LOGIN“พวกเราไม่ได้จะทำอะไรเลยจริงๆ แค่ไม่คิดว่าเจ้จะกล้าสักเท่านั้นเอง” จ้านที่ประคองแผ่นหลังเธอ สอดมือหนาเลื่อนเข้ามาสอดรอบเอวเธอไว้ ราวกับต้องการตรึงตัวเธอไม่ให้ขยับหนีไปไหน ก่อนจ๋ายรีบเสริมด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะปลอบใจแต่กลับให้ความรู้สึกเจ้าเล่ห์มากกว่า
“สาบานด้วยเกียรติของลูกเสือหมู่กระทิงเลยเจ้ พวกเราไม่ได้คิดจะทำอะไรเจ้เลยจริงๆ ก็แค่อยากดูรอยสักนิดเดียวเอง อย่างที่เจ้รู้ ถ้าเกิดพวกเราทำอะไรเกินเลย ป๊ากับม้าเอาเราตายแน่ๆ”
เขาไม่พูดเปล่า หากแต่ลงมือทันควัน มือหนึ่งค่อยๆ เลื่อนไปดึงเสื้อคลุมของเธอออกอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวทำให้ผ้าชิ้นนั้นตกใจ ส่วนอีกมือก็ไวเสียจนเธอไม่ทันได้รู้ตัวว่า สายผูกเสื้อคลุมของเธอถูกปลดออกตั้งแต่เมื่อไร เหมือนกับทั้งสองมีเล่ห์กลที่คอยเบี่ยงเบนความสนใจเธอไว้ ก่อนความจริงจะปรากฏออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งคู่
“อ๊ะ...อ๊ายยย ไอ้พวกบ้า!” เธอหลุดเสียงอุทานออกมาทันทีที่รู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ และสายตาสองคู่ที่จ้องเขม็งมายังเรือนกายของเธอ ทว่าก็ช้าเกินไป เมื่อมือที่พยายามจะปิดบังสิ่งที่ไม่ควรถูกเห็นกลับเคลื่อนไหวไม่ทันการณ์ ทุกอย่างพลันพรั่งพรูปรากฏต่อหน้าพวกเขาในทันใด
สิ่งที่สองหนุ่มเห็นในเวลานั้น คือโนมเนื้อทรงโตอวบอิ่มที่ปราศจากสิ่งใดปกปิด มันเต่งตึงสวยงามได้รูป เนื้อผิวขาวผ่องเนียนละเอียด ราวกับผิวผลพีชสุกงอม หัวนมสีชมพูระเรื่อช่างตัดกับสีผิวขาวนวล มองแล้วช่างเย้ายวนยิ่งนัก
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่า คือความจริงที่ว่า เธอไม่ได้สวมอะไรใต้เสื้อคลุมหนานี่ต่างหากล่ะ
“เชี่ย...เจ้แม่ง ทำไมถึงกล้าได้ขนาดนี้” เสียงของจ้านแผ่วลงในลำคอ แต่แววตาแทบจะลุกเป็นไฟ ราวกับไม่อาจละสายตาจากภาพที่เห็นตรงหน้าได้เลย
ในขณะเดียวกัน จ๋ายที่อยู่ด้านหน้าถึงกับตาเบิกโพลงทันทีเมื่อมองเห็นลายสักเล็กๆ บนเนินอกของเธออย่างชัดเจน รอยสักเส้นบางที่ลากขึ้นลงคล้ายคลื่นหัวใจ พร้อมถ้อยคำภาษาอังกฤษกำกับ ‘Need your lip here’ (ต้องการริมฝีปากคุณตรงนี้) ที่สลักแนบเนื้อ อ่านยังไง แปลแบบไหนก็ดูเป็นคำเชื้อเชิญ
“ให้ตายเหอะ นมเจ้แม่งโคตรสวย เห็นแล้วน่าดูดฉิบ!” เสียงกระซิบของจ้านขาดห้วงกลางประโยค ริมฝีปากเขาแนบชิดใบหูเธอจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดราวกับเป็นบทปลุกเร้าแสนเย้ายวน ขณะสายตาของเขาจับจ้องไปที่เนินอกอวบอิ่มนั้นด้วยความหลงใหลเกินจะหักห้าม
ส่วนจ๋ายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบกับเธอเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่าชวนสะท้าน
“If you want my lips down there, you sure you can handle the pleasure? (ถ้าเจ้อยากได้ปากของผมตรงนั้น เจ้แน่ใจนะว่าจะทนเสียวไหว)” เสียงกระซิบที่กระทบโสตประสาทอย่างแผ่วเบากลับร้อนแรงราวกับประกายไฟ จุดชนวนให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
“ไอ้เด็กบ้า พะ…พวกนายเลิกแกล้งฉันได้แล้ว!”
เธอเบือนหน้าหนี ดวงตาหลุบต่ำอย่างขัดเขิน ดิ้นเร่าเบาๆ ราวกับจะหลบเลี่ยงสัมผัสและสถานการณ์ที่กำลังรุกคืบเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ขณะเดียวกันปากก็พลั้งเผลอระบายความอัดอั้นออกมาเป็นคำด่าพึมพำอย่างอับจนหนทาง
ทว่าสองแฝดกลับยกยิ้มร้าย สายตาพวกขากดต่ำลงอย่างเจตนา ก่อนจ๋ายจะใช้มือข้างหนึ่งจับมือเธออย่างแนบแน่น นำสายตาเธอให้มองตามลงมายังเบื้องล่าง กลางกายของเขาที่ขณะนี้เจ้าจ๋ายจูเนียร์พองตัวขึ้นภายใต้ผ้าเช็ดตัวที่ไม่สามารถปิดบังความแข็งขืนได้อีกต่อไป
ความใหญ่โตของมันดันผืนผ้าออกมาเป็นลำเด่นชัดอย่างยั่วยวน ก่อนที่เขาจะยิ้มมุมปากแล้วกระซิบทิ้งท้ายด้วยความกระสันเต็มเปี่ยม
“รอยสักเจ้แม่ง...ทำผมโคตรเงี่ยนเลยว่ะ!”
“ชอบไหมครับ เจ้” จ้านถามเสียงแหบพร่าท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่ของทั้งสามณิชาหลับตาแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับทั้งที่ยังหอบหายใจไม่ทัน ดวงหน้าแดงก่ำเพราะความเสียวที่ยังไม่จางหาย“อื้อ...ชอบมาก…มากจนแทบไม่ไหวแล้ว” เธอกระซิบตอบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเขาทั้งสองอย่างแผ่วเบา ก่อนถามกลับเสียงอ่อนระโหย “แล้ว...พวกนายล่ะ พอใจกับของขวัญวันเกิดไหมที่ฉันให้ไหม”“พอใจสิครับเจ้…มันดีที่สุดในโลกเลย” จ๋ายตอบเสียงสั่นเครือ“ไม่มีอะไรดีไปกว่าเจเจ้ของพวกเราอีกแล้ว” จ้านเสริมก่อนจะประกบปากจูบเธออย่างดูดดื่มเมื่อความเสียวซ่านทะยานสูง พวกเขาเร่งจังหวะการกระแทกอย่างพร้อมเพรียง แรงกระแทกที่ถาโถมใส่จากทั้งสองทางทำให้ณิชาสมองขาวโพลน ร่างเกร็งกระตุก น้ำหูน้ำตาไหลพราก หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงใดอีก“อื้อออ...ฉันจะ...จะเสร็จแล้ว...เอาแรงกว่านี้อีกได้ไหม...ฉันชอบแบบนี้จัง”“ได้เลยครับ เมียคนสวยของจ๋าย” แฝดคนน้องกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู ก่อนจะเร่งจังหวะเอวไม่ยั้ง จังหวะกระแทกถี่ยิบจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงครางของเธอที่ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ“จัดให้ครับ เมียที่รักของจ้าน” แฝดคนพี่เองก็กระซิบเสียงพร่
และเมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากเธอ สองหนุ่มก็แทบจะรอไม่ไหว จ๋ายเป็นคนเอ่ยขออย่างอ้อนวอนว่าเขาขอเป็นคนเปิดซิงด้านหลังของเธอก่อน เพราะเขาเป็นคนเสนอความคิดนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก จ้านไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่พยักหน้ายิ้มให้น้องชายและพี่สาวสุดที่รัก ก่อนจะขยับตัวนอนราบกับพื้นโดยไม่ต้องมีใครบอก“คร่อมบนตัวไอ้จ้านเลยนะเจ้ จะได้ประคองกันได้ง่ายๆ” จ๋ายพูดเสียงทุ้มพร่า ขณะที่สองมือประคองสะโพกของเธอให้ขยับมาทาบลงบนร่างของผู้เป็นพี่ชายณิชาในตอนนี้ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาพร่าเลือนด้วยแรงอารมณ์ที่ทะยานสูง เธอทำตามอย่างว่าง่าย นั่งคร่อมบนร่างของจ้านช้าๆ จนรู้สึกถึงความแข็งขืนที่ถูไถไปตามหลืบร่องช่องทางด้านหน้า ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่เข้าไปทีละนิดส่วนจ๋ายค่อยๆ บีบเจลหล่อลื่นสีม่วงใสลงบนร่องจีบด้านหลังของเธอ ปลายนิ้ววนเบาๆ เพื่อให้เนื้อเยื่ออ่อนนุ่มคุ้นชินกับสัมผัสแปลกใหม่ ก่อนจะบีบเจลลงบนเอ็นอวบของตัวเองด้วยความตื่นเต้นเมื่อชโลมจนทั่ว เขาจับมันเข้าประชิดตรงกับรูจีบสีหวานที่กำลังเต้นตุบขมิบเข้าออกด้วยความตื่นเต้น แล้วค่อยๆ ดันมันเข้าไปอย่างช้าๆ ทีละนิด จนกลีบเนื้อด้านหลังเริ่มยอมเปิดรับความแข็งขืนของเขาทีละเซนติเม
ทั้งสองไม่ปล่อยให้เวลาไหลเรื่อยผ่านไป ต่างคนต่างพุ่งเข้าหาเธอราวกับนักล่าที่พบเหยื่อในฤดูผสมพันธุ์ แขนแกร่งโอบกระชับร่างเล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะช่วยกันดึงกิโมโนที่ปิดบังผิวเนื้อขาวละมุนออกด้วยท่าทีรีบร้อน เสียงผ้าดังขลุกขลักขณะมันไหลลื่นลงมากองที่ปลายเท้า เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าที่กำลังสะท้านไหวจ้านโน้มตัวเข้าหาเธออย่างหิวกระหาย ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าอกอิ่มกลมกลึง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นเลียดูดหัวนมสีอ่อนด้วยท่าทางตะกละตะกลาม ในขณะที่จ๋ายทรุดตัวลงเบื้องล่าง ลิ้นอุ่นแตะต้องเม็ดเสียวของเธอ ตวัดไล้โลมเลียแหย่เย้า พร้อมกับปลายนิ้วที่แทรกเข้าหาด้วยจังหวะที่คุ้นเคย“อื้อ...พวก...พวกนาย...ชอบเซอร์ไพรส์นี้ไหม” เธอถามพลางหอบหายใจด้วยความเสียวซ่าน“ชอบสิครับ... ชอบจนอยากจะกินเจ้เข้าไปทั้งตัวเลย” จ้านผงกหัวขึ้นจากหน้าอก ยิ้มพราวตอบเสียงพร่า“นี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเราเลยนะเจ้ ขอบคุณนะครับ” จ๋ายเองก็เงยหน้าขึ้นตอบจากหว่างขาเธอเช่นกันเธอหัวเราะเสียงกระเส่าเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของที่ซ่อนไว้ใต้หมอน แล้วชูขึ้นให้ทั้งคู่ดู“เซอร์ไพรส์ไม่ได้มีแค่นี้นะ” เธอว่าพลางยื่นขวดเจลหล่อลื่นสีม่วงใส
เมื่อทุกอย่างเป็นอันตกลงกันเรียบร้อย ถัดมาอีกไม่กี่วัน ณิชาก็พาสองแฝดออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยมีจุดหมายปลายทางคือชายฝั่งเงียบสงบของสัตหีบ เส้นทางที่ทอดยาวผ่านวิวสองข้างทางอันเขียวชอุ่มและกลิ่นทะเลจางๆ ที่เริ่มลอยมาตามสายลมเงินค่าติวที่แม่ของเธอเคยโอนให้ ถูกเปลี่ยนเป็นการจองพูลวิลล่าสไตล์ญี่ปุ่น ภายในเน้นโทนไม้และแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่เต็มด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณบริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยกอไผ่เขียวชอุ่มที่ไหวเอนตามแรงลมเย็น เสียงคลื่นเบาๆ ซัดกระทบชายฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยขับกล่อมให้บรรยากาศสงบและผ่อนคลายราวอยู่ในรีสอร์ตลับริมทะเลหลังจากเช็กอินเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ออกไปเดินเล่นริมชายหาด ทอดสายตาไปไกลสุดขอบฟ้า ก่อนจะพากันลงเล่นน้ำทะเลหน้าที่พัก เสียงหัวเราะและหยอกล้อกันท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายสะท้อนเงาบนผืนน้ำ กลายเป็นภาพความทรงจำอีกหนึ่งช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเมื่อถึงช่วงค่ำ ณิชาจัดการสั่งอาหารญี่ปุ่นนานาชนิดมาเต็มโต๊ะไม้เตี้ยกลางห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์เรียวกัง ทั้งซูชิเรียงราย ซาชิมิสดใหม่วางคู่กับวาซาบิหอมฉุย เทมปุระ
บรรยากาศในค่ำคืนนี้เงียบงันผิดปกติ เมื่อสองหนุ่มนั่งหน้าหม่นคล้ายลูกหมาโดนดุ ดวงตาทั้งคู่ฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน หลังได้ยินประโยคจากปากเธอที่เปรียบเสมือนค้อนหนักๆ ทุบลงกลางความหวังที่พวกเขาสร้างไว้ในใจเธอสัมผัสได้ชัดเจนจากสีหน้าท่าทางของพวกเขาทั้งคู่ว่าคำพูดของเธอได้สร้างบาดแผลเล็กๆ ไว้ในใจ เพราะมันคล้ายกับการปฏิเสธแบบอ้อมๆ แม้ไม่ได้กล่าวตรงๆ แต่ความเงียบในห้องและดวงตาเศร้าสร้อยของพวกเขาก็ฟ้องทุกอย่างแทนคำพูดกระนั้นก่อนที่พวกเขาจะกลับ ณิชาตัดสินใจเอ่ยบางอย่างเพื่อไม่ให้บรรยากาศจบลงด้วยความหม่นหมอง เธอยิ้มบางๆ พลางพูดเสียงอ่อน“เรื่องที่จะคบกันหรือจะเป็นแค่แบบที่เป็นอยู่ เอาเป็นว่าฉันขอกลับไปคิดดูก่อนนะ”นั่นทำให้สองหนุ่มเผยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะกระโจนเข้ามากอดเธอแน่นราว ผลัดกันหอมแก้มเธอซ้ายขวาสลับกันอย่างมันเขี้ยว จนใบหน้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำลายจากความดีใจที่ล้นทะลักเกินจะควบคุม“เจ้ ผมดีใจที่สุดเลย” จ้านโพล่งเสียงดัง พร้อมกับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก“อย่างน้อยก็ยังมีความหวัง” จ๋ายเอ่ยด้วยเสียงนุ่มทุ้มพลางยิ้มตาหวานกระทั่งช่วงเย็นของวันถัดมา กล่องพัสดุปริศนาถูกส่งมาถึ
“ไม่เอาเด็ดขาด ถ้าพวกนายยังอยากมาติวที่ห้องฉัน ก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย” เธอตัดบทอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงของเธอที่แข็งกร้าวขึ้นทันที ทำเอาสองหนุ่มถึงกับชะงัก สีหน้าเจื่อนลงราวกับเด็กถูกผู้ปกครองดุ จ๋ายเบะปากอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปกระซิบกับฝาแฝดพี่ของตนเบาๆ“เห็นไหมล่ะ กูว่าแล้วว่าเจ้ไม่มีทางยอมแน่ๆ” เขาเอ่ยพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะโยนความผิดให้จ้านเต็มที่“ไอ้จ๋าย อย่ามาโยนขี้ให้กูคนเดียวดิ มึงก็เห็นดีเห็นงามด้วยไม่ใช่เหรอไง” จ้านหันขวับกลับมาทันทีด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้ ก่อนจะรีบเอ่ยขอโทษหญิงสาวข้างๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “พวกเราขอโทษนะครับเจ้ ถ้าเจ้ไม่โอเคก็ไม่เป็นไรเลยจริงๆ คือ...พวกเรามันก็แค่เด็กหนุ่มที่ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้ อยากลอง อยากรู้ อยากทำอะไรที่มันแปลกใหม่ก็แค่นั้นเองครับ”“ฉันให้พวกนายมากพอแล้วนะ อย่ามาเพ้อเจ้อหวังเรื่องแบบนั้นอีกเลย ฝันไปเถอะย่ะ น่าโมโหจริงๆ” เธอแกล้งทำเสียงเข้ม น้ำเสียงขุ่นขึ้งปนดุเล็กน้อย ขณะเลิกคิ้วทำหน้างอใส่สองหนุ่ม“โธ่…เจ้คร้าบบบ อย่าโกรธพวกเราเลยน้าาา...” จ๋ายรีบอ้อนเสียงอ่อยทันควัน จากนั้นทั้งสองก็เอาคางมาเกยไหล่เธอคนละข้าง







