LOGIN“ก็ไม่มีนะ ตั้งแต่ข้ามาที่นี่ข้าก็รู้จักคนเพียงไม่กี่คน และก็มีท่านแม่ทัพเฉิน กับท่านแม่ทัพหลี่นี่แหละ ที่ข้าได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพวกเขา”
“หรือว่า...คุณหนูจะมีใจให้ท่านแม่ท่านหลี่คะ?”
“จะเป็นไปได้อย่างไงกัน? ท่านแม่ทัพหลี่ผู้นั้นดุข้าออกจะบ่อย ไม่เหมือนกับท่านแม่ทัพเฉินที่คอยพูดจาหวาน ๆ และใส่ใจข้าตลอดเวลา” ซูลี่ตอบกลับไป
“คุณหนูถามใจของตัวเองให้ดี ๆ นะคะ หากเลือกผิดแล้ว คุณหนูจะไม่สามารถเลือกใหม่ได้นะ” ตงตงพูดจบ ก็เดินออกไปจัดการเก็บข้าวของต่อ
ยามค่ำของคืนนั้น
ขณะที่ซูลี่กำลังนอนคิดถึงสิ่งที่ตงตงพูดอยู่นั้น จู่ ๆ หน้าต่างหอนอนของนางก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ของท่านแม่ทัพหลี่ที่ปรากฏขึ้น พร้อมกับชุดไทยที่อยู่ในมือของเขา
“ท่านแม่ทัพหลี่!” ซูลี่อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ข้านำชุดของเจ้ามาคืน” ท่านแม่ทัพหลี่ยื่นชุดไทยให้กับนาง
ซูลี่รับชุดไทยมาแล้วก็ตามเขาขึ้นทันที “เหตุใดท่านจึงไม่รอจนถึงรุ่งเช้า แล้วค่อยนำมาคืนข้าก็ได้”
“เพราะใจของข้ามันรอต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ในวันพรุ่ง แม่ทัพเฉินจะนำผู้ใหญ่มาสู่ขอเจ้า ข้ามิอาจทนเห็นเจ้าไปเป็นของคนอื่นได้” ท่านแม่ทัพหลี่พูดขึ้นด้วยเสียงที่อ่อนลง
“ท่านพี่จือหลินหมายความว่าเช่นไรกัน?” ซูลี่เดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา พร้อมกับถามขึ้น
“ข้ารักเจ้า” พูดจบ เขาก็จูบลงที่ริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม
ไม่นานนัก ในขณะที่ซูลี่กำลังเพลิดเพลินกับรสจูบของท่านแม่ทัพหลี่อยู่นั้น เขาก็ทอนริมฝีปากของตนเองออกจากริมฝีปากของนาง แล้วเขาก็กระโดดออกทางหน้าต่างของหอนอนนี้ไป
ซูลี่ใช้มือของนางจับที่ริมฝีปากไว้ บัดนี้ นางได้รับรู้หัวใจของตนเองแล้วว่า ใครกันคือคนที่ใช่สำหรับนาง
เช้าวันรุ่งขึ้น
ท่านแม่ทัพเฉินนำครอบครัวมาสู่ขอซูลี่จากท่าน แม่ทัพหวางแต่เช้า
ซูลี่ที่ยืนอยู่ในพิธีสู่ขอนั้น ก็พูดขึ้นท่ามกลางเหล่าผู้ใหญ่ทันที
“ขออภัยท่านแม่ทัพเฉิน ข้าคงไม่สามารถแต่งงานกับท่านได้ เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่ชายอื่นไปแล้ว”
พูดจบ ซูลี่ก็วิ่งออกจากจวนของตระกูลหลี่ไปทันที
ท่านแม่ทัพหวางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะเขารู้ได้ทันทีเลยว่าหัวใจของนางนั้นได้เลือกผู้ใดกัน
“ในที่สุด โชคชะตาก็นำพาเจ้าให้เลือกในสิ่งที่ถูก เฮ้ออออออออออออออ” ท่านแม่ทัพหวางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ซูลี่เดินเข้ามายังจวนของตระกูลหลี่ นางเดินตรงดิ่งเข้าไปที่หอนอนของจือหลิน นางก็พบกับดาบที่นำพาให้นางมาที่นี่
ซูลี่หยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม พรางนึกใจว่าที่จริงแล้วดาบเล่มนี้นำพานางมาพบกับคู่แท้ที่อยู่ต่างภพกับนางนั้นเอง
ท่านแม่ทัพหลี่เดินเข้ามาพบซูลี่ในห้อง เขาก็ตกใจที่เห็นกำลังถือดาบนั้นไว้
“เจ้ามาที่นี่ได้เช่นไรกัน วันนี้เป็นวันสู่ขอของเจ้านะ” ท่านแม่ทัพหลี่พูดขึ้นด้วยเสียงสร้อย
ซูลี่ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย พรางคิดในใจว่าผู้ชายขี้เก็กอย่างเขาสมควรที่จะได้นางเป็นคู่ครองนี่แหละ เพราะเขาจะได้เลิกเก็กเสียที
“มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ข้าจะยอมให้สู่ขอข้า” ซูลี่พูดขึ้น
“ผู้ใดกัน?”
“ท่านพี่หลี่ เหตุใดท่านจึงโง่ยิ่งนัก” ซูลี่พูดขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ
“นี่เจ้า! เจ้ากล้าว่าข้ารึ?” ท่านแม่ทัพหลี่เดินเข้าไปใกล้ ๆ นาง
“ก็ข้าหมายถึงท่านอย่างไงกันล่ะ” พูดจบ ซูลี่ก็จูบลงที่ริมฝีปากของท่านแม่ทัพหลี่ทันที แหม่! โชคดีที่นางมาจากโลกอนาคต นางถึงเป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาหาเข้าก่อนบ้างแบบนี้ หากรอให้เขาเป็นฝ่ายไปหานางคงอีกนาน มีหวังนางคงได้แต่งงานไปกับชายอื่นจริง ๆ
“ผู้หญิงยุคใหม่อย่างยัยโซ่ แม้จะย้อนอดีตมาเป็น ซูลี่ แต่ข้าก็จะไม่ยอมเสียผู้ชายและความรักของข้าไปให้กับอีโก้ของตัวเองอย่างแน่นอน” ซูลี่พูดกับตัวเองในใจ
ท่านแม่ท่านจูบซูลี่กลับอย่างมีความสุข ในที่สุดเขาก็ได้อยู่กับคนรักของเขาเสียที
หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์
งานแต่งงานของท่านแม่ทัพและซูลี่จึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ฮูหยินคนใหม่ของตระกูลหลี่นี้มาจากแดนไกล ที่ไกลออกไปจนพวกเขาไม่สามารถจิตนาการถึงได้
__________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
บทที่ 12ตั๋วเดินทางกลับบ้านหลังจากรถม้าเคลื่อนตัวสักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดรถม้าก็มาจอดลงหน้าประตูจวนสกุลหลี่ทันทียาหยีและหลี่อี้ลงมาจากรถม้า และมุ่งหน้าสู่ประตูจวน และเมื่อหลี่อี้เป็นคนเปิดประตูจวนเข้าไป เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบกับร่างบางของสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งราวกับสวรรค์เมตตาได้ยินคำเรียกร้องของยาหยี วินาทีแรกที่ยาหยีได้เห็นสตรีผู้นั้น เธอก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที“แม่!”“ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า แต่ข้าคือแม่มดที่จะพาเจ้ากลับสู่โลกที่เจ้าจากมา” คำตอบของแม่มดทำเอายาหยี่แทบร้องไห้มาทันที เพราะแม่มดผู้นี้หน้าตาเหมือนกับแม่ของเธอราวกับคนคนเดียวกันหรือว่า...นี่จะเป็นแม่ของเธอในอดีตชาติ“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นคนมาหาพวกเจ้าเองเมื่อถึงเวลา และตอนนี้ก็ถึงเวลา ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตามที่ใจของเจ้าปรารถนา”เมื่อยาหยีได้ยินแม่มดมีมี่พูดขึ้นแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งั้นช่วยพาข้ากลับตอนนี้เลยนะคะ ข้าอยากกลับบ้านไปหาแม่ของข้าใจจะขาดแล้ว”“ได้”ทางด้านของหลี่อี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบพูดรั้งยาหยีขึ้น “เจ้าแน่ใจที่จะกลับไปจริง ๆ อย่างงั้นรึ? ในเมื่อสวรรค์ส่งเจ้าให้ข้ามภพมาไกลขนา
และในขณะนั้นเอง เสียงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังทันที“ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท”“อ้าวท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง! วันนี้เจ้าเข้าวังด้วยอย่างงั้นรึ? มาสิ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันก่อน”ยาหยีหันควับไปก็พบกับท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงทันที เธอพยายามหนีห่างจากเขา แต่ดูเหมือนว่าจะหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเสียอย่างงั้น!“วันนี้กระหม่อมเข้ามาตรวจอาวุธในคลั่งพะยะค่ะ กลัวว่าหากไม่ตรวจตาบ่อย ๆ อาจจะทำให้มีคนลักลอบออกไปขายได้พะยะค่ะ” ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงตอบกลับไปทันที“เจ้านี่ช่างละเอียดอ่อนยิ่งนัก! นาน ๆ ทีเจ้าจะเข้ามาในวัง ปกติหากอยากพบเจ้า ข้าต้องไปตามหาตามที่ฝึกซ้อมหรือไม่ก็สนามรบเท่านั้น วันนี้มาดื่มน้ำชาเพื่อพูดคุยด้วยกันก่อนสิ แถมวันนี้ยังมีเหยาเหยาและองครักษ์หลี่มาร่วมด้วย” ฮ่องเต้พูดเชิญขึ้นทันที และใครจะกล้าปฎิเสธพระราชาของแผ่นดินได้ล่ะ ดังนั้นแม้ว่าทุกคนอยากจะออกจากตรงนี้ไป แต่ทว่าพวกเขากลับต้องนั่งสนทนาต่อไปกับฮ่องเต้ผ่านไปสักพักใหญ่ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ทั้ง 4 คนสนทนากันก็มักจะเป็นเรื่องราวทั่ว ๆไปเท่านั้น ส่วนมากจะเป็น 3 บุรุษมากกว่าที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนยาหยีที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องข
บทที่ 11เบาะแสการเดินทางกลับบ้าน“กลับบ้าน? บ้านของเจ้าอยู่ที่เมืองใดกันล่ะ? เดี๋ยวข้าขับรถม้าไปส่งเองก็ได้” เขาถามขึ้น“หากข้าพูดไปเจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่าบ้านของข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่บ้านของข้าอยู่ในอนาคต”“หา?” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที “อนาคต? ข้าเคยได้ยินคำร่ำลืมกันว่าน้าโซ่ผู้ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ของข้านั้นมาจากอนาคต แต่ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”“มันเป็นเรื่องจริง! น้าโซ่มาจากอนาคต และข้าเองก็มาจากอนาคตเหมือนกัน น้าโซ่ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ทำให้ต้องการอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว และข้าก็ไม่รู้จักใครที่นี่ด้วย ข้าอยากกลับอนาคตไปหาแม่ของข้า ป่านนี้แม่ของข้าคงรอข้ากลับบ้านแล้ว”“หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วข้าจะช่วยเจ้าหาทางกลับบ้านได้อย่างไรกัน?” เขาถามเธอขึ้นต่อ“น้าโซ่เคยเล่าให้ข้าฟังว่า มีแม่มดตนหนึ่งที่สามารถส่งจดหมายและข้าวของไปอนาคตได้ หากข้าได้พบนางอีกสักครั้ง นางจะช่วยข้ากลับบ้านได้อย่างแน่นอน” ยาหยีพูดขึ้นอย่างมีความหวัง“แล้วแม่มดผู้นั้นอยู่ที่ใดกันล่ะ?” “ข้าเองก็ไม่รู้ ไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามของนางเลยสักนิด น้าโซ่บอก
“ได้สิ! ที่นี่บ้านของท่านน้าโซ่ เจ้าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น งั้นก็เดินตามข้ามาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนก่อน เดินทางมานานคงเหนื่อยแย่”เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินนำยาหยีเข้าไปที่ด้านในจวนทันทีด้านในจวนของท่านแม่ทัพหลี่นับว่าเป็นจวนที่ใหญ่มาก แถมยังมีทั้งทหารและสาวใช้มากมายอีกด้วย ยาหยีไม่แปลกใจเลยที่น้าโซ่ติดใจที่จะอาศัยอยู่ที่แทนเมื่อหลี่อี้พายาหยีมาถึงหน้าหอนอน เขาแบกของของเธอเข้าไปด้านในหอนอนทันที ก่อนที่จะพูดขึ้น “อีกสักพัก ถิงถิง จะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวดูแลเจ้า เจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกนางได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าทั้งหมด”ยาหยีพยักหน้าตอบรับ พร้อมกับถามเขาขึ้น “แล้วนี่ท่านจะไม่อยู่จวนแล้วหรอ?”“ข้าเป็นองครักษ์ วันนี้ฮ่องเต้มีเสด็จไปเยี่ยมประชาชน ข้าต้องติดตามไปด้วย เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลไป ที่นี่มีทหารมากมายคอยคุมกันเจ้า และเดี๋ยวเสร็จงานแล้วข้าจะกลับมา” พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันทีเมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึงยาหยีรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกภาพที่ฮูหยินมารดาของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงออกปากไล่เธอ แถมท่านแม่ทัพจ้าวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ กลับยืนนิ่งเฉยให้เธอถูกไล่ออกมาเสียอย่าง
บทที่ 10หนี่ฮาวท่านแม่เมื่อข้ามฝั่งกลับมาได้ ยาหยีก็ได้กลับมาเจอกับน้าสาวของเธอที่กำลังรออยู่ที่ค่ายทหาร ทั้งสองคนกอดไว้แน่นอย่างสุขใจ ก่อนที่ยาหยีจะเริ่มถามทุกความสงสัยทันทีและยาหยีก็ได้คำตอบว่า น้าโซ่ของเธอได้ข้ามภพมาที่นี่เพราะดาบโบราณเมื่อ 3 ก่อน และทำให้ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ ทั้งสองคนฝ่าฝันอุปสรรคมาด้วยกันจนตกหลุมรักกัน และแต่งงานกันในที่สุด หลังจากที่แต่งงานได้ไม่นาน น้าโซ่ก็ได้พบกับหญิงสาวคนนั้นที่บอกว่าตัวเองเป็นแม่มดที่สามารถสื่อสารข้ามมิติได้ แม้ว่าน้าโซ่ของเธอจะไม่เชื่อเท่าไหร่นักในตอนแรก แต่ก็ลองส่งจดหมายไปแจ้งให้ทุกคนที่บ้านรู้ว่าเธอไม่ได้หายตัวไปไหน แต่แค่ข้ามภพมาเท่านั้นเอง และเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น้าโซ่ของเธอก็ได้ผ้าไหมโบราณที่มาจากสำเภาใหญ่ที่เดินทางกลับจากสยาม เธอคุยไปมากับเถ้าแก่ผ้าผู้นั้นจนรู้ว่าผ้าไหมที่ได้มานี่เป็นของตระกูลของเธอในยุคนี้ จวบกับจังหวะที่น้าโซ่ได้พบกับแม่มดผู้นั้นอีกครั้ง เธอจึงขอให้แม่มดผู้นั้นส่งสไบผ้าไหมสีทองนี้ไปให้ยาหยี แต่เธอไม่คิดว่ามันจะนำพาหลานสาวของตัวเองให้ข้ามภพตามกับมายาหยีที่รู้แบบนั้นก็ต้องการพบแม่มดคนนั้นทันที เพราะตัวเอง
บทที่ 9การหนีผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ยาหยีเดินเปิดประตูห้องออกมาก็พบกับร่างบางของเหมยฟางกำลังยืนรอเธออย่างใจจดใจจ่อ“ได้ผ้าตามที่ต้องการไหมเจ้าคะ? หากไม่ได้ ข้าจะได้พาท่านหญิงไปหาผ้าที่ร้านอื่นแทน” เหมยฟางพูดขึ้น“ได้แล้ว ได้ตรงตามที่ใจของข้าต้องการเลย งั้นเรากลับกันเถอะ” พูดจบยาหยีก็เดินนำเหมยฟางไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับจวนของม่อเที้ยนอี้ทันทียามค่ำคืนมาถึงหลังจากที่ยาหยีกลับมาถึงจวนก็เป็นช่วงที่ม่อเที้ยนอี้กำลังวุ่นวายกับงานของเขาทั้งวัน จนทำให้เขาไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเธอเลย แต่ตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่รอช้าที่จะมุ่งตรงมาหาเธอที่หอนอนทันที“วันนี้ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้พาตามที่ใจปรารถนาแล้ว เช่นนั้นแล้วงานแต่งงานของเราคงจะราบรื่นใช่หรือไม่?”“แน่นอนเจ้าค่ะ งานแต่งงานของเราจะราบรื่นอย่างแน่นอน”เมื่อได้รับคำตอบจากยาหยีแบบนั้น ท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ก็ถามยาหยีขึ้นต่อทันที “ก่อนหน้านี้เจ้าโกหกข้าว่าเจ้าเป็นสตรีที่มีสามีแล้ว และสามีของเจ้าก็คือแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงที่ปลอมตัวเข้ามาในจวนของข้า เหตุใดจึงต้องโกหกข้าเช่นนั้น?”จะให้ตอบกลับไปว่าอย่างไงดีล่ะ!ยาหยีคิดอยู่ครู่หนึ







