Masuk"โกงอายุนับว่าร้ายแรงแล้ว ยังกินเวลาในการประทินโฉมจนเสียเวลาทำการ ข้ายอมไม่ได้" ไป๋จิ้งเหอพลิกหนังสืออ่านต่ออย่างไม่ใคร่สนใจนัก "มีอีกสองคนมิใช่รึ เจ้ารีบนำเสนอมาเถอะ ข้าจะได้ไม่เสียเวลาแนะนำงานของที่นี่ให้กับเจ้า" หมิงเสวี่ยอยากจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆแล้ว นางไม่คิดเลยว่าเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยพรรค์นี้ก็ไม่พ้นสายตาเหยี่ยวของเขา แต่จะโทษเขาก็ไม่ถูก ในเมื่อความจริงนั้นก็เห็นๆกันอยู่ว่า พวกนางล้วนมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถรับได้จริงๆ "ข้าให้เงินเจ้าไปซื้อเครื่องประทินโฉมใหม่ แต่งหน้าให้เรียบร้อยแล้วกลับบ้านไปซะ" ชายหนุ่มยื่นตั๋วเงินใบหนึ่งให้ ค...คุณชายไป๋คนนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว! ซ้ำยังทำร้ายจิตใจผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้ให้ความสนใจได้อย่างเลือดเย็นเพียงนี้! แม่นางหลิวใช้มือหนึ่งกุมใบหน้าซีกที่ถูกล้าง มือหนึ่งยื่นมารับตั๋วเงิน "ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" รับเสร็จก็เดินจากไปแต่โดยดี "คนต่อไป..." จิ้งเหอปิดปากหาวเล็กน้อย หมิงเสวี่ยกลับหันไปอีกทาง นางพนมมือและเริ่มไหว้ทางนู้นทีทางนี้ทีราวกับกำลังทำพิธีกรรมบางอย่าง "หมิงเสวี่ย..."
หลิวลู่เฉินมาถึงคฤหาสน์หลังหนึ่งได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด แต่กระนั้นเขาก็มาถึงเป็นคนสุดท้าย เขารีบเข้าไปทักทายหมิงเสวี่ยเพื่อรายงานตัวพลางเพ่งมองคู่แข่งข้างๆหนึ่งโฉมงามผู้มีไฝที่ริมฝีปากล่าง หนึ่งโฉมงามใบหน้าหมดจด คู่ควรกับความงามระดับล่มเมือง และหนึ่งสะคราญหน้าตาอ่อนเยาว์แฝงความฉลาดเฉลียวเอาไว้ แต่เขาไม่คุ้นหน้า เขามั่นใจว่าเมื่อวานนางมิได้อยู่ในการคัดเลือก แล้วนางมาได้เช่นไร? หรือจะมีการกำหนดไว้แล้วว่าจะเลือกใครเป็นสาวใช้? ไป๋จิ้งเหอยังนั่งอย่างสง่าผ่าเผยที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้ สายตายังคงจรดจ่อกับหนังสือในมือ ไม่แม้แต่จะปรายตามองด้วยซ้ำว่าแม่นางน้อยนั้นจะพยายามบรรยายสรรพคุณของหญิงสาวที่นางคัดเลือกมาเพียงใด "ไม่เอา" เสียงเรียบเฉยดังขึ้นมาจากคุณชายไป๋ ทำเอาใบหน้าเล็กๆปิดบังความผิดหวังไว้ไม่มิดทีเดียว "ท่านจะช่วยดูสักนิดก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ ข้ารับรองว่าคนที่ข้าเลือกมาจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่" "…" เขาละสายตาจากหนังสือเล่มโปรดขึ้นมามอง "...ตอนนี้ต่อหน้าข้ามีแล้วคนหนึ่ง..." "ใครเจ้าคะ?" "...เจ้า" ว่
"จำไว้ หากพวกเจ้ายังคิดข่มเหงสตรีเช่นนี้ ข้าจะกลับมาตัดพวงสวรรค์พวกเจ้าให้หมด!"ทั้งสามแถกตัวเองหนีไปจนสุดตรอก กองรวมกันอยู่อย่างน่าสมเพช หลิวลู่เฉินถลึงตาใส่ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้า"บัดซบ! นี่หากข้าไปสาย ข้าจะตามล่าพวกเจ้ามาตัดมือให้หมด!" สบถไปพลางก็ฉีกชายกระโปรงที่ขาดออก เสื้อผ้าซอมซ่อเช่นนี้ก็เรียกคะแนนสงสารได้ดีเช่นกันเขาไม่เอาเรื่องแล้วก็ได้!ใช่...เขาเขาคือหลิวลู่เฉิน มิใช่แม่นางน้อยไร้เดียงสาดังรูปโฉมที่ปลอมแปลงมาเขา รองแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ผู้ที่มาสืบข่าวของไป๋จิ้งเหอที่ซีหนิงแห่งนี้หลิวลู่เฉินหมุนตัวกลับ เร่งฝีเท้าออกวิ่งไปทางถนน แต่พอใกล้จะถึงปากทาง กลับถูกแมวตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้าจนต้องร้องเพ้ยออกมาย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขามาถึงซีหนิง...เหวินจางกับหลิวลู่เฉินพากันสืบหาข่าวเรื่องการปล้นขบวนสินค้าของไป๋จิ้งเหอทั้งจากทางการและจากชาวบ้านแถวที่เกิดเหตุ สืบเสาะทางลึกอยู่ไม่นานก็ได้รับการยืนยันว่าผู้ที่ลอบโจมตีไป๋จิ้งเหอคือฉู่หลานเทียนเหวินจางจัดการส่งข่าวกลับไปแจ้งซื่อเซี่ยยี่ที่ฉางอัน ส่วนหลิวลู่เฉินเข้าเมืองไปสืบความเป็นอยู่และสถานะของไป๋จิ้งเหอ หลังจากลองสอบถามผู้คนและสังเกตควา
แมวดำผอมโซตัวหนึ่งวิ่งลัดเลาะไปตามกำแพงสูง ขนสีดำลู่แนบตัว น้ำที่ชโลมทั่วร่างหยดเป็นทางตามรอยที่มันวิ่งไป รอยเท้าเล็กๆประทับลงที่พื้นยามที่เหยียบย่างมันเพิ่งถูกสาวใช้บ้านหนึ่งสาดน้ำไล่จนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ยามนี้ มันได้แต่วิ่งไปเรื่อยๆอย่างน้อยก็เพื่อหาที่ปลอดภัยแต่ระหว่างที่วิ่งไปในตรอกเล็กๆนั้น กลับมีร่างสตรีนางหนึ่งตวาดร้องไล่มันด้วยเสียงอันห้าวหาญ"แมวบ้า! หลบไป!" แมวน้อยขู่ฟ่อทีหนึ่งก่อนเผ่นแผล็วไปอีกทาง นางเท้าสะเอวร้องเพ้ยอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นจึงปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเล็กน้อย เมื่อเดินสู่ถนนใหญ่ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นสตรีผู้สงบเสงี่ยมเรียบร้อยตามเดิมสตรีนางนั้นแท้จริงแล้วกลับมิใช่สตรี แม้ว่าจะดูเหมือนสตรีเพียงใดก็ยังคงมิใช่สตรีเพราะวันนี้นางกำลังเดินทางไปสัมภาษณ์งานสาวใช้ตระกูลไป๋ที่นางได้รับคัดเลือก ร่างน้อยอรชรแต่งชุดสีอ่อนไม่เด่นสะดุดตาทำให้ดูสงบเสงี่ยมเจียมตน เครื่องประดับก็ให้ดูน้อยชิ้นที่สุด แต่ถึงกระนั้นก็มิอาจปิดบังความงามเจิดจ้าของนางได้เลย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแม้ขนคิ้วจะดูเข้มคม ปลายจมูกโด่งดั่งขุนเขา แต่สีหน้าทอแววหงุดหงิดจากเรื่องเมื่อครู่ นางรีบตื่นแต่เช้าตรู่
ถึงเวลานั้น จะจัดการกับซื่อเซี่ยยี่และฉีจู้เฉิงอย่างไรก็ย่อมได้!หญิงสาววาดฝันอย่างลิงโลด นางจะสั่งให้คนทำลายวรยุทธของซื่อเซี่ยยี่จนกลายเป็นหญิงสาวธรรมดา จากนั้นจึงโยนให้เป็นนางบำเรอกองทัพ ให้ทหารกลัดมันย่ำยีนางเช้าเย็น จนต้องฆ่าตัวตาย ส่วนฉีจู้เฉิงนั้นก็ส่งให้เป็นชายบำเรอของมัตสึโมโตะ จากนั้นพอเบื่อก็ฆ่าทิ้ง...แค่คิดนางก็มีความสุขแล้ว...สตรีเจ้าเล่ห์มากพิษสงเช่นนั้น มีไว้รังแต่จะเป็นภัยภายหลัง แต่ตอนนี้ คงมีแต่ต้องทำให้หวงโฮ่วยอมรับนางเสียก่อน"ในเมื่อซื่อเซี่ยยี่รักฉีจู้เฉิงมากขนาดนั้น ทำไมถึงไม่เล่นงานเขาโดยตรงล่ะเพคะ?""นางน่ะหรือรักบุรุษผู้นั้น?" นี่เป็นเรื่องที่หวงโฮ่วไม่คาดคิดมาก่อนเพราะไม่ว่าข่าวสายใดล้วนระบุตรงกันว่าการสมรสครั้งนี้นางไม่ยินยอมและไม่ยินดีอย่างยิ่ง ถึงขนาดถ่วงเวลาแต่งงานมาสองปี"หม่อมฉันในตอนแรกก็ไม่แน่ใจนักเพราะพวกเขาทะเลาะกันเพราะเรื่องมัตสึโมโตะ แต่หลังๆจึงได้เห็นว่าพวกเขาทำเพื่อตบตาหม่อมฉัน พอคนของหม่อมฉันจับได้ก็ฆ่าเขา" เหม่ยชิงเอ่ยด้วยสีหน้าหม่นหมองหวงโฮ่วทรงไม่ปักใจเชื่อนัก แต่นับว่าเป็นประโยชน์ทีเดียว "ฉีโหวเหย๋อาจจะรักนางจริง แต่นาง...จะรักเขาจริงรึ?
ขุนพลเกาหันซ้ายหันขวา ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับอันใด แปลว่านางพูดจริง แต่เขาไม่ยอมแพ้ "แม่ทัพซื่อ มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราต่างรู้กันดีว่าท่านรับใช้ใคร เป็นคนสนิทของใคร!""อ้อ ข้าขึ้นตรงกับรัชทายาทแปลว่ารัชทายาททรงเป็นผู้บงการอย่างนั้นสินะ!" นางแทบอยากหัวเราะออกมาดังๆ ขณะที่ท้องพระโรงเงียบยิ่งกว่าในถ้ำใต้หุบเหว "เช่นนั้นขอถามท่านขุนพล หนึ่งปีที่ผ่านมาแม่ทัพหลิวมาดำรงตำแหน่งแทนข้า เช่นนี้ย่อมแปลว่าองค์ชายใหญ่ทรงรู้เห็นด้วยกระมัง?!"พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่เปลี่ยนไปวูบหนึ่ง สมกับเป็นสตรีตัวแสบแห่งฉางอัน"ซื่อเซี่ยยี่" เสียงพระสุรเสียงตรัสเฉียบราวกับจะเตือน ทำให้ซื่อเซี่ยยี่รีบคุกเข่าลงทันที"หม่อมฉันจาบจ้วงเบื้องสูง ยินดีรับโทษเพคะ"หวงตี้กลับไม่ตรัสอันใดตอบนางราวกับไม่ถือสา แต่ทรงตรัสกับจุนพลเกาแทนว่า "เราเอาศีรษะของเราเป็นประกัน" หวงตี้ตรัสยิ้มๆ "เช่นนี้พอจะให้ขุนพลเกาเชื่อถือได้หรือไม่?"เมื่อขุนพลเกาได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มตาสว่าง และสำเหนียกตนเองได้ว่ากระทำอันใดลงไป ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลง"ก...กระหม่อมโง่เขลา ขอฝ่าบาทลงพระอาญาด้วยพะย่ะค่ะ""เจ้าใจกล้านัก ทั้งยังรักความยุติธรรมเช่นนี้จะให้ข้า
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให







