Beranda / รักโบราณ / ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน / บทที่ 3 จัดการเรื่องราวทั้งหมด

Share

บทที่ 3 จัดการเรื่องราวทั้งหมด

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-02 21:53:14

(ยังไม่ได้แก้คำผิด)

หลังจากที่ชิงอี้ได้รับรู้แล้วว่ามีผู้ใดบ้างที่คิดทรยศร่วมมือกันกับกองทัพศัตรูนางก็ได้จดบันทึกชื่อของคนเหล่านั้นไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

"ข้าบอกเจ้าไปแล้วทีนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้แล้ว "

"ได้เจ้ามีสิ่งใดจะสั่งเสียหรือไม่ "

"ไม่มีเจ้ารีบลงมือเถอะข้าอยากไปอยู่กับชิง  เอ๋อของข้าจะแย่แล้ว" จักรพรรดิอู๋ตี้ได้เอ่ยออกมา

"ได้สิข้าจะทำความปรารถนาของเจ้าให้เป็นจริง" เมื่อกล่าวจบรอบตัวของนางนั้นก็มีแมงมุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา 5 ตัวแล้วปล่อยใยรัดที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง รัดแขนทั้งสองข้าง แล้วก็รัดคอของอีกฝ่ายเอาไว้

"เจ้าจะทำอะไร!!! "จักรพรรดิอู๋ตี้ได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หวาดระแวง

"ข้าสัญญาว่าจะฟังเจ้าไว้ที่สุสานเดียวกับบิดาของข้าแต่ไม่ได้บอกว่าจะฝังเต็มร่าง" เมื่อกล่าวจบนางก็ได้ออกคำสั่งให้แมงมุมยักษ์ทั้ง 5 ดึงส่วนที่ใหญ่มัดอยู่ทันที

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

จักรพรรดิอู๋ตี้กรีดร้องออกมาเมื่อแขนของตนนั้นค่อยๆตึงออกไปเรื่อยๆแล้วฉีกกระชากออกจากร่างอย่างแรงแล้วเลือดก็โพยพุ่งออกมาราวกับส่ายน้ำ เช่นเดียวกันกับขาทั้งสองข้างที่ถูกฉีดกระชากออกไปเลือดนั้นไหลอาบย้อมไปทั่วทั้งร่างของแมงมุมตนนั้น

"เหลือแค่หัวสินะที่ยังไม่หลุด" เมื่อเหล่าแมงมุมยักษ์ได้ยินเช่นนั้นพวกมันก็ปล่อยใยที่รัดแขนกับขาทิ้งทันทีแล้วมายิงใยใหม่ที่บริเวณเอวและสะโพกของจักรพรรดิอู๋ตี้ทันที

เมื่อทำการรัดเสร็จแล้วแมงมุมทั้งสองฝ่ายต่างก็เร่งเดินไปยังทิศทางของตนเอง

"อ๊ากกกกกกกกกก"

เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายของจักรพรรดิอูตตี้ก่อนที่ศีรษะของเขานั้นจะหลุดกระเด็นออกไปวางอยู่แทบเท้าของชิงอี้ เมื่อนางได้เห็นเช่นนั้นนางก็ยกเท้าเหยียบศีรษะนั้นทันทีแล้วขยี้ไปมา

"เจ้ามันสาระเลวเกินกว่าที่จะให้อภัยได้ "

เมื่อกล่าวจบนางก็เตะศีรษะนั้นกระเด็นออกไปไกล

แล้วนางก็เดินไปประคองร่างของบิดาตนลงมาจากหลังม้าทันที

"ท่านพ่อเจ้าค่ะลูกมารับท่านพ่อแล้วนะเจ้าค่ะ"

นางได้กล่าวออกมาพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหล่เต็มใบหน้า เมื่อตู๋ชงที่กลับมาจากกินอาหารแล้วได้เห็นเช่นนั้นมันก็ได้สั่งให้บริวารของมันไปค้นหาร่างของขุนนางตระกูลอูลาเร่อปาทั้งหมดที่เสียชีวิตในที่นี้มาทันที เวลาผ่านไปไม่นานร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาก็มาวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้าของชิงอี้ที่มีมากกว่า 30 ร่าง เมื่อชิงอี้ได้เห็นเช่นนั้นนางก็ร้องไห้หนักกว่าเดิมเพราะไม่ว่ามารดาตนพี่ชายและท่านปู่ท่านย่าพร้อมทั้งบ่าวไพร่ทั้งหมดของตระกูลอูลาเร่อปาล้วนตายสิ้นไม่เหลือเลยแม้แต่คนเดียว

นางได้ร้องไห้เช่นนั้นยาวนานถึงครึ่งชั่วยามกว่านางจะสงบแล้วตั้งสติได้

"ตู๋ชงเจ้าจงให้เหล่าบริวารของเจ้าพาร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาทั้งหมดไปที่สุสาน ข้าจะทำพิธีฝังศพอย่างสมเกียรติไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นฝังที่สุสานเดียวกันทั้งหมด "

"รับบัญชานายท่านของข้า แล้วศพที่ถูกแยกเป็น 6 ส่วนนั้นท่านจะฝังอย่างไร "

"ข้าได้รับปากมันไปแล้วว่าจะให้มันฝังที่สุสานเดียวกับบิดาของข้า ให้เจ้านำร่างกายของมันไปฝังไว้ที่กลางสุสาน แล้วให้เจ้าวาดแผนที่รูปดาวแล้วฝังชิ้นส่วนต่างๆของมันไว้ที่นอกสุสานตามแผนที่รูปดาวที่เจ้าวาดเอาไว้"

"รับบัญชาขอรับนายท่าน "เมื่อกล่าวจบตู๋ชงก็ได้สั่งเหล่าบริวารให้ขนย้ายร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาทั้งหมดไปไว้ที่สุสาน พร้อมสั่งบริวารตนให้ทำการขุดหลุมตามจำนวนศพและให้วาดแผนที่รูปดาวนอกสุสานแล้วขุดหลุม 5 หลุมฝังชิ้นส่วนของจักรพรรดิอู๋ตี้

เมื่อเหล่าบริวารได้รับคำสั่งเช่นนั้นพวกมันก็แบกร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาอย่างทะนุถนอมแต่กลับกันชิ้นส่วนของจักรพรรดิอู๋ตี้นั้นกลับถูกลากไปกับพื้นราวกับขยะที่ไร้ค่าไม่ควรให้จับต้อง

เมื่อเหล่าบริวารของตู๋ชงขนย้ายร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาไปไว้ที่สุสานทั้งหมดแล้วชิงอี้นางก็ได้เดินกลับเข้าไปที่ประตูเมืองที่มีแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ขวางกั้นเอาไว้อยู่

"ตู๋ชงเจ้ามีวิธียกแผ่นเหล็กนี้หรือไม่ แผ่นเหล็กนี้หลอมมาจากน้ำพักน้ำแรงของชาวบ้านข้าไม่อยากทำลายมัน "

"วิธีย่อมมีอยู่แล้วนายท่านไม่ต้องเป็นห่วง" เมื่อกล่าวจบตู๋ชงก็ได้กลายร่างเป็นตัวต่อยักษ์แล้วบินไปกัดเชือกที่ผูกแผ่นเหล็กนี้เอาไว้ทันที แล้วมันก็ได้สั่งเหล้าบริวารที่มีมากมายหลายแสนตัวนั้นช่วยกันดันช่วยกันลากแผ่นเหล็กนี้ออกไปจากประตู ด้วยปริมาณที่มากมายนั้นใช้เวลาไม่นานแผ่นเล็กขนาดใหญ่นี้ก็ถูกฝูงสัตว์นับแสนตัวเคลื่อนย้ายไปวางอยู่ข้างๆประตูอย่างงดงาม

"เรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน "

"ขอบใจเจ้ามากถ้าไม่ได้เจ้าป่านนี้เมืองแห่งนี้คงเหลือเพียงชื่อเท่านั้น "ชิงอี้ได้กล่าวขอบคุณออกมาจากใจจริงของตน

"นายท่านกล่าวอันใดเช่นนั้นตัวของข้านั้นเป็นบริวารท่านเรื่องแค่นี้ยังนับว่าเล็กน้อย "

เมื่อนางได้ยินเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นไปลูบหัวของแมงมุมยักษ์ตรงหน้าทันที

"เอาล่ะทีนี้เจ้าจงไปสนุกกับมื้ออาหารให้เต็มที่แล้วจงบอกเหล่าบริวารของเจ้าให้กินอย่างสุขสำราญอย่าให้เหลือแม้แต่โครงกระดูกเดียว "

"รับบัญชา "เมื่อกล่าวจบมันก็ได้ส่งเสียงบางอย่างออกมาและเมื่อเหล่าบริวารได้ยินเช่นนั้นพวกมันก็พากันวิ่งไปยังช่องแคบที่เหล่าคนของเมืองชิงชิวลอบสังหารกองทัพจักรพรรดินับแสนนายในที่แห่งนี้

เมื่อเหล่าสรรพสัตว์ได้มาถึงพวกมันก็ไล่กินซากศพอย่างเอร็ดอร่อยแม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เหลือ กินทุกอย่างที่ขวางหน้าเหลือเพียงแค่ชุดเกราะและกระบี่เท่านั้นที่เป็นโลหะพวกมันไม่สามารถกินได้

"ชิงอี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้างบาดเจ็บหรือไม่พี่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก"

เมื่อชิงอี้ก้าวคนเข้ามาในประตูเมืองพี่สาวเพียงคนเดียวของนางในตอนนี้ก็พุ่งเข้ามา กอดแล้วเอ่ยถามทันที เมื่อชิงอี้ถูกพี่สาวของตนเองก่อนน้ำตาที่เคยแห้งเหือดไปก็เอ่ยล้นออกมาอีกครั้ง

"ท่านพี่ไม่มีใครเหลือแล้วนอกจากพวกเราไม่มีใครในตระกูลอูลาเร่อปาเหลืออีกแล้วเจ้าค่ะ" นางไม่เอ่ยออกมาพร้อมทั้งน้ำตา

เมื่อพี่สาวของนายได้ยินเช่นนั้นก็กอดแน่นยิ่งกว่าเดิมพร้อมทั้งมีหยาดน้ำตาไหล่ลงมาเต็มใบหน้าของนางแต่กลับไม่มีเสียงร้องเลยสักนิดเดียว

"พี่รู้แล้วเจ้าอย่าร้องไปเลยคนในตระกูลของเรานั้นเขาสละชีพเพื่อชาติเราต้องเข้มแข็งอย่าให้การจากไปของพวกเขาเปล่าประโยชน์  " 

ชิงเหมยที่ในตอนนี้แม้จะเศร้าโศกเสียใจเพียงใดก็จะร้องไห้ไม่ได้ เพราะตนเป็นพี่ตนจะต้องเข้มแข็งเข้าไว้เพื่อที่จะปลอบน้องของตน

"ท่านพี่ ฮึก ฮือ "ชิงอี้ได้กอดพี่สาวของตนแล้วร้องไห้ออกมาอย่าง

"น้องรักของพี่แล้วศพของคนของตระกูลอูลาเร่อปาอยู่ที่ใดหรือ "

"น้องให้เหล่าบริวารของสัตว์เลี้ยงของน้องพาร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาทั้งหมดไปไว้ที่สุสานประจำตระกูลแล้วเจ้าค่ะ น้องคิดว่าจะฝังทุกคนไว้ที่สุสานเดียวกันโดยไม่แบ่งแยกสุสานของนายสุสานของบ่าวเพื่อเป็นการขอบคุณพวกเขาที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อปกป้องบ้านเมืองเอาไว้เจ้าค่ะ" ชิงอี้พยายามกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้น พร้อมเอ่ยกับพี่สาวของตนอย่างช้าๆแต่ละประโยค

"เช่นนั้นก็ดีพี่เห็นด้วย งั้นพวกเราไปที่สุสานกันเถอะจะได้ฝังร่างพวกเขา "

เมื่อกล่าวจบ 2 คนพี่น้องก็เดินไปที่สุสานตระกูลชิงทันที และเมื่อเหล่าชาวบ้านที่ได้เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็เดินตามไปที่สุสานด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อมาถึงที่สุสานพวกเขาทั้งหมดก็ได้เห็นในสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดตั้งแต่พวกตนเกิดมาก็คือ เหล่าสัตว์มีพิษน้อยใหญ่มากมายหลากหลายชนิดช่วยกันขุดหลุมเพื่อที่จะฝังร่างของคนตระกูลอูลาเร่อปาอยู่ และตอนที่พวกเขาทั้งหมดเดินมาถึงพวกมันเหล่านั้นก็ขุดหลุมเสร็จพอดี

"นายท่านจะให้ข้านำร่างของพวกเขาทั้งหมดลงหลุมเลยหรือไม่ขอรับ "ตู๋ชงได้ส่งกระแสจิตเข้ามาถามนางทันทีที่เห็น

"นำร่างของพวกเขาทั้งหมดลงหลุมได้เลยเหลือไว้เพียงแค่ท่านพ่อท่านแม่แล้วก็ท่านพี่ "

"น้อมรับบัญชา "เมื่อกล่าวจบตู๋ชงก็ได้สั่งให้เหล่าบริวารนำร่างของในคนตระกูลที่เหลือลงหลุมแล้วกลบทันทีเหลือไว้เพียงแค่ร่างของผู้นำตระกูลและครอบครัว

"เมื่อกี้น้องคุยกับใครหรือ "

"ข้าคุยกับสัตว์เลี้ยงของข้า ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงไปทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้อย่างสมบูรณ์"

หลังจากที่นางคุยกับพี่สาวของนางนั้นร่างของบริวารในตระกูลอูลาเร่อปาก็ถูกฝังลงยังหลุมเรียบร้อยแล้ว

"พวกเจ้าทั้งหมดออกไป "นางได้หันไปเอ่ยกับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก เมื่อพวกมันได้ยินเช่นนั้นก็พากันแยกย้ายหายไปในป่าทันทีเหลือเพียงแค่ตู๋ชงที่ยังยืนอยู่กับที่ไม่ไปไหน

"ท่านพี่พวกเราไปหาท่านพ่อท่านแม่กับเหล่าท่านพี่กันเถอะ" เมื่อกล่าวจบมาก็ได้จูงมือพี่สาวของนางไปยืนอยู่ยังข้างศพของคนในครอบครัวตน เมื่อชิงเหมยได้เห็นเช่นนั้นน้ำตาและความเข้มแข็งของนางที่พยายามสร้างมาตลอดก็พังทลายลงนางได้ร้องไห้ออกมาเสียงดังด้วยความโศกเศร้าน้ำตาของนางนั้นไหลอาบพื้นอย่างหนัก

"ฮึก ท่านพ่อท่านแม่ ลูกขออภัยพวกท่านด้วยที่ชาตินี้พวกเราไม่ได้ตอบแทนบุญคุณท่าน ฮึก แต่ถ้าหากว่าชาติหน้ามีจริงพวกลูกขอเกิดเป็นบุตรของท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณของพวกท่านในชาตินี้" เมื่อกล่าวจบทั้งคู่ก็ทำการโขกหัวเคารพศพของบิดามารดาตนแล้วทั้งคู่ก็ร้องไห้กันออกมาอย่างหนักจึงทำให้ทั้งสุสานแห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้โศกเศร้าเสียใจดังระงมไปทั่วเป็นเวลานาน

"ท่านพี่ข้าคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่ทั้งหลายได้นอนอย่างสงบสุขในที่แห่งนี้ "

เมื่อกล่าวจบนางก็ได้ประคองพี่สาวของนางออกมาจากตรงนั้นทันที

"ตู๋ชงฝังร่างบิดามารดาและเหล่าพี่ชายของข้าไว้ที่กลางสุสานแห่งนี้ "

"รับบัญชาขอรับนายท่าน แล้วชิ้นส่วนของมันผู้นั้นจะให้ข้าฝังไว้ยังจุดใดดีขอรับ "

"ในเมื่อมันอยากอยู่กับท่านพ่อของข้าขนาดนั้นก็นำชิ้นส่วนของมันฝังไว้ที่ใต้ฐานศพของท่านพ่อข้าก็แล้วกัน แล้วก่อนจะฝังเจ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่าควรทำอย่างไร"

"หึ หึ หึ หึ สมแล้วที่เป็นนายท่านของข้าท่านช่างเป็นคนที่น่าสนใจยิ่งนัก ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะทำให้วิญญาณของมันที่อยู่ในปรโลกนั้นเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสขอรับ "

เมื่อกล่าวจบตู๋ชงก็ได้กลายร่างเป็นตัวต่อขนาดใหญ่แล้วนำร่างของบิดามารดาและเราพี่ชายของชิงอี้ไปฝั่งยังโลงหินกลางสุสาน ที่ผู้นำตระกูลคนก่อนได้ทำเอาไว้เผื่อให้ลูกหลานในตระกูลฝั่งร่วมกัน

เมื่อนำร่างของพ่อแม่พี่น้องของชิงอี้ฝั่งเรียบร้อยแล้วตู๋ชงก็ได้กลายร่างเป็นอสรพิษพร้อมคาบชิ้นส่วนบางอย่างไว้ในปากแล้วดำลงไปในดินไปอยู่ใต้ฐานของสุสานอดีตผู้นำตระกูลอูลาเร่อปาพร้อมคายเศษเนื้อนั้นเอาไว้ พร้อมทั้งร่ายมนต์บางอย่างสะกดชิ้นเนื้อนั้นเอาไว้ให้ทรมาน เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นมันก็ได้เลื้อยออกมาแล้วกลายร่างเป็นแมงมุมยักษ์เดินเข้าไปหาชิงอี้ ที่ยืนรอมันอยู่นอกสุสานเพียงคนเดียว

"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่"

"ขอรับนายท่านทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านปรารถนา "

"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีงั้นข้าก็จะไปรวมตัวกับคนอื่นหมู่บ้านเจ้าก็แปลงกายเป็นสัตว์ตัวเล็กๆมาเกาะอยู่บนไหล่ข้าไปก็ได้ "

เมื่อตู๋ชงได้ยินเช่นนั้นมันก็กลายร่างเป็นผึ้งตัวเล็กๆบินไปเกาะอยู่บนหัวไหล่ของชิงอี้ทันที

เมื่อนางจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เดินทางไปยังหมู่บ้านแล้วไปรวมตัวกับคนอื่นยังที่ว่าการทันที

"ไม่ทราบว่าทุกท่านกำลังคุยสิ่งใดกันอยู่"นางไม่เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป

"ขออนุญาตขอรับทุกท่านทั้งหลายมีรายงานจากหน่วยสอดแนมแจ้งมาว่ามีกองทัพขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนทัพมาที่นี่ขอรับ" องครักษ์ที่บิดาของชิงอี้ทิ้งเอาไว้ได้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน

"ตรวจสอบหรือยังว่าเป็นกองทัพของใคร" ก่อนที่ทุกคนจะเอ่ยถามชิงอี้นางได้เป็นฝ่ายถามออกไปก่อน

"ตรวจสอบมาแล้วขอรับกองทัพที่กำลังเคลื่อนมานั้นจากการที่เราได้ตรวจสอบดูเกินกว่า 8 ส่วนเป็นกองทัพของราชสำนักขอรับ "

"กองทัพของราชสำนักอย่างนั้นหรือ สงครามก็จบไปแล้วยังจะมีหน้ามาทำไมอีก" ชิงอี้นางได้กล่าวออกมาด้วยอารมณ์ที่ยากจะหยั่งถึงของนางได้ 

"ตอนนี้กองทัพของอีกฝ่ายนะตั้งอยู่ที่ไหน"

"ตอนนี้กองทัพของราชสำนักตั้งอยู่ที่ปากทางของช่องเหวกำลังขนหินออกเพื่อเปิดทางเข้ามายังที่แห่งนี้ขอรับ"

"ข้ารู้แล้วเจ้าออกไปเถอะ "

"ขอรับ" เมื่อกล่าวจบเขาก็ได้ออกไปจากที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว

"หลานจะจัดการอย่างไรกับกองทัพพี่กำลังมา"

ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยถามกับชิงอี้

"ก็ต้องดูว่าพวกเขาเหล่านั้นมาดีหรือมาร้ายถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นมาร้ายล่ะก็พวกเราก็ต้องเปิดศึกกับพวกเขา "

"แต่ถ้าทำอย่างนั้นพวกเราจะไม่มีปัญหากับทางราชสำนักหรือ "

"ถ้าเกิดว่าพวกเขามาร้ายต้องการที่จะกวาดล้างพวกเราทั้งหมดแล้วท่านลุงจะทำอย่างไรจะอยู่เฉยๆให้พวกเขาเหล่านั้นมาฆ่าพวกเราหรือ" ชิงอี้ได้กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชัน

"ลุงไม่ได้หมายความเช่นนั้น ลุงแค่คิดว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องดีที่พว....."

"ท่านไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดออกมาแล้วข้าไม่อยากฟัง ข้าจะไปพบอีกฝ่ายด้วยตัวของข้าเอง"

เมื่อกล่าวจบนางก็ได้เดินออกไปทันทีโดยที่ไม่ฟังสิ่งใดต่อจากนี้อีกเลย เมื่อออกมาถึงหน้าประตูนางก็ได้ให้สัตว์เลี้ยงของนางกลายร่างเป็นแมงมุมยักษ์เพื่อให้นางขี่หลังและพาไปยังจุดหมายที่อีกฝ่ายอยู่ทันที

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป

เป็นยังไงบ้างครับสนุกไหมครับถ้าสนุกก็ฝากทุกคน comment เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับขอบคุณครับ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 12 เริ่มต้นการแก้แค้น

    ตักกลับมาทางสองพี่น้องที่ในตอนนี้กำลังเดินทางไปที่ตำหนักของฮองเฮา "อี้เอ๋อเจ้ากำลังวางแผนจะทำสิ่งใด "เมื่อเดินมาใกล้ถึงตำหนักของฮองเฮาชิงเหมยก็ได้เอ่ยถาม"ข้าหาได้วางแผนสิ่งใดไม่ ข้าก็แค่จะทำหน้าที่ของลูกสะใภ้ที่ดีก็เท่านั้นท่านพี่อย่าคิดมาก"ชิงอี้ได้เอ่ยตอบกลับพี่สาวของตนเช่นนั้นแต่พี่สาวของนางนั้นหาได้เชื่อไม่ "ท่านพี่ท่านไม่ต้องห่วงไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน ""พี่ไม่ได้กลัวเดือดร้อนแต่พี่แค่เป็นห่วงเจ้าพวกเราเหลือกับเพียงแค่นี้ถ้าเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วพี่จะอยู่อย่างไร ""ท่านพี่ไม่ต้องกลัวข้าจะไม่เป็นอะไร ข้าจะอยู่กับท่านไปจนแก่เฒ่า ท่านพี่ท่านอย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นสิข้ายอมบอกแล้วก็ได้แผนของข้าก็คือ......."และหลังจากนั้นชิงอี้ก็ได้เล่าแผนการทั้งหมดให้พี่สาวของตนฟังทันที "เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าแผนการนี้จะบรรลุด้วยดีโดยไม่มีข้อผิดพลาด ""ข้ามั่นใจมากเพราะหลักฐานทั้งหมดถ้ามีครบแล้วท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วง" เมื่อกล่าวจบทั้งคู่ก็เดินเข้ามายังภายในของตำหนักฮองเฮาแล้ว "ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ" เมื่อเข้ามาถึงภายในพวกนางก็ทำการคารวะ "ข้าบอกพวกเจ้าว่า

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 11 พูดคุยกับเหล่าสนม

    "ท่านพี่ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนั้นได้เดินมาปลุกพี่สาวของตนที่ยังหลับไม่ตื่น "อื้มมม อาอี้พี่ขอนอนต่ออีกหน่อยได้หรือไม่ ""ท่านพี่ข้ารู้ว่าเมื่อคืนท่านเหนื่อยกับหลี่หยางทั้งคืนแต่ท่านจะไปพบกับเหล่าบรรดาเมียๆของหลี่หยางช้ากว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวพวกนางจะนำท่านไปนินทาว่าร้ายได้ ลู่ถิง ลู่จิน พวกเจ้ามาช่วยข้าประคองท่านพี่ไปอาบน้ำได้แล้ว เจิงลู่เจ้าไปเรียกคนมาเปลี่ยนที่นอนของท่านพี่และไปบอกบรรดาเมียทั้งหลายของหวงไท่จื่อไปรอที่ศาลาสระบัว "เมื่อหันไปสั่งเสร็จนางก็หันมาประคองพี่สาวของตนไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า "อาอี้พี่ตื่นแล้วพี่อาบเองได้ออกไปเถอะ" เมื่อกำลังถูกน้องสาวของตนถอดเสื้อผ้านางก็มีสติขึ้นมาแล้วรีบไล่น้องออกไปด้วยความเขินอาย "ท่านพี่ท่านจะอายข้าทำไมพวกเราโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเห็นของกันมาหมดแล้ว รีบอาบเถอะเดี๋ยวจะไปไม่ทัน" เมื่อกล่าวจบนางก็ถอดเสื้อผ้าของพี่สาวตนจนเสร็จแล้วทำการอาบน้ำให้ส่วนชิงเหมยแม้จะเขินอายแค่ไหนก็ไม่อาจขัดขืนน้องตัวเองได้จึงยอมอยู่เฉยๆให้น้องตัวเองจับอาบน้ำแต่งตัวราวกับเป็นเด็ก ทางด้านของเจิงลู่เมื่อได้รับคำ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 10 พิธีแต่งงาน

    หลังจากนี้จะเปลี่ยนจากรัชทายาทเป็นหวงไท่จื่อแทนนะครับและขอเปลี่ยนจากชายาเอกและชายยารองเป็นหวงไท่จื่อเฟยและหวงไท่จื่อผินแทนนะครับ"ฝ่าบาทเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ พวกเขาถูกบังคับพะย่ะค่ะ" เหล่าแม่ทัพที่เห็นด้วยในตอนแรกรีบกับลำทันที "ลากออกไปโบย 50 ไม้พร้อมปลดออกจากตำแหน่งและยึดทรัพย์ทั้งหมดแล้วนำไปไปตัดลิ้นแล้วส่งตัวไปเป็นทาสอยู่ที่ชายแดน "ฮ่องเต้ได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุขุมเยือกเย็น"ฝ่าบาทได้โปรดเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ ท่านหญิงทั้งสองได้โปรดอภัยด้วยขอรับ "เหล่าแม่ทัพทั้งหลายได้ขอร้องอ้อนวอนอย่างหน้าสมเพช "ข้าก็อยากจะช่วยแต่นี่เป็นบัญชาของฝ่าบาทคงช่วยพวกท่านไม่ได้ "ชิงอี้นางได้แสดงว่ากำลังเสียใจที่ช่วยไม่ได้และทุกคนก็หลงเชื่อว่านางกำลังเสียใจอยู่จริงแต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ดูออกนั้นก็คือพี่สาวของนาง "เหตุใดเจ้าถึงอยากช่วยพวกเขาทั้งๆทีพวกเขาเพิ่งจะใส่ร้ายเจ้า "ฮ่องเต้ได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย และนั้นก็เข้าแผนการของนางที่วางเอาไว้"กราบทูลฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันเพียงแค่คิดว่าพวกเขาเหล่านี้จงรักภักดีต่อบ้านเมืองมากแม้ว่าพวกเขาจะว่าร้ายพวกเราสองคนพี่น้องยังไงก็ไม่ควรที่จะโดนลงโทษหนักถึงเพียงนี้เพคะ"นางได

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 9 พลังของสตรี

    เมื่อกล่าวจบทุกคนก็เดินออกไปขึ้นม้าที่เตรียมเอาไว้ทันทีแล้วควบไปที่ประตูเมือง และเมื่อมาปิดประตูเมืองพวกนางก็ขึ้นไปบนกำแพงเมืองทันที่ "ท่านพี่ท่านนั่งบรรเลงเพลงอยู่บนนี้ให้สบายใจเถอะเดี๋ยวพวกข้าจะลงไปจัดการพวกที่อยู่ข้างล่างเอง" เมื่อขึ้นมาบนกำแพงชิงอี้ก็จัดที่ให้พี่สาวของตนนั่งในการดีดฉิน "เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกเจ้าเป็นห่วงตัวเจ้าเองเถอะ ลงไปต่อสู้ข้างล่างก็อย่าบาดเจ็บละพี่เป็นห่วงรู้ไหม "ชิงเหมยได้จับมือน้องสาวของตนเองแล้วเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง "ข้าสัญญาข้าจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอนท่านพี่ "เมื่อกล่าวจบชิงอี้ก็ได้ถือง้าวแล้วกระโดดลงจากกำแพงทันทีและเมื่อเหล่าบริวารได้เห็นเช่นนั้นก็ถืออาวุธประจำตัวของตัวเองแล้วก็โดดตาม และนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่บนนั้นตกใจเป็นอย่างมากเพราะกำแพงนี้มีความสูงมากกว่าหนึ่งจั้งหากตกลงไปในความสูงขนาดนี้ไม่ตายก็พิการ จนพวกเขาทั้งหมดต้องรีบวิ่งไปดูว่าเป็นอย่างไรบ้างแต่ก็พบว่าทั้งหมดที่กระโดดลงไปนั้นไม่มีใครเป็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวนั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ส่วนชิงเหมยที่ได้เห็นว่าน้องสาวและบริวารได้ลงไปแล้วนั้นนางก็เริ่มบรรเลงเพลงทันที

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 8 ออกรบร่วมกัน

    "แล้วเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรรัชทายาท ฮ่องเต้ได้หันมาถามบุตรชายของตน ""ลูกจะขอนำทัพไปครั้งนี้เองขอรับท่านพ่อเพื่อให้ปวงประชาได้เห็นว่าลูกนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาทขอรับ "รัชทายาทหลี่หยางเอ่ยเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ "ดี ถ้าเช่นนั้นรัชทายาทจงนำทัพไปช่วยเหลือแม่ทัพบูรพาต้านทานศัตรูจงนำทหารไป 200,000 นายเพื่อร่วมรบในครั้งนี้" ฮ่องเต้ได้ประกาศออกมาเสียงดังทำให้ทุกคนก็รู้สึกมีกำลังใจไปด้วย "ฝ่าบาทเพคะพวกเราทั้งสองขอร่วมรบในครั้งนี้ด้วยเพคะ" เมื่อฮ่องเต้กล่าวจบชิงเหมยกับชิงอี้ก็ได้ลุกขึ้นมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพร้อมทั้งเอ่ยจุดประสงค์ของนางทันที"แม่นางน้อยทั้งสองนี่คือสนามรบไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะให้คนอย่างพวกเจ้าไปวิ่งเล่นได้" หานเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยตำหนิออกมาด้วยความหวาดกลัวเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนไปเข้าร่วมรบเพราะว่าตนนั้นได้รับรู้มาจากสายของตนว่าทั้งสองคนนี้เก่งกาจเพียงใด"ขอบพระทัยหานเฟยที่ทรงเป็นห่วงพวกเราเพคะ แต่พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพวกเราทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่เคยผ่านสงครามมาก่อนรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรในสงครามขนาดกองทัพของแคว้นอู่ตี้ที่มีมากกว่า 3 แสนนายพวกเราก็เอาช

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 7 เรียนรู้วังหลัง

    ( ยังไม่ได้แก้คำผิด)"เรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ขอรับท่านพ่อเหตุใดท่านถึงดูดีใจขนาดนี้" หลังจากที่ขุนนางทั้งหลายออกไปทั้งหมดแล้วรัชทายาทหลี่หยางก็เอ่ยถามผู้เป็นบิดาทันที "เดี๋ยวข้าจะเล่าประวัติศาสตร์ราชวงศ์ให้เจ้าฟัง ตอนเริ่มก่อสร้างราชวงศ์นี้มีคนร่วมก่อสร้างด้วยกันก็คือ 2 ตระกูลตระกูลแรกก็คือตระกูล อู่ลู่ซินหยาง ของพวกเราส่วนอีกตระกูลก็คือ อูลาเร่อปา ทั้งสองตระกูลนี้ล้วนผูกมิตรกันมาตั้งแต่อดีตกาลจนก่อตั้งเป็นราชวงศ์ขึ้นมาชื่อของราชวงศ์นั้นแต่เดิมคือ อู่ลู่อู ความสัมพันธ์ของ 2 ตระกูลนี้ก็ดีกันมาตลอดจนมาถึงสมัยของฮ่องเต้ที่เป็นปู่ของพ่อหรือเป็นทวดของเจ้านั้นเขาได้กลัวว่าอูลาเร่อปามีอำนาจมากกว่าตระกูลของตน เขาก็เลยหาเรื่องจนทำให้ตระกูลนี้ถูกกวาดล้างจนต้องระเห็จระเหิดหายไปไกล แล้วก็เปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็นราชวงศ์ อู่ลู่ แต่ฮองเฮาในสมัยนั้นก็เป็นคนจากตระกูลอูลาเร่อปาซึ่งฮ่องเต้ก็รักฮองเฮาเป็นอย่างมากตัดสินใจที่จะประหารไม่ได้เลยประหารองค์ชายองค์หญิงที่เกิดมาจากฮองเฮาทั้งหมดแต่ก็ปล่อยให้ฮองเฮามีชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกทั้งหมดไปนั่นจึงทำให้พระนางรวบรวมขุนนางและสนับสนุนเสด็จพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status