Masuk"หลิงเอ๋อร์ เจ้าควรเก็บไปคิดสักหน่อย เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ อีกสองสามวันเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่ ข้าอยากให้เจ้าคิดให้รอบคอบเสียก่อน ส่วนข้าก็จะได้มีเวลาสังเกตเขาว่าเขาพอใจสตรีคนใดอยู่หรือไม่""แต่ข้าน้อยเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรชักช้าเจ้าค่ะ" หญิงสาวว่า จนฉีจู้เฉิงคิดว่านางคงได้นิสัยเลือดร้อนมาจากผู้เป็นนายแน่นอน"หลิงเอ๋อร์ ขอบคุณเจ้ามาก..." ฉีจู้เฉิงลุกขึ้น เตรียมประสานมือคารวะขอบคุณนางแต่นางยื่นมือมาห้าม"ข้าน้อยไม่คู่ควรกับการคารวะของท่านเขยหรอกเจ้าค่ะ""ถ้ามิได้เจ้า ชีวิตครอบครัวของข้ากับเซี่ยเอ๋อร์คงได้ล่มสลายเป็นแน่ ให้ข้าได้ขอบคุณในความเสียสละของเจ้าเถอะ""อย่าทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ" หลิงเอ๋อร์มีสีหน้ากังวล "หากท่านเขยต้องการขอบคุณข้าน้อยจริงๆ เพียงแค่ท่านดูแลท่านแม่ทัพให้ดีเท่านี้ก็พอเจ้าค่ะ""หลิงเอ๋อร์ ข้าสัญญา ข้าจะสนับสนุนหน้าที่การงานเขา เมื่อเขามีตำแหน่งที่ดีขึ้น เจ้าจะได้มีหน้ามีตา ไม่ลำบากไปด้วย""ข้าน้อยขอบคุณแทนมือปราบหลิวด้วยนะเจ้าคะ" นางย่อกายคารวะฉีจู้เฉิงอีกครั้ง แม้นางจะรู้สึกลำบากใจอยู่บ้างที่จู่ๆก็จะมีสามีเป็นตัวเป็นตนอย่างไม่คาดฝัน แต่ถ้าเพื่อความสงบสุขของจวนโหว
สิบห้าวันผ่านไปเร็วนัก ไม่นานฉีจู้เฉิงและซื่อเซี่ยยี่ก็ถูกปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดการเดินทางกลับจวนโหว จำเป็นต้องใช้รถม้าคันใหญ่สองคันหอบข้าวของเยอะแยะที่ลูกน้องซื่อเซี่ยยี่ผลัดกันเอามาเยี่ยมไม่เว้นแต่ละวันจนมันแน่นห้องขัง ฉีจู้เฉิงจึงต้องขอฝากผู้คุมเอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงวันปล่อยตัวแต่ลูกน้องของฟูเหรินเขาก็เหลือเกิน เมื่อมาเห็นห้องว่างเปล่า ก็กลับไปหอบข้างของเอามาให้พวกเขาเพิ่มอีก ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรก็ไม่ฟัง ซ้ำยังเกือบมีเรื่องกับผู้คุมเพราะคิดว่าผู้คุมยึดของพวกนั้นเอาไปใช้เอง"ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" หลิงเอ๋อร์มีสีหน้าประหลาดใจเมื่อเจ้านายกลับมาพร้อมกับข้าวของจำนวนมาก "ดูคล้ายพวกท่านไปทำการค้าต่างเมืองมากกว่าจะติดคุกนะเจ้าคะ""เจ้าพวกนั้นน่ะสิ มาเยี่ยมกันทุกวัน มาก็ไม่มามือเปล่า ขนข้าวขนของอะไรไม่รู้มาด้วย ข้าบอกแล้วว่าไม่เอา เจ้าพวกนั้นกลับดื้อด้าน โยนเข้ามาในห้องขังเสียดื้อๆ!""พวกเขาคิดถึงท่านแม่ทัพน่ะสิเจ้าคะ อย่าไปตำหนิพวกเขาเลย" หลิงเอ๋อร์ว่ายิ้มๆ"เช่นนั้นเอาข้าวของพวกนี้ไปแจกให้เด็กๆในจวนโหวเถอะ ส่วนเจ้ามานวดให้ข้าหน่อย" ซื่อเซี่ยยี่ว่าหลิงเอ๋อร์คำชับอ่อนช้อยแล้วเด
"ข้าบอกให้มากินด้วยกันไง" นางพยักเพยิดไปทางเสิ่นเจียง "เจ้าไปลากมันมาที หรือถ้าเจ็บตูดลากไม่ไหวก็บอกให้ซานหลางไปช่วยลาก""โดนโบยแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกขอรับ ตอนที่ข้ากับป๋อไห่โดนท่านหัวหน้าคนก่อนลงโทษปางตายยังผ่านมาแล้วเลย""เช่นนั้นก็ไปลากเขามา" นางสั่ง"ไม่ต้อง!" ป๋อไห่เป็นฝ่ายเดินอาดๆเข้ามาเองเมื่อเห็นว่าตนชักจะเกะกะ คนระดับแม่ทัพสองคนเผชิญหน้ากัน แม้จะอยากดูชม แต่ก็ไม่ควร ทั้งซานหลางทั้งเสิ่นเจียงจึงรีบหันไปกล่าวลาซื่อเซี่ยยี่กับฉีจู้เฉิงและเผ่นออกจากคุกหลวงไปอีกฝ่ายนั่งลงเผชิญหน้ากับซื่อเซี่ยยี่ แล้วพยายามมองว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน แต่นางกลับยื่นจอกเหล้าว่างวางตรงหน้าเขาแล้วรินเหล้าให้"มีอะไรก็ว่ามา" หลิวป๋อไห่ยืดตัวตรง นั่งนิ่งไม่สนใจสุรา"ใจเย็นๆ แล้วดื่มเหล้าสักหน่อย" ซื่อเซี่ยยี่ว่า "สมัยก่อนเรายังซดเหล้าเป็นไหๆยังไม่สะท้..""เลิกพูดถึงเรื่องสมัยก่อนสักที! ข้าไม่ใช่หลิวป๋อไห่คนเดิมอีกแล้ว!""ได้ เช่นนั้นมาพูดกันถึงเรื่องปัจจุบันก็แล้วกัน" นางปรับเสียงเป็นโทนเอาจริง สาดเหล้าในมือออกไปใส่กองฟางข้างชายหนุ่มอย่างหมดอารมณ์ร่ำสุรา"ข้ากลับมาคราวนี้ สิ่งแรกที่ข้าจะทำคือ ทวงคืนตำแหน่งแ
หลังจากซื่อเซี่ยยี่และฉีจู้เฉิงถูกจำคุกหลวงได้ล่วงเข้าวันที่สาม หลิวป๋อไห่ก็เข้ามาเยี่ยมเพื่อจะดูว่าสารรูปสองผัวเมียสมควรตายจะน่าทุเรศปานใดเพียงแค่นึก ความเบิกบานใจก็พุ่งสูง ขอยลโฉมเสียหน่อยว่าจะอยู่ในสภาพเละเทอะเปรอะเปื้อนเพียงใด!เมื่อเดินผ่านไปตามทางเดินที่สกปรกชื้นแฉะ พลันจมูกก็ได้กลิ่นหอมประหลาด"ข้าบอกกี่หนแล้วว่าไม่ต้อง!" เป็นเสียงของอดีตแม่ทัพสาว "หอบอะไรมาเยี่ยมกันเยอะแยะ! ดูซิว่าข้าไม่มีที่จะนอนแล้ว!!""เมียข้ากลัวท่านแม่ทัพจะอดข้าว เลยทำของกินมาให้ นี่ นกกระทาผัดเม็ดฮวาเซิง (เม็ดมะม่วงหิมพานต์) ของโปรดท่านเลยนะ อาจรสไม่เลิศเท่าเหลาในตัวเมือง แต่ก็ทำสุดฝีมือนะขอรับ""ใช่ๆ แม่ยายข้าก็กำชับแล้วกำชับอีกให้ข้าเอาผ้าห่มนี่มาให้ บอกว่าในคุกคงจะหนาว ควรทำร่างกายให้อบอุ่นไว้ ท่านก็รับๆไปเถอะขอรับ" เสียงบุรุษอีกคนว่า"ถ้าเช่นนั้นก็เอาให้ฉีจู้เฉิงไปก็แล้วกัน" ซื่อเซี่ยยี่โวยวาย"ของข้าก็ไม่มีที่จะนอนแล้วเหมือนกันนะ เซี่ยเอ๋อร์" น้ำเสียงง่ายๆพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมา"ท่านแม่ทัพก็ปูหลายๆชั้นอย่างไรล่ะขอรับ อุ่นดี" เจ้าหนุ่มคนแรกพูดพลางพยายามเอามือแหวกจานข้าวที่วางเต็มโต๊ะในห้องขั
"ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง" แม่ทัพหลิวเอ่ย ก่อนหันไปมองสองสามีภรรยาที่ถูกทหารพาตัวไปโบยที่ลานหน้าท้องพระโรงด้วยสีหน้าสาแก่ใจยิ่ง...คิดข่มขู่เขาด้วยวิธีเด็กๆก็ต้องเจอไม้แข็งเช่นนี้ล่ะ!เสียงตุบตับดังสลับไปมา ทว่าไร้เสียงร้องโอดโอยเงียบ...เงียบเกินไป!เมื่อหันไปดูก็พบซื่อเซี่ยยี่นอนคว่ำหน้าอย่างสบายใจ!"พวกเจ้ามีแรงแค่นี้หรือ ตอนฉีจู้เฉิงตีก้นข้ายังเจ็บมากกว่านี้เลย" นางว่าสบายๆก่อนหันไปหาฉีจู้เฉิงที่มีสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนเช่นกัน "เจ้าคิดเหมือนกันไหม จู้เฉิง?""เจ้าว่ามาก็จริง นี่แค่ทำให้แสบๆคันๆเท่านั้นเอง" เขาทำหน้าหน่ายราวกับเสียเวลายิ่ง "แต่กับเจ้า คราวหน้าข้าคงต้องเพิ่มแรงหน่อยแล้ว""ข้ากลัวจังเลย" นางลอยหน้าตอบ "ว่าแต่ฝ่าบาทจะคิดว่าเราตูดหนา เพิ่มโทษโบยหรือไม่?""อย่าเรียกตูดต่อหน้าพระที่นั่งสิ" ฉีจู้เฉิงว่า พลางก้มหน้าลงไปหัวเราะกึกๆ"ใต้เท้าขอรับ ลงโทษครบคนละห้าไม้แล้วขอรับ" นายทหารผู้ทำหน้าที่ควบคุมการลงทัณฑ์เอ่ยรายงานให้กับชายชราผู้เป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมที่ยืนดูอยู่ข้างๆ"หึๆ เอานักโทษไปขังไว้ที่คุกหลวง ครบกำหนดห้าวันแล้วจึงปล่อยตัว หึๆๆ" เสนาบดีกรมยุติธรรมที่กลั้นขำอยู่นานเอ่ยสั่ง
ซื่อเซี่ยยี่ยังคงยิ้มเบิกบาน "อันที่จริงหม่อมฉันก็ตั้งใจจะนำมาให้เขาอยู่แล้วเพราะส่งคนไปสอบถามที่จวนแม่ทัพมาแล้วได้ความว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่มีเวรยาม เดิมทีตั้งใจจะนำไปให้ที่บ้าน แต่เมื่อคืนกลับพบเขาเข้าเวร นับเป็นโอกาสดีจึงให้ไปเลยเพคะ" ท่ามกลางจิตใจที่จดจ่อของเหล่าขุนนางว่าประเด็นที่นางต้องการตีให้แตกคือสิ่งใด นางก็เอ่ยต่อว่า "เรื่องนี้พูดไปก็นับว่าแปลกนัก คนที่ไม่มีรายชื่อในการอยู่เวร เหตุใดกลับปรากฏตัวเป็นเวรยามได้ เรื่องนี้คงต้องสอบถามจากเขาเองเสียแล้วนะเพคะ""เจ้าอธิบายได้หรือไม่? เสิ่นเจียง" หวงตี้ทรงหรี่พระเนตรน้อยๆ"เมื่อวานนี้ จู่ๆท่านแม่ทัพหลิวก็แจ้งกับพวกเราทุกคนว่าได้ทำการจัดเวรยามในตอนดึกใหม่ ขอให้ไปดูด้วย เดิมทีกระหม่อมก็มิได้อยู่เวรอยู่แล้ว เมื่อไปดูก็พบว่าไม่มีรายชื่อเช่นเดิม ส่วนคนที่มีรายชื่อ ล้วนแล้วแต่เป็นคนของท่านแม่ทัพหลิว แต่..." เสิ่นเจียงมีท่าทีอึกอัก"ว่ามาเถอะ" เสนาบดีกรมยุติธรรมกำชับจากข้างๆ"แต่มีทหารคนหนึ่งมาขอร้องกระหม่อมว่า เมื่อคืนทางบ้านมีธุระด่วน ไม่อาจอยู่เวรได้ จึงได้ว่าจ้างกระหม่อมให้อยู่เวรแทนพะย่ะค่ะ!""คนผู้นั้นเป็นใคร?""ป...เป็นคนสนิทของรองแม่
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะ" ซื่อเซี่ยยี่เงยหน้าขึ้น ไม่หลบจุมพิตนั้น ทั้งยังหันไปหยิบองุ่นมาป้อนนางรำ"ไม่เอา ทุกทีท่านไม่ป้อนแบบนี้นี่เจ้าคะ" นางรำทำเสียงเง้างอด "วิธีที่ท่านทำบ่อยๆทำให้องุ่นรสชาติดีนัก""คงจะไม่ได้" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มละมุน "วันนี้ข้ามากับคู่หมั้น เอาไว้วันใดข้ามากับเพื่อนฝูงค่อยว่ากัน
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให







