Share

บทที่ 7

Penulis: หออักษร
“องค์ องค์ชาย...?”

ฉางไป๋ซานถึงกับตกตะลึง

นี่มันไม่เหมือนกับบทที่เขาคาดคิดไว้เลยนี่นา

ในสถานการณ์เช่นนี้ องค์ชายไม่ควรจะพลิกสถานการณ์ กอบกู้การค้าของต้าเฉียนให้พ้นจากวิกฤต เพื่อได้รับคำชื่นชมจากราษฎรและรางวัลจากราชสำนักหรอกหรือ?

“พอแล้ว เจ้าออกไปก่อนเถอะ”

ฉินหมิงไม่รีบร้อนเรื่องของราชสำนัก แต่เรื่องระหว่างเขากับเสี่ยวชุ่ยนั้นรีบมาก

วันนี้จะสั่งสอนแม่นางน้อยคนนี้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เหลือเพียงแค่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

แต่ฉางไป๋ซานกลับเป็นพวกหัวรั้นอย่างแท้จริง

เขาทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ

“องค์ชาย หากท่านไม่ยื่นมือเข้าช่วย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าต้าเฉียนจะต้องสูญเสียเงินนับสิบล้านตำลึงนะพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉินหมิงจ้องมองเขา ในตอนนี้อยากจะชกหน้าฉางไป๋ซานสักหมัดจริง ๆ

ดูเหมือนจะรู้ว่าการที่ตนเองอยู่ที่นี่ จะรบกวนการสนทนาระหว่างฉินหมิงกับฉางไป๋ซาน

เสี่ยวชุ่ยรู้สึกกลัวเล็กน้อย

นางลุกขึ้นยืนอย่างขัดขืนเล็กน้อย คิดจะถอยไปอยู่ข้าง ๆ

ฉินหมิงปล่อยมือ แล้วประคองฉางไป๋ซานให้ลุกขึ้น

“เจ้าพูดถูก ไปสืบความเคลื่อนไหวที่ท่าเรือก่อน มีสถานการณ์ใด ๆ ให้รีบแจ้งข้าทันที”

ดวงตาของฉางไป๋ซานเป็นประกายขึ้นมา

“พ่ะย่ะค่ะ!”

ในที่สุดก็ส่งเขาไปได้เสียที

ฉินหมิงก็ไม่มีอารมณ์จะหยอกล้อเสี่ยวชุ่ยอีกต่อไป เขาชงชาหนึ่งกา สายตามองไปยังทิศทางของวังหลวง

ฉางไป๋ซานพูดถูก

แต่เขารีบร้อนเกินไป

ในพระราชวังยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ

ตนเองกลับหน้าด้านรีบไป แบบนี้มันคืออะไรกัน?

...

ภายในพระราชวัง ขันทีสองสามคนกำลังหามเปลหาม บนนั้นมีจ้าวสี่ที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่ ข้างหลังตามมาด้วยลู่โหย่ว

คนกลุ่มหนึ่งรีบร้อนมุ่งหน้าไปยังตำหนักไท่เหอ

หลังจากเลิกประชุมราชสำนักในวันนี้ ฮ่องเต้เฉียนก็ทรงหารือราชการแผ่นดินกับเหล่าขุนนางที่นี่มาโดยตลอด

แต่บัดนี้ ทั้งตำหนักไท่เหอกลับเงียบสงัดอย่างยิ่ง จนได้ยินแม้แต่เสียงเข็มตก

เกิดภาพเช่นนี้ขึ้น ก็เพราะข่าวที่เพิ่งส่งมาจากท่าเรือเมื่อครู่

จ้าวสี่เข้ารับตำแหน่งวันแรกก็เจรจาการค้าล่มพังไม่เป็นท่า!

อีกฝ่ายยื่นคำขาดมาแล้วว่าต้องการคำอธิบาย ส่วนตัวเขาเองก็ถูกตีจนบาดเจ็บสาหัส!

เมื่อฮ่องเต้เฉียนทรงได้ยินข่าวนี้ ก็รู้สึกว่ามันเหลือเชื่ออย่างยิ่ง เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?

จ้าวสี่ไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับอีกฝ่าย เพียงแค่ไปเจรจาการค้าขาย ก็ถูกตีจนสลบไสลไม่ได้สติ แถมยังถูกโยนทิ้งไว้ที่ประตูทิศใต้ของเมืองหลวงอีก!

ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!

เฉินซื่อเม่าที่อยู่เบื้องล่างสายตาวูบไหว ดูเหมือนจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว

แต่เมื่อมองสีพระพักตร์ของฮ่องเต้เฉียน ท้ายที่สุดเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก

อย่างไรเสีย รอจนกระทั่งคนถูกพามาถึง แน่นอนว่าเรื่องราวก็ย่อมกระจ่างเอง

“ฝ่าบาท พาคนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ไม่นานนัก ขันทีน้อยสองสามคนก็หามจ้าวสี่มา พร้อมกับพาตัวลู่โหย่วมาอยู่ต่อหน้าทุกคน

“ปลุกมันขึ้นมา!”

ความพิโรธที่ฮ่องเต้เฉียนทรงสะสมมานานกว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็ได้ระบายออกมา

ถึงกับไม่สนพระทัยอาการบาดเจ็บของจ้าวสี่ ให้คนปลุกเขาขึ้นมาก่อน

ขันทีน้อยสองสามคนหาน้ำชามาสองสามถ้วย สาดไปบนใบหน้าของจ้าวสี่

แต่เจ้าหมอนี่ก็ไม่รู้ว่าโดนซ้อมมาอย่างไร อาการบาดเจ็บหนักหนาสาหัสยิ่งนัก

ทำอยู่นานก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น

“ฝ่าบาท ปลุกไม่ตื่นพ่ะย่ะค่ะ...”

คนสองสามคนมองไปยังฮ่องเต้เฉียนอย่างลังเล

ฮ่องเต้เฉียนทรงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นสายพระเนตรก็จับจ้องไปที่ร่างของลู่โหย่ว

“ลู่โหย่ว! เจ้าในฐานะขุนนางผู้ดูแลการขนส่งทางน้ำ น่าจะรู้สถานการณ์ในตอนนั้นใช่หรือไม่!”

ลู่โหย่วลังเลเล็กน้อย

แม้ว่าเขาจะรับราชการอยู่บริเวณรอบ ๆ เมืองหลวง แต่จำนวนครั้งที่ได้เข้าวังนั้นค่อนข้างน้อย

โอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักตร์ ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

ครั้งล่าสุดที่ได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้เฉียน ดูเหมือนจะเป็นเมื่อเก้าปีก่อน ตอนที่ตนเองเพิ่งจะสอบผ่านการสอบขุนนาง

เมื่อได้เข้าเฝ้าอีกครั้ง ก็ย่อมรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง

แต่ด้วยความคิดที่จะปัดความรับผิดชอบ เขาก็ยังคงเอ่ยปาก

“ฝ่าบาท เช้าวันนี้ใต้เท้าจ้าวได้ไปเปลี่ยนราคาสินค้า เพิ่มราคาสินค้าหลายอย่างขึ้นเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ากระไรนะ? เจ้าเดรัจฉานนี่!”

ฮ่องเต้เฉียนทรงพิโรธจนแทบหมดสติ

แต่แล้วก็ทรงนึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้ทันที

“เจ้าไม่ได้ห้ามเขาหรือ?”

“กระหม่อมได้ตักเตือนใต้เท้าจ้าวแล้ว แต่เขาไม่ฟัง สุดท้ายยังถูกเขาให้คนมาคุมตัวไปอีกพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา

ไม่ต้องเดาให้มากความ ทุกคนก็รู้แล้วว่าเหตุใดจ้าวสี่ถึงได้กลายเป็นเช่นนี้

ก็ไม่พ้นเรื่องที่แอบขึ้นราคาถูกจับได้ จึงโดนสั่งสอนไปครั้งหนึ่ง

“ฝ่าบาท แผนการในตอนนี้คือต้องทำให้กองคาราวานสินค้าหนานหยางสงบลงก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

สำหรับจ้าวสี่นั้น เฉินซื่อเม่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากอยู่แล้ว

แต่กองคาราวานสินค้าหนานหยางพวกเขาจะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด

ฮ่องเต้เฉียนก็ทรงทราบเหตุผลข้อนี้ดี

“อัครมหาเสนาบดีคิดว่า เรื่องนี้ควรจะแก้ไขอย่างไรดี?”

“ยอมรับความผิด ให้เงินชดเชยด้านภาษีบางส่วน จากนั้นก็จัดคนไปเจรจาการค้ากับพวกเขาใหม่พ่ะย่ะค่ะ”

สิ่งที่เฉินซื่อเม่าพูดคือวิธีที่ปกติที่สุด และก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้แล้ว

เหล่าอัครมหาเสนาบดีหกกรมและขุนนางคนสำคัญสองสามคนในราชสำนัก ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เบื้องล่าง

“พูดน่ะง่าย ตอนนี้จะยังหาใครไปได้อีก?”

“จ้าวสี่นี่ช่างทำเรื่องอะไรก็ไม่สำเร็จ มีแต่จะทำให้เสียเรื่องโดยแท้! ฝ่าบาท มิสู้ประหารชีวิตจ้าวสี่เสียก่อน เพื่อระงับความโกรธของกองคาราวานสินค้าหนานหยาง!”

...

“พอได้แล้ว!”

ฮ่องเต้เฉียนฟังพวกเขาพูดจาไร้สาระไม่ได้ความสักประโยคเดียว แต่กลับยังคงรบกวนจิตใจของพระองค์อยู่เบื้องล่าง ชั่วขณะหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกสับสนวุ่นวายพระทัยมากขึ้น

“อัครมหาเสนาบดี เจ้าไปหาคนมาสักคน! รีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้น!”

ในใจของเฉินซื่อเม่าสั่นไหว แต่เขากลับส่ายหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้น

“ฝ่าบาท กระหม่อมหาไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นเจ้ายังจะบอกให้หาคนมาจัดการอีกหรือ? จัดการอะไร?”

ฮ่องเต้เฉียนรู้สึกว่าตนเองถูกล้อเล่น ก็เตรียมจะพิโรธในทันที

เฉินซื่อเม่ารีบลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างนอบน้อม

“ฝ่าบาท คนผู้นี้มีเพียงฝ่าบาทเท่านั้นที่สามารถเรียกมาได้”

“เรา... เจ้าหมายถึงเจ้าเด็กนั่นหรือ?”

ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้เฉียนหรือเหล่าขุนนางที่อยู่ในที่นั้น ต่างก็เข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงใคร

แน่นอนว่าย่อมเป็นอดีตรัชทายาท ฉินอ๋ององค์ปัจจุบัน

แต่สถานะของฉินหมิงนั้นอ่อนไหวเกินไป

เพิ่งจะแตกหักกับฮ่องเต้เฉียนไป ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก

ฮ่องเต้เฉียนยังทรงยุบสามหน่วยพิทักษ์ของฉินหมิง และงดเบี้ยหวัดไปหลายปี

ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นกลับต้องหน้าด้านไปหาเขา

อย่าว่าแต่ฮ่องเต้เฉียนจะทำไม่ได้เลย แม้แต่เหล่าขุนนางที่อยู่ในที่นั้นก็ทำไม่ได้เช่นกัน

“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เราเคยพูดแล้วว่า ราชสำนักไม่มีเขา ก็ยังคงสามารถจัดการเรื่องนี้ได้!”

ฮ่องเต้เฉียนทรงตบโต๊ะ ตวาดลั่นอย่างเกรี้ยวกราด

แม้ว่าจะไม่มีใครโต้เถียงกับพระองค์

แต่พระองค์กลับเหมือนกำลังพยายามปกปิดความรู้สึกผิดของตนเอง โดยเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังทะเลาะกัน

เฉินซื่อเม่าทนไม่ไหวแล้ว

“ฝ่าบาท นี่คือการค้าขายมูลค่าหลายสิบล้านตำลึงเงินในอนาคตนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทได้โปรดไตร่ตรองให้ดี”

“กระหม่อมเห็นว่า นอกจากองค์ชายแล้ว ใครไปก็ไม่มีประโยชน์”

“ทั่วทั้งราชสำนัก คนที่สามารถทำให้กองคาราวานสินค้าหนานหยางเชื่อใจได้ มีเพียงฉินอ๋องเท่านั้น”

นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เฉินซื่อเม่ากล้าขัดพระทัยฮ่องเต้เฉียน

เขาเคยดำรงตำแหน่งสหายร่วมเรียนขององค์รัชทายาท และต่อมาก็เป็นผู้ช่วยองค์รัชทายาท

เป็นคนที่เห็นฉินหมิงเติบโตมาด้วยตาของตนเอง

ย่อมรู้ว่าความสามารถของเขานั้น หาที่เปรียบมิได้ในใต้หล้า

น่าเสียดาย ผู้มีความสามารถเช่นนี้ กลับถูกเสด็จพ่อผู้นี้ ทำลายอนาคตหมดสิ้น

ในตอนที่เห็นฉินหมิงออกจากพระราชวังไปนั้น หัวใจของเฉินซื่อเม่าก็เจ็บปวดราวกับมีเลือดไหล

เช่นเดียวกับเฉียนไฉ เขาก็อยากจะแสดงความไม่พอใจของตนต่อฮ่องเต้เฉียนเช่นกัน

ดังนั้นวันนี้จึงอาศัยโอกาสนี้ กล่าววาจารุนแรงไปสักสองสามประโยค

สีพระพักตร์ของฮ่องเต้เฉียนมืดมนราวกับบ่อน้ำดำ

ไม่รู้ว่าเหตุใด พระองค์กลับรู้สึกว่าใบหน้าของตนร้อนผ่าว ในใจรู้สึกพลุ่งพล่านอย่างยิ่ง

หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดฮ่องเต้เฉียนก็ทรงเอ่ยปาก

“ให้เขาเข้าวัง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 515

    เมื่อฉู่หงจางได้ยินคำถามของเขา ก็รีบชิงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าเจอฉินอ๋องมาน่ะสิ”เมื่อได้ยินคำว่าฉินอ๋อง ทุกคนในที่นั้นก็พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาจ้องมองฉู่หงจางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดฉินอ๋องถึงมาที่นี่ได้เล่า?”“หรือว่าเขานำกองทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่นี่แล้ว? เช่นนั้นพวกเราจะเอาอาวุธและเสบียงได้อย่างไร?”พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีคิดว่าการปะทะกับฉินหมิง ก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้วแต่ยามนี้กลับเห็นฉินหมิงตัวจริงบัญชาการอยู่ภายในด่าน!“ข้าไม่รู้ แต่แสนยานุภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่นัก อีกทั้งอาวุธยังครบครันล้ำสมัย ข้าจึงไม่ได้ปะทะหักหาญด้วย และรีบถอยกลับมาทันที”ฉู่หงจางกล่าวอย่างแช่มช้า ไม่ได้นำความผิดพลาดมาใส่ไว้ที่ตนเองแต่มองไปทางผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า“ทุกท่าน จากนี้ไปพวกท่านต้องมอบทหารให้ข้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่ลงมืออีกเด็ดขาด!”ว่าไปแล้ว คนเหล่านี้เพื่อต้องการถนอมขุมกำลังของชนเผ่าตนเองแต่ละคนจึงมอบกำลังพลออกมาเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนคนเพียงเท่านี้สำหรับพวกเขาแล้วแทบไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหมิงยิ่งเป็นเรื่องน

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 514

    ผู้คนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความเงียบแม้แต่ฉู่หงจางที่เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านล่าง เวลานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังฉินหมิงช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ยามที่พวกเขาทำศึกกับอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ก็ตระหนักได้แล้วว่าฉินหมิงในเวลานี้ไม่เพียงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ขุมกำลังทางการค้าก็ยังกดดันพวกเขาได้รอบด้านอีกด้วยหลังสูญเสียการสนับสนุนจากฉินหมิง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ยากลำบากยิ่งนักไม่นานเสบียงในยุ้งฉางก็ร่อยหรอแทบเห็นก้นถังนี่เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ประชากรในชนเผ่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เดิมทีมีฉินหมิงคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงสามารถกินอิ่มนอนหลับตามสบายทว่าเมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฉินหมิง จำนวนประชากรที่มากมายก็กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ลำพังพวกเขาก็มีพื้นที่ทำกินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วผลผลิตทางการเกษตรย่อมไม่เพียงพอต่อการบริโภคยามนี้เมื่อมีประชากรมากขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนอิ่มท้องเรื่องราวเหล่านี้เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นในชนเผ่าเล็ก ๆ บ้าง

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 513

    เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉินหมิงและกวนเยว่ก็พลันแปรเปลี่ยนไป“เหตุใดถึงมาเร็วนัก?”“พวกมันปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ดูคล้ายรีบร้อนอยู่บ้าง คงเป็นราชสำนักกดดันให้มาพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยความไม่แน่ใจในใจพวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันแม้ศัตรูจะมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ฉินหมิงกลับไม่ได้ตื่นตระหนกเขาพากวนเยว่เดินตรงไปที่กำแพงเมือง กองทัพหนานหมานนับพันชีวิตมายืนรออยู่หน้ากำแพงเมืองเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นจำนวนคน ฉินหมิงและกวนเยว่ก็สบตากัน ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดถึงมากันเพียงเท่านี้ล่ะ?”“นับว่าน้อยไปจริง ๆ ”กวนเยว่ขมวดคิ้วเรียวด้วยความประหลาดใจ ก่อนกล่าวขึ้นเช่นนั้นฉินหมิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง ส่งยิ้มให้กองทัพข้าศึกพลางกล่าวว่า“ทุกท่าน พากำลังพลมาเพียงเท่านี้ คิดว่าจะตีเมืองที่ชัยภูมิดีเยี่ยมเช่นนี้แตกหรือ?”แม่ทัพผู้นำกำลังพลมาในครั้งนี้ มีนามว่าฉู่หงจางเขาคือหัวหน้าเผ่าเหลียนซานในฐานะฝ่ายบุกโจมตี ใบหน้าของเขากลับมีแต่ความไม่เต็มใจ ขณะประสานหมัดคารวะฉินหมิงพร้อมกล่าวว่า“กราบเรียนท่านอ๋อง พวกเราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ท่านสู้ราชสำนักไม่ได้หรอก

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 512

    หาไม่แล้วการขนส่งสองรอบที่ต่อเนื่องกันเช่นนี้ ย่อมทำให้ความเสียหายของพวกเขาพุ่งสูงถึงขีดสุดแน่นอนทว่าในยามที่พวกเขากำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ส่งข่าวจากหนานหมานเข้ามาอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ทางหนานหมานส่งข่าวมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันแจ้งมาว่าหากไม่เห็นยุทธปัจจัย ก็จะไม่เคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด”“เจ้าพวกสารเลว สิ่งของชุดแรกที่เราส่งออกไป ขนาดจวนถึงที่หมายอยู่รอมร่อ พวกมันกลับไม่ยอมโผล่หัวออกมารับ พอเวลานี้เกิดเรื่องผิดพลาด ก็คิดจะมาโทษพวกเราเสียอย่างนั้น”อวี้อ๋องตบโต๊ะด้วยความเดือดดาลใจเวลานี้พวกเขาไร้หนทางจะเดินต่อแล้วจริง ๆในด้านยุทธปัจจัย พวกเขาย่อมไม่มีทางส่งไปถึงได้ในเวลาอันสั้นแต่ก็จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันแก่ฉินหมิงให้ได้ขณะนั้น เหลียงอ๋องผู้อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาว่า“เอาเช่นนี้เถิด พวกเราส่งข่าวบอกฝ่ายหนานหมาน ให้พวกมันจัดส่งทหารออกมาก่อน รอจนพวกมันเข้าสู่หลิ่งหนานเมื่อใด พวกเราค่อยส่งยุทธปัจจัยอ้อมไปทางปีกข้าง ถึงเวลานั้นสิ่งของย่อมตกถึงมือพวกมันเอง”จะอาศัยเพียงราชสำนักออกแรงฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดความแข็งแกร่งของฝ่ายฉินหมิงนั้นเป็นที่ป

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 511

    “ข้าเตรียมตัดขาดการส่งเสบียงทั้งหมดของหนานหมานแล้ว”“ในช่วงเวลานี้จะมีผ้าทอกองพะเนิน ยางพาราขาดแคลน สินค้าในตลาดอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องรบกวนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้าควบคุมสถานการณ์ให้ดี”ทั้งสามคนต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเมื่อฉินหมิงใช้กำลังทหารกดดันหนานหมานอย่างหนักหน่วงก็ถึงคราวแนวหลังอย่างพวกเขาต้องลงมือบ้างย่อมต้องเป็นการกดดันทางด้านการค้าเฉินซื่อเม่าคาดเดาวิธีการของฉินหมิงได้นานแล้วยามนี้เพียงรอฉินหมิงกลับมาพยักหน้าอนุญาตก็จะเริ่มลงมือได้ทันที“วางใจเถิด ท่านผู้อาวุโสเฉิน”เฉียนไฉตบอกรับรองว่า“พวกเรายังมีท่าเรืออีกหลายแห่งในเจียงหนาน เท่านี้ก็พอแล้ว”“อำเภออินซานเองก็มีการติดต่อกับกลุ่มหนานหยาง สามารถระบายสินค้าออกไปได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน”“อย่างมากสินค้าก็แค่กองอยู่ที่นี่ รอสงครามจบลงก็ยังทำเงินได้ดังเดิม”ทั้งสามคนต่างผลัดกันออกความเห็น ล้วนแต่มีหนทางจัดการทั้งสิ้นเมื่อเห็นพวกเขามั่นใจเช่นนั้น เฉินซื่อเม่าก็พยักหน้าอย่างแช่มช้าหลายวันต่อมาท่ามกลางหุบเขาในดินแดนหนานหมานกลุ่มผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อมาหลายวันแล้วสาเ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 510

    แต่กำลังคิดถึงกิจการภายในตระกูล และน้องสาวสุดที่รักนั่นเอง“เอ่อ...”ใบหน้าของฉินหมิงพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาไม่อยากไปตอแยคุณหนูน้อยผู้นั้นเลยสักนิดเพียงนึกถึงหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจนางนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกว่านางช่างรับมือได้ยากนักทว่าด้วยมารยาท ฉินหมิงจึงยังคงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งออกมา“นี่เป็นขลุ่ยที่ข้าทำขึ้น รอท่านว่างเมื่อใด ก็ช่วยนำไปมอบให้นางทีเถิด”“ของพรรค์นี้จะมีประโยชน์อันใด?”ซุนเหมี่ยวปรายตามองของที่ฉินหมิงยื่นส่งมาแวบหนึ่ง ก่อนยัดมันเข้าไปในอกเสื้อด้วยความรังเกียจฉินหมิงมองเขาอย่างจนใจ ก่อนอธิบาย“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าแม้นของกำนัลเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้น ขลุ่ยเลานี้ข้าสั่งให้ทำขึ้นเพื่อทดสอบทักษะฝีมือของโรงช่างโดยเฉพาะ ลองดูสิว่ามันมีกี่รู?”“โอ๊ะ... สิบสามรูรึ?”ฉินหมิงมีมาตรฐานเรื่องความแม่นยำของงานฝีมือสูงยิ่งเขาจึงให้กลุ่มช่างฝีมือฝึกฝนอยู่เป็นประจำเช่นระดับเสียงของขลุ่ย ยิ่งแบ่งระดับเสียงได้มากเท่าใด ก็หมายความว่าวิธีการผลิตต้องประณีตมากเท่านั้นก่อนหน้านี้ฉินหมิงได้ทิ้งบททดสอบหนึ่งไว้ให้แก่ช่างฝีมือในโรงผลิต

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 140

    ก็เพื่อเป็นการแสดงอำนาจกดข่มฉินหมิงพลางสบโอกาสนี้ยืนยันอำนาจทางการทหารและบารมีของตนต่อทั่วทั้งหลิ่งหนานไม่ว่าจะเมื่อใด สำหรับเหล่าทหารแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทรัพยากรและเบี้ยทหารเซียวเทียนเช่อได้รับพระบรมราชานุญาตกำกับควบคุมทรัพยากรหลิ่งหนานด้วยตนเอง และเลี้ยงดูสามหน่วยพิทักษ์ชายแดนนั่นก็

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 129

    ระหว่างทางกลับ ฉินหมิงรู้สึกว่าม้าศึกไม่ใช่เรื่องใหญ่หลิ่งหนานมีน้ำมีภ฿เขาล้อมรอบ หากทำสงครามในสถานที่เช่นนี้ การมีม้าศึกหรือไม่นั้นไม่สำคัญอาวุธยุทโธปกรณ์ดีสำคัญที่สุดส่วนม้าศึกนั้น อย่างน้อยที่สุดก็เป็นแค่ใช้ป้องกันราชสำนัก...เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฉินหมิงก็ส่ายหัว ค่อยๆ รวบรวมความคิดเมื่อ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 112

    พวกสวีรั่วไห่ที่อยู่ด้านหลังของเขาย่อมเป็นพวกรักตัวกลัวตายเช่นกัน จึงเริ่มกระซิบกระซาบกันขึ้นมามีบางคนถึงขนาดเสนอให้ออกไปตั้งกระโจม ถ้าอาศัยอยู่ด้านนอกก็สามารถแยกตัวออกจากโรคระบาดแล้วเมื่อหวงจางได้ยินคำพูดของพวกเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ตำหนิด้วยความโมโหว่า“พอได้แล้ว ที่ไหนก็มีโรคร

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 107

    เหมือนว่าเวลาที่ผู้ชายหลอกล่อเด็กผู้หญิงไปเปิดห้อง มักจะพูดเช่นนี้ไม่มากก็น้อยกันทุกคนเลยเกรงว่าขั้นต่อไปคงจะพูดว่าแค่ถูไถ ไม่สอดใส่หรอก“แต่ แต่……พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกันนะ”ใบหน้าที่เรียวยาวของกวนเยว่เต็มไปด้วยความจนใจคิ้วบางก็สั่นเล็กน้อย เหมือนกลัวมาก“แค่พักผ่อนด้วยกัน ข้าอยากนอนกับเจ้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status