LOGIN
แคว้นหย่งจินในเวลานี้กำลังประสบกับปัญหาความแห้งแล้งติดต่อกันมานานถึงสามปี ชาวบ้านหลายหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกของแคว้นแทบไม่มีแม้แต่น้ำจะกินประทังชีวิต เนื่องจากภูมิประเทศแถบนี้เป็นดินทรายและไม่มีแหล่งน้ำมากเหมือนกับภูมิประเทศแถบอื่นในแคว้น แม้ว่าทางราชสำนักจะส่งเสบียงและน้ำมาจากเมืองใกล้เคียงเพื่อช่วยเหลือบ่อยครั้งก็ตามที แต่ด้วยความลำบากยากเข็ญที่พวกเขาได้รับมานานต่อเนื่องกันถึงสามปี ทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิตจากความอดอยากไปเป็นจำนวนมาก
ถานเซียนเซียนวัย 15 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจิงเยว่ ห่างจากเมืองซานหลางไปทางใต้ของเมืองห้าลี้ สถานการณ์ในหมู่บ้านก็ลำบากไม่ต่างจากหมู่บ้านอื่นรอบ ๆ เมืองซานหลาง
“พ่อ พวกเราจะทำยังไงกันดีขอรับ ทางการกว่าจะนำเสบียงมาให้ก็ต้องใช้เวลานานถึงสิบกว่าวัน ในบ้านเราไม่มีอะไรกินแล้วนะขอรับ” ถานจื่อพี่ชายถานม่อจือมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อย เมื่อวันนี้เขาเรียกทุกคนในครอบครัวมาปรึกษากัน
“เฮ้อ บนภูเขาก็ไม่มีของกินเหลือแล้ว เงินในบ้านเราก็ไม่มีแม้แต่อีแปะเดียว พ่อเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมาพ่อก็ไม่เคยพบสภาพอากาศแห้งแล้งแบบนี้มาก่อน พวกลูกจะลองไปเสี่ยงดวงขึ้นเขากันอีกสักรอบไหม” ถานฟานที่ชรามากแล้วบอกลูกหลานตามตรง เขาอายุปูนนี้แล้วก็ยังไม่เคยต้องทุกข์ยากลำบากมากขนาดนี้มาก่อน สงสารก็แต่ลูกหลานที่นับวันจะผอมลงจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกกันอยู่มะรอมมะร่อแล้ว ต้องโทษที่ตระกูลเขายากจนมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ เขาเป็นคนไม่มีความรู้อะไรนอกจากทำไร่ทำนาหาเลี้ยงครอบครัวไปวัน ๆ ญาติพี่น้องตอนนี้ก็ตกตายไปเกือบหมดแล้ว ถานฟานจึงไม่รู้ว่าต้องแก้ไขปัญหาความอดอยากให้กับลูกหลานในครอบครัวเล็ก ๆ นี้อย่างไรดี
“อืม… พรุ่งนี้ข้ากับลูก ๆ จะขึ้นเขาเองขอรับ ท่านพ่อกับพวกน้องรองอยู่ที่บ้านพักผ่อนให้ดีเถิดขอรับ หลายวันนี้พวกท่านขึ้นเขากันบ่อยเกินไปแล้ว” ถานจื่อบอก
“ไฮ้! พี่ใหญ่ พวกข้าจะปล่อยให้พวกท่านลำบากได้อย่างไรกัน ท่านให้พวกเราไปช่วยหาเสบียงด้วยเถอะขอรับ พวกเรายังแข็งแรงดีอยู่” ถานม่อจือส่ายหน้าบอก
“ใช่เจ้าค่ะลุงใหญ่ ให้ข้ากับน้องไปด้วยเถอะ คนเยอะหน่อยก็อาจจะหาอาหารได้มากขึ้นนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันอยู่นาน
“เอาล่ะ ๆ ในเมื่อบ้านรองอยากไปก็ไปเถอะ ระวังตัวกันด้วยเล่า” ถานฟานเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของหลาน ๆ ก็ได้แต่ต้องยอมปล่อยให้พวกเขาไป
มื้อค่ำคืนนั้นคนในครอบครัวถานทั้งหมดได้กินเพียงแค่รากไม้เผาประทังชีวิตเท่านั้น น้ำที่ได้รับมาจากทางการอันน้อยนิดถูกตักใส่ถ้วยเล็กมาแบ่งกันจิบคนละคำสองคำเพื่อไม่ให้เกิดอาการขาดน้ำ
ถานฟานมองความลำบากยากเข็ญของลูกหลานก็ทำได้แค่ทอดถอนใจออกมาเสียหลายครั้ง ชาวบ้านในหมู่บ้านครอบครัวอื่นนั้นร่ำรวยกว่าบ้านเขามากนัก ทำให้หลายปีมานี้พวกเขาไม่ต้องลำบากในการหาอาหารมากเหมือนบ้านของเขา ถานฟานได้แต่โทษตัวเองที่นำเงินเก็บของครอบครัวไปรักษาภรรยาเมื่อหลายปีก่อนจนต้องเป็นหนี้เป็นสิน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถช่วยชีวิตภรรยาเอาไว้ได้ แถมยังทำให้ลูกหลานต้องลำบากใช้หนี้ให้มาตลอดหลายปี ยิ่งพอเข้าสู่ปีที่แห้งแล้งนี้แล้ว ครอบครัวที่ยังต้องหาเงินใช้หนี้แถมยังต้องหาอาหารมาเลี้ยงดูคนในครอบครัวจึงลำบากมากขึ้นไปอีก ถึงแม้หลานชายทั้งสองคนของบ้านใหญ่อย่างถานจงหยางและถานจงซิงจะเข้าไปหางานทำแลกเงินในเมืองเกือบทุกวัน พวกเขาก็ยังไม่มีเงินทองมากพอที่จะซื้ออาหารมาประทังชีวิต เพราะค่าจ้างอันน้อยนิดและยังต้องผ่อนจ่ายหนี้สินที่ยังติดค้างเอาไว้อยู่ก่อนแล้วนั่นอีก
เช้าตรู่วันต่อมา คนบ้านตระกูลถานขึ้นเขาไปด้วยกันเกือบหมด มีเพียงยี่ซินป้าใหญ่ของถานเซียนเซียนกับฟู่เหมยแม่ของเธอที่อยู่บ้านดูแลท่านปู่ถานฟาน
“พี่ใหญ่ วันนี้เราจะหาอาหารได้ไหมขอรับ” ถานเหยาจื่อน้องชายถานเซียนเซียนถามพี่สาวระหว่างที่กำลังเดินขึ้นเขา ช่วงนี้บ้านเขากินข้าวกันเพียงวันละมื้อและมื้อละนิดหน่อยเพื่อประทังชีวิตเท่านั้น เขาที่ยังอายุเพียง 13 ปีจึงรู้สึกหิวอยู่บ้าง
“เจ้าไม่ต้องกังวลนะ อย่างไรอาหารส่วนของเจ้าพี่จะหาให้เอง” ถานเซียนเซียนยิ้มบอกน้องชายที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยเจริญเติบโต
“ขอบคุณพี่ใหญ่ขอรับ” ถานเหยาจื่อยิ้มกว้างออกมา เขารู้ดีว่าพี่สาวรักเขาที่สุด อาหารหลายมื้อที่ผ่านมา พี่สาวของเขาก็มักจะแบ่งให้เขามากกว่าเสมอ
เสียงของสองพี่น้องทำให้ถานม่อจือผู้เป็นพ่อได้แต่สะท้อนในใจ บ้านเขาทำไร่ทำนามาตั้งแต่รุ่นก่อน ความรู้ด้านอื่น ๆ ไม่มีใครมีเลยแม้แต่น้อย ยิ่งช่วงสามปีที่ผ่านมาซึ่งแห้งแล้งที่สุดในรอบหนึ่งร้อยปีด้วยแล้ว ครอบครัวของเขาต้องลำบากยากเข็ญมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว หนี้สินที่ครอบครัวเขาต้องจ่ายยังเหลืออีกมากถึงสามตำลึงเงิน ด้วยค่าจ้างจากหลานชายทั้งสองเพียงวันละสิบอีแปะ เขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ครอบครัวเขาจึงจะใช้หนี้สินก้อนนี้หมดเสียที
ถานเซียนเซียนมองภูเขาหัวโล้นอันแห้งแล้งอย่าท้อแท้ใจ สิ่งที่นางพูดเมื่อครู่ก็แค่ให้กำลังใจตัวเองกับน้องชายเท่านั้น ตัวถานเซียนเซียนเองใช่ว่าไม่หิว เพียงแต่นางเป็นพี่สาวคนโต ถานเซียนเซียนจึงมักจะคอยช่วยพ่อแม่ดูแลน้องชายอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่ลำบากอย่างวันนี้เช่นกัน ถานเซียนเซียนหวังว่าจะหาอาหารให้น้องชายได้กินอิ่มสักมื้อหนึ่งบ้าง
“ท่านพี่ เราจะเข้าไปรับจ้างในเมืองตอนไหนขอรับ” ถานจงซิงถามถานจงหยางซึ่งกำลังเดินอยู่ข้างกันระหว่างขึ้นเขา
“อืม… รออีกสักสองชั่วยามเถอะค่อยไป” ถานจงหยางอยากช่วยพ่อของเขาหาอาหารกลับไปให้คนที่บ้านสักหน่อย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าวันนี้จะมีอะไรให้พวกเขาเก็บไปบ้างก็ตามที อย่างน้อยเขายังหวังว่าสวรรค์จะเมตตาครอบครัวเล็ก ๆ ของเขาบ้าง
“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปหาอาหารเถอะ อีกหนึ่งชั่วยามกลับมารวมกันที่นี่ เข้าใจหรือไม่” ถานจื่อหันไปบอกทุกคน หลังจากขึ้นเขามาได้ระยะทางหนึ่ง
“ขอรับท่านพ่อ/ ท่านลุง” เด็ก ๆ ร้องรับคำเสียงดัง จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ภูเขาแถบนี้พวกเขามาบ่อยจนรู้ดีว่าจะหาของกินได้จากตรงไหนบ้าง
“พี่ใหญ่ เราก็รีบไปกันเถอะขอรับ” ถานม่อจือบอกถานจื่อ
“ได้สิ ไปกัน” ถานจื่อพยักหน้ารับคำน้องชายและเดินแยกออกไปอีกทางหนึ่ง
คนตระกูลถานทั้งหกมองต้นไม้ใบหญ้าที่แห้งแล้งจนแทบไม่มีสีเขียวให้เห็นก็ได้แต่ต้องทอดถอนใจ เมื่อก่อนภูเขาลูกนี้เป็นแหล่งอาหารให้กับทุกคนในหมู่บ้านมาตลอดตั้งแต่พวกเขาจำความได้ มีเพียงช่วงสามปีที่แห้งแล้งนี้ที่ภูเขาแทบไม่มีอาหารให้พวกเขาเลย แต่ไม่ว่าจะต้องขุดรากไม้ไปกินหรือขุดดินไปกินก็ตามที วันนี้พวกเขาตั้งใจจะหาอาหารให้ได้สักเล็กน้อย
ก่อนเที่ยงเล็กน้อย คนทั้งหมดมารวมตัวกันที่จุดนัดพบ แต่ละคนแทบไม่มีอาหารติดไม้ติดมือมานอกจากรากไม้ไม่กี่ต้น สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด พวกเขาเดินหาจนทั่วแล้วก็ยังไม่พบอาหารดี ๆ เลยแม้แต่น้อย
“เฮ้อ รีบกลับบ้านกันเถอะ จงหยางกับจงซิงยังต้องไปทำงานในอำเภออีก” ถานจื่ออดถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้งไม่ได้ เขาไม่คิดว่าภูเขาที่เคยอุดมสมบูรณ์ บัดนี้แม้แต่รากไม้ก็ยังหามาประทังชีวิตได้ยากเย็นนัก
คนอื่น ๆ ได้แต่พยักหน้ารับคำอย่างท้อแท้เช่นกัน ถานเซียนเซียนที่ถือรากไม้ชิ้นเล็ก ๆ เพียงสองสามอันได้แต่กำเอาไว้ในมือเล็กแน่น รากไม้พวกนี้นางใช้มือขุดขึ้นมาจากผืนดินแห้งแข็งอย่างยากลำบาก ถึงแม้จะมีเพียงเล็กน้อย แต่ถานเซียนเซียนก็ยังคิดจะมอบรากไม้ทั้งหมดให้น้องชายได้กินอิ่มก่อนเหมือนทุกครั้ง
ระหว่างทางที่พวกเขากำลังจะกลับบ้าน มีชาวบ้านหลายคนเห็นเข้าพอดี พวกเขาเหล่านั้นได้แต่มองคนตระกูลถานอย่างสมเพชเวทนา ทั้งหมู่บ้านจิงเยว่นี้มีเพียงตระกูลถานเท่านั้นที่ยากจนที่สุด ถึงพวกเขาจะพอมีกินอยู่บ้าง แต่ก็มีไม่มากพอที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับครอบครัวคนอื่นอยู่ดี
เมื่อกลับไปถึงบ้านซอมซ่อของตระกูลถาน สองพี่น้องถานจงหยางกับถานจงซิงก็วางรากไม้ที่หามาได้เอาไว้ที่ห้องครัว จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากบ้านเพื่อเข้าอำเภอไปหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำเหมือนกับทุกวัน
ถานเซียนเซียนเห็นน้องชายเหงื่อไหลไคลย้อย นางจึงเดินไปตักน้ำมาเล็กน้อยให้เขากินเพื่อแก้กระหาย
“เซียนเซียน อย่าใช้น้ำมากเกินไป เดี๋ยวคนอื่นจะไม่พอกินเอานะ” ถานม่อจือบอกลูกสาวอย่างกังวล เขากลัวว่าคนอื่น ๆ ในบ้านจะขาดน้ำจนป่วยเสียก่อน
“ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ น้ำส่วนนี้ข้าให้น้องชายเอง ค่ำนี้ข้าจะไม่กินน้ำเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนยิ้มตอบพ่อของนาง
มื้อค่ำของบ้านตระกูลถานไม่ต่างจากวันก่อน ๆ พวกเขากินรากไม้ที่หามาได้ในวันนี้อย่างหิวโหย น้ำน้อยนิดถูกทุกคนเวียนกันจิบคนละอึก มีเพียงถานเซียนเซียนที่นำส่วนแบ่งน้ำของตัวเองให้น้องชายเท่านั้นที่ไม่ได้กิน นางเข้าห้องไปนอนพร้อมกับท้องน้อย ๆ ที่ยังคงร้องประท้วงอยู่อย่างอดทน
“พ่อรู้แล้วน่า นี่เป็นหนทางทำมาหากินอย่างเดียวที่เรามีอยู่ พ่อจะกล้าปากมากได้ยังไงกันเล่า พวกเจ้าขึ้นเขาไปอย่างสบายใจเถอะ” ถานฟานกล่าวยืนยัน เขามีหรือจะกล้าทำให้ลูกหลานต้องลำบากอีก“เช่นนั้นพวกเรารีบไปก่อนนะขอรับ” ถานม่อจือบอกและชวนฟู่เหวยออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่ชายพี่สะใภ้ของเขาซึ่งกำลังเดินนำหน้าอยู่ ทั้งสี่คนเดินตามกันไปโดยมีชาวบ้านสองสามคนพบเห็นและเอ่ยทักทายพวกเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะในหมู่บ้านมีเพียงคนบ้านถานเท่านั้นที่ขึ้นเขาบ่อย ๆ ทั้งที่บนภูเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้พวกเขาเก็บมากินได้นานแล้ว“พวกเจ้าขึ้นเขากันอีกแล้วหรือ? ข้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติ
“ขนมเหล่านี้ไม่สามารถทำมาทีละมาก ๆ ได้ ต้องขอโทษท่านลุงท่านป้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ ถ้าใครมาก่อนในวันพรุ่งนี้ก็จะได้กินแน่นอนเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนอธิบายด้วยความใจเย็น นางไม่คิดว่าคนจะชอบขนมที่มีราคาแพงกว่ามากถึงเพียงนี้“ได้ ๆ พวกลุงป้าจะรีบมาแต่เช้า เจ้าน่าจะให้พวกเราจองได้นะแม่หนู พวกเราจะได้ไม่พลาดของอร่อย ๆ” ชายสูงวัยคนนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลเศรษฐีในเมืองนี้และได้รับคำสั่งให้มาซื้อของว่างจากร้านเด็กพวกนี้พอดี“อ่า… ขอโทษท่านลุงด้วยเจ้าค่ะ พวกข้าอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เลยไม่สามารถให้พวกท่านจองได้น่ะเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนถึงแม้จะอ่านออกเขียนได้ แต่ในยุคสมัยเช่นนี้นางไม่อาจแสดงความสามารถออกมาได้“ช่างเถอะ ๆ ข้าจะมาแต่เช้าก็แล้วกัน” พ่อบ้านได้แต่สงสารเด็กพวกนี้ไม่น้อย
[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบตอบรับอย่างจริงจัง มันไม่รู้หรอกว่าเจ้านายต้องการแลกสิ่งใดจากมันบ้าง แต่อย่างน้อยการแลกเปลี่ยนลูกสนก็ทำให้มันมีแต้มเพิ่มขึ้นมาก ทั้งสามกลับถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ถานเซียนเซียนให้พี่ชายช่วยยกไหเปล่าไปใส่ลูกสนที่ครอบครัวนางช่วยกันทำตอนไปขายของ ส่วนนางก็ถือของที่ซื้อมาและของที่แลกกับระบบเข้าครัวไป[ ระบบ แลกน้ำสะอาดใส่ให้เต็มโอ่งทั้งหมด ] ถานเซียนเซียนเดินไปเห็นว่าน้ำใช้ของที่บ้านแทบจะไม่มีเหลือให้ต
[ เข้าใจแล้วขอรับเจ้านาย ] เสียงระบบหงอยลงทันที มันเองก็ลืมคิดไปว่าครอบครัวเจ้านายของมันยากจนที่สุดในหมู่บ้าน ถ้าจู่ ๆ เกิดร่ำรวยขึ้นมา คงมีชาวบ้านมากมายอิจฉาตาร้อนและก่อเรื่องให้พวกเขาลำบากเป็นแน่ ถานเซียนเซียนได้ยินเสียงระบบแบบนี้เลยเอ่ยปลอบสักสองสามคำ ก่อนที่พวกเขาจะเดินมาถึงย่านตลาดในเมือง“อืม… พี่ว่าไปตั้งแผงตรงนั้นดีไหม” ถานจงหยางชี้นิ้วบอกน้อง ๆ เขาเห็นว่าตรงนั้นทำเลดีไม่น้อย หากใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถแวะซื้อได้“ดีขอรับพี่ใหญ่ น้องสาวไปกัน” ถานจงซิงพยักหน้ายิ้มรับคำและหันไปชวนถานเซียนเซี
ชาวบ้านในหมู่บ้านเห็นกลุ่มคนตระกูลถานเดินผ่านไปก็ได้แต่สงสัยว่าพวกเขาขึ้นเขาไปเก็บอะไร เหตุใดจึงต้องปกปิดมิดชิดแบบนี้“เฮ้! ถานจื่อ พวกเจ้าขึ้นเขาไปเก็บของดีอะไรมา เหตุใดจึงไม่บอกกันบ้างเล่า” ชาวบ้านขาเผือกอดตะโกนถามขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะเดินผ่านไป“แค่ฟืนเท่านั้น พวกเรากลัวมันจะหล่นระหว่างทางน่ะ” ถานจื่อต้องโกหกออกไปอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องลูกสนไว้เป็นความลับ“แค่ฟืนเหตุใดต้องปิดบังด้วยเล่า พวกเจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนอะไรดี ๆ ไว้น่ะ” ชาวบ้านอีกคนที่สอดส่องคนบ้านถานอยู่นานสองนานอดเดินออกมาขวางไว้ไม่ได้“
“ผู้มีพระคุณของเจ้าช่างจิตใจดีนักเซียนเซียน คราวหน้าหากเขาต้องการความช่วยเหลือก็ให้มาบอกพวกเราได้นะลูก” ถานม่อจือยิ้มบอกลูกสาว เขาเองก็รู้สึกว่าน้ำที่กินเข้าไปช่วยให้ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับมามีพลังมากขึ้น“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ อืม… ทุกคนคิดว่าถ้าเรานำลูกสนไปขายจะดีไหมเจ้าคะ ข้าเห็นว่าบนเขายังมีลูกสนอีกเป็นจำนวนมาก เผื่อว่าจะมีคนสนใจซื้อไปกินน่ะเจ้าค่ะ บ้านเราจะได้มีเงินเพิ่มขึ้น พี่ใหญ่กับพี่รองก็ไม่ต้องเหนื่อยทำงานแบกหามอีกด้วยนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนคิดมาสักพักแล้วเรื่องหาเงิน นางจึงเลือกจะถามความคิดเห็นกับคนในครอบครัวดูก่อน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นช่วงภัยพิบัติ ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อของพวกนี้กินหรือไม่“ลุงว่าลองดูก็ไม่เลวนะ อย่างไรเสียเราก็ไม่ได้ลงทุนอะไรอยู่แล้วนี่นา เพียงแต่ลุงกลัวว่าพวกชาวบ้านจะรู้เข้าน่ะสิ” ถานจื่อกังวลเรื่องชาวบ้านมาก เขาค







