Share

บทที่ 5 จัดการตระกูลลู่

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 21:17:53

"อาอี้หลานมาทำอะไรอยู่ตรงนี้" ผู้นำตระกูลลู่แม้จะตกใจเพียงใดเขาก็พยายามควบคุมน้ำเสียงของตนให้เป็นปกติ

"ลู่อู่เซิน เจ้าเลิกเสแสร้งได้แล้ว ข้ารู้ทั้งหมดแล้วว่าเจ้าทรยศ "ชิงอี้นางได้เอ่ยตอบกลับ

"หลานพูดเรื่องอะไรลุงคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด "ผู้นำตระกูลู่นั้นเขาก็ยังพูดออกมาเหมือนเดิมว่าตนไม่ผิดนั่นก็ทำให้ชิงอี้โกรธขึ้นมาทันที

"เจ้าเลิกเสแสร้งได้แล้วก่อนที่จักรพรรดิแคว้นอู่ตี้จะสิ้นใจตายนั้นมันได้บอกกับข้าทั้งหมดแล้วว่าใครคือผู้ทรยศบ้าง "

เมื่อผู้นำตระกูลลู่ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเขาก็แปลเปลี่ยนทันที

"ในเมื่อเจ้ารู้แล้วจะทำอะไรข้าได้ เจ้าคิดว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าจัดทำอะไรข้าที่อยู่มาครึ่งชีวิตได้แล้วอย่างนั้นหรือ" หลังจากที่เขาได้รู้ว่าชิงอี้ได้รู้แล้วว่าตนคือผู้ทรยศเขาก็ได้เอ่ยออกมา

"เหตุใดเจ้าสารเลวชั่วช้าขนาดนี้บิดาของข้าก็รักเคารพเจ้าเหมือนพี่ชาย แต่เจ้าตอบแทนความความเคารพที่บิดาข้ามอบให้อย่างนี้หรือ!!!!! "

"ความผิดทั้งหมดก็เพราะบิดาของเจ้านั่นแหละ!!!! เพราะถ้ามันไม่มาตำแหน่งเจ้าเมืองนี้ก็คงเป็นของข้า!!!! ข้าเฝ้าวางแผนทำทุกอย่างให้เป็นที่เคารพนับหน้าถือตาในเมืองแห่งนี้แต่บิดาของเจ้าเป็นใครกล้าดียังไงมาแย่งตำแหน่งนี้ที่มันควรจะเป็นของข้า!!!! "ผู้นำตระกูลลู่เขาได้เอ่ยความในใจที่มีทั้งหมดออกมาให้ชิงอี้ได้รับฟัง

"เพียงพอเรื่องแค่นี้ เจ้าถึงกับใช้ชีวิตของทหารทั้งเมืองเป็นเครื่องสังเวยเพียงเพราะตำแหน่งนี้อย่างนั้นหรือ" ชิงอี้นางได้เอ่ยออกมาด้วยความสมเพช

"หุบปากเดี๋ยวนี้!!! ในเมื่อเจ้ารู้ความจริงแล้วก็อย่าโทษข้าก็แล้วกันว่าเป็นคนใจร้าย" เมื่อกล่าวจบก็ได้มีทหารจำนวนมากมาล้อมตัวของชิงอี้เอาไว้

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลู่อู่เซินไม่คิดว่าเจ้าจะรวบรวมทหารเอาไว้ได้มากถึงเพียงนี้ ส่วนพวกเจ้าทรยศแผ่นดินเข้าร่วมกับฝ่ายศัตรูรู้ดีใช่หรือไม่ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร "ชิงอี้ได้เอ่ยออกมาด้วยความปกติโดยไม่มีที่ท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า อูลาเร่อปาชิงอี้จะตายอยู่แล้วยังทำมาเป็นปากเก่งนิสัยเหมือนพ่อของเจ้าไม่มีผิดถ้าหากว่ายอมไปเป็นเมียของฮ่องเต้แคว้นอู่ตี้ก็คงไม่มาตายอนาถแบบนี้ "เมื่อชิงอี้นางได้ยินเช่นนั้นดวงตาของนางนั้นก็ทอประกายสีแดงอย่างน่ากลัว

"เจ้าคนชั้นต่ำเจ้าไม่มีสิทธิ์กล้าเอ่ยถึงพ่อของข้า และเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อเต็มของข้าพระเจ้าเป็นสารเลวเกินไป "

"ท่านพ่อข้าคิดว่าเราไม่ควรที่จะพูดคุยกับมันอีกแล้วรีบจัดการมันเถอะเจ้าค่ะ" บุตรสาวคนโตของผู้นำตระกูลลู่ได้เอ่ยบอกกับพ่อของตน

"ใครกันแน่ที่จะจัดการใคร" เมื่อสิ้นเสียงนั้นของชิงอี้เหล่าทหารทั้งหลายก็ล่มลงพื้นทั้งหมดแล้วร่างกายของพวกเขานั้นก็ถูกสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดรุมกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่เลือดสักหยดเดียว นั่นทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ตกใจหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

" ลู่อู่เซินเจ้าเป็นอะไรไปทำไมถึงไม่พูดอันใดเลยเล่า พวกเจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าข้าได้สิ่งใดจากตระกูลเว่ยมา" เมื่อสิ้นเสียงนั้นของชิงอี้ผู้นำตระกูลู่ก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นได้รับราชาแห่งพิษมาจากตระกูลเว่ยนั่นก็ทำให้เขาหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ

"เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอกถ้าข้าหายตัวไปทุกคนที่นี่จะต้องสงสัยในตัวเจ้าอย่างแน่นอน "แม้อยู่ในจุดที่ตัวเองนั้นพ่ายแพ้เขาก็เอ่ยออกมาเพื่อหาทางรอด

"แน่นอนว่าข้าไม่ฆ่าเจ้าอยู่แล้วแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้เจ้ารอดไปได้ "เมื่อกล่าวจบตู๋ชงที่อยู่บนหัวไหล่ชิงอี้ของก็ได้แปลงร่างเป็นแมงมุมยักษ์แล้วพ่นใยไปพันธนาการทั้งหมดทุกคนทันที

"เจ้าจะทำอะไรปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!!! "บุตรสาวคนโตของลู่อู่เซินได้ตะโกนออกมาอย่างเอาแต่ใจ

"ตู๋ชงลงมือได้เลยนี่ก็ดึกมากแล้วเดี๋ยวท่านพี่จะสงสัยเอา" เมื่อสิ้นเสียงนั้นของที่ได้แปลงร่างเป็นแมงมุมนั้นเขาก็ได้ส่งเสียงออกมานั่นทำให้มีผึ้งสีดำบินออกมาสิบตัว

"พวกมันเหล่านี้แหละขอรับนายท่านที่มีสติปัญญามากที่สุด "ตู๋ชงเอ่ยออกมาหลังจากที่ผึ้งทั้งหลายบินออกมาจนครบ

"ดีถ้าอย่างนั้นตู๋ชงตัวของเจ้าเองจงไปใช้ร่างของบุตรสาวคนโตเป็นที่สถิตแล้วเจ้าก็หาตัวที่มีความสามารถหลากหลายไปสิงร่างของบุตรสาวที่เหลือของมัน แล้วส่วนคนอื่นๆตัวไหนจะสิงใครก็ได้ข้าไม่ว่า"

"เหตุใดต้องให้ข้าสิงร่างของบุตรสาวคนโตด้วยขอรับนายท่าน "

"ก็เพราะว่าข้ากับพี่สาวจะเข้าเมืองหลวงจำเป็นต้องมีบ่าวรับใช้ที่เป็นสตรีข้าก็จะให้เจ้าไปรับใช้ข้าและให้พวกมันทั้งสองไปรับใช้พี่สาวของข้าอย่างไรเล่า แล้วอีกอย่างถ้าหากเจ้ามีสภาพที่ไม่แน่นอนเช่นนี้เวลาข้าจะใช้งานอะไรที่สำคัญๆเจ้าจะทำอย่างไร "

เมื่อตู๋ชงได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้น แล้วเขาก็ได้ให้บริวารที่มีความรู้หลากหลายไปสิงร่างบุตรสาวอีก 2 คนของตระกูลลู่แล้วตัวเขาล่ะก็ได้กลายร่างเป็นผึ้งบินเข้าไปในปากของบุตรสาวคนโตตระกูลลู่เพื่อสิ่งสิงสถิต เมื่อตู๋ชงและเหล่าบริวารเข้าไปในปากของพวกเขาเหล่านั้นทั้งหมดพวกเขาเหล่านั้นก็ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานอยู่ที่พื้นสักพักก่อนที่จะสงบลงแล้วแน่นิ่งไป จนเวลาผ่านไปได้สักพักพวกเขาเหล่านั้นได้สติและลุกขึ้นมาทำความคารวะชิงอี้

"พวกเราขอคารวะนายท่านขอรับ/เจ้าค่ะ" เมื่อได้รับกายเนื้อมาพวกมันก็คุกเข่าทำความคารวะทันที เมื่อชิงอี้นางได้เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

"ในเมื่อเจ้าปรารถนาที่จะเป็นเจ้าเมืองข้าก็จะให้เจ้าได้เป็น ตู๋ชงเจ้าจงจัดการสอนการใช้ชีวิตแบบมนุษย์ให้กับพวกมันทั้งหมด"

"รับบัญชาขอรับนายท่าน "ตู๋ชงที่อยู่ในร่างของบุตรสาวคนโตตระกูลลู่ได้เอ่ยออกมา

"ก่อนที่เจ้าจะไปสอนใครเจ้าควรสอนตัวเองก่อนเจ้าอย่าลืมสิในยามนี้เจ้าอยู่ในร่างของสตรี" เมื่อชิงอี้ได้ยินเช่นนั้นนางก็เอ่ยออกมา

"ทราบแล้วเจ้าค่ะ "

"จริงสิในตอนนี้เจ้าอยู่ในร่างของสตรีก็ควรที่จะมีชื่อสตรีเอาไปเรียก งั้นข้าขอตั้งชื่อของเจ้าสำหรับร่างนี้ว่า เจิงลู่ ก็แล้วกัน"

"น้อมรับทุกสิ่งอย่างของในท่านเจ้าค่ะ" ตู๋ชงที่ในยามนี้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่าเจิงลู่ได้เอ่ยขอบคุณออกมา

และเมื่อจัดการทุกอย่างในจวนลู่เสร็จแล้วเขาก็ได้เดินกลับไปหาพี่สาวของเขาที่จวนตระกูลอูลาเร่อปา และเมื่อเขาเข้ามาก็ได้พบเข้ากับพี่สาวของตนกำลังเก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่สำคัญลงหีบอยู่เขาก็เลยสงสัยว่าเหตุใดทำไมพี่สาวของเขานั้นถึงได้เก็บข้าวของเยอะขนาดนี้

"ท่านพี่เหตุใดท่านถึงเก็บข้าวของมากมายขนาดนี้ไม่ใช่ว่าพวกเราไปแค่ไม่กี่ปีก็กลับมาแล้วไม่ใช่หรือ "

"เจ้าเด็กน้อยของพี่ช่างไม่รู้อะไรเลย เจ้าคิดว่าถ้าหากเราได้ไปเมืองหลวงครั้งนี้จะได้รับรางวัลอย่างเดียวหรือ "

เมื่อชิงอี้ได้ฟังเช่นนั้นก็คิดตามสิ่งที่พี่สาวของตนนั้นพูดทันทีและนางก็ได้เข้าใจว่าพี่สาวของนางนั้นกำลังจะเอ่ยถึงเรื่องอะไร

"เจ้าคิดว่ารัชทายาทกับฮ่องเต้จะปล่อยพวกเราที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ไปอย่างนั้นหรือ" ชิงเหมยนางได้คาดการณ์สถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่ามันจะเดินไปในทิศทางใด

"แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเรานั้นมีความรู้ความสามารถอะไรบ้าง "ชิงอี้ที่ส่วนใหญ่เชียวชาญด้านการรบไม่ค่อยได้เรียนรู้ด้านกลยุทธ์และการวางแผนเท่าไหร่นักก็ได้เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

"พี่ว่าด้วยความสงสัยของรัชทายาทอย่างไรเขาก็ต้องส่งคนไปถามเกี่ยวกับพวกเราอยู่แล้วแล้วเจ้าก็รู้ว่าอย่างชาวบ้านนั้นมีคนนำเงินไปให้เพื่อแลกกับเรื่องที่ไม่ใช่ของตนเองเจ้าคิดว่าคนเหล่านั้นจะไม่ยอมเล่าให้ฟังหรือ หลังจากนี้พวกเราจะต้องวางแผนเตรียมตัวใช้ชีวิตในวังหลวงหาทางมีชีวิตรอดปลอดภัยดีกว่า "

"พวกเราจำเป็นต้องไปอยู่ที่วังหลวงอย่างนั้นหรือ "

"แน่นอนอยู่แล้วอยากไรเสียฮ่องเต้ก็คงไม่ปล่อยให้พวกเราหลุดไปอยู่ในมือของขุนนางได้หรอก พี่ว่าเราเลิกคุยกันได้แล้วเจ้าก็จงไปเตรียมตัวให้พร้อมเพราะหลังจากนี้ชีวิตของพวกเราน่าจะวุ่นวายน่าดู" เมื่อกล่าวจบชิงเหมยก็หันไปเก็บข้าวของต่อส่วนก็ได้ไปจัดการธุระต่างๆในจวนนี้ให้พร้อมเพื่อที่จะเดินทาง

ตัดกับไปทางรัชทายาทก็เป็นดั่งที่ชิงเหมยคาดการณ์เอาไว้เขาได้สั่งให้คนไปสืบหาข้อมูลของสองพี่น้องตระกูลอูลาเร่อปาจากชาวบ้านทันทีแล้วให้นำเงินไปมอบให้เป็นของรางวัล จนเวลาผ่านไปได้ 2 ชั่วยามหลังจากที่เขามาที่เมืองนี้คนที่เขาได้ส่งไปสืบนั้นก็ได้วิ่งกลับเข้ามารายงาน

"รายงานองค์รัชทายาทเรื่องที่พระองค์ให้ไปสืบมากระหม่อมได้สืบหามาให้แล้วขอรับ "

"พี่น้องตระกูลอูลาเร่อปานั้นเป็นบุตรสาวของเจ้าเมืองนี้และก่อนที่แคว้นอู่ตี้จะยกทัพมาตีนั้นทั้งคู่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากบิดามารดาทั้งหมด คนพี่นั้นได้รับความรู้ทางด้านการวางกลยุทธ์และมีความรู้มากมายหลายแขนงจากผู้เป็นมารดา ส่วนคนน้องนั้นได้รับการถ่ายทอดการวางกลยุทธ์และการศึกพร้อมทั้งการปกครองต่างๆจากผู้เป็นบิดา และเมื่อคนน้องนั้นเรียนจากบิดาเสร็จผู้เป็นมารดาก็ได้มาสอนศาสตร์วิชาแขนงต่างๆให้จนเชียวชาญทุกด้านทุกวิชาจนผู้เป็นบิดาวางใจมอบตำแหน่งเจ้าเมืองน้อยให้กับคนน้องเผื่อเอาไว้ว่าถ้าหากตนเองนั้นตายก็ให้บุตรสาวคนเล็กขึ้นดำรงเป็นเจ้าเมืองต่อ และหลังจากที่ผู้เป็นบิดานั้นสิ้นชีพในสนามรบทั้งคู่ก็ต่างเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมากจนคิดอยากจะแก้แค้น จนทำให้ผู้นำตระกูลเว่ยเขาได้บอกเรื่องราชาแห่งพิษที่อยู่สุสานตระกูลตนจนทำให้คนน้องนั้นเกิดอยากจะได้มาไว้ครอบครองจนทำให้เขาไปที่นั่นอย่างไม่กลัวตายและเขาก็ได้สมใจปรารถนา เขาได้ราชาแห่งสัตว์พิษนั้นมาเป็นบริวารและยกขบวนสัตว์มีพิษทั้งหลายที่เป็นบริวารของราชาแห่งพิษไปจัดการทหารทั้งหมดของฝ่ายศัตรูจนไม่เหลือแม้แต่โครงกระดูกทั้งหมด "

และเขาก็ได้เล่าวีรกรรมต่างๆของ 2 พี่น้องคู่นี้ที่ตนได้ไปสืบมาให้กับรัชทายาทได้รู้ทั้งหมด

เมื่อรัชทายาทได้ฟังรายงานเช่นนั้นเขาก็นั่งคิดทันทีว่าจะจัดการอย่างไรกับคนทั้งคู่ดีเพราะถ้าหากปล่อยให้ทั้งคู่ไปตกอยู่ในมือของคนอื่นหรืออยู่ที่นี่ต่อไปพวกตนอาจจะเป็นอันตรายได้หลังจากที่เขาคิดไปได้สักพักเขาก็ได้บทสรุปว่ายังไงก็ตามต้องเอาคนทั้งคู่นี้มาเป็นของเขาให้ได้

เขาจึงเขียนจดหมายเล่าเลือกราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เมืองนี้และประวัติทั้งหมดของสองพี่น้องตระกูลอูลาเร่อปาแล้วส่งไปให้ฮ่องเต้ช่วยคิดว่าจะจัดการอย่างไรดี

เมื่อส่งจดหมายไปเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้นั่งคิดว่าจะวางแผนอย่างไรดีที่จะทำให้ทั้งคู่นั้นมาอยู่กับเขาได้ เขาได้นั่งคิดเช่นนี้ตลอดทั้งคืนจนมาถึงตอนเช้าเขาก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดีเพราะจากที่ฟังรายงานมานั้นเขาก็รู้ได้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีความรู้คงไม่อาจที่จะหลอกล่อได้อย่างง่ายๆ

"รายงานองค์รัชทายาท มีคนมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ "ทหารยามที่เฝ้ากระโจมได้เอ่ยรายงานนายของตน

"ใคร "

"เป็นคนจากตระกูลอูลาเร่อปาพะยะค่ะ"

"ให้เขาเข้ามาได้ "

เมื่อรัชทายาทได้ยินเช่นนั้นก็อนุญาตให้เข้ามาทันที

"ถวายบังคมองค์ค์รัชทายาท" ชิงเหมยที่เดินเข้ามาก็ได้ทำความคารวะอย่างนอบน้อม ส่วนชิงอี้ได้แค่โค้งตัวแล้วก้มศีรษะเท่านั้น

"ไม่เป็นไรทำตัวตามสบายเถอะ" เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนทั้งคู่ก็ไปนั่งเก้าอี้ทันที

"ที่พวกเจ้ามาในครั้งนี้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ "รัชทายาทถามได้เอ่ยออกมา

"ถ้าอย่างนั้นหม่อมฉัน..."

"ถ้าอยู่กันแค่เราไม่ต้องพูดคำราชาศัพท์หรอกพูดธรรมดาก็พอ" ในขณะที่ชิงเหมยกำลังจะกล่างนั้นรัชทายาทได้เอ่ยขึ้นมาก่อน

"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจและก็ไม่ขออ้อมค้อม ท่านน่าจะให้คนไปสืบประวัติของพวกเรามาหมดแล้ว แล้วท่านก็น่าจะกำลังวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้พวกเราเป็นคนของท่านใช่หรือไม่องค์รัชทายาท" ชิงเหมยได้กล่าวออกมาช้าๆทีละประโยคแต่นั่นก็ทำให้รัชทายาทยิ้มออกมาราวกับว่าได้เจอเรื่องสนุก

"เป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมาข้าได้ให้คนไปสืบประวัติของพวกเจ้าทั้งหมดมาแล้วแล้วเจ้าจะทำอย่างไรในเมื่อเจ้าก็รู้แล้วว่าข้ากำลังวางแผนจะทำอะไร" รัชทายาทได้เอ่ยถามออกไปตรงๆ

"ที่พวกข้ามาในครั้งนี้ก็เพราะเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ถ้าท่านปรารถนาที่จะให้พวกเราสองพี่น้องไปเป็นของท่าน ท่านก็ต้องทำสัญญากับพวกเราก่อนตกลงหรือไม่ "

"จะตกลงหรือไม่นั้นข้าก็ขอฟังก่อนว่าพวกเจ้าต้องการสิ่งใด "

"พวกเราไม่ขออะไรมาก ขอแค่ว่าถ้าหากแต่งไปแล้วข้าจะต้องได้เป็นชายาเองส่วนน้องสาวของข้าต้องได้เป็นชายารอง และเมื่อท่านได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ข้าจะต้องได้เป็นฮองเฮาและน้องสาวของข้าจะต้องได้เป็นหวงกุ้ยเฟยท่านทำได้หรือไม่"

"แน่นอนข้าสามารถทำให้พวกเจ้าได้อยู่แล้ว แต่ข้ามีเรื่องที่สงสัยขอถามพวกเจ้าได้หรือไม่"

"ท่านคงสงสัยว่าเหตุใดพวกเราสองพี่น้องถึงยอมท่านง่ายดายขนาดนี้ใช่หรือไม่ "ชิงอี้ที่นั่งเงียบๆอยู่นานนางก็ได้เอ่ยออกมา

"ใช่ ข้าคิดว่ามันแปลกเกินไป "

"ถ้าท่านอยากรู้ข้าก็จะบอกท่านตามตรง ที่พวกเราสองพี่น้องยอมท่านง่ายขนาดนี้ก็เพราะว่าพวกเรานั้นมีแค้นที่ต้องชำระกับขุนนางขั้นสูงในราชสำนักและที่พวกเราต้องขอตำแหน่งที่สูงขนาดนี้ก็เพราะว่าเวลาแก้แค้นจะได้ทำง่ายๆ" ชิงอี้ได้เอ่ยอธิบายออกมาให้รัชทายาทเข้าใจ

"ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าก็ต้องการที่จะใช้ข้าเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นอยากนั้นหรือ" รัชทายาทออกมาด้วยความไม่ชอบใจที่ตนรู้สึกเหมือนเป็นเครื่องมือให้อีกฝ่าย

"ท่านพูดอะไรอย่างนั้นพวกเราทั้งสองฝ่ายนั้นต่างก็ได้ประโยชน์ทั้งคู่ ท่านได้พวกเราทั้งคู่ไปคอยช่วยเหลือจัดการต่างๆส่วนพวกเราก็ได้แก้แค้นท่านลองคิดดูว่าผลตอบแทนของใครที่ได้มากกว่ากัน "

และเมื่อรัชทายาทได้ยินเช่นนั้นเขาก็ค่อยๆพิจารณาผลได้ผลเสียทันทีและเมื่อเขานั่งพิจารณาไปสักพักเขาก็คิดตกแล้วว่าถ้าหากว่าเขาได้ทั้งคู่มาอยู่ด้วยเขาก็ได้ทั้งสมองและกับลังรบมาอยู่ในมือนั่นจึงทำให้เขายิ้มออกมา

"แล้วข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าถ้าหากพวกเจ้าแก้แค้นสำเร็จแล้วจะยังอยู่กับข้าอีก "รัชทายาทได้เอ่ยข้อสงสัยของตนออกมา

"เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วงเพราะว่าแผ่นดินนี้ตระกูลข้ายอมสละชีพเพื่อปกป้องมันถ้าหากพวกเราทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องปกป้องมันอย่างแน่นอน "ชิงเหมยนางได้เอ่ยตอบคำถามที่รัชทายาทสงสัย

เมื่อรัชทายาทได้ยินเช่นนั้นเขาก็หมดข้อสงสัยจึงหันไปหยิบกระดาษและพู่กันมาร่างสัญญาตามที่คนทั้งคู่ต้องการพร้อมประทับตราด้วยโลหิตของตนเป็นเครื่องยืนยัน

"ข้าได้ทำสัญญาตามที่พวกเจ้าต้องการแล้วทีนี้ถึงตาพวกเจ้าทำสัญญาเช่นเดียวกัน"

เมื่อชิงเหมยนางได้เห็นเช่นนั้นก็ร่างสัญญาว่าจะอยู่กับรัชทายาทหลี่หยางจนและจะช่วยปกครองแผ่นดินนี้ตราบจนสิ้นอายุขัย เมื่อร่างสัญญาเสร็จทั้งคู่ก็ได้ประทับตราโลหิตเช่นเดียวกัน

"ทีนี้ถือว่าพวกเราทำสัญญาโลหิตกันแล้วถ้าหากฝ่ายใดที่ผิดคำสัญญาก็ขอให้ฟ้าดินลงทัณฑ์" ทั้ง 3 ได้เอ่ยสาบานออกมาพร้อมกันและประสาทมือเข้าด้วยกันถือว่าเป็นการทำสัญญา

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป

เป็นยังไงบ้างครับสนุกไหมครับน่าสนุกก็ขอฝากทุกคนคอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆด้วยนะครับคนเขียนก็ได้มีกำลังใจในการเขียนต่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 12 เริ่มต้นการแก้แค้น

    ตักกลับมาทางสองพี่น้องที่ในตอนนี้กำลังเดินทางไปที่ตำหนักของฮองเฮา "อี้เอ๋อเจ้ากำลังวางแผนจะทำสิ่งใด "เมื่อเดินมาใกล้ถึงตำหนักของฮองเฮาชิงเหมยก็ได้เอ่ยถาม"ข้าหาได้วางแผนสิ่งใดไม่ ข้าก็แค่จะทำหน้าที่ของลูกสะใภ้ที่ดีก็เท่านั้นท่านพี่อย่าคิดมาก"ชิงอี้ได้เอ่ยตอบกลับพี่สาวของตนเช่นนั้นแต่พี่สาวของนางนั้นหาได้เชื่อไม่ "ท่านพี่ท่านไม่ต้องห่วงไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน ""พี่ไม่ได้กลัวเดือดร้อนแต่พี่แค่เป็นห่วงเจ้าพวกเราเหลือกับเพียงแค่นี้ถ้าเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วพี่จะอยู่อย่างไร ""ท่านพี่ไม่ต้องกลัวข้าจะไม่เป็นอะไร ข้าจะอยู่กับท่านไปจนแก่เฒ่า ท่านพี่ท่านอย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นสิข้ายอมบอกแล้วก็ได้แผนของข้าก็คือ......."และหลังจากนั้นชิงอี้ก็ได้เล่าแผนการทั้งหมดให้พี่สาวของตนฟังทันที "เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าแผนการนี้จะบรรลุด้วยดีโดยไม่มีข้อผิดพลาด ""ข้ามั่นใจมากเพราะหลักฐานทั้งหมดถ้ามีครบแล้วท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วง" เมื่อกล่าวจบทั้งคู่ก็เดินเข้ามายังภายในของตำหนักฮองเฮาแล้ว "ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ" เมื่อเข้ามาถึงภายในพวกนางก็ทำการคารวะ "ข้าบอกพวกเจ้าว่า

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 11 พูดคุยกับเหล่าสนม

    "ท่านพี่ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนั้นได้เดินมาปลุกพี่สาวของตนที่ยังหลับไม่ตื่น "อื้มมม อาอี้พี่ขอนอนต่ออีกหน่อยได้หรือไม่ ""ท่านพี่ข้ารู้ว่าเมื่อคืนท่านเหนื่อยกับหลี่หยางทั้งคืนแต่ท่านจะไปพบกับเหล่าบรรดาเมียๆของหลี่หยางช้ากว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวพวกนางจะนำท่านไปนินทาว่าร้ายได้ ลู่ถิง ลู่จิน พวกเจ้ามาช่วยข้าประคองท่านพี่ไปอาบน้ำได้แล้ว เจิงลู่เจ้าไปเรียกคนมาเปลี่ยนที่นอนของท่านพี่และไปบอกบรรดาเมียทั้งหลายของหวงไท่จื่อไปรอที่ศาลาสระบัว "เมื่อหันไปสั่งเสร็จนางก็หันมาประคองพี่สาวของตนไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า "อาอี้พี่ตื่นแล้วพี่อาบเองได้ออกไปเถอะ" เมื่อกำลังถูกน้องสาวของตนถอดเสื้อผ้านางก็มีสติขึ้นมาแล้วรีบไล่น้องออกไปด้วยความเขินอาย "ท่านพี่ท่านจะอายข้าทำไมพวกเราโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเห็นของกันมาหมดแล้ว รีบอาบเถอะเดี๋ยวจะไปไม่ทัน" เมื่อกล่าวจบนางก็ถอดเสื้อผ้าของพี่สาวตนจนเสร็จแล้วทำการอาบน้ำให้ส่วนชิงเหมยแม้จะเขินอายแค่ไหนก็ไม่อาจขัดขืนน้องตัวเองได้จึงยอมอยู่เฉยๆให้น้องตัวเองจับอาบน้ำแต่งตัวราวกับเป็นเด็ก ทางด้านของเจิงลู่เมื่อได้รับคำ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 10 พิธีแต่งงาน

    หลังจากนี้จะเปลี่ยนจากรัชทายาทเป็นหวงไท่จื่อแทนนะครับและขอเปลี่ยนจากชายาเอกและชายยารองเป็นหวงไท่จื่อเฟยและหวงไท่จื่อผินแทนนะครับ"ฝ่าบาทเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ พวกเขาถูกบังคับพะย่ะค่ะ" เหล่าแม่ทัพที่เห็นด้วยในตอนแรกรีบกับลำทันที "ลากออกไปโบย 50 ไม้พร้อมปลดออกจากตำแหน่งและยึดทรัพย์ทั้งหมดแล้วนำไปไปตัดลิ้นแล้วส่งตัวไปเป็นทาสอยู่ที่ชายแดน "ฮ่องเต้ได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุขุมเยือกเย็น"ฝ่าบาทได้โปรดเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ ท่านหญิงทั้งสองได้โปรดอภัยด้วยขอรับ "เหล่าแม่ทัพทั้งหลายได้ขอร้องอ้อนวอนอย่างหน้าสมเพช "ข้าก็อยากจะช่วยแต่นี่เป็นบัญชาของฝ่าบาทคงช่วยพวกท่านไม่ได้ "ชิงอี้นางได้แสดงว่ากำลังเสียใจที่ช่วยไม่ได้และทุกคนก็หลงเชื่อว่านางกำลังเสียใจอยู่จริงแต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ดูออกนั้นก็คือพี่สาวของนาง "เหตุใดเจ้าถึงอยากช่วยพวกเขาทั้งๆทีพวกเขาเพิ่งจะใส่ร้ายเจ้า "ฮ่องเต้ได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย และนั้นก็เข้าแผนการของนางที่วางเอาไว้"กราบทูลฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันเพียงแค่คิดว่าพวกเขาเหล่านี้จงรักภักดีต่อบ้านเมืองมากแม้ว่าพวกเขาจะว่าร้ายพวกเราสองคนพี่น้องยังไงก็ไม่ควรที่จะโดนลงโทษหนักถึงเพียงนี้เพคะ"นางได

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 9 พลังของสตรี

    เมื่อกล่าวจบทุกคนก็เดินออกไปขึ้นม้าที่เตรียมเอาไว้ทันทีแล้วควบไปที่ประตูเมือง และเมื่อมาปิดประตูเมืองพวกนางก็ขึ้นไปบนกำแพงเมืองทันที่ "ท่านพี่ท่านนั่งบรรเลงเพลงอยู่บนนี้ให้สบายใจเถอะเดี๋ยวพวกข้าจะลงไปจัดการพวกที่อยู่ข้างล่างเอง" เมื่อขึ้นมาบนกำแพงชิงอี้ก็จัดที่ให้พี่สาวของตนนั่งในการดีดฉิน "เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกเจ้าเป็นห่วงตัวเจ้าเองเถอะ ลงไปต่อสู้ข้างล่างก็อย่าบาดเจ็บละพี่เป็นห่วงรู้ไหม "ชิงเหมยได้จับมือน้องสาวของตนเองแล้วเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง "ข้าสัญญาข้าจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอนท่านพี่ "เมื่อกล่าวจบชิงอี้ก็ได้ถือง้าวแล้วกระโดดลงจากกำแพงทันทีและเมื่อเหล่าบริวารได้เห็นเช่นนั้นก็ถืออาวุธประจำตัวของตัวเองแล้วก็โดดตาม และนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่บนนั้นตกใจเป็นอย่างมากเพราะกำแพงนี้มีความสูงมากกว่าหนึ่งจั้งหากตกลงไปในความสูงขนาดนี้ไม่ตายก็พิการ จนพวกเขาทั้งหมดต้องรีบวิ่งไปดูว่าเป็นอย่างไรบ้างแต่ก็พบว่าทั้งหมดที่กระโดดลงไปนั้นไม่มีใครเป็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวนั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ส่วนชิงเหมยที่ได้เห็นว่าน้องสาวและบริวารได้ลงไปแล้วนั้นนางก็เริ่มบรรเลงเพลงทันที

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 8 ออกรบร่วมกัน

    "แล้วเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรรัชทายาท ฮ่องเต้ได้หันมาถามบุตรชายของตน ""ลูกจะขอนำทัพไปครั้งนี้เองขอรับท่านพ่อเพื่อให้ปวงประชาได้เห็นว่าลูกนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาทขอรับ "รัชทายาทหลี่หยางเอ่ยเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ "ดี ถ้าเช่นนั้นรัชทายาทจงนำทัพไปช่วยเหลือแม่ทัพบูรพาต้านทานศัตรูจงนำทหารไป 200,000 นายเพื่อร่วมรบในครั้งนี้" ฮ่องเต้ได้ประกาศออกมาเสียงดังทำให้ทุกคนก็รู้สึกมีกำลังใจไปด้วย "ฝ่าบาทเพคะพวกเราทั้งสองขอร่วมรบในครั้งนี้ด้วยเพคะ" เมื่อฮ่องเต้กล่าวจบชิงเหมยกับชิงอี้ก็ได้ลุกขึ้นมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพร้อมทั้งเอ่ยจุดประสงค์ของนางทันที"แม่นางน้อยทั้งสองนี่คือสนามรบไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะให้คนอย่างพวกเจ้าไปวิ่งเล่นได้" หานเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยตำหนิออกมาด้วยความหวาดกลัวเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนไปเข้าร่วมรบเพราะว่าตนนั้นได้รับรู้มาจากสายของตนว่าทั้งสองคนนี้เก่งกาจเพียงใด"ขอบพระทัยหานเฟยที่ทรงเป็นห่วงพวกเราเพคะ แต่พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพวกเราทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่เคยผ่านสงครามมาก่อนรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรในสงครามขนาดกองทัพของแคว้นอู่ตี้ที่มีมากกว่า 3 แสนนายพวกเราก็เอาช

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 7 เรียนรู้วังหลัง

    ( ยังไม่ได้แก้คำผิด)"เรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ขอรับท่านพ่อเหตุใดท่านถึงดูดีใจขนาดนี้" หลังจากที่ขุนนางทั้งหลายออกไปทั้งหมดแล้วรัชทายาทหลี่หยางก็เอ่ยถามผู้เป็นบิดาทันที "เดี๋ยวข้าจะเล่าประวัติศาสตร์ราชวงศ์ให้เจ้าฟัง ตอนเริ่มก่อสร้างราชวงศ์นี้มีคนร่วมก่อสร้างด้วยกันก็คือ 2 ตระกูลตระกูลแรกก็คือตระกูล อู่ลู่ซินหยาง ของพวกเราส่วนอีกตระกูลก็คือ อูลาเร่อปา ทั้งสองตระกูลนี้ล้วนผูกมิตรกันมาตั้งแต่อดีตกาลจนก่อตั้งเป็นราชวงศ์ขึ้นมาชื่อของราชวงศ์นั้นแต่เดิมคือ อู่ลู่อู ความสัมพันธ์ของ 2 ตระกูลนี้ก็ดีกันมาตลอดจนมาถึงสมัยของฮ่องเต้ที่เป็นปู่ของพ่อหรือเป็นทวดของเจ้านั้นเขาได้กลัวว่าอูลาเร่อปามีอำนาจมากกว่าตระกูลของตน เขาก็เลยหาเรื่องจนทำให้ตระกูลนี้ถูกกวาดล้างจนต้องระเห็จระเหิดหายไปไกล แล้วก็เปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็นราชวงศ์ อู่ลู่ แต่ฮองเฮาในสมัยนั้นก็เป็นคนจากตระกูลอูลาเร่อปาซึ่งฮ่องเต้ก็รักฮองเฮาเป็นอย่างมากตัดสินใจที่จะประหารไม่ได้เลยประหารองค์ชายองค์หญิงที่เกิดมาจากฮองเฮาทั้งหมดแต่ก็ปล่อยให้ฮองเฮามีชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกทั้งหมดไปนั่นจึงทำให้พระนางรวบรวมขุนนางและสนับสนุนเสด็จพ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 6 เข้าเมืองหลวง

    "พวกเจ้าจะเข้าเมืองหลวงกันเมื่อไหร่ข้าจะได้สั่งคนให้เตรียมตัว"หลังจากที่ทั้ง 3 ได้ทำสัญญากันเรียบร้อยแล้วนั้นรัชทายาทก็ได้ถามทั้งคู่ทันทีว่าจะเดินทางเข้าเมืองหลวงกันเมื่อไหร่ "พวกเราจัดการเรื่องทางนี้เสร็จแล้วแล้วแต่ท่านว่าจะเดินทางกันเมื่อไหร่ตอนนี้พวกข้าพร้อมแล้ว "ชิงเหมยนางได้กล่าวออกมา "ถ้าอ

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 4 แรกพบ

    (ยังไม่ได้แก้คำผิด)ตัดกับไปทางรัชทายาทที่ในตอนนี้เขาอยู่ที่ช่องเหวกำลังสั่งให้ทหารขนหินออก "เกิดอะไรขึ้นทำไมมีชุดเกราะกับกระบี่เยอะขนาดนี้" นายทหารคนหนึ่งได้เอ่ยออกมาอย่างสงสัย "เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ" รองแม่ทัพคนหนึ่งที่เดินตรวจงานได้เอ่ยถามนายทหารที่พูดออกมา "คารวะท่านรองแม่ทัพเจ๋อขอรับ พว

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 3 จัดการเรื่องราวทั้งหมด

    (ยังไม่ได้แก้คำผิด)หลังจากที่ชิงอี้ได้รับรู้แล้วว่ามีผู้ใดบ้างที่คิดทรยศร่วมมือกันกับกองทัพศัตรูนางก็ได้จดบันทึกชื่อของคนเหล่านั้นไว้ในส่วนลึกของจิตใจ"ข้าบอกเจ้าไปแล้วทีนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้แล้ว ""ได้เจ้ามีสิ่งใดจะสั่งเสียหรือไม่ ""ไม่มีเจ้ารีบลงมือเถอะข้าอยากไปอยู่กับชิง

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 2 กวาดล้างศัตรูที่เหลือ

    ชิงอี้ได้กรีดร้องไปได้สักพักก็สงบลงพร้อมทั้งหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อย "เสร็จแล้วใช่หรือไม่""เสร็จแล้วขอรับนายท่าน นับตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นข้ารับใช้ของท่านไปจนตาย" "เจ้าเคยบอกว่าเจ้าสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษใช่หรือไม่ "" ใช่ขอรับเลยท่านข้านั้นสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status