Share

บทที่ 6

Author: หออักษร
วันรุ่งขึ้น ณ ท่าเรือขนส่งทางน้ำนอกเมืองหลวง

เรือสินค้าจากขบวนเรือหนานหยางหลายร้อยลำจอดเทียบท่าอยู่ที่นี่

ระยะห่างระหว่างเรือแต่ละลำมีเพียงหนึ่งจั้ง แทบจะเรียกได้ว่าเบียดชิดติดกัน

จ้าวสี่มองจากระยะไกล ยังกลัวว่าพวกมันจะเผลอไปขูดขีดกันเข้า

“คนเยอะขนาดนี้เชียวหรือ?”

เขาพึมพำพลางเดินเข้าไปข้างหน้า ถือรายการสินค้าของปีนี้ จากนั้นขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น

ลูกน้องสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ รีบกล่าวว่า

“ใต้เท้า จำนวนก็ประมาณนี้มาตลอดขอรับ”

“ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ ข้าจะเจรจาเรื่องราคาสินค้าที่ต้องการกับพวกเขาเอง”

“ขอรับ!”

ขุนนางที่รับผิดชอบการขนส่งทางน้ำชื่อว่าลู่โหย่ว เมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างนอบน้อม แล้วสั่งให้ลูกน้องรีบไปแจ้งให้ผู้ดูแลของกองคาราวานสินค้ามารวมตัวกัน

หลังจากดูรายการราคาสองสามรอบ

ลูกตาของจ้าวสี่ก็กลอกไปมา แผนการหนึ่งผุดขึ้นในใจ เขาจึงเอ่ยถามลู่โหย่ว

“ข้าขอถามเจ้าหน่อย ของสิ่งนี้เคยให้พวกเขาดูแล้วหรือยัง?”

“ยังเลยขอรับ ใต้เท้า”

“เช่นนั้นแล้วรายการพวกนี้ เจ้ามีสำเนาหรือไม่?”

“มีขอรับ พวกเราต้องเก็บสำเนาไว้ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบบัญชี”

จ้าวสี่ลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ต่อหน้าลู่โหย่ว เขายื่นมือออกไปเปลี่ยนราคาผ้าไหมจากสิบเจ็ดตำลึงห้าอีแปะ เป็นสิบเจ็ดตำลึงหกอีแปะ

แล้วใช้วิธีเดียวกัน แก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกสองสามแห่ง

ผ้าหนึ่งพับทำกำไรเพิ่มหนึ่งอีแปะ ผ้าสิบพับก็ได้หนึ่งตำลึงแล้ว

การค้าขายขนาดใหญ่ของขบวนเรือหนานหยางเช่นนี้ เพียงแค่หาเศษหาเลยจากทุกอย่างที่ผ่านมือ คราวนี้เขาก็สามารถทำเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

สีหน้าของลู่โหย่วดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย

“ใต้เท้า ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

จ้าวสี่จิ๊ปาก กล่าวกับลู่โหย่วด้วยท่าทางผิดหวังในตัวอีกฝ่ายอย่างยิ่งว่า

“ราคาน่ะ ก็ยังคงคิดตามสำเนาของพวกเจ้า ส่วนเงินที่เพิ่มขึ้นมา ถึงเวลาแล้ว จะไม่ขาดส่วนของเจ้าอย่างแน่นอน”

“ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมกระมัง”

ลู่โหย่วทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของฉินหมิงมาโดยตลอด

ไม่เคยทำเรื่องที่ไม่โปร่งใสเช่นนี้มาก่อน

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมทำตาม สีหน้าของจ้าวสี่ก็พลันมืดมนลง

“ลู่โหย่ว อย่าให้เกียรติแล้วไม่เห็นคุณค่า!”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่เป็นความประสงค์ของผู้ใด? เงินก้อนนี้มีเพียงข้าจ้าวสี่คนเดียวที่ได้กินหรือ? สุดท้ายก็ต้องนำไปแสดงความกตัญญูต่อเบื้องบนมิใช่หรือ?”

“สมองอย่างเจ้านี่ มิน่าเล่าถึงได้เป็นแค่คนดูแลการขนส่งทางน้ำมาหลายปี!”

ลู่โหย่วถูกเขาตำหนิจนในใจรู้สึกไม่พอใจ

แต่ตำแหน่งสูงกว่าหนึ่งขั้นก็สามารถกดขี่คนอื่นได้

เขากำหมัดแน่น เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า

“ใต้เท้า ขบวนเรือจากแคว้นต่าง ๆ ในแถบหนานหยางก็ไม่ใช่คนโง่ หากถูกจับได้จะทำอย่างไรขอรับ?”

“จับได้อะไร? เจ้าช่างน่าสนใจจริง ๆ เรื่องเงินแค่หนึ่งอีแปะ พวกเขาจะพูดอะไรได้?”

จ้าวสี่ผลักเขาไปข้างหนึ่ง

แล้วโบกมือสั่งคนข้างล่างว่า

“พาใต้เท้าลู่ลงไปก่อนเถอะ เขารู้สึกไม่สบาย การเจรจาค้าขายในวันนี้ ข้าจะเป็นคนเจรจาด้วยตัวเอง”

“ขอรับ!”

ลู่โหย่วจึงถูกคุมตัวลงไปเช่นนั้น

ไม่นานนัก กลุ่มทูตจากแคว้นต่าง ๆ ที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแปลกตาก็เดินมาอยู่ต่อหน้าจ้าวสี่

“ทุกท่าน ยินดีต้อนรับการมาเยือนของพวกท่าน!”

จ้าวสี่ยืนขึ้นจากที่นั่งหลัก กางแขนทั้งสองข้างออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

แต่บรรยากาศกลับเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด

ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

หลังจากรออยู่นาน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจตนเอง จ้าวสี่ก็หัวเราะแห้ง ๆ

“ทุกท่านฟังภาษาต้าเฉียนของข้าไม่เข้าใจหรือ? ข้าสามารถหาคนที่คุ้นเคยกับภาษาของพวกท่านมาเจรจากับพวกท่านได้”

“ไม่ต้องหรอก ส่งรายการมาเถอะ”

สิ่งที่ทำให้จ้าวสี่ประหลาดใจก็คือ พวกเขากลับฟังเข้าใจ เช่นนั้นแล้วความเงียบเมื่อครู่ก็คือไม่อยากจะสนใจเขาจริง ๆ ...

มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย จ้าวสี่ยื่นรายการในมือออกไปด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง ให้พวกเขาเวียนกันดู

ในใจเริ่มจินตนาการถึงเงินก้อนโตที่จะได้มาในคราวนี้แล้ว

อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีสักสามหมื่นตำลึงเงินกระมัง?

...

ภายในจวนอ๋อง

ฉินหมิงนั่งอยู่ในเรือน กำลังคลอเคลียอยู่กับเสี่ยวชุ่ย

เสี่ยวชุ่ยถูกเขากอดให้นั่งอยู่บนตัก ร่างกายพิงอยู่บนตัวเขาเบา ๆ

เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของร่างกายหญิงสาว ฉินหมิงก็อดไม่ได้ที่จะจิตใจวอกแวกไปชั่วขณะ

นี่คือชีวิตหลังเกษียณขององค์รัชทายาทหรือ?

เสี่ยวชุ่ยเป็นหญิงสาวที่มีความทะเยอทะยานในหน้าที่การงาน

มีคำกล่าวที่ดีอยู่ประโยคหนึ่งว่า สาวใช้ที่ไม่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นพระชายา ไม่ใช่สาวใช้ที่ดี

น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ องค์รัชทายาทเป็นคนเถรตรงเกินไป

แม้ว่าบางครั้งนางจะเผยให้เห็นน่องขาครึ่งหนึ่ง จัดข้าวของด้วยท่าทางอรชรอ้อนแอ้นอยู่ต่อหน้าเขา

อีกฝ่ายก็ไม่เคยคิดเรื่องไม่ดีเลย

แต่สองสามวันนี้ หลังจากที่องค์รัชทายาทถูกปลดออกจากตำแหน่ง ดูเหมือนว่าเขาจะปลดปล่อยตัวเองออกมา

เริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาเสี่ยวชุ่ยมากขึ้น

มีหลายครั้งที่เสี่ยวชุ่ยถึงกับรู้สึกได้ว่าเวลาที่ฉินหมิงมองนาง สายตาของเขาจะไล่ลงไปเรื่อย ๆ

เล็งไปยังที่แปลก ๆ บางแห่ง...

เมื่อสบโอกาส นางกำลังจะใช้ต้นขาของตนถูไถไปที่ท้องน้อยของฉินหมิงต่อ

แต่ทันใดนั้นหูก็พลันขยับ ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

“องค์ชาย ดูเหมือนว่าจะมีคนมาเพคะ”

“มาก็มาสิ”

มุมปากของฉินหมิงกระตุก

เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เสี่ยวชุ่ยดูเหมือนจะเริ่มเปิดใจแล้ว

ใครจะรู้ว่าในช่วงเวลาสำคัญนี้ กลับมีคนมาขัดจังหวะ

ฉินหมิงหันหน้าไปอย่างโกรธเคือง

ฉางไป๋ซานผลักประตูเรือนเข้ามาอย่างรีบร้อน

“องค์ชาย ขบวนเรือหนานหยางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่ ข้าคำนวณเวลาไว้แล้ว พวกเขาควรจะมาถึงแล้วจริง ๆ มีอะไรหรือ?”

ฉินหมิงมองฉางไป๋ซานด้วยความสงสัย

ในตอนนั้นเอง ฉางไป๋ซานก็รีบกล่าวกับเขาว่า

“หลังจากที่ท่านจากไป ในราชสำนักก็ไม่มีใครที่สามารถคุมพวกเขาอยู่ ตอนนี้ฝ่าบาทยังทรงแต่งตั้งจ้าวสี่ไปอีก!”

“เขาหรือ?”

ฉินหมิงยิ้มออกมา เขานึกว่าจะเป็นใครเสียอีก

ฮ่องเต้เฉียนช่างไม่มีวิสัยทัศน์แม้แต่น้อยเลยจริง ๆ

ส่งคนที่ห่วยที่สุดไป

“คนทางนั้นล้วนแต่นิสัยดุดัน พูดจาไม่เข้าหูก็พร้อมจะลงไม้ลงมือ”

เหตุผลที่เฉียนไฉไม่ยอมไปในตอนแรก

หนึ่งก็เพราะรู้ว่าตนเองคุมสถานการณ์ไม่อยู่

สองก็เพราะคนเหล่านั้นคบหาด้วยยาก

หากไม่มีความมั่นใจ ก็ไม่ควรไปจะดีที่สุด

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉางไป๋ซานกล่าวอย่างโกรธแค้น

“ท่านไม่ทราบหรอกว่า ไอ้สารเลวจ้าวสี่นั่น พอไปถึงวันแรกก็แก้ราคา คิดจะใช้ราคาส่วนต่างเพื่อทุจริต”

“คนของขบวนเรือสินค้าจากแคว้นต่าง ๆ ในแถบหนานหยาง เข้ามาในตลาดเมืองหลวงนานแล้ว รู้ราคาสินค้าในแต่ละวันเป็นอย่างดี!”

“เจ้าสารเลวนี่มิใช่สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำหรอกหรือ!”

ขุนนางคนหนึ่งที่ไม่เคยดูแลเรื่องนี้มาก่อน กลับมาเล่นลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนทำการค้าขายกับบรรดาพ่อค้า

ช่างน่าขันสิ้นดี

ฉินหมิงดึงเสี่ยวชุ่ยกลับมานั่งในอ้อมกอดอีกครั้ง แล้วถามต่อว่า

“แล้วอย่างไรต่อ?”

“ตอนนี้ถูกตีจนบาดเจ็บสาหัส ถูกโยนทิ้งไว้ที่ประตูเมืองหลวง เรื่องราวใหญ่โตมากพ่ะย่ะค่ะ!”

ตอนนี้ฉินหมิงไม่ถามไถ่เรื่องราชการอีกแล้ว รอเพียงแค่การจัดสรรของราชสำนักสิ้นสุดลง ก็จะเดินทางออกจากเมืองหลวง

เรื่องราวในราชสำนัก แน่นอนว่าย่อมรู้ไม่มากนัก

แต่เรื่องราวได้บานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ไม่อยากรู้ก็คงเป็นไปไม่ได้

“กองคาราวานสินค้าพวกนั้นว่าอย่างไร?”

“พวกเขาบอกว่าราชสำนักจะต้องให้คำอธิบายแก่พวกเขา! มิเช่นนั้น ชาตินี้จะไม่เหยียบย่างเข้ามาในแผ่นดินต้าเฉียนอีกแม้แต่ก้าวเดียว!”

ที่ฉางไป๋ซานมาในวันนี้ ก็เพื่อต้องการเกลี้ยกล่อมให้ฉินหมิงยื่นมือเข้าช่วย

“องค์ชาย ท่านออกหน้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

“ตอนนี้มีเพียงท่านเท่านั้นที่สามารถพูดกับพวกเขาได้!”

หลายปีมานี้ มีเพียงฉินหมิงเท่านั้นที่เวลาทำการค้ากับพวกเขา ขั้นตอนทุกอย่างจะเรียบง่าย รวดเร็วอย่างยิ่ง และไม่เคยมีสถานการณ์ขูดรีดเรียกรับสินบนเกิดขึ้นเลย

ดังนั้นในสายตาของคนจากกองคาราวานสินค้าหนานหยางเหล่านี้ เขาจึงเป็นคู่ค้าที่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง

ต้าเฉียนอันยิ่งใหญ่ กลับมีเพียงคนเดียวที่แคว้นต่าง ๆ ในแถบหนานหยางให้ความไว้วางใจ

ช่างน่าเศร้าจริง ๆ

เมื่อเผชิญกับคำพูดของฉางไป๋ซาน ฉินหมิงกลับยังคงเล่นกับเท้าที่ขาวนวลของเสี่ยวชุ่ย กล่าวอย่างเฉยเมย

“ข้าออกหน้าหรือ? ข้าจะออกหน้าทำพระแสงอะไร!”

“ข้าจะทำให้พวกเขารู้ว่า อะไรที่เรียกว่าส่งเทพออกไปนั้นง่าย แต่เชิญเทพกลับมานั้นยากนัก!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 515

    เมื่อฉู่หงจางได้ยินคำถามของเขา ก็รีบชิงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าเจอฉินอ๋องมาน่ะสิ”เมื่อได้ยินคำว่าฉินอ๋อง ทุกคนในที่นั้นก็พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาจ้องมองฉู่หงจางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดฉินอ๋องถึงมาที่นี่ได้เล่า?”“หรือว่าเขานำกองทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่นี่แล้ว? เช่นนั้นพวกเราจะเอาอาวุธและเสบียงได้อย่างไร?”พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีคิดว่าการปะทะกับฉินหมิง ก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้วแต่ยามนี้กลับเห็นฉินหมิงตัวจริงบัญชาการอยู่ภายในด่าน!“ข้าไม่รู้ แต่แสนยานุภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่นัก อีกทั้งอาวุธยังครบครันล้ำสมัย ข้าจึงไม่ได้ปะทะหักหาญด้วย และรีบถอยกลับมาทันที”ฉู่หงจางกล่าวอย่างแช่มช้า ไม่ได้นำความผิดพลาดมาใส่ไว้ที่ตนเองแต่มองไปทางผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า“ทุกท่าน จากนี้ไปพวกท่านต้องมอบทหารให้ข้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่ลงมืออีกเด็ดขาด!”ว่าไปแล้ว คนเหล่านี้เพื่อต้องการถนอมขุมกำลังของชนเผ่าตนเองแต่ละคนจึงมอบกำลังพลออกมาเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนคนเพียงเท่านี้สำหรับพวกเขาแล้วแทบไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหมิงยิ่งเป็นเรื่องน

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 514

    ผู้คนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความเงียบแม้แต่ฉู่หงจางที่เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านล่าง เวลานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังฉินหมิงช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ยามที่พวกเขาทำศึกกับอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ก็ตระหนักได้แล้วว่าฉินหมิงในเวลานี้ไม่เพียงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ขุมกำลังทางการค้าก็ยังกดดันพวกเขาได้รอบด้านอีกด้วยหลังสูญเสียการสนับสนุนจากฉินหมิง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ยากลำบากยิ่งนักไม่นานเสบียงในยุ้งฉางก็ร่อยหรอแทบเห็นก้นถังนี่เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ประชากรในชนเผ่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เดิมทีมีฉินหมิงคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงสามารถกินอิ่มนอนหลับตามสบายทว่าเมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฉินหมิง จำนวนประชากรที่มากมายก็กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ลำพังพวกเขาก็มีพื้นที่ทำกินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วผลผลิตทางการเกษตรย่อมไม่เพียงพอต่อการบริโภคยามนี้เมื่อมีประชากรมากขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนอิ่มท้องเรื่องราวเหล่านี้เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นในชนเผ่าเล็ก ๆ บ้าง

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 513

    เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉินหมิงและกวนเยว่ก็พลันแปรเปลี่ยนไป“เหตุใดถึงมาเร็วนัก?”“พวกมันปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ดูคล้ายรีบร้อนอยู่บ้าง คงเป็นราชสำนักกดดันให้มาพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยความไม่แน่ใจในใจพวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันแม้ศัตรูจะมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ฉินหมิงกลับไม่ได้ตื่นตระหนกเขาพากวนเยว่เดินตรงไปที่กำแพงเมือง กองทัพหนานหมานนับพันชีวิตมายืนรออยู่หน้ากำแพงเมืองเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นจำนวนคน ฉินหมิงและกวนเยว่ก็สบตากัน ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดถึงมากันเพียงเท่านี้ล่ะ?”“นับว่าน้อยไปจริง ๆ ”กวนเยว่ขมวดคิ้วเรียวด้วยความประหลาดใจ ก่อนกล่าวขึ้นเช่นนั้นฉินหมิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง ส่งยิ้มให้กองทัพข้าศึกพลางกล่าวว่า“ทุกท่าน พากำลังพลมาเพียงเท่านี้ คิดว่าจะตีเมืองที่ชัยภูมิดีเยี่ยมเช่นนี้แตกหรือ?”แม่ทัพผู้นำกำลังพลมาในครั้งนี้ มีนามว่าฉู่หงจางเขาคือหัวหน้าเผ่าเหลียนซานในฐานะฝ่ายบุกโจมตี ใบหน้าของเขากลับมีแต่ความไม่เต็มใจ ขณะประสานหมัดคารวะฉินหมิงพร้อมกล่าวว่า“กราบเรียนท่านอ๋อง พวกเราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ท่านสู้ราชสำนักไม่ได้หรอก

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 512

    หาไม่แล้วการขนส่งสองรอบที่ต่อเนื่องกันเช่นนี้ ย่อมทำให้ความเสียหายของพวกเขาพุ่งสูงถึงขีดสุดแน่นอนทว่าในยามที่พวกเขากำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ส่งข่าวจากหนานหมานเข้ามาอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ทางหนานหมานส่งข่าวมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันแจ้งมาว่าหากไม่เห็นยุทธปัจจัย ก็จะไม่เคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด”“เจ้าพวกสารเลว สิ่งของชุดแรกที่เราส่งออกไป ขนาดจวนถึงที่หมายอยู่รอมร่อ พวกมันกลับไม่ยอมโผล่หัวออกมารับ พอเวลานี้เกิดเรื่องผิดพลาด ก็คิดจะมาโทษพวกเราเสียอย่างนั้น”อวี้อ๋องตบโต๊ะด้วยความเดือดดาลใจเวลานี้พวกเขาไร้หนทางจะเดินต่อแล้วจริง ๆในด้านยุทธปัจจัย พวกเขาย่อมไม่มีทางส่งไปถึงได้ในเวลาอันสั้นแต่ก็จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันแก่ฉินหมิงให้ได้ขณะนั้น เหลียงอ๋องผู้อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาว่า“เอาเช่นนี้เถิด พวกเราส่งข่าวบอกฝ่ายหนานหมาน ให้พวกมันจัดส่งทหารออกมาก่อน รอจนพวกมันเข้าสู่หลิ่งหนานเมื่อใด พวกเราค่อยส่งยุทธปัจจัยอ้อมไปทางปีกข้าง ถึงเวลานั้นสิ่งของย่อมตกถึงมือพวกมันเอง”จะอาศัยเพียงราชสำนักออกแรงฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดความแข็งแกร่งของฝ่ายฉินหมิงนั้นเป็นที่ป

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 511

    “ข้าเตรียมตัดขาดการส่งเสบียงทั้งหมดของหนานหมานแล้ว”“ในช่วงเวลานี้จะมีผ้าทอกองพะเนิน ยางพาราขาดแคลน สินค้าในตลาดอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องรบกวนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้าควบคุมสถานการณ์ให้ดี”ทั้งสามคนต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเมื่อฉินหมิงใช้กำลังทหารกดดันหนานหมานอย่างหนักหน่วงก็ถึงคราวแนวหลังอย่างพวกเขาต้องลงมือบ้างย่อมต้องเป็นการกดดันทางด้านการค้าเฉินซื่อเม่าคาดเดาวิธีการของฉินหมิงได้นานแล้วยามนี้เพียงรอฉินหมิงกลับมาพยักหน้าอนุญาตก็จะเริ่มลงมือได้ทันที“วางใจเถิด ท่านผู้อาวุโสเฉิน”เฉียนไฉตบอกรับรองว่า“พวกเรายังมีท่าเรืออีกหลายแห่งในเจียงหนาน เท่านี้ก็พอแล้ว”“อำเภออินซานเองก็มีการติดต่อกับกลุ่มหนานหยาง สามารถระบายสินค้าออกไปได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน”“อย่างมากสินค้าก็แค่กองอยู่ที่นี่ รอสงครามจบลงก็ยังทำเงินได้ดังเดิม”ทั้งสามคนต่างผลัดกันออกความเห็น ล้วนแต่มีหนทางจัดการทั้งสิ้นเมื่อเห็นพวกเขามั่นใจเช่นนั้น เฉินซื่อเม่าก็พยักหน้าอย่างแช่มช้าหลายวันต่อมาท่ามกลางหุบเขาในดินแดนหนานหมานกลุ่มผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อมาหลายวันแล้วสาเ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 510

    แต่กำลังคิดถึงกิจการภายในตระกูล และน้องสาวสุดที่รักนั่นเอง“เอ่อ...”ใบหน้าของฉินหมิงพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาไม่อยากไปตอแยคุณหนูน้อยผู้นั้นเลยสักนิดเพียงนึกถึงหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจนางนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกว่านางช่างรับมือได้ยากนักทว่าด้วยมารยาท ฉินหมิงจึงยังคงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งออกมา“นี่เป็นขลุ่ยที่ข้าทำขึ้น รอท่านว่างเมื่อใด ก็ช่วยนำไปมอบให้นางทีเถิด”“ของพรรค์นี้จะมีประโยชน์อันใด?”ซุนเหมี่ยวปรายตามองของที่ฉินหมิงยื่นส่งมาแวบหนึ่ง ก่อนยัดมันเข้าไปในอกเสื้อด้วยความรังเกียจฉินหมิงมองเขาอย่างจนใจ ก่อนอธิบาย“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าแม้นของกำนัลเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้น ขลุ่ยเลานี้ข้าสั่งให้ทำขึ้นเพื่อทดสอบทักษะฝีมือของโรงช่างโดยเฉพาะ ลองดูสิว่ามันมีกี่รู?”“โอ๊ะ... สิบสามรูรึ?”ฉินหมิงมีมาตรฐานเรื่องความแม่นยำของงานฝีมือสูงยิ่งเขาจึงให้กลุ่มช่างฝีมือฝึกฝนอยู่เป็นประจำเช่นระดับเสียงของขลุ่ย ยิ่งแบ่งระดับเสียงได้มากเท่าใด ก็หมายความว่าวิธีการผลิตต้องประณีตมากเท่านั้นก่อนหน้านี้ฉินหมิงได้ทิ้งบททดสอบหนึ่งไว้ให้แก่ช่างฝีมือในโรงผลิต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status