บิดาของข้า พี่สาวของท่าน รวมถึงท่าน รวมหัวกัน ทุกคนรวมหัวกัน พวกท่านรวมหัวกันกระทำการหยาบช้าตั้งแต่ข้ายังไม่เกิด พวกท่านมันไม่ใช่คน”“ม่านนี!”“ท่านหลอกลวงข้า”“ข้ามิได้หลอกลวงเจ้า”“ทั้งๆ ที่ท่านรู้ว่าข้าเป็นใคร และต้องการทำสิ่งใด ท่านยังเลือกที่จะเข้าหาข้า เห็นได้ชัดว่าท่านต้องการสิ่งใด หากท่านหลอกลวงข้าสำเร็จ ท่านก็คงหยามเกียรติของข้าตามด้วยทำให้ข้าตายทั้งเป็น”“สิ่งที่ข้ากระทำต่อเจ้าคือความจริง ข้าชอบเจ้า
“เจ้าทำจริงหรือ?” ชิงไฉยังคงคาดคั้น“จริงขอรับ!” เสี่ยวเอ้อร์ยังคงยืนยัน และภาพความวุ่นวายอย่างนั้นก็หาได้รอดพ้นสายตาของใครบางคนในน้ำได้ไม่ใครบางคนนั้นเพียงดำดิ่งลึกลงไปพร้อมรอยยิ้มที่ยกตรงมุมปากบางเบา ก่อนจะหมุนตัวดำน้ำไปอีกฝั่งหนึ่งของสระบัวเพียงครู่นางจึงค่อยๆ ขึ้นจากสระบัวอย่างเงียบเชียบไร้ระลอกคลื่นจากผืนน้ำเฟยหมิงที่ยังคงจ้องมองไปทางชิงเซียนอย่างคาดโทษรับรู้ได้ถึงสายตาเรียวสวยที่บัดนี้คมเฉี่ยวคล้ายเหยี่ยวอยู่ตรงมุมมืดอีกฝั่งหนึ่งของสระบัว เขาจึงเบนสายตาไปมองทางนั้นในทันทีและสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือม่านนียืนมองมาทางเขาด้วยสายตาพร้อมฟาดฟันผิดกันจากชั่วยามก่อนหน้าอย่างชัดเจนสระบัวนี้มิได้กว้างขวางจนเกินไป อีกทั้งเขายังมองนางอยู่ไกลๆ มาแต่ไหนแต่ไร ไหนเลยจะไม่สามารถมองเห็นนางได้ในยามนี้สายตาของม่านนีที่เปลี่ยนไป เฟยหมิงรับรู้ได้ในทันทีทุกอย่างเปลี่ยนไปสายตาที่เหม่อมองเขาก่อนหน้านี้ไม่มีอีกแล้ว...“เจ้าคุยสิ่งใดกับนาง” เฟยหมิงถึงกับต้องหาเส้นเสียงของตนก่อนเอ่ยถามเสียงเย็นเยียบมากกว่าเดิมมาทางชิงเซียน เขาถึงกับดึงดาบจากฝักตรงเอวของชิงไฉออกมาจนคมดาบสะท้อนแสงจันทร์วิบวาบพาดลงบนช่







