Masukสองวันต่อมา จวนแม่ทัพ
"จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ รับราชโองการ!"
"หม่อมฉัน จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ น้อมรับราชโองการ" หญิงสาวคุกเข่าลงเบื้องหน้าขันทีคนสนิทของฮ่องเต้
"ด้วยพระบัญชาแห่งองค์ฮ่องเต้ จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ แห่งกองกำลังพิทักษ์แผ่นดิน สร้างความดีความชอบไว้มาก มีความจงรักภักดีเหนือใคร ทั้งยังเก่งกล้ามากด้วยความสามารถ เพื่อให้สกุลซื่อและสกุลฉีได้มีบุตรหลานสืบสกุลและช่วยแบ่งเบาราชกิจ จึงแต่งตั้งให้จื๋อจินอู่ ซื่อเซี่ยยี่ เป็นฟูเหรินของฉางผิงโหว ฉีจู้เฉิง ขอให้ซื่อเซี่ยยี่ปฏิบัติหน้าที่ฟูเหรินอย่างเหมาะสม ควรค่าแก่การยกย่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีงามแก่คนรุ่นหลังสืบไป จบราชโองการ"
ซื่อเซี่ยยี่ฟังแล้วตกตะลึงนิ่งงันอยู่กับที่ จนรองแม่ทัพกองกำลังพิทักษ์แผ่นดิน หยางหมี่เฟิงต้องสะกิดให้รู้สึกตัว…ตัวบัดซบตัวไหนคือฉีจู้เฉิง?!
โทสะแล่นริ้วหาที่ระบายยาก มองเห็นขันทีคนสนิทม้วนแผ่นผ้าหลังจากประกาศโองการเสร็จ นางพลันลุกพรวด ยื่นมือคว้าคอเสื้อเขาจนแทบหงายหลัง
"ม...แม่ทัพซื่อ...โปรดระงับโทสะด้วย"
"ท่านแม่ทัพ รับราชโองการก่อนเถิดเจ้าค่ะ!" หยางหมี่เฟิงช่วยเตือนสติอีกแรง
"ไม่! จนกว่าข้าจะรู้ว่า เจ้าคนน่าตายฉีจู้เฉิงมันเป็นใคร!" ซื่อเซี่ยยี่เขย่าร่างชราของขันทีจนหัวคลอน "ข้าจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้!"
"ท...ท่านแม่ทัพ ท่านก็ทราบดี หากท่านไม่รับราชโองการ ย่อมมีความผิดเทียบเท่าการกบฏนะขอรับ!" จางกงกงพยายามชูม้วนราชโองการขึ้นเหนือศีรษะ
"ส่งมานี่ ข้าจะเอาไปเผา!" ตอนนี้นางน่ากลัวกว่านายนิรยบาลในนรกเสียอีก
"ไม่ขอรับ!" จางกงกงเปลี่ยนเป็นกอดราชโองการไว้กับตัวแน่น "ท่านแม่ทัพ! อย่าทำให้ข้าน้อยลำบากใจเลยขอรับ! รับๆไปก่อนแล้วค่อยเข้าเฝ้าก็ยังไม่สายนะขอรับ!!"
"ถ้ารับ ข้าก็ต้องเป็นเมียใครก็ไม่รู้น่ะสิ!" นางยังโวยวาย "ส่งมาให้มารดาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าได้หาว่าข้าโหดร้าย!"
"ท่านแม่ทัพโปรดไตร่ตรองด้วย...!"
"คนที่ท่านต้องแต่งงานด้วยคือข้าอย่างไรเล่า ท่านแม่ทัพ"
ซื่อเซี่ยยี่หันไปตามเสียง พบบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคาย ส่งรอยยิ้มเปิดกว้างมาราวรู้จักกันมานานนับปี มือถือพัดนกกระเรียนที่บรรดาปราชญ์ชอบใช้กัน บุรุษผู้นี้ก้าวผ่านประตูเข้ามาพร้อมประกาศตน “อรุณสวัสดิ์ท่านแม่ทัพ”
ซื่อเซี่ยยี่ไม่ทักตอบ "เจ้าเองหรือ คือฉีจู้เฉิง?"
เจ้าของนามพยักหน้ารับ ซื่อเซี่ยยี่ปล่อยตัวขันที เดินย่างสามขุมไปหา "กล้าดีเช่นไรมาล้อเล่นกับข้าเช่นนี้!"
"ข้ามิได้ล้อเล่น ข้าเป็นผู้ไปขอสมรสพระราชทานครั้งนี้ด้วยตัวเอง" เขาทำหน้าจริงจัง
"อ้อ...เจ้ามิใช่คนกล้าดี แต่เป็นชายสติไม่ดีอย่างยิ่งต่างหาก!" นางชี้หน้าด่า "หญิงอื่นสิ้นชีพหมดแผ่นดินจงหยวนแล้วหรือถึงอยากแต่งกับข้า!" ...นางอยู่ของนางดีๆแท้ๆ
"อา...ท่านจำข้าไม่ได้เลยสินะ" เขากระพริบตาถี่ชวนสงสาร "เดี๋ยวข้าจะรื้อฟื้นความหลังให้ท่านฟังทั้งวันเลย แต่ตอนนี้..." เขาคว้าข้อมือบางและออกแรงน้อยๆ "รับราชโองการก่อนเถอะ จางกงกงยังมีงานต้องทำอีกมาก"
"ข้าไม่รับ!" น่าตายยิ่ง เจ้านี่เดินมาถึงตัวนางขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด! "เจ้ามาก็ดี ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทกับข้า!"
ฉีจู้เฉิงปั้นหน้างุนงง "เหตุใดข้าต้องไปกับท่าน?"
"ทูลขอให้ฝ่าบาทยกเลิกราชโองการบ้าๆนี่น่ะสิ!"
"ฮ่องเต้ตรัสแล้วไม่คืนคำนะ"
"เช่นนั้นเจ้าก็ไปบอกว่า เจ้ามีลูกมีเมียแล้ว แต่งไม่ได้!"
"หลอกลวงเบื้องสูงมีโทษถึงประหาร"
ซื่อเซี่ยยี่กระทืบเท้าอย่างโมโหโกรธา "เจ้าจะอยากแต่งกับข้าไปทำไม! สตรีทั่วจงหยวนมีมากดั่งเม็ดทราย เหตุใดต้องเจาะจงมาเลือกข้า!"
"เพราะข้าชอบท่าน" เขามองซื่อเซี่ยยี่ด้วยดวงตาลึกซึ้งอย่างประหลาด "เหตุผลนี้ชัดเจนพอหรือไม่?"
ครานี้เป็นซื่อเซี่ยยี่ที่ได้แต่ยืนกระพริบตาปริบๆ คนน่าตายผู้นี้อยู่ๆก็โผล่มาบอกจะแต่งงานกับนาง ชอบนาง "เจ้า...สติฟั่นเฟือนรึ?"
"เปล่า สติข้าอยู่ครบถ้วนดี"
สามวันต่อมา…ซื่อเซี่ยยี่ที่สูบยาจนไม่รู้วันรู้เดือน ห้องที่นางอยู่นั้นก่ออิฐปิดหมดทั้งสี่ด้านจนแม้แต่ลมก็แทบไม่พัดเข้ามา แต่ก็ดีนักเพราะในฤดูหนาวอันโหดร้ายเช่นนี้ ห้องอับทึบมิดชิดเช่นนี้กลับช่วยให้ห้องอุ่น สิ่งเดียวที่ช่วยยึดเหนี่ยวนางไม่ให้เสียสติด้วยฤทธิ์ยา มีแต่เพียงลูกในท้อง…แค่เพียงได้คุย ได้ลูบท้องบ้าง ก็ทำให้รู้สึกว่านางมีกำลังใจดีพอที่จะคิดหาทางหนีต่อไปได้ไม่รู้ข้างนอกจะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว เจ้าพวกนั้นจะตามหานางเจอหรือยัง เฮอะ! หากตามเจอ ป่านนี้คงบุกมาช่วยนางแล้ว ที่ยังเงียบแบบนี้ แปลว่ายังงมหากันอยู่น่ะสิ! ทั้งๆที่รู้ถึงแหล่งกบดานแล้ว ไฉนจึงไม่มาเสียทีที่เซี่ยอี่ไม่รู้คือ ตลอดสามวันมานี้หยางหมี่เฟิงนำกำลังเข้าค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยหมดทุกรายแล้ว แต่ยังไม่พบร่องรอยซื่อเซี่ยยี่แม้แต่เงา ไม่ว่าจะเค้นถามคนเหล่านั้นแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้เห็นเบาะแสของซื่อเซี่ยยี่เลยราวกับว่า อยู่ๆนางก็อันตรธานหายไปอย่างไรอย่างนั้น…แม้แต่โกดังและบ้านหลังใหญ่ที่อยู่นอกเมืองที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่กบดานและเก็บยาเหล่านั้นเอาไว้ก็ถูกตรวจค้นหมด แต่พวกเขาคว้าน้ำเหลว ไม่เจอสิ่งใดต้องสงสัยสักอย่างเดียวสำหรับ
“จู้เฉิง…ฮะๆๆๆ…”นานเท่าไรไม่รู้ที่นางถูกพวกมันบังคับให้สูบยา สูบจนกระทั่งนางมองเห็นฉีจู้เฉิงมายืนอยู่ตรงหน้า“เอ…ทำไมมีจู้เฉิงหลายคนนักเล่า?”“หลอนซะแล้วว่ะ” เสียงหัวเราะครึกครื้นดังเข้าหู “จัดแทนโหวเหย๋สักดอกดีไหมวะ?”“บ้าเหรอ เดี๋ยวมันก็แท้งหรอก”“จะช้าจะเร็วก็ต้องแท้งอยู่แล้วน่า” ใครคนหนึ่งพูดขึ้น “สูบมากๆสูบบ่อยๆ ท้องอ่อนๆแบบนี้ข้าเห็นแท้งทุกราย”“หน้าตาสวยก็จริง แต่ดำเป็นถ่านแบบนี้ ข้าก็เอาไม่ลงหรอกว่ะ” เสียงอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้น “ปล่อยให้มันหลอนยาไปแบบนี้เถอะ”“เจ้าไม่เอา ข้าเอาเอง” ใครอีกคนพูดพลางผลักคนที่บอกว่านางดำเป็นถ่านออกไปแล้วมาหยุดยืนตรงหน้านาง “คลายเชือกแล้วจับมันคุกเข่าหน่อย” เสียงนั้นพูดอีกพลางถอดกางเกงลง เสียงเชือกถูกผ่อน ทำให้นางขยับไม้ขยับมือได้มากขึ้น ร่างที่เมายาจนหลอนได้ที่โผคุกเข่ากอดขาคนผู้นั้น“จู้เฉิง เจ้ามาหาข้าแล้ว”“ใช่ จู้เฉิงมาหาเจ้าแล้ว มาอมแท่งหยกให้ข้าหน่อยสิเด็กดี”อีกฝ่ายคลายเชือกรัดเอวออกแล้วถอดกางเกง ตัวตนน่าขยะแขยงปรากฏต่อหน้านาง…มันยื่นมือมาบีบปากนางบังคับให้นางอ้าปาก “อ้าปากสิ”นางอ้าปากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ก่อนที่สิ่งนั้นจะถูกสอดเข้ามาในปาก
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอยู่รีบทำงานเหนือสัญชาตญาณโดยบังคับร่างนางให้นอนนิ่งดั่งว่านางยังคงตกอยู่ใต้ฤทธิ์ยาสลบในเมื่ออีกฝ่ายยังคิดว่านางสลบอยู่ย่อมหลุดปากพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์กับนางแน่ ช่วงเวลาสำคัญนี้นางต้องเก็บข้อมูลที่ผ่านหูให้มากที่สุด//สักครู่ขอรับ ข้าขอจับชีพจรนางก่อน// มือเหี่ยวย่นจับชีพจรที่แขนนางเพียงครู่ จากนั้นจึงปล่อย//…แม่นางคนนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ขอรับ//ตั้งครรภ์!?!คราวนี้ซื่อเซี่ยยี่ถึงกับหยุดลมหายใจไปจริงๆ…จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อนางกินยามาตลอด????ภาพของชายคนรักเข้ามาในห้วงคิดหรือว่า จู้เฉิงจะ…//น่ายินดีแทนฉีโหวเหย๋นะ ในที่สุดจะได้มีลูกเสียที////แต่น่าเสียดาย…ที่อีกไม่นาน เด็กก็คงจะไม่ได้อยู่ในท้องฟูเหรินอีกแล้ว//ซื่อเซี่ยยี่พยายามสะกดกลั้นลมหายใจ แต่ทำได้ยากเย็นนัก//ท่านหมอพอจะบอกได้หรือ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมมากินแทน อู๋เม่ยเหนียงกระตุกคิ้วเล็กน้อยจนแทบหากไม่สังเกตก็ไม่เห็น แต่ซื่อเซี่ยยี่ตาไวจึงมองได้ทัน"ขนมนี่ก็เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เหมาะจะกินกับน้ำชาจริงๆด้วยล่ะ" อู๋เม่ยเหนี่ยงยิ้มแล้วหยิบขนมจานของซื่อเซี่ยยี่ไปกัดคำหนึ่ง "หวานกำลังดีจริงๆ "ข้ากินส่วนของเจ้า เจ้าคงไม่โกรธข้านะ?""ท่านแม่ก็พูดเกินไปเจ้าค่ะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มน้อยๆอย่างเป็นธรรมชาติ "ขนมนี่ก็ขนมของท่านแม่ ข้าเสียอีกที่ต้องเกรงใจท่าน"อู๋เม่ยเหนียงยิ้มหวาน ก่อนเดินกลับไปนั่งที่เดิม "เรื่องจนคนเขียนบทอึเหม็นนั่น ข้าคงต้องจ่ายเงินให้เพิ่มเสียแล้วล่ะ""แล้วแต่ท่านแม่เห็นสมควรเถอะเจ้าค่ะ" ซื่อเซี่ยยี่ว่า "เอ่อ....ท่านแม่เจ้าคะ""หืม?""ข้ารู้ว่าไม่เหมาะ แต่ว่าช่วงนี้...ดูเหมือนยาจะหาซื้อยากขึ้น" นางว่าพลางจิบชาแก้เขิน "ไม่ทราบว่าท่านแม่พอจ
ลั่วหยาง…หิมะกำลังโปรยปรายลงจากฟ้า หลังคาสีอิฐล้วนกลายเป็นสีขาวโพลน ซื่อเซี่ยยี่กำลังนั่งผิงเอาไออุ่นจากกระถางถ่าน อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็จะปีใหม่แล้ว ยามว่างก็อดคิดถึงคนรักไม่ได้ทุกที แต่ตอนนี้นางยังไม่มีเวลาคิดถึงเขา นางกำลังคิดทบทวนแผนการบุกไปจับเจ้าคนชั่วช้าสามานย์ที่มีฉายาว่าเสี่ยวเสอผู้นั้น ตอนนี้ งานของนางคืบหน้าไปมาก สามารถสืบได้ว่ามีบ้านของคหบดีสามหลังที่เข้าข่ายว่าอาจจะเป็นที่กบดานของเสี่ยวเสอและนายท่านของมันกับเป็นแหล่งเก็บต้าหมาเหล่านั้นเอาไว้ นางจึงสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมทั้งกำลังคนและอาวุธ รวมทั้งติดต่อทางเจ้าหน้าที่ทางการเอาไว้ ส่วนตัวนางเองนั้น นางตั้งใจไว้ว่า ภายในวันนี้จะเค้นและล่อลวงถามจากปากของอู๋เม่ยเหนียงให้ได้ว่าเสี่ยวเสอนั้นอยู่ที่ใดแน่"พี่เสี่ยวเมา" เยี่ยเซียงเดินเข้ามาหานายของตนพร้อมชาป้านใหม่ "วันนี้มีเครื่องประดับมาขายอีกแล้วเจ้าค่ะ""ดียิ่ง รีบเชิญ! ข้ากำลังอยากได้แหวนวงใหม่อยู่พอดีเลย" ซื่อเซี่ยยี่รีบบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วหันไปหาเยี่ยเซียงที่ยิ้มมองนาง "เจ้าก็เลือกสักชิ้นสิ ถ้าไม่แพงมากนัก ข้าจะซื้อให้""ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่เสี่ยวเมา!" เด็กสาวยิ้มแป้น รีบตัดหน้าส
"..." ฉีจู้เฉิงลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า พลางกะพริบตาปริบๆ คิดทบทวนถึงฝันเมื่อคืนเขากับเซี่ยเอ๋อร์อยู่ในชุดสีขาวแปลกตา...กำลังเข้าพิธีแต่งงาน...ฝันว่าเซี่ยเอ๋อร์มีน้องชาย และเขากับเธอก็กำลังจะมีลูก...และยัง...ของเล่นประหลาดที่ทำจากหยกนั่นอีก…พลันเขาทำท่านึกอะไรขึ้นได้ ร่างสูงผุดลุกทันที จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่และเรียกสาวใช้ทั้งสามคนเข้ามา"ท่านเขย / นายท่าน" สามสาวน้อยผู้คอยดูแลติดตามไม่ห่างย่อกายคารวะฉีจู้เฉิงเดินไปหยิบพู่กันกับกระดาษออกมาและวาดบางอย่างลงไปเร็วๆก่อนจะส่งให้ทั้งสามสาว"ว้าย!!!"หลิงเอ๋อร์แทบจะปากระดาษทิ้ง แต่ติดว่าเป็นของเจ้านาย เลยไม่กล้า ได้แต่ถือมันแล้วเหยียดแขนสุดแขนเพื่อให้พ้นตัวมากที่สุด "อะ...อะไรกันเจ้าคะ ท่านเขย บัดสีบัดเถลิงที่สุด!""ข้าจะสั่งทำของขวัญให้เซี่ยเอ๋อร์ พวกเจ้าช่วยเรียกช่างทำเครื่องประดับมาให้ทีได้หรือไม่?" ฉีจู้เฉิงยิ้มบอก"จ...จะดีหรือเจ้าคะ?" หลิงเอ๋อร์ที่เป็นพี่ใหญ่สุดหัวใจจะวายอยู่รอมร่อ ครานี้ไม่รู้ท่านเขยของนางจะประสาทกลับอีกหรืออย่างไรที่สั่งทำของพรรค์นี้เป็นของขวัญ!"ดีสิ" เขาว่า "ข้าเปลี่ยนใจแล้ว พวกเจ้าไม่ต้องเรียกช่างมา แต่ข้าจะให้พ







