LOGINสองปีผ่านไปณ อำเภอหลงเจียภายในกระท่อมไม้ไผ่กลางป่าที่เงียบสงบ หากจะเรียกว่ากระท่อมก็ดูไม่ใช่ เพราะสถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่และสวยงาม ใหญ่โตกว่าบ้านเรือนชาวบ้านทั่วไปเสียซ้ำ หลังแต่งงานได้เพียงสามเดือน โจวเทียนหลานก็เลือกพาหญิงสาวออกเดินทางไกลเพื่อชื่นชมทิวทัศน์ภูเขากว้างใหญ่ ตามความฝันที่หญิงสาวเคยบอกไว้ วันนั้นหญิงสาวทำได้เพียงอ่านมันจากตำราที่เขาสั่ง วันนี้เป็นเขาที่พานางเดินทางไปทุกที่โจวเทียนหลานเอื้อมแขนไปให้เหยี่ยวบินมาเกาะที่แขน ก่อนจะดึงเอาจดหมายออกมาอ่านข้อความด้านใน"ข้าทำสำเร็จแล้ว ในที่สุดนางก็พ่ายแพ้ให้ความรักของข้าที่มอบให้มาโดยตลอด จี้เซี่ย ยามเฉิน พาตัวเล็กเดินทางมาให้ทัน ก่อนที่ข้าจะตัดขาดกับเจ้า เป็นสหายที่มีหนี้แค้นกันไปตลอดชีวิต หยางมู่อวิ๋น"โจวเทียนหลานอ่านจดหมายในกระดาษพร้อมฉีกยิ้ม เป็นจังหวะที่เจียงซือหนิงเดินเข้ามาพอดี"มีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือเจ้าคะ"หญิงสาวเอ่ยถาม"มู่อวิ๋นและแม่นางไป๋ลู่""อย่าบอกนะเจ้าคะ ว่าทั้งคู่....""เดือนหน้าเราจะเดินทางกลับเมืองหลวง ไปร่วมงานสมรสของพวกเขากัน""จริงหรือเจ้าค่ะ ในที่สุดแม่นางไป๋ลู่ก็ยอมใจอ่อน แม่ทัพมู่อวิ๋นรูปงามและอ
เช้าวันถัดมาแสงอาทิตย์ปลายยามซื่อสาดส่องเข้ามาตามช่องลมในเรือน ร่างกายเปลี่ยนเปล่าของทั้งคู่ยังนอนหลับตาพริ้งเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากรสรักเมื่อคืน ทุกคนในจวนต่างมิมีผู้ใดเข้ามาปลุกคนทั้งคู่ มือหนากระชับร่างบางเข้ามากอดแน่นเมื่อได้ยินเสียงนกน้อยที่ร้องเบาๆด้านนอกเรือน เจียงซือหนิงขยับกายเข้าหาอกอุ่นทั้งที่ยังมิลืมตา โจวเทียนหลานจุมพิตที่หน้าผากเนียนเบาๆอย่างเอ็นดู"อรุนสวัสดิ์ฮูหยินของข้า"ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเบาๆเพียงครั้งเดียวเพื่อไม่ให้รบกวนคนด้านใน โจวเทียนหลายห่มผ้าให้คนตัวเล็ก ก่อนจะสวมอาภรณ์ตัวในสีขาวเดินออกไปเปิดประตู "เรียนชินอ๋อง ข้ามาคอยปรนนิบัติฮูหยินเจ้าค่ะ"แม่นมมั่วหลานเอ่ยบอกชายหนุ่ม หลังวันแรกที่เข้าหอร่างกายของสตรีต้องรีบได้รับการฟื้นฟู มิเช่นนั้นอาจไม่สบายได้"นางยังมิตื่น ไว้ข้าจะเรียกเจ้ามาอีกที""เจ้าค่ะ""เอ่อ....มิเป็นอันใดเจ้าค่ะ ข้าอาบน้ำเองได้ มิต้องมีผู้ใดคอยปรนนิบัติ"บทสนทนาของทั้งคู่ดังพอที่จะทำให้หญิงสาวได้ยิน เจียงซือหนิงรีบปฏิเสธทันที ตั้งแต่โตมาไม่เคยมีผู้ใดปรนนิบัติตอนอาบน้ำเช่นไรนางก็ไม่ชิน โจวเทียนหลานโบกมือไล่ทุกคนให้ออกไปพลางปิดประตูแน่น ก่อนจ
"อื่อ~"หญิงสาวส่งเสียงในลำคอเมื่อมือหนาคลำบีบที่ยอดบุปผาทั้งสอง วนคลึงอยู่เช่นนั้นอย่างเบามือเสียงครางเบาๆ ของร่างเล็กยิ่งเพิ่มอารมณ์ในกายหนุ่ม มือหนาอีกข้างลูบไล้เอวคอดเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดที่หว่างขาเรียว เพียงเขาสัมผัสเบาๆ ร่างบางมีท่าทีสั่นไหวเล็กน้อย"ไม่ต้องกลัว ข้าจะทำให้ครั้งแรกของเราเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี"ริมฝีปากหนาครอบครองดื่มด่ำกับปลายยอดอกสีหวาน เงยหน้าปลอบคนตัวเล็กที่กำลังหลับตา ในขณะที่มือค่อยๆ ขยับวนที่ใจกลางความเป็นสาวเบาๆ จนช่องทางรักของนางฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน นิ้วเรียวค่อยๆ สอดใส่เข้าไปช้าๆ ร่างบางสั่นสะท้านจนเผลอใช้มือขยำศีรษะของเขา"ไม่ต้องเกร็ง เชื่อใจข้านะฮูหยิน"คำพูดของชายหนุ่มกระชิบบอกนางอย่างอ่อนโยน หญิงสาวพยักหน้าเชื่อใจเขา จากนั้นเลื่อนใบหน้าลงไปชกชิมน้ำรักของนาง ทำเอาร่างบางตัวสั่นเทาเพราะความเสียวซ่าน"อื่อ~ ท่านพี่ ข้า..."เมื่อเห็นว่านางผ่อนคลายแล้ว ครานี้เขาสอดนิ้วเข้าไปอีกครั้งนางไม่รู้สึกเจ็บเหมือนคราแรก ชายหนุ่มจึงเร่งจังหวะมือให้เร็วขึ้นอีก"ข้า....ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ""ชอบหรือไม่"ชายหนุ่มเอ่ยพลางกระดิกนิ้วเร็วขึ้นจนร่างบางดิ้
หลังเสร็จพิธีสมรส ส่งฝ่าบาทและลู่เมิ่งเหยากลับไปเสร็จแล้ว เจียงซือหนิงก็มารอชายหนุ่มที่เรือนหอ หน้าที่รับแขกเป็นหน้าที่ของฝ่ายเจ้าบ่าว แต่กระนั้นโจวเทียนหลานก็มิอาจให้นางต้องนั่งคอยเขาอยู่ที่เรือนหอนานได้ ยกสุราเพียงไม่ถึงสามจอกก็ส่งไม้ต่อให้สหายของเขาทั้งสามคนจัดการแทน ตรงดิ่งเข้ามาที่เรือนหอทันทีแก๊ก!เสียงประตูเปิดออก แม่นมมั่วหลานและสาวใช้อีกสองคนย่อกายทำความเคารพชายหนุ่มที่หน้าประตู พิธีมงคลยังไม่เสร็จ ต่อไปคือพิธีส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ ยามธรรมเนียมแล้วลู่เมิ่งเหยาต้องอยู่ที่นี่เพื่ออวยพรคนทั้งคู่ด้วย แต่เพราะนางเป็นนักพรตหญิงควรละทางโลก เพียงมางานในวันนี้ก็มิใช่ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว"ไม้คานเจ้าค่ะ"แม่นมมั่วหลานยื่นไม้คานให้ชายหนุ่ม โจวเทียนหลานรับมาก่อนจะใช้มันเปิดผ้ามงคลออก เผยให้เห็นใบหน้าสตรีที่เขารักอย่างเต็มตา เจียงซือหนิงยิ้มกว้างให้เขา"วันนี้เจ้างามเหลือเกิน"คำพูดของชายหนุ่มทำให้ผู้ที่ได้ยินต่างอดยิ้มออกมามิได้ ชายหนุ่มอุ้มนางมานั่งที่เก้าอี้ไม้ แม่นมมั่วหลานคีบขนมใส่จานให้ทั้งคู่คนละหนึ่งชิ้น หญิงสาวจับตะเกียบและป้อนชายหนุ่ม โจวเทียนหลานเองก็ผลัดเปลี่ยนคีบขนมและป้อนห
หลิวเยว่.ยามชื่อ (ฤดูคิมหันต์เดือนห้า)"มาเร็ว~ ไปดูขบวนเจ้าสาวกัน วันนี้วันดีเป็นวันที่ชินอ๋องมีพิธีสมรสที่จวนตระกูลโจว""ข้าได้ข่าวว่าเจ้าผู้นี้งดงามหยาดเยิ้ม เป็นไข่ในหินที่ชินอ๋องหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต""ได้เวลาขบวนเคลื่อนตัวออกจากวังหลวงแล้ว อย่าช้าไปกันเร็ว"เสียงของผู้คนมากมายต่างชักชวนพากันไปชื่นชมขบวนเจ้าสาว ที่กำลังเคลื่อนตัวจากตำหนักจิ่งหยาง สู่จวนตระกูลโจวที่โจวเทียนหลานเพิ่งซื้อใหม่ สำหรับเป็นเรือนหอในงานสมรสครั้งนี้ และเป็นจวนที่ใช้อยู่อาศัยฉันสามีภรรยาในอนาคตร่วมกันกับเจียงซือหนิง มีขนาดใหญ่กว่าตำหนักจิ่งหยางเป็นสองเท่า...แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายสะท้อนม่านไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ ที่ประดับประดาบนเกี่ยวเจ้าสาวเพิ่มความเป็นสิริมงคล ช่วงต้นฤดูคิมหันส์อากาศเย็นสบายไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป วันนี้ท้องฟ้าสีครามสดใสเหมือนกำลังอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตรักที่ราบรื่น ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง ด้านหน้าขบวนคือแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นชิงไห่หนาน แม่ทัพใหญ่มู่อวิ๋น ทำหน้าเป็นคนส่งตัวเจ้าสาวในครั้งนี้"ยินดีด้วย~""ยินดีกับงานมงคลของทั้งคู่ด้วย~""
สามเดือนถัดมา (วันที่ 1 เดือน 3 ยามซื่อ )ปัง! ปัง! ปัง!เสียงกลองศึกดังสนั่นไปทั่ววังหลวง รวมถึงเสียงกลองตามอำเภอต่างๆก็ดังก้องตามเวลาที่ถูกประกาศไว้ แสงอาทิตย์สีทองอร่ามสะท้อนในดวงตาคม เสินปู้อี๋สวมชุดฉลองพระองค์ลวดลายมังกรดูงามสง่า ที่หัวสวมเหมี่ยนกวานเดินออกมาจากตำหนักตรงเข้าที่หอฟ้าเทียนถาน ในเวลาที่ถูกทำนายเอาไว้และเตรียมการเป็นอย่างดี เพื่อประกอบพิธีบวงสวง และสักการะป้ายวิญญาณอดีตฮ่องเต้ ประกาศต่อสวรรค์ว่าตนได้เป็นผู้ปกครองแผ่นดิน ชายหนุ่มคารวะที่ป้ายวิญญาณเสร็จก็เดินออกมาที่ลานพิธี บันไดสูงทอดยาวไปยังท้องพระโรง หากมองลงมาจะเห็นเหล่าขุนนางและทหารนับร้อยเรียงรายกว่าพันชีวิตในพิธีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่งตั้งเสินปู้อี๋เป็นฮ่องเต้ และขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ โจวเทียนหลานเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม ขันทีถือกระดาษและพู่กันมาวางที่โต๊ะพิธี มือหนาเอื้อมมือไปหยิบพู่กันก่อนจะเขียนอักษรด้วยด้วยลายมือที่งดงามและประณีต"เฉลิมพระนามคือ สิงหยวน "หลังเขียนเสร็จขันทีก็รับไปประกาศเสียงดังให้ผู้คนได้ยินโดยทั่วกัน"ขอบพระทัยเสด็จอา"เสินปู้อี๋เอ่ยพลางโคกศีรษะทำความเคารพที่พื้น โจวเทียนหลานไปจับไ
ณ ตำหนักหลานฮวา"เฮ้อ~ เกือบไปแล้ว"เจียงซือหนิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อหนีพ้นออกมาได้ ยามอยู่ต่อหน้าอ๋องปีศาจผู้นั้นแทบกลั้นหายใจตลอดเวลา แต่จะว่าไปเขาก็มิได้เดินสี่ขาเสียหน่อย แล้วเหตุใดถึงมีคนร่ำลือเช่นนั้นกัน"ข้าถามอีกเรื่องได้หรือไม่"เจียงซือหนิงเอ่ยถามไฉรั่ว"เรื่องอันใดหรือ""ข้าได้ยินข
"มีผู้ใดอยู่หรือไม่ ข้าขอเข้าไปนะเจ้าคะ"หญิงสาวตะโกนอีกครั้งหลังไม่มีผู้ใดตอบกลับมา ตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีสายตาหลายคู่จับจ้องมา จนมิอาจฝืนทนอยู่ด้านนอกอีกต่อไปได้แล้วเอี๊ยด~เสียงประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก มือเรียวไม่ลืมที่จะปิดมันลงเช่นเดิม เมื่อเข้าไปด้านในแล้วกลับพบว่าต่างจากด้านนอกราว
"หนิงเออร์เจ้ากลับมาได้เสียที" ทันทีที่หญิงสาวมาถึงเรือนไม้เล็กๆท้ายตลาด ลู่เมิ่งฮวาผู้เป็นมารดาก็เข้ามาหาบุตรสาวช่วยถือของอย่างใส่ใจ ครึ้ม! ซ่า~ เจียงซือหนิงมาถึงเรือนไม่ถึงเสี้ยววินาทีฝนที่ตั้งเค้ามานานก็ตกลงมา มือเรียวขาวยื่นไปรองน้ำฝนที่โปรยปรายมาตามร่องชายคา อย่างน้อยในความโชคร้ายของวันนี้
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!"หลบเร็ว ปีศาจมา หลบเร็ว~""แง~ ท่านแม่ข้ากลัวปีศาจ"เสียงกระดิ่งที่ห้อยอยู่บนรถม้าคันหรู เคลื่อนตัวผ่านตลาดใจกลางเมืองหลวง ผู้คนที่เดินเตร็ดเตร่ซื้อของอยู่ในตลาดต่างวิ่งหลบอย่างรู้โดยทั่วกัน ไม่ใช่เรื่องที่เห็นกันบ่อยนักแต่ทุกคราที่เห็นรถม้าคันนี้เคลื่อนตัวผ่านมา ทุกคนก็ต่างหว







