Mag-log inซื่อเซี่ยยี่นึกเห็นใจคนฟั่นเฟือนผู้นี้...อา คนบ้ามักบอกว่าตัวเองไม่บ้า เป็นเช่นนี้สินะ นางถอนใจแล้วพูดต่อ "น้องชาย เจ้าเชื่อข้าเถอะ แต่งกับข้า ไม่มีความสุขหรอก เจ้าล้มเลิกความคิดเถอะนะ"
"ข้าไตร่ตรองและคิดถี่ถ้วนดีแล้ว จึงได้ไปเข้าเฝ้า ทูลขอสมรสพระราชทาน" ฉีจู้เฉิงยิ้มบาง "ขอเพียงได้ติดตามอยู่ข้างกายท่านแม่ทัพ ไม่ว่าต้องทำเช่นไรข้าก็ยอม"
"ถ้าต้องการแบบนั้น มิสู้มาเป็นลูกน้องข้า!"
"แต่ข้าอยากดูแลท่านทั้งในยามศึกและยามอยู่บนเตียงนี่"
"หน้าไม่อาย!"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เยินยอ" ฉีจู้เฉิงเดินมาใกล้อีก ครานี้ยื่นมือมาโอบเอวนาง "ข้าว่าท่านควรรับราชโองการแต่โดยดีเถิด ท่านเป็นขุนนางภักดีมานาน อย่าได้เสียเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลย"
ซื่อเซี่ยยี่ตอบโต้ด้วยสัณชาตญาณการป้องกันตัวระยะประชิด...คนผู้นี้มือไวชะมัด! นางจับมืออุ่นที่เอวและออกแรงบีบรุนแรง ดึงร่างสูงเข้าหาตัว เตรียมจะบิดไพล่ไปด้านหลังของเขา แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะหมุนตัวตามการบิดหมุนของนาง ทำให้นางเป็นฝ่ายเสียหลักเอง!
"ท่านแม่ทัพ เดินระวังหน่อย" เขาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "เช่นนี้อย่างไรเล่าท่านถึงต้องมีคนอยู่เคียงข้าง"
"เจ้า!" นางไม่คาดว่าเขาจะหลบการโจมตีของนางได้ ทั้งยังเป็นฝ่ายมีชัยเสียอีก...บุรุษผู้นี้ คงไว้ชีวิตไม่ได้!
นางดีดตัวออกห่างและพุ่งเข้าหาพร้อมโจมตีเขาด้วยท่าหมัดท่าเท้าอย่างรุนแรง ซึ่งอีกฝ่ายก็หลบและปัดป้องเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่เพียงเท่านี้ก็เรียกโทสะจากซื่อเซี่ยยี่ให้มากขึ้นไปอีก
ผ่านไปสิบกระบวนท่า ฉีจู้เฉิงก็เริ่มโอดครวญ "เซี่ยเอ๋อร์ ข้าเหนื่อยแล้ว พอเถอะ!"
"หุบปาก!" นางวาดเท้าเตะเฉียดหน้าจู้เฉิงไป "ผู้ใดใช้ให้เรียกข้าเช่นนั้น!"
"แต่เรามิใช่คนอื่นคนไกลกันแล้วนะ"
"ย่าเจ้าสิ!"
นางพุ่งเข้าหาเขาอีกครั้งด้วยความโกรธถึงขีดสุด แต่คราวนี้เขากลับยืนนิ่งรับพลังหมัดที่พุ่งกระแทกไหล่ซ้ายเข้าเต็มๆ
"เจ้าโง่! เหตุใดครานี้ถึงไม่หลบ!" นางร้องด่าแต่ก็รีบนั่งลงเบื้องหน้าเขา สองมือบางยื่นไปจับไหล่เขาด้วยความตระหนก
ทันใดนั้นเองนางก็สมองอื้ออึง เห็นรอยยิ้มมุปากมากเล่ห์ที่ริมฝีปากคู่นั้นของเขาลอยอยู่ตรงหน้า ไม่ทันจะตอบสนอง ริมฝีปากคู่นั้นก็บินมาประกบริมฝีปากนาง นางนั่งตัวแข็งทื่อ ใจก่นด่าเขาไม่เป็นภาษา แต่ที่นางนั่งนิ่งเช่นนี้ หาได้เพราะตกใจเพียงอย่างเดียวไม่ แต่เพราะที่ริมฝีปากของเขามียาชา!!
"อึก" ร่างบอบบางทรุดลงกับพื้น ฉีจู้เฉิงรีบยื่นมือเข้าประคอง ยาชาตัวนี้ร้ายกาจนัก เพียงเล็กน้อยก็ทำให้นางวิงเวียนหมดสิ้นเรี่ยวแรง แม้แต่เปลือกตายังยกไม่ขึ้น ร่างกายอ่อนระทวยดังเต้าหู้ก้อนหนึ่ง จะเดินลมปราณตอบโต้ยังทำไม่ได้
นางเสือสาวสิ้นฤทธิ์ ฉีจู้เฉิงยิ้มมุมปาก รีบเอ่ยกับขันทีเฒ่าที่ยืนถือราชโองการตัวสั่นอยู่ไม่ไกล "ฉีจู้เฉิงและซื่อเซี่ยยี่ รับราชโองการ"
จางกงกงตกใจจนท่าทางเลิ่กลั่ก
ฉีจู้เฉิงต้องรีบป้องปากร้องบอก "จางกงกง มาเร็ว เดี๋ยวยาชาหมดฤทธิ์เสียก่อน!"
จางกงกงจึงรีบยัดม้วนราชโองการใส่มือของซื่อเซี่ยยี่...ที่ถูกฉีจู้เฉิงชักใยควบคุมตามใจชอบ เมื่อราชโองการพ้นมือไปได้ในที่สุด จางกงกงขันทีคนสนิทก็รีบขอบคุณฉีจู้เฉิงเสียยกใหญ่ มีสายตาอาฆาตของซื่อเซี่ยยี่มองติดตามด้วยไฟโทสะที่สุมอก
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ฉีจู้เฉิงโบกมือไปมา
"ไม่เป็นไรมิได้ โหวเหย๋ หากไม่ได้ท่าน ข้าน้อยคงไม่มีหน้ากลับไปทูลฝ่าบาทเป็นแน่แท้" จางกงกงประจบ ค้อมร่างตนลงมาต่ำ
"ข้าก็ต้องขอบพระคุณกงกงมากขอรับ" ฉีจู้เฉิงเอ่ยและสอดถุงเงินเล็กๆค่าน้ำร้อนน้ำชาให้กงกง
จางกงกงรีบคำนับให้สองหนุ่มสาวแล้วขึ้นเกี้ยวจากไป ทิ้งให้ฉีจู้เฉิงโอบกอดซื่อเซี่ยยี่ในอ้อมแขน เขาหัวเราะเบาๆช่วยจัดท่านั่งของนางให้สบาย ใช้วงแขนอุ่นกอดนางไว้แนบอก "ดีนะที่ข้าเตรียมการเอาไว้ ไม่เช่นนั้นท่านคงอาละวาดจนตะวันตกดินเป็นแน่" แม้จะอยากนั่งกอดนางทั้งวันทั้งคืน แต่ก็คิดว่าไม่ควรเอ้อระเหยนาน "ข้าว่าข้าพาท่านไปพักด้านในดีกว่า ร่างสูงรีบช้อนอุ้มร่างนางขึ้น "เอ ห้องของท่านแม่ทัพไปทางไหนน้า อ้อ นึกออกแล้ว ไปทางนี้"
เดี๋ยว! เจ้านี่รู้จักห้องนางได้อย่างไร!?
"ท่านคงอยากถามว่าเหตุใดข้าถึงรู้" เขาเดินเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายไปเรื่อย "ข้ามาแอบมาดูหลายหนแล้ว ข้าวาดแผนที่เอาไว้ด้วยนะ อยากเห็นหรือไม่?"
ว...วิปริต! เจ้านี่ต้องเป็นคนวิปริตแน่นอน!
สวรรค์! นางผ่านศึกนับร้อย แต่มิเคยรับมือกับคนวิปริตสักครั้ง! ทั้งยังเป็นคนวิปริตที่คิดจะแต่งงานกับนางอีก!! เวรกรรมอันใดของนางกันนะ!!
ขณะที่กำลังคิดหาทางจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร ฉีจู้เฉิงก็พานางมาที่ห้องของนางได้อย่างถูกต้อง "ยาชานี้ออกฤทธิ์เพียงครึ่งก้านธูป ท่านมิต้องกังวลไปหรอก" เขาวางร่างนางบนเตียง
ครึ่งก้านธูป!? ถ้าเจ้าบ้านี่คิดจะทำอะไรในสภาพนี้ นางจะช่วยเหลือตนเองอย่างไรได้เล่า!
"ท่านแม่ทัพ..." วางนางลงบนเตียง ดึงผ้าห่มมาห่มให้เรียบร้อย เขาถอยออกไปนั่งที่โต๊ะรับแขก ไม่แตะต้องหรือฉวยโอกาสกับนางอีก "ข้าเพียงอยากใช้ชีวิตที่เหลือดูแลท่าน มิได้ต้องการล่วงเกินท่าน"
ซื่อเซี่ยยี่ฟังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนึกฉงน เขาต้องการแต่งงานกับนางทำไม? มีแต่คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวนางตลอด
"วันนี้ท่านควรพักผ่อน ข้าเองก็จะกลับไปกินยาเสียหน่อย หมัดของท่านนั้นไม่เบาทีเดียว" เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเลือดที่มุมปาก "ข้าจะรอตอบคำถามท่านอยู่ที่จวนโหว..."
คำตอบอันใด?! นางในสภาพนี้จะตอบอะไรได้?!
อีกฝ่ายเพียงยิ้มอบอุ่น จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป
ลมหายใจอุ่น กลิ่นกายละมุนคุ้นเคย สัมผัสวาบหวามที่เคยใกล้ชิดทำเอาฉีจู้เฉิงสติเตลิดไปไม่น้อย พอปากนุ่มทาบทับลงมา เขาก็ลืมเลือนทุกสิ่งไปสิ้น ผ้าชุบน้ำผืนนั้นลอยละลิ่วหลุดมือไปที่ใดเมื่อไรเขาไม่อาจจำได้ หญิงสาวพรมจูบไปทั่วใบหน้า จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าเขา ทิ้งร่องรอยความรักไว้ที่อกแกร่งและยอดถันสีเข้ม โหวหนุ่มคำรามฮืมจากลำคอ ร่างกายถูกแผดเผาด้วยการยั่วเย้าของนางจนกดไหล่นางลงกับเตียง แต่มือไม้ไม่กล้าขยับมากด้วยเกรงจะโดนแผลของนาง"ใครกันแน่ที่หื่น?" นางยักคิ้วหลิ่วตาซุกซน จนอีกฝ่ายอดก้มลงจูบหนักๆด้วยความหมั่นเขี้ยวไม่ได้"พี่เซี่ยขอรับ!" ประตูเปิดออกแล้วร่างของฮุ่ยหลินก็โผล่เข้ามาพร้อมยาชามหนึ่ง "อาจารย์ให้ข้าเอายาปรับลมปราณมาให้ขอ...แว๊กกกกกกกกกกกกกกก!!!!"ฮุ่ยหลินตกใจจนแทบทำยาทำถ้วยยาตกเมื่อเห็นร่างพี่เซี่ยคนงามในสภาพเหลือเพียงกางเกงตัวในกำลังจูบกับโหวเหย๋หนุ่มอย่างดูดดื่ม"ฮุ่ยหลิน เข้ามาทำไม ออกไปก่อน!" ซื่อเซี่ยยี่ลุกพรวดจนหน้าอกกระเพื่อมไหวแล้วมองเด็กน้อยอย่างดุๆ"ข...ข้า...เอายามาให้""วางไว้แล้วก็ไปซะที ไม่เช่นนั้นข้าจะลุกไปตีตูดเจ้าให้ลายเลย!"เด็กหนุ่มตัวสั่นพั่บๆ ขาก็สั่น มือก็สั่น
"ข้ารู้ว่าเจ้าทนไม่ได้ที่เห็นข้าต้องบาดเจ็บ และยามที่ข้าบาดเจ็บ เจ้าก็ต้องการให้ข้าได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด...""..." เขายังนิ่งสงบ ฟังนางที่ยังพร่างพรูคำพูดออกมา"แต่เจ้าก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ในสภาวะคับขันที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ข้าในฐานะหัวหน้าไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาให้ลูกน้องได้เห็น ถ้าเกิดข้าแสดงความอ่อนแอ ความพ่ายแพ้ย่อมตกเป็นของเราอย่างไม่ต้องสงสัย"ฉีจู้เฉิงหลุบสายตาลง ถ้อยคำนางช่างตรงประเด็นนัก "จู้เฉิง ในงานของข้า เจ้าไม่อาจปกป้องข้าได้..." นางก้าวไปกอดเขา "...ข้ารู้ว่ามันยากสำหรับเจ้า แต่ข้าก็ยังหวังว่าเจ้าจะเข้าใจข้า...""ข้าเข้าใจเจ้าเสมอ เซี่ยเอ๋อร์" เขายิ้มบาง มองมือหยาบกร้านไม่สมเป็นกุลสตรีของนาง "แต่ก็มีบ้างที่ข้าจะมาถึงจุดที่ท้อใจ...เวลาเห็นบาดแผลของเจ้า...เวลาเจ้าปฏิเสธความห่วงใยของข้าเพราะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์บ้านเมืองเป็นสำคัญ...แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของเจ้า...เห็นว่าเจ้ายังมีชีวิตกลับมาหาข้า แค่นั้นความรู้สึกนั้นของข้าก็ลดลงไปหลายส่วนแล้ว"ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้าจนศีรษะคลอนไหว นางมีหรือจะไม่รู้ว่าเขารักนางลึกซึ้งมากเพียงใด สองปีที่ผ่านม
"องค์ชายใหญ่ตัวบัดซบ" นางคำรามฮึ่มในลำคอจากนั้นหันไปสั่งลูกน้องเสียงดัง "ไปเอาน้ำมา!"หากสลายฝูงชนด้วยกำลังและอาวุธย่อมเข้าทางเจ้าพวกนี้แน่เหล่าทหารรับคำ แล้วจึงนำเกวียนไปบรรทุกถังใส่น้ำมาเป็นจำนวนมาก"พวกเจ้านำกำลังส่วนหนึ่งแยกไปปิดทางเข้าออก" นางสั่งหยางหมี่เฟิงและหลิวลู่เฉิน "หมี่เฟิง เจ้าไปทิศใต้ ลู่เฉิน เจ้าไปทิศเหนือ จำเอาไว้ เปิดทางให้คนออกจากพื้นที่นี้ได้อย่างเดียว ห้ามใครเข้ามา""ขอรับ/เจ้าค่ะ!" ทั้งสองรับคำแล้วนำกำลังคนเข้าปิดทางเข้าออกทั้งเหนือใต้ตามคำสั่งซื่อเซี่ยยี่ให้ทหารคนหนึ่งนำเก้าอี้เข้ามา นางปีนขึ้นไปแล้วประกาศด้วยเสียงอันดังว่า "จงฟัง!" เสียงห้าวหาญดุดันนั้นทำเอาฝูงชนหันมองมายังนางอย่างพร้อมเพรียงกัน ซื่อเซี่ยยี่ฉวยจังหวะนั้นเอ่ยต่อ "แยกย้ายกันซะ! ใครมาทางไหน กลับไปทางนั้น! ข้าให้เวลาหนึ่งก้านธูป!"ผู้ชุมนุมทั้งกลับตั้งหน้าตั้งตาตะลุมบอน ไม่มีใครสนใจคำพูดของนางสักนิด ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มเย็น ก่อนหันไปสั่งทหาร "เอาทรายมา!"ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มมุมปากมองคู่อริที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากฝ่าแนวป้องกันไปฆ่าอีกฝ่ายเต็มแก่ นางจึงสั่งทหารให้ขนน้ำและทรายขึ้นไปบนตึกฝั่งตรงข้าม เมื่อซ
"..." ฉีจู้เฉิงสูดลมหายใจลึกอย่างทำใจ ก่อนหันไปทางเซียวปิง "ไปเชิญท่านหมอเฟิงหวงมาที่นี่ เร็วเข้า!"เซียวปิงรับคำสั่งแล้วรีบไปในทันที ส่วนซื่อเซี่ยยี่หมุนตัวกลับไปยืนดูเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าต่อราวกับมีดสั้นที่สีข้างเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง"เซี่ยเอ๋อร์ กลับมานี่" ฉีจู้เฉิงรีบคว้าแขนภรรยา แต่นางกลับสะบัดออก แล้วเอามือจับๆที่มีดเล่มนั้น ใบหน้าเหยเกเล็กน้อย "แผลไม่ลึก"ฉีจู้เฉิงอ้าปากกำลังจะเอ่ยแต่ไม่ทันแล้ว ซื่อเซี่ยยี่ขบกรามแล้วดึงมีดออกจากเนื้อตนเอง เลือดสดๆพุ่งตามออกมาเล็กน้อย นางล้วงหยิบผ้าสีขาวออกมาอุดตรงบาดแผลไว้"ดีนะ ที่แทงถูกเกราะ แผลเลยไม่ลึก...อุ่ย..." ซื่อเซี่ยยี่เงยหน้ามองก็เจอใบหน้าดำคล้ำของฉีจู้เฉิงมองนางอยู่"...เซี่ยเอ๋อร์""จ๋า?""อีกเดี๋ยวท่านหมอก็มา ซี้ซั้วดึงมีดออกแบบนี้ เกิดแผลฉีก เลือดตกในจะทำอย่างไร เจ้าอยากให้ข้าอกแตกตายก่อนใช่หรือไม่?"คำพูดที่รัวเป็นชุดทำเอาแม่ทัพสาวผวา "จ...ใจเย็นๆนะ...คือข้าไม่ได้ตั้งใจ...""ยังจะ...""เดี๋ยวข้ากลับมาคุยนะ" ซื่อเซี่ยยี่รีบทำเป็นกำลังยุ่งสุดๆด้วยการเดินกลับเข้าไปบัญชาการตรงที่หยางหมี่เฟิงยืนอยู่เขาได้แต่ถอนใจไล่หลัง จังห
เถ้าแก่เนี้ยถึงกับดวงตาลุกวาว โหวเหย๋ผู้นี้มีน้ำใจกว้างขวางยิ่งนัก "ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณ""ข้าเองต่างหากที่ต้องขอโทษ ทั้งๆที่เรียกท่านมาซื้อของสำหรับแต่งงานแท้ๆ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มตอบเถ้าแก่เนี้ย ไม่เห็นมีเค้าความดุร้ายป่าเถื่อนอย่างที่ใครๆกล่าวหาสักนิด"ท่านแม่ทัพกับโหวเหย๋เกรงใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" เถ้าแก่เนี้ยยิ้มไม่หุบ "หากท่านแม่ทัพต้องการอะไรเพิ่มก็ส่งคนไปเรียกข้าน้อยมาได้ทันทีเลยนะเจ้าคะ""ขอบคุณมาก เถ้าแก่เนี้ย" ฉีจู้เฉิงยิ้ม ก่อนมองภรรยาสาวที่ยังยิ้มไม่หุบกับของเล่นชิ้นใหม่ จนอดไม่ได้ที่จะเคาะหน้าผากมนเบาๆอย่างนึกเอ็นดูนางขมวดคิ้ว มองฉีจู้เฉิงแล้วทำท่าคำรามใส่น้อยๆเถ้าแก่เนี้ยมิได้ว่าอันใด เพียงแต่อดนึกเอ็นดูไม่ได้ นึกเพียงแต่ว่าข่าวร้ายๆของสามีภรรยาคู่นี้ควรจะได้รับคำแก้ต่างเสียทีเพื่อคุณชายตัวน้อยในครรภ์ของท่านแม่ทัพจะได้เติบโตมาอย่างมีความสุข ไร้คำครหาใดๆขณะที่เถ้าแก่เนียะกำลังให้สาวใช้ของตนเก็บของเตรียมกลับร้าน กลับมีบุรุษคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นสวนเข้ามา"รายงานท่านแม่ทัพ! เกิดเหตุการณ์ชุลมุนที่จวนใต้เท้าโจวขอรับ!"ซื่อเซี่ยยี่ลุกพรวดจากเก้าอี้จนกระเทือนถึงแผล นางหลุดคำสบถออก
"ดี!" นางเงยหน้าจากกองตัวอย่างบัตรเชิญแต่งงานรวมไปถึงตัวอย่างเครื่องประดับต่างๆที่จะใช้สำหรับบ่าวสาว"โอ้โห ทั้งเครื่องประดับและบัตรเชิญล้วนงามยิ่ง" หลิวลู่เฉินหันหน้าไปมอง แล้วหันไปมองหลิงเอ๋อร์ในอ้อมแขน "เห็นแล้วอยากแต่งงานจัง ใช่ไหม หลิงหลิง"หลิงเอ๋อร์หน้าเจื่อนไปถนัด "เราเพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน...""ข้ารู้ ข้าก็พูดไปเรื่อย" เขากลบเกลื่อนเมื่อเห็นท่าทีของนาง "ข้าจะรอเมื่อเจ้าพร้อม""...ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" หลิงเอ๋อร์หลุบตาลงอย่างนึกละอายใจ"จะรีบแต่งไปไหน ให้ข้าแต่งก่อนเถอะน่า" ซื่อเซี่ยยี่ว่าพลางหยิบเครื่องประดับต่างๆมาชม พวกมันละลานตาจนนางไม่รู้จะเลือกอันไหนดี"นี่ๆ จู้เฉิง ข้าจะใส่แหวนแบบไหนดี?" ซื่อเซี่ยยี่ว่าพลางชูมือที่มีแหวนหยก พลอย และทองจนละลานตา"ตายแล้ว ท่านแม่ทัพ ทำไมเล่นอะไรเช่นนี้เจ้าคะ?" เถ้าแก่เนี้ยร้านขายเครื่องประดับดุ "รู้รึเปล่าว่าการใส่แหวนก่อนพิธีแต่งงานมันเป็นลางไม่ดีนะเจ้าคะ"ซื่อเซี่ยยี่ทำหน้าตาคล้ายมีแต่คำถามมากมายในหัว "ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าใส่พอดีหรือไม่?""ลองได้ แต่อย่าใส่เล่นแบบนี้เจ้าค่ะ" นางว่าพลางบรรจงถอดแหวนออกจากซื่อเซี่ยยี่ "ลองสวมทีละวง
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม







