Accueil / รักโบราณ / ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน / บทที่ 2 กวาดล้างศัตรูที่เหลือ

Partager

บทที่ 2 กวาดล้างศัตรูที่เหลือ

last update Date de publication: 2026-01-30 21:44:04

ชิงอี้ได้กรีดร้องไปได้สักพักก็สงบลงพร้อมทั้งหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อย

"เสร็จแล้วใช่หรือไม่"

"เสร็จแล้วขอรับนายท่าน นับตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นข้ารับใช้ของท่านไปจนตาย"

"เจ้าเคยบอกว่าเจ้าสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษใช่หรือไม่ "

" ใช่ขอรับเลยท่านข้านั้นสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษ และยังสามารถควบคุมสัตว์มีพิษได้ทุกชนิด"

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าแปลงร่างเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ข้าสามารถขี่เจ้าได้"

"รับบัญชานายท่าน " เมื่อกล่าวจบสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้กลายร่างเป็นแมงมุมขนาดใหญ่เท่ากับม้ายืนอยู่เบื้องหน้าของชิงอี้ แล้วใช้ขาของตนนั้นทำเป็นบันไดให้ร่างกายเดินขึ้นไปข้างบนได้ง่ายๆ

"ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้าเลยเจ้าอยากมีชื่อว่าอะไร"

"แล้วแต่นายท่านจะตั้งชื่อให้เลยขอรับตัวข้านั้นสามารถใช้ชื่ออะไรก็ได้"

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าชื่อว่า ตู๋ชง ก็แล้วกันมันน่าจะเหมาะกับเจ้าดี "

"จะชื่ออะไรก็ช่างตอนนี้พาข้าไปกินอาหารที่ท่านเตรียมเอาไว้ให้ก่อนดีกว่า"

"ได้ เจ้าพาลูกๆของเจ้าไปด้วยก็ได้เพราะถ้าเจ้าคนเดียวข้าเกรงว่าจะจัดการยาก เพราะที่ยังมีชีวิตอยู่มีเกือบหมื่นคน เอาลูกของเจ้าไปช่วยกินด้วยก็ได้โตเร็วๆข้าก็ได้มีขุมกำลังที่มากกว่าเดิมและไม่ต้องเกรงกลัวใคร "

"ได้เดี๋ยวข้าจะพาท่านออกไปจากที่นี่แล้วให้ท่านบอกผู้คนที่อยู่ข้างนอกว่าอยากขวางทางเพราะลูกของข้านั้นมีเยอะมากเดี๋ยวจะโดนพิษจนบาดเจ็บเอาได้ "

"ทุกคนที่อยู่ด้านนอกออกไปจากบริเวณนั้นให้หมดเพราะราชาพิษกำลังจะพาลูกๆของเขาออกไปจากที่นี่ และให้ส่งคนไปบอกที่เมืองเอาไว้ว่าให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านห้ามออกมาเด็ดขาดจนกว่าข้าจะออกไปนอกเมืองแล้วค่อยออกมา "

เมื่อทุกคนที่อยู่ข้างนอกได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันหาที่หลบแล้วส่งคนที่เร็วที่สุดกับไปที่เมืองแล้วแจ้งกับคนในเมืองว่าให้อยู่แต่ภายในเรือนตนเองแล้วให้ปิดประตูหน้าต่างให้หมด เพราะชิงอี้นางกำลังนำสัตว์มีพิษมากมายผ่านมาทางนี้ และเมื่อชาวบ้านทั้งหมดได้ยินเช่นนั้นก็ต่างพากันรีบเข้าบ้านของตนแล้วปิดประตูหน้าต่างลงกลอนทั้งหมด

ทางด้านชิงอี้เมื่อบอกไปได้สักพักก็ได้ขี่แมงมุมยักษ์เดินออกจากถ้ำอย่างสง่างาม และผู้คนที่ได้เห็นต่างก็เลื่อมใสเป็นอย่างมากเพราะภาพที่เห็นนั้นงดงามราวกับเทพธิดาแห่งความตาย

ตัดภาพไปทางที่วังหลวงในตอนนี้กำลังประชุมกันอย่างตึงเครียด

"พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร ทางเมืองชิงชิวไม่ยอมส่งเสบียงมาเกือบครึ่งปีแล้วอย่างนั้นหรือแล้วเหตุใดถึงไม่มีใครรายงานเรื่องนี้!!!!!" ฮ่องเต้ในวัยกลางคนได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

"กราบทูลฝ่าบาท ทางด้านของเมืองชิงชิวนั้นได้ส่งจดหมายมาว่าปีนี้น้ำน้อยขอเลื่อนส่งเสบียงไปก่อน แต่พวกเราไม่คิดว่าเขาจะไม่ส่งมาให้เราเลยเป็นเวลานานถึง 6 เดือนเช่นนี้พะยะค่ะ "

"กระหม่อมคิดว่าทางเมืองชิงชิวนั้นต้องการที่จะก่อกบฏแน่พะยะค่ะฝ่าบาท เพราะด้วยกำลังพลของเมืองนั้นพร้อมทั้งเสบียงมากมายที่เขากักตุนเอาไว้เป็นเวลานาน ย่อมเพียงพอในการก่อกบฎแน่พะยะค่ะฝ่าบาท "เจ้ากรมพลเรือนได้เอ่ยออกมาอย่างยุแยง

"ใต้เท้าหม่า เรื่องนี้ยังไม่ตรวจสอบจะรีบด่วนสรุปไปทำไมไม่แน่เขาอาจจะประสบภัยอะไรก็ได้พวกเราอาจจะไม่รู้ "

"ใต้เท้าซุน ท่านกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไรเห็นเห็นกันอยู่ว่าเมืองชิงชิวนั้นต้องการที่จะก่อกบฏ ถ้าเมืองนั้นเกิดอะไรขึ้นจริงเหตุใดถึงไม่มีจดหมายหรือเข้ามารายงานให้ฝ่าบาทได้รับทราบ"

"นั่นสิใต้เท้าซุน ท่านกล่าวเช่นนี้ท่านเป็นพวกเดียวกับพวกมันใช่หรือไม่ "

"ใต้เท้าชี ท่านกล่าวเกินไปแล้วที่ข้าพูดข้าเพียงตั้งข้อสงสัยเอาไว้เพราะทางเมืองชิงชิว นั้นภักดีต่อเรามาตลอดก็เท่านั้น"

"พวกเจ้าไม่ต้องเถียงกันแล้ว ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับหม่าชีจุน พวกมันต้องก่อกบฏแน่ๆพวกเจ้าคิดว่าข้าควรจะส่งใครไปปราบกบฏในครั้งนี้ "

"กราบทูลฝ่าบาทการจะปราบกบฏครั้งนี้นั้นกระหม่อมคิดว่าควรส่งองค์รัชทายาทไปพะยะค่ะ เพื่อให้องค์รัชทายาทนั้นมีผลงานเวลาจะขึ้นครองราชย์ต่อไปประชาชนจะได้ไม่นินทาว่าร้ายเอาได้พะยะค่ะ "

"ดี เป็นความคิดที่ดี หลี่กงกงเจ้าไปตามรัชทายาทมาบอกว่าข้ามีงานจะมอบให้"

"พะยะค่ะฝ่าบาท "

เวลาผ่านไปได้สักพักหลี่กงกงก็ได้กลับมาพร้อมกับองค์รัชทายาทที่แต่งตัวมาเต็มยศ

"ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อพะยะค่ะ "

"รัชทายาทเจ้ามาแล้วก็ดี พ่อมีงานจะมอบหมายให้กับเจ้า เจ้าจงนำกองทัพไป 100,000 นายบุกไปที่เมืองชิงชิวเพื่อที่จะปราบกบฏในครั้งนี้

"พะยะค่ะเสด็จพ่อ ลูกจะไม่ทำให้เสด็จพ่อต้องผิดหวังพะยะค่ะ "

"ดี ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็กลับไปเตรียมตัวเถิดพรุ่งนี้เช้าเจ้าจะต้องออกเดินทัพไปปราบกบฏที่เมืองชิงชิวทั้งที เดี๋ยวพ่อจะให้แม่ทัพมือดีไปกับเจ้าด้วย สองคน เพื่อที่จะให้เขาทั้งสองคนนั้นสั่งสอนเจ้าในการนำทัพเพื่อในอนาคต เจ้าเป็นกษัตริย์คนต่อไปจะได้รู้ว่าต้องเดินทัพอย่างไรต้องทำเช่นไร "

"พะยะค่ะเสด็จพ่อ "เมื่อกล่าวจบองค์รัชทายาทก็ได้เดินทางกลับตำหนักบูรพาของตนทันทีเพื่อที่จะกลับไปเตรียมของ

เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนออกเดินทาง

"ลูกแม่ พ่อของเจ้าจะให้เจ้าไปทำเรื่องอันใดอีก ไปครั้งนี้อันตรายหรือไม่แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก"

"ท่านแม่ข้าไปครั้งนี้เพียงแค่ไปปราบกบฏเมืองเล็กๆเมืองเดียวเท่านั้นท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมาโดยสมบูรณ์อย่างแน่นอน "

"เจ้าสัญญากับแม่แล้วนะเจ้าห้ามบาดเจ็บกลับมาแม้แต่นิดเดียวเข้าใจหรือไม่ "

"ข้าเข้าใจขอรับท่านแม่ หลี่หยาง จะไม่ทำให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วง" เมื่อกล่าวจบเขาก็ได้เดินออกไปจากตำหนักทันที

"ข้าขอฝากความหวังครั้งนี้เอาไว้กับพวกเจ้า พวกเจ้าทั้งหมดจงนำอู่ข้าวกลับมาจากกบฏเมืองชิงชิวให้ได้เมื่อกลับมาจากการปราบกบฏครั้งนี้ข้าจะมีรางวัลให้พวกเจ้าอย่างแน่นอน!!!!! "ฮ่องเต้ได้เอ่ยออกมาเพื่อปลุกความฮึกเหิมให้กับเหล่าทหาร

เฮ้!!!!!!!!!!!!!

ทหารทั้งหมดได้ตะโกนออกมาแล้วออกเดินทางตามรัชทายาทไปทันที

ตัดกลับมาที่สนามรบอีกครั้งในตอนนี้จักรพรรดิแห่งแคว้นอู่ตี้นั่งอยู่บนหลังม้าพร้อมทั้งประคองร่างของเจ้าเมืองชิงชิวไว้ด้านหน้าพร้อมทั้งลูบหัวและหอมแก้มที่เริ่มมีรอยช้ำขึ้นมาแล้ว

"พวกเจ้าทั้งหมดเตรียมอาวุธให้พร้อมพวกเราจะทำการบุกเมืองชิงชิวเดี๋ยวนี้!!!!!! "

จักรพรรดิได้ตะโกนออกมาพร้อมชูดาบขึ้นไปบนฟ้า เมื่อเหล่าทหารได้เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็เตรียมดินปืนเพื่อที่จะไปจุดระเบิดที่หน้าประตู

แต่ทันใดนั้นเองบนกำแพงของเมืองชิงชิว  นั้นก็มีฝูงของสัตว์ประหลาดไต่ลงมาเป็นจำนวนมาก แล้วเข้าทำการกัดกินทหารที่กำลังจะจุดดินปืนทันที

" อ๊ากกกก "

เสียงของทหารนายนั้นร้องออกมาก่อนที่ร่างของเขาจะจมหายไปในฝูงของสัตว์ประหลาด และเมื่อนายทหารที่อยู่ใกล้ๆกันได้เห็นเช่นนั้นพวกเขาต่างก็พากันวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน

" ถอยทัพ!!! ถอยทัพเดี๋ยวนี้!!! ฝูงสัตว์ประหลาดกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!!! รีบบอกให้จักรพรรดิหนีไปเดี๋ยวนี้!!!"

นายทหารที่กำลังวิ่งหนีจากฝูงสัตว์นั้นเขาได้ตะโกนออกมาเสียงดัง แต่หลังจากที่เขาตะโกนจบประโยคนั้นตัวของเขาก็ล้มลงแล้วถูกฝูงสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหลังรุมกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก

"พวกเจ้าทั้งหมดฟังคำสั่ง พวกเจ้าทั้งหมดจะกินใครก็ได้ยกเว้นฮ่องเต้ของฝั่งนั้นข้าจะเป็นคนจัดการเอง!!!! "

เสียงที่ใสประดุจดั่งระฆังแก้วดังกังวานจากบนกำแพงดังไปทั่วสนามรบ แต่กลับกันฝ่ายศัตรูนั้นกลับได้ยินราวกับเสียงเรียกจากมัจจุราช

เมื่อสิ้นเสียงนั้นของชิงอี้ เหล่าสัตว์บริวารที่ถือกำเนิดมาจากตู๋ชงหรือราชาแห่งสัตว์พิษนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมาราวกับตอบรับคำสั่งนั้น

"นายท่านจะให้ข้าไปทานอาหารได้หรือยังขอรับ " ตู๋ชงได้เอ่ยออกมาพร้อมกับน้ำลายที่ไหลออกจากมุมปาก

"เจ้าพาข้าไปส่งยังจุดที่ฮ่องเต้ฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้วเจ้าจะไปไหนก็ไป" เมื่อได้ยินเช่นนั้นตู๋ชงก็กลายร่างเป็นตัวต่อขนาดใหญ่ที่คนสามารถขึ้นไปนั่งได้แล้วมันก็บินพาร่างบางไปยังจุดที่จักรพรรดิของฝ่ายตรงข้ามอยู่

เมื่อมาถึงร่างบางก็ได้เห็นศพของบิดาอยู่บนหลังม้ากับอีกฝ่ายเขาก็โกรธเป็นอย่างมาก

" เจ้าทำอันใดกับบิดาของข้า!!!! "

" เมื่อกี้เจ้าว่าอันใด เจ้าเป็นอะไรกับชิงเอ๋อของข้า " ฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ตี้ได้เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

"เมื่อกี้เจ้าเรียกบิดาของข้าว่าอย่างไร" ชิงอี้ได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

"เจ้าเรียกชิงเอ๋อของข้าว่าบิดาอย่างนั้นหรือ งั้นแสดงว่าเจ้าคือสายเลือดที่โสโครกของนางแพศยาคนนั้นสินะ!!! " เมื่อกล่าวจบจักรพรรดิอู่ตี้ก็วางร่างของเจ้าเมืองชิงไว้บนหลังม้าแล้วกระโดดลงมายืนอยู่เบื้องหน้าของร่างบาง

"วันนี้ข้าจะกำจัดสายเลือดอันโสโครกของนางแพศยาเหออู่ซานให้หมดสิ้น ให้สมกับที่มันมาแย่งชิงเอ๋อของข้าไป!!! "เมื่อกล่าวจบจักรพรรดิอู๋ตี้ก็ได้ง้างดาบในมือฟันใส่ชิงอี้ทันที

"ข้าต่างหากที่จะเป็นฝ่ายกำจัดเจ้า "เมื่อกล่าวจบชิงอี้ก็ยกง้าวในมือขึ้นตั้งรับทันที

เพล้ง!!!

เสียงวัตถุทั้งสองกระทบกันดังขึ้นมา พร้อมทั้งทั้งสองฝ่ายต่างก็โจมตีใส่กันอย่างเต็มกำลัง

ทั้งสองฝ่ายนั้นต่างก็ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝีมือของทั้งคู่นั้นต่างก็อยู่ในระดับเดียวกัน

" อ๊ากก!!! "

เสียงของจักรพรรดิอู่ตี้คำรามออกมาพร้อมมือข้างที่ถือดาบก็ร่วงหล่นสู่พื้นทันที

"เจ้าคนสารเลววันนี้ข้าจะนำเลือดของเจ้ามันล้างแผ่นดินของข้าแก้แค้นแทนตระกูลของข้า!!! "

ในขณะที่ง้าวของชิงอี้นั้นจะสับลงไปที่คอของจักรพรรดิอู๋ตี้ อีกฝ่ายก็เอ่ยบางอย่างขึ้นมาจนทำให้ง้าวของร่างบางนั้นสับลงไปที่พื้นเบื้องหน้าแทน

"เมื่อกี้เจ้าเอ๋ยอันใดออกมา "

"ข้าบอกว่าเจ้าไม่อยากรู้อย่างนั้นหรือว่าคนของฝ่ายเจ้าผู้ใดเป็นคนทรยศ เอยเสนอแผนการให้ข้ามาตีเมืองชิงชิว "

เมื่อร่างบางได้ยินเช่นนั้นเขาก็ยืนนิ่งทันที

"เจ้าต้องการสิ่งใด ถ้าหากจะขอให้ข้าไว้ชีวิตเจ้ามันคงเป็นไปไม่ได้ "หลังจากยืนนิ่งไปสักพักชิงอี้ก็ได้เอ่ยถามออกมา

"ข้าไม่คิดจะขอให้เจ้าไว้ชีวิตข้าอยู่แล้ว ตัวข้าไม่ต้องการสิ่งใดมาก นอกจากว่าถ้าหากเจ้าสังหารข้าแล้วฝังศพเข้าไว้ที่สุสานเดียวกันกับบิดาของเจ้าแค่นั้นก็พอ ถ้าหากเจ้ารับปากข้าเรื่องนี้ข้าก็จะบอกเจ้าว่าคนพูดคือใคร" เมื่อกล่าวจบจักร  พรรดิอู๋ตี้ก็ยิ้มออกมา

หลังจากที่นางยืนนิ่งแล้วคิดบางอย่างไปได้สักพักนางก็เอ่ยออกมา

"ได้ข้ารับปากเจ้า ถ้าเจ้าบอกเกี่ยวกับตัวตนเบื้องหลังของเรื่องนี้ให้กับข้าข้าจะฝังเจ้าไว้ที่สุสานเดียวกันกับตระกูลของข้า "

นางได้เอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยือกราวกับรอยยิ้มของมัจจุราช

" ได้กลุ่มนั้นนั้นก็คือ....... "

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป

ทุกคนครับผมมีคำถามจะถามว่าในกรณีนี้ผมจะแทนตัวเอกว่าร่างบางหรือนางดีครับ

เพราะผมแต่งแต่นิยายแนววายผมเลยไม่รู้ศัพท์ที่จะใช้เรียกตัวละครครับช่วยบอกผมหน่อยขอบคุณครับ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 12 เริ่มต้นการแก้แค้น

    ตักกลับมาทางสองพี่น้องที่ในตอนนี้กำลังเดินทางไปที่ตำหนักของฮองเฮา "อี้เอ๋อเจ้ากำลังวางแผนจะทำสิ่งใด "เมื่อเดินมาใกล้ถึงตำหนักของฮองเฮาชิงเหมยก็ได้เอ่ยถาม"ข้าหาได้วางแผนสิ่งใดไม่ ข้าก็แค่จะทำหน้าที่ของลูกสะใภ้ที่ดีก็เท่านั้นท่านพี่อย่าคิดมาก"ชิงอี้ได้เอ่ยตอบกลับพี่สาวของตนเช่นนั้นแต่พี่สาวของนางนั้นหาได้เชื่อไม่ "ท่านพี่ท่านไม่ต้องห่วงไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน ""พี่ไม่ได้กลัวเดือดร้อนแต่พี่แค่เป็นห่วงเจ้าพวกเราเหลือกับเพียงแค่นี้ถ้าเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วพี่จะอยู่อย่างไร ""ท่านพี่ไม่ต้องกลัวข้าจะไม่เป็นอะไร ข้าจะอยู่กับท่านไปจนแก่เฒ่า ท่านพี่ท่านอย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นสิข้ายอมบอกแล้วก็ได้แผนของข้าก็คือ......."และหลังจากนั้นชิงอี้ก็ได้เล่าแผนการทั้งหมดให้พี่สาวของตนฟังทันที "เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าแผนการนี้จะบรรลุด้วยดีโดยไม่มีข้อผิดพลาด ""ข้ามั่นใจมากเพราะหลักฐานทั้งหมดถ้ามีครบแล้วท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วง" เมื่อกล่าวจบทั้งคู่ก็เดินเข้ามายังภายในของตำหนักฮองเฮาแล้ว "ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ" เมื่อเข้ามาถึงภายในพวกนางก็ทำการคารวะ "ข้าบอกพวกเจ้าว่า

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 11 พูดคุยกับเหล่าสนม

    "ท่านพี่ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนั้นได้เดินมาปลุกพี่สาวของตนที่ยังหลับไม่ตื่น "อื้มมม อาอี้พี่ขอนอนต่ออีกหน่อยได้หรือไม่ ""ท่านพี่ข้ารู้ว่าเมื่อคืนท่านเหนื่อยกับหลี่หยางทั้งคืนแต่ท่านจะไปพบกับเหล่าบรรดาเมียๆของหลี่หยางช้ากว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวพวกนางจะนำท่านไปนินทาว่าร้ายได้ ลู่ถิง ลู่จิน พวกเจ้ามาช่วยข้าประคองท่านพี่ไปอาบน้ำได้แล้ว เจิงลู่เจ้าไปเรียกคนมาเปลี่ยนที่นอนของท่านพี่และไปบอกบรรดาเมียทั้งหลายของหวงไท่จื่อไปรอที่ศาลาสระบัว "เมื่อหันไปสั่งเสร็จนางก็หันมาประคองพี่สาวของตนไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า "อาอี้พี่ตื่นแล้วพี่อาบเองได้ออกไปเถอะ" เมื่อกำลังถูกน้องสาวของตนถอดเสื้อผ้านางก็มีสติขึ้นมาแล้วรีบไล่น้องออกไปด้วยความเขินอาย "ท่านพี่ท่านจะอายข้าทำไมพวกเราโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเห็นของกันมาหมดแล้ว รีบอาบเถอะเดี๋ยวจะไปไม่ทัน" เมื่อกล่าวจบนางก็ถอดเสื้อผ้าของพี่สาวตนจนเสร็จแล้วทำการอาบน้ำให้ส่วนชิงเหมยแม้จะเขินอายแค่ไหนก็ไม่อาจขัดขืนน้องตัวเองได้จึงยอมอยู่เฉยๆให้น้องตัวเองจับอาบน้ำแต่งตัวราวกับเป็นเด็ก ทางด้านของเจิงลู่เมื่อได้รับคำ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 10 พิธีแต่งงาน

    หลังจากนี้จะเปลี่ยนจากรัชทายาทเป็นหวงไท่จื่อแทนนะครับและขอเปลี่ยนจากชายาเอกและชายยารองเป็นหวงไท่จื่อเฟยและหวงไท่จื่อผินแทนนะครับ"ฝ่าบาทเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ พวกเขาถูกบังคับพะย่ะค่ะ" เหล่าแม่ทัพที่เห็นด้วยในตอนแรกรีบกับลำทันที "ลากออกไปโบย 50 ไม้พร้อมปลดออกจากตำแหน่งและยึดทรัพย์ทั้งหมดแล้วนำไปไปตัดลิ้นแล้วส่งตัวไปเป็นทาสอยู่ที่ชายแดน "ฮ่องเต้ได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุขุมเยือกเย็น"ฝ่าบาทได้โปรดเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ ท่านหญิงทั้งสองได้โปรดอภัยด้วยขอรับ "เหล่าแม่ทัพทั้งหลายได้ขอร้องอ้อนวอนอย่างหน้าสมเพช "ข้าก็อยากจะช่วยแต่นี่เป็นบัญชาของฝ่าบาทคงช่วยพวกท่านไม่ได้ "ชิงอี้นางได้แสดงว่ากำลังเสียใจที่ช่วยไม่ได้และทุกคนก็หลงเชื่อว่านางกำลังเสียใจอยู่จริงแต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ดูออกนั้นก็คือพี่สาวของนาง "เหตุใดเจ้าถึงอยากช่วยพวกเขาทั้งๆทีพวกเขาเพิ่งจะใส่ร้ายเจ้า "ฮ่องเต้ได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย และนั้นก็เข้าแผนการของนางที่วางเอาไว้"กราบทูลฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันเพียงแค่คิดว่าพวกเขาเหล่านี้จงรักภักดีต่อบ้านเมืองมากแม้ว่าพวกเขาจะว่าร้ายพวกเราสองคนพี่น้องยังไงก็ไม่ควรที่จะโดนลงโทษหนักถึงเพียงนี้เพคะ"นางได

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 9 พลังของสตรี

    เมื่อกล่าวจบทุกคนก็เดินออกไปขึ้นม้าที่เตรียมเอาไว้ทันทีแล้วควบไปที่ประตูเมือง และเมื่อมาปิดประตูเมืองพวกนางก็ขึ้นไปบนกำแพงเมืองทันที่ "ท่านพี่ท่านนั่งบรรเลงเพลงอยู่บนนี้ให้สบายใจเถอะเดี๋ยวพวกข้าจะลงไปจัดการพวกที่อยู่ข้างล่างเอง" เมื่อขึ้นมาบนกำแพงชิงอี้ก็จัดที่ให้พี่สาวของตนนั่งในการดีดฉิน "เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกเจ้าเป็นห่วงตัวเจ้าเองเถอะ ลงไปต่อสู้ข้างล่างก็อย่าบาดเจ็บละพี่เป็นห่วงรู้ไหม "ชิงเหมยได้จับมือน้องสาวของตนเองแล้วเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง "ข้าสัญญาข้าจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอนท่านพี่ "เมื่อกล่าวจบชิงอี้ก็ได้ถือง้าวแล้วกระโดดลงจากกำแพงทันทีและเมื่อเหล่าบริวารได้เห็นเช่นนั้นก็ถืออาวุธประจำตัวของตัวเองแล้วก็โดดตาม และนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่บนนั้นตกใจเป็นอย่างมากเพราะกำแพงนี้มีความสูงมากกว่าหนึ่งจั้งหากตกลงไปในความสูงขนาดนี้ไม่ตายก็พิการ จนพวกเขาทั้งหมดต้องรีบวิ่งไปดูว่าเป็นอย่างไรบ้างแต่ก็พบว่าทั้งหมดที่กระโดดลงไปนั้นไม่มีใครเป็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวนั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ส่วนชิงเหมยที่ได้เห็นว่าน้องสาวและบริวารได้ลงไปแล้วนั้นนางก็เริ่มบรรเลงเพลงทันที

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 8 ออกรบร่วมกัน

    "แล้วเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรรัชทายาท ฮ่องเต้ได้หันมาถามบุตรชายของตน ""ลูกจะขอนำทัพไปครั้งนี้เองขอรับท่านพ่อเพื่อให้ปวงประชาได้เห็นว่าลูกนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาทขอรับ "รัชทายาทหลี่หยางเอ่ยเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ "ดี ถ้าเช่นนั้นรัชทายาทจงนำทัพไปช่วยเหลือแม่ทัพบูรพาต้านทานศัตรูจงนำทหารไป 200,000 นายเพื่อร่วมรบในครั้งนี้" ฮ่องเต้ได้ประกาศออกมาเสียงดังทำให้ทุกคนก็รู้สึกมีกำลังใจไปด้วย "ฝ่าบาทเพคะพวกเราทั้งสองขอร่วมรบในครั้งนี้ด้วยเพคะ" เมื่อฮ่องเต้กล่าวจบชิงเหมยกับชิงอี้ก็ได้ลุกขึ้นมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพร้อมทั้งเอ่ยจุดประสงค์ของนางทันที"แม่นางน้อยทั้งสองนี่คือสนามรบไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะให้คนอย่างพวกเจ้าไปวิ่งเล่นได้" หานเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยตำหนิออกมาด้วยความหวาดกลัวเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนไปเข้าร่วมรบเพราะว่าตนนั้นได้รับรู้มาจากสายของตนว่าทั้งสองคนนี้เก่งกาจเพียงใด"ขอบพระทัยหานเฟยที่ทรงเป็นห่วงพวกเราเพคะ แต่พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพวกเราทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่เคยผ่านสงครามมาก่อนรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรในสงครามขนาดกองทัพของแคว้นอู่ตี้ที่มีมากกว่า 3 แสนนายพวกเราก็เอาช

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 7 เรียนรู้วังหลัง

    ( ยังไม่ได้แก้คำผิด)"เรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ขอรับท่านพ่อเหตุใดท่านถึงดูดีใจขนาดนี้" หลังจากที่ขุนนางทั้งหลายออกไปทั้งหมดแล้วรัชทายาทหลี่หยางก็เอ่ยถามผู้เป็นบิดาทันที "เดี๋ยวข้าจะเล่าประวัติศาสตร์ราชวงศ์ให้เจ้าฟัง ตอนเริ่มก่อสร้างราชวงศ์นี้มีคนร่วมก่อสร้างด้วยกันก็คือ 2 ตระกูลตระกูลแรกก็คือตระกูล อู่ลู่ซินหยาง ของพวกเราส่วนอีกตระกูลก็คือ อูลาเร่อปา ทั้งสองตระกูลนี้ล้วนผูกมิตรกันมาตั้งแต่อดีตกาลจนก่อตั้งเป็นราชวงศ์ขึ้นมาชื่อของราชวงศ์นั้นแต่เดิมคือ อู่ลู่อู ความสัมพันธ์ของ 2 ตระกูลนี้ก็ดีกันมาตลอดจนมาถึงสมัยของฮ่องเต้ที่เป็นปู่ของพ่อหรือเป็นทวดของเจ้านั้นเขาได้กลัวว่าอูลาเร่อปามีอำนาจมากกว่าตระกูลของตน เขาก็เลยหาเรื่องจนทำให้ตระกูลนี้ถูกกวาดล้างจนต้องระเห็จระเหิดหายไปไกล แล้วก็เปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็นราชวงศ์ อู่ลู่ แต่ฮองเฮาในสมัยนั้นก็เป็นคนจากตระกูลอูลาเร่อปาซึ่งฮ่องเต้ก็รักฮองเฮาเป็นอย่างมากตัดสินใจที่จะประหารไม่ได้เลยประหารองค์ชายองค์หญิงที่เกิดมาจากฮองเฮาทั้งหมดแต่ก็ปล่อยให้ฮองเฮามีชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกทั้งหมดไปนั่นจึงทำให้พระนางรวบรวมขุนนางและสนับสนุนเสด็จพ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 1 พันธสัญญาโลหิต

    วันเวลา 7 วันแห่งความเสียใจได้ผ่านพ้นไปตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองต่างกักขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินและไม่ยอมพบผู้ใดเอาแต่นอนร้องไห้อยู่ภายในนั้น "อาเหมย อาอี้ พวกเจ้าทั้งสองเปิดประตูให้อาหน่อยได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องพ่อของเจ้าแต่เจ้าจะทรมานตัวเองเช่นนี้ไม่ได้ถ้าพ่อของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ได้

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทนำ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

    ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากได้มีชายชราคนหนึ่งนิมิตรเรื่องราวในอนาคตได้ ได้นิมิตเห็นไฟสงครามที่ใกล้เข้ามายังเมืองของตน ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเรียกประชุมเหล่าตระกูลใหญ่และขุนนางทั้งหมดของเมืองว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง "ผู้อาวุโสอูลาเร่อปา ท่านเรียกพวกเรามารวมตัวกันแต่เช้าเช่นนี้มี

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 6 เข้าเมืองหลวง

    "พวกเจ้าจะเข้าเมืองหลวงกันเมื่อไหร่ข้าจะได้สั่งคนให้เตรียมตัว"หลังจากที่ทั้ง 3 ได้ทำสัญญากันเรียบร้อยแล้วนั้นรัชทายาทก็ได้ถามทั้งคู่ทันทีว่าจะเดินทางเข้าเมืองหลวงกันเมื่อไหร่ "พวกเราจัดการเรื่องทางนี้เสร็จแล้วแล้วแต่ท่านว่าจะเดินทางกันเมื่อไหร่ตอนนี้พวกข้าพร้อมแล้ว "ชิงเหมยนางได้กล่าวออกมา "ถ้าอ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   แนะนำเรื่อง

    สวัสดีครับนิยายเรื่องนี้แต่งโดยจินตนาการของผู้เขียนไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อ่านเพื่อความสนุกเท่านั้นงดดราม่าทุกกรณีครับนิยายเรื่องนี้เป็นแนวการเมือง สงคราม แนวชิงรักหักสวาทในวังหลวง และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า นิยายเรื่องนี้ดราม่าเป็นอย่างมากครับ ถ้าใค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status