Home / โรแมนติก / ต้นสายปลายรัก / เหมืองฤทธิเทพ - 70%

Share

เหมืองฤทธิเทพ - 70%

last update Last Updated: 2026-01-26 16:10:20

รวินทร์พาทีมงานของเพชรไพลินมารับประทานอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อที่สุดของภูเก็ต หลังจากบริกรนำเมนูมาวางไว้ให้ทุกคนแล้วเขาจึงพูดกับเพชรไพลินอย่างเป็นกันเอง

“อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ ร้านนี้อร่อยมาก”

เพชรไพลินยิ้มพราย หลุบตาลงมองเมนูตรงหน้าเพื่อปิดซ่อนความซุกซนในแววตาไว้เต็มที่ ดูเหมือนเขาจะพยายามสังเกตท่าทีของเธออยู่หลายครั้ง สายตาที่เขามองมาราวกับกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่สนใจ เขาอยากสงสัยอะไรก็สงสัยไป อยากจับผิดตรงไหนก็ปล่อยให้เขาทำ เพราะเธอเชื่อว่าจบงานครั้งนี้เขาจะต้องจดจำอดีตคู่หมั้นอย่างเธอไปอีกนานแสนนาน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องความประทับใจแต่เป็นความแสบสันที่เธอตั้งใจทำเพื่อเขาโดยเฉพาะ

“น้องคะ สั่งอาหารหน่อยค่ะ” เพชรไพลินกวักมือเรียกบริกรแล้วชี้ไปที่รายการอาหารที่ตัวเองเล็งไว้โดยไม่บอกชื่อ

“เอาอันนี้...อันนี้...แล้วก็อันนี้เท่าจำนวนคนค่ะ...ที่เหลือใครอยากกินอะไรก็สั่งเลยนะคะ วันนี้เรามีเจ้ามือ” พูดจบเธอก็ปรายตามองชายหนุ่มที่นั่งตรงข้าม เห็นเขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเธอก็ได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ

ยิ้มไปเถอะ...รอให้อาหารมาเสิร์ฟเดี๋ยวก็รู้กัน!

“คิดยังไงถึงอยากทำงาน เมื่อก่อนเห็นบอกว่าไม่ชอบการบริหาร ทำการตลาดไม่เป็น” รวินทร์เป็นฝ่ายชวนคุยก่อน ตาก็มองหญิงสาวตรงหน้าแทบไม่กะพริบ วันนี้กัญญพัชรดูแปลกตาไปจากเมื่อก่อนมาก ปกติเธอเป็นคนสวยจัดอยู่แล้ว แต่พอบวกกับบุคลิกคล่องแคล่ว และท่าทางที่ดูมาดมั่นจึงทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้นเป็นกอง

ก่อนเกิดอุบัติเหตุ กัญญพัชรเป็นผู้หญิงที่มีดีแค่สวย ถึงแม้จะเรียนเก่งแค่ไหน แต่กลับไม่รู้จักใช้มันสมองของตนให้เป็นประโยชน์ คิดแต่จะแต่งงานมีครอบครัวและมาเป็นแม่บ้านให้เขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการแม้แต่น้อย เขาต้องการคนที่สามารถมาช่วยดูแลธุรกิจและใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์มากกว่า ขณะที่เธอเป็นคุณหนูที่ทำอะไรแทบไม่เป็นนอกจากการใช้เงิน

แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุเฉียดตาย ดูเหมือนกัญญพัชรจะเปลี่ยนไปมากจนเขาแปลกใจ เพราะเธอเปลี่ยนไปแม้กระทั่งบุคลิก ลักษณะนิสัยรวมไปถึงแววตา

“วันๆ อยู่แต่ในบ้านก็เบื่อเป็นเหมือนกันนะคะ หางานทำดีกว่า พัชไม่อยากอยู่เฉยๆ อีกอย่าง พัชอยากให้ทุกคนลืมกัญญพัชรคนเก่าไป เพราะไหนๆ ก็ได้ชีวิตใหม่มาแล้ว พัชก็ควรใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด”

หญิงสาวดื่มน้ำอึกใหญ่ก่อนพูดต่อ “พัชจะเริ่มต้นใหม่ค่ะ อะไรที่มันไม่ดี มันแย่ มันห่วย ตอนนี้พัชก็ละทิ้งไปหมดแล้ว จากนี้ไปพัชเชื่อว่าจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตของพัชแน่นอน”

เธอพูดไปยิ้มไปพลางลูบนิ้วมือข้างที่เคยสวมแหวนหมั้นราวกับต้องการบอกเขากลายๆ ว่าสิ่งที่ไม่ดี แย่ และห่วยนั้นหมายรวมถึงอดีตคู่หมั้นอย่างเขาด้วย และดูเหมือนเขาเองก็รับรู้จากภาษากายที่เธอส่งให้เช่นกัน เพราะเมื่อเธอพูดจบเขาก็หน้าตึงขึ้นมาทันที

“ก็ดี แล้วทำไมถึงเปิดแบรนด์ใหม่ล่ะ ทำไมไม่ช่วยคุณพ่อทำอันเดิมไปก่อน” ชายหนุ่มสะกดอารมณ์ขุ่นมัวไว้ในอกแล้วพยายามปรับสีหน้าให้ราบเรียบดังเดิม แม้จะรู้เต็มอกว่ากัญญพัชรจงใจเหน็บแนม

“เฮ้อ...ไม่ไหวมั้งคะ ปัตถาเจมส์น่ะแบบมันอลังการเว่อร์วังมากเกินไป แถมยังเชยมากกก...สมัยนี้ไม่มีใครเขาใส่เครื่องประดับที่ดีไซน์เหมือนหลุดมาจากสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่สิบสี่หรอกนะคะ พัชว่าคงมีแต่พวกคุณป้าอายุห้าสิบกว่าๆ นั่นแหละมั้งที่ยังชอบอยู่ อีกอย่างราคามันแพงเกินไปค่ะ มนุษย์เงินเดือนทั่วไปไม่สามารถครอบครองได้แน่นอน พัชเลยคิดว่าทำแบรนด์เล็กๆ สำหรับเครื่องประดับชิ้นเล็กดีกว่า มันซื้อง่ายขายคล่องดี”

รวินทร์หน้าตึงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกหญิงสาวพูดตอกหน้ากลับมาว่าดีไซน์ของเครื่องประดับเชยแสนเชย จะไม่ให้เขาหน้าชาได้อย่างไรในเมื่อจิวเวลรี่ดีไซเนอร์ที่ทำงานให้ปัตถาเจมส์นั้น เขาเป็นคนจัดหามาด้วยตัวเอง

ผู้หญิงคนนี้นอกจากจะเปลี่ยนบุคลิกราวกับเป็นคนละคนแล้ว ปากคอยังจัดจ้านขึ้นอีกด้วย!

“แล้วมาที่นี่ต้องการรู้อะไรบ้าง” รวินทร์เปลี่ยนมาคุยเรื่องงานที่กัญญพัชรต้องเดินทางมาถึงที่นี่

“พัชอยากมาดูเรื่องการคัดเลือกเพชรดิบค่ะ การเจียระไนเพชร แล้วก็ขั้นตอนการทำ เช่นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวงจะต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง พัชจะให้น้องเขาถ่ายวิดีโอไว้แล้วตัดต่อออกมาเป็นหนังโฆษณาความยาวประมาณนาทีกว่าๆ แต่ต้องได้รายละเอียดครบตามที่ต้องการทุกอย่าง”

หญิงสาวหยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อทบทวนความฝันที่กัญญพัชรตัวจริงพยายามยัดเยียดเข้ามาในหัวตอนหลับ ในฝันนั้นเธอจำได้ว่ารวินทร์มีผู้ช่วยคนหนึ่ง ซึ่งเขาดูใจดีและเป็นมิตรมากกว่าผู้เป็นเจ้านายมากนัก

“ตอนที่พัชพาทีมงานไปถ่ายทำน่ะ พี่วินทร์ส่งคุณนาวามาก็ได้นะคะ ไม่ต้องมาเองหรอก พัชรู้ว่าเวลาของพี่เป็นเงินเป็นทอง คงไม่มีเวลามาเดินอธิบายเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้พัชฟังแน่ๆ”

“นาวาไม่อยู่ พี่ให้เขาไปทำธุระที่อื่น” รวินทร์โกหก เพราะความจริงแล้วนาวายังนั่งทำงานอยู่ที่เหมือง แต่เขากะไว้ว่าจะโทร. บอกให้นาวาเข้าไปที่ฟาร์มมุกของปานฤทัยเพื่อดูไข่มุกที่อีกฝ่ายต้องการเสนอขายให้เขา

แม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงอยากจับตาดูกัญญพัชรต่อไป แม้จะดีใจที่เธอยอมปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่อีกใจนั้นเขายังไม่มั่นใจตัวเองนักว่าทำไมถึงปล่อยให้เธอคลาดสายตาไม่ได้

“อ้าว...สรุปว่าจะไม่มีคนมาคอยอธิบายอะไรให้พัชฟังเลยหรือคะ”

เพชรไพลินแสร้งทำหน้าเสียดาย เพราะความจริงแล้วเรื่องพวกนี้เธอสอบถามพูดคุยกับคนเก่าคนแก่ในนั้นได้ ซึ่งน่าจะให้คำตอบและคำอธิบายได้ดีไม่ต่างจากเจ้าของสถานที่อย่างรวินทร์

“พี่จะอยู่กับเราเอง อยากรู้อะไรก็ถามมาแล้วกัน” เขาพูดพลางมองรอยแผลตกสะเก็ดบนหน้าผากของหญิงสาว จากนั้นก็ลอบมองลำแขนเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนถึงข้อศอก ยังมีผ้าปิดแผลบนแขนข้างซ้าย ขณะที่ข้างขวาเอาผ้าปิดแผลออกแล้ว เหลือไว้เพียงแผลตกสะเก็ดขีดเป็นทางยาวหลายเซนติเมตร ดูแล้วน่าจะเจ็บไม่น้อย แต่กลับไม่เห็นเธอทำหน้านิ่วหรือโอดครวญว่าปวดแผลแม้แต่คำเดียว...หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงร้องโอดโอยพยายามให้เขาสงสารแล้ว

“แปลว่าตลอดสามสี่วันที่พัชอยู่ที่นี่ พี่วินทร์จะอยู่รับใช้ เอ๊ย! อยู่คอยให้คำแนะนำพัชตลอดเลยใช่ไหมคะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ...ดีจังเลยนะคะพี่สุ เจ้าของเหมืองมาคอยบริการเองเลยนะเนี่ย” ประโยคหลังหญิงสาวหันไปพูดกับสุวารี ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่นั่งยิ้มแหยๆ เพราะรู้เรื่องการถอนหมั้นของคนทั้งคู่แล้วจากเจ้านายอย่างพัชระ

อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟโดยเริ่มจากเมนูเด็ดที่เพชรไพลินสั่งให้ทุกคนได้รับประทาน สุวารีเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่ต่างกับทีมงานช่างกล้องอีกสองคนที่นั่งถัดไป ขณะที่รวินทร์ขมวดคิ้ว พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกไปเมื่อเห็นรายการอาหารที่ทยอยขึ้นโต๊ะ

คงมีเพียงคนเดียวที่ยิ้มร่าเริงอย่างไม่รู้สึกรู้สา ไม่สนแม้กระทั่งสายตาคาดโทษจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม

เมนูที่เพชรไพลินสั่งให้ทุกคน คนละหนึ่งจาน นั่นก็คือกุ้งล็อบสเตอร์อบเนยกระเทียมราดซอสเลมอน สนนราคาจานละหนึ่งพันแปดร้อยบาท หนึ่งจานมีแค่หนึ่งตัว และเธอสั่งเผื่อแผ่ให้ครบคนรวมทั้งหมดห้าจาน!

ไม่นับรวมเมนูแสนแพงระดับท็อปของทางร้านที่เธอสั่งมาอีกสองรายการ และอาหารทั่วไปที่ทีมงานสั่งมาสองอย่างนั่นอีก เท่ากับว่ามื้อนี้รวินทร์ต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทแน่นอน

เพชรไพลินคลี่ยิ้มหวานหยด ก่อนจะใช้โทรศัพท์บรรจงถ่ายรูปล็อบสเตอร์ในจานของตัวเองเพื่ออัปขึ้นโซเชียลมีเดียในนามของกัญญพัชร

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะพี่วินทร์ แหม...เลี้ยงน้องทั้งทีจะให้น้อยกว่านี้ได้ยังไงล่ะคะ จริงไหม” พูดจบเธอก็กะพริบตาปริบๆ ใส่เขาอย่างมีจริตจะก้าน ทั้งที่ในใจอยากหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเขาที่บ่งบอกอย่างไม่ปิดบังว่าอยากลุกขึ้นมาบีบคอเธอใจจะขาด

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status