LOGINกลางดึกคืนนั้น ถานเซียนเซียนในวัยเพียง 15 ปี สิ้นลมไปอย่างสงบหลังจากทนหิวมานานหลายวัน ร่างกายเล็ก ๆ ของนางไร้ซึ่งลมหายใจนานเกือบสิบนาที ก่อนที่อยู่ ๆ จะมีเสียงลมหายใจแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์
วิญญาณของถานเซียนเซียนในศตวรรษที่ 21 กลับกลายเป็นได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาววัย 15 ที่เพิ่งตายจากไป ภายในหัวของร่างเดิมมีความทรงจำมากมายกำลังแล่นริ้วไปเป็นฉาก ๆ จนกระทั่งภาพนั้นสิ้นสุดลงหลังนางหมดลมหายใจ
ถานเซียนเซียนคนใหม่ลืมตาขึ้นช้า ๆ นางมองเห็นหลังคาหญ้าเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ด้านบนก็ได้แต่ต้องทอดถอนหายใจอย่างปลดปลง ถานเซียนเซียนได้แต่นึกว่าคนอื่นข้ามภพมาทำไมได้เป็นองค์หญิงหรือไม่ก็คุณหนูในตระกูลใหญ่ แต่นางกลับได้มาอยู่ในครอบครัวยากจนแถมยังอยู่ในปีแห้งแล้งที่สุดในรอบร้อยปีอีก ถานเซียนเซียนไม่รู้ว่านี่เป็นพรหรือเป็นกรรมเก่าของนางกันแน่ ทั้งที่ในศตวรรษที่ 21 นั้น ตัวนางเป็นถึงนักวิจัยพันธุ์พืชชื่อดัง ถานเซียนเซียนไม่คิดว่าการทำงานหนักและขับรถกลับที่พักในวันนั้นจะทำให้ตนเองต้องมาอยู่ที่นี่ในวันนี้
ถานเซียนเซียนนอนคิดสะระตะไม่นานนัก ก่อนที่นางจะตัดสินใจว่าต้องใช้ชีวิตใหม่นี้ให้ดีและทำให้ครอบครัวของร่างเดิมมีอยู่มีกินให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็คงเสียทีที่นางเป็นถึงนักวิจัยพันธุ์พืชชื่อดังในชาติก่อนแล้ว
[ ปิ๊งป่อง! ระบบตรวจพบเจ้านายใหม่ ท่านต้องการใช้งานระบบแลกเปลี่ยนทางการเกษตรหรือไม่ ]
[ หืม? ระบบแลกเปลี่ยนทางการเกษตรคืออะไร ] ถานเซียนเซียนคิดอยู่ในใจ
[ ระบบนี้เจ้านายสามารถใช้ทรัพยากรในยุคนี้แลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของทางการเกษตรรวมถึงอาหารทั้งหมดได้ขอรับ เจ้านายต้องการใช้งานระบบหรือไม่ กรุณาตอบรับ ]
[ ตกลง ข้าต้องการใช้งานระบบ ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้ว่าต้องใช้สิ่งใดแลกเปลี่ยนสิ่งของจำเป็นทางการเกษตร แต่ยังไงการมีระบบคอยช่วยเหลือก็คงทำให้ชีวิตนี้ของนางน่าจะสะดวกสบายมากขึ้น
[ ยินดีต้อนรับเจ้านายคนใหม่ รางวัลสำหรับการลงทะเบียนใช้งานครั้งแรก เจ้านายจะได้รับซาลาเปาไส้เนื้อหนึ่งลูกและน้ำทิพย์เสริมสร้างความแข็งแกร่งหนึ่งขวด ]
สิ้นเสียงของระบบ ซาลาเปาอ้วนขาวลูกหนึ่งก็มาอยู่ตรงหน้าถานเซียนเซียนพร้อมกับขวดกระเบื้องสีขาวขนาดเท่าฝ่ามือหนึ่งขวด ถานเซียนเซียนรีบหยิบซาลาเปามากินอย่างตะกละตะกรามด้วยความหิวโหย ร่างเดิมนี้ไม่ได้กินอาหารมานานขนาดไหนนางก็ไม่ทราบ ถานเซียนเซียนรู้แค่ว่าท้องน้อย ๆ นี้ว่างเปล่าจนทำเอานางสิ้นไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นเสียด้วยซ้ำ
หลังกินซาลาเปาหมด ถานเซียนเซียนก็เปิดขวดกระเบื้องแล้วกรอกลงไปในปากเล็ก ๆ อย่างหิวกระหาย เมื่อน้ำทิพย์เข้าไปในร่างของนางไม่นาน ถานเซียนเซียนก็รู้สึกว่าตนเองมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นอีกโข รอยยิ้มน้อย ๆ แย้มบานออกมาอย่างน่ารักโดยที่เจ้าตัวไม่เห็น ถานเซียนเซียนลองพลิกร่างไปอีกด้านหนึ่งก็พบว่าแม่ พ่อและน้องชายที่นอนอยู่ยังไม่มีใครรู้สึกตัวตื่นเลย นางถอนหายใจอย่างโล่งอกและมองใบหน้าของแม่ในชาตินี้ด้วยความเห็นใจ ตอนนี้คนในบ้านตระกูลถานคงไม่มีใครรู้ว่าถานเซียนเซียนคนนี้ไม่ใช่ถานเซียนเซียนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
[ ระบบ ข้าสามารถใช้สิ่งใดแลกเปลี่ยนกับของของเจ้าได้บ้าง ] ถานเซียนเซียนนึกถึงว่าวันพรุ่งนี้ครอบครัวจะกินอะไรก็กังวลขึ้นมา นางจึงต้องถามระบบเสียก่อน
[ เจ้านายสามารถใช้ทุกสิ่งในโลกใบนี้มาแลกเปลี่ยนได้ขอรับ สิ่งของแต่ละชนิดจะมีแต้มแตกต่างกันตามมูลค่า ]
[ พวกไม้ฟืน ต้นไม้อะไรพวกนี้แลกเป็นแต้มได้ไหม ] ถานเซียนเซียนพยายามนึกถึงสิ่งที่ร่างเดิมเคยขึ้นเขาไปหามาในความทรงจำ นางไม่รู้ว่าของพวกนี้จะได้แต้มเพียงพอที่จะแลกอาหารให้คนในครอบครัวได้หรือไม่
[ แลกได้ขอรับ เพียงแต่แต้มที่จะได้รับแลกได้เพียงหนึ่งถึงสองแต้มเท่านั้น ] ระบบช่วยประเมินมูลค่าสิ่งที่ถานเซียนเซียนถาม
[ เฮ้อ มีตัวอย่างสิ่งของที่มูลค่าสูงกว่านี้ไหม ] ถานเซียนเซียนได้แต่ต้องถามต่อ
[ มีขอรับ เงินหนึ่งอีแปะแลกได้สามแต้ม เงินหนึ่งตำลึงแลกได้หนึ่งร้อยแต้ม ]
[ บ้าไปแล้ว ข้าจะหาเงินมาจากไหนเล่า เจ้าดูในบ้านหลังนี้สิว่ามีอะไรพอที่จะแลกเป็นอาหารให้คนในบ้านได้บ้าง ] ถานเซียนเซียนอดบ่นในใจไม่ได้ นางเพิ่งมาถึงโลกใบนี้แล้วจะให้หาเงินจากไหนมาแลกแต้มกันเล่า
[ โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตู้ และเครื่องครัวต่าง ๆ สามารถแลกได้ หนึ่งร้อยแต้มขอรับ ]
[ แย่จริง แบบนั้นบ้านข้าก็ไม่มีของจำเป็นใช้น่ะสิถ้าเอาไปแลก เจ้าดูดีหรือยังว่าทั้งบ้านนี้ไม่มีอะไรพอจะแลกเป็นแต้มได้อีกแล้วหรือ ] ถานเซียนเซียนขมวดคิ้วมุ่น
[ ไม้ฟืนในห้องครัวหนึ่งกอง แลกได้สิบแต้มขอรับ ] ระบบที่พยายามหาสิ่งของมีค่าในบ้านตระกูลถานได้แต่บอกอย่างหมดอาลัยตายอยาก มันไม่คิดว่าบ้านหลังนี้จะยากจนข้นแค้นจนแม้แต่สิ่งของมีค่าสักชิ้นสองชิ้นก็ยังไม่มีเสียด้วยซ้ำไป
[ เฮ้อ สงสัยพรุ่งนี้ข้าคงต้องขึ้นเขาไปหาฟืนมาเพิ่มเพื่อแลกแต้มแล้วล่ะ ] ถานเซียนเซียนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ อย่างน้อยสิบแต้มก็น่าจะพอแลกอาหารให้คนทั้งบ้านได้กินประทังชีวิตในวันพรุ่งนี้
[ ขอให้เจ้านายประสบความสำเร็จในการหาสิ่งของแลกเปลี่ยนขอรับ ] ระบบทำได้แค่ให้กำลังใจเจ้านายเท่านั้น มันไม่สามารถให้คำแนะนำมากเกินไปได้ ทุกอย่างจะต้องเป็นความคิดของเจ้านายเท่านั้นจึงจะสามารถแลกแต้มสูง ๆ ได้ ถ้าเป็นแต้มที่ระบบแนะนำ จะสามารถแนะนำได้แค่สิ่งของไร้ค่าทั่วไปเท่านั้น
[ อืม… ขอบใจมาก ข้าขอพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย ] ถานเซียนเซียนพอนึกได้ว่าพรุ่งนี้ยังต้องหาฟืนเป็นจำนวนมากก็อยากรีบนอนพักเอาแรงก่อน
ก่อนฟ้าสางไม่นาน เสียงเคลื่อนไหวของคนในตระกูลถานก็ดังขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขามักจะตื่นกันในเวลานี้เพื่อขึ้นเขาไปหาอาหาร คนที่มีหน้าที่ขึ้นเขาจึงต้องตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้
ถานเซียนเซียนที่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวก็ลืมตาขึ้นมาเช่นกัน นางลุกขึ้นช้า ๆ เพื่อบิดตัวไปมาคลายกล้ามเนื้ออยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงลุกขึ้นจากที่นอนออกไปยังหน้าบ้านเพื่อรวมตัวกับคนบ้านใหญ่ไม่ต่างจากที่ร่างเดิมเคยทำในทุกวัน
“วันนี้ข้าว่าจะเดินขึ้นเขาไปอีกหน่อย พวกเจ้าคิดยังไง” ถานจื่อถามทุกคนที่ยืนอยู่
“ลองขึ้นไปสูงอีกนิดก็ดีนะพี่ใหญ่ เผื่อว่าจะมีอาหารให้เราเก็บกลับมาได้บ้าง” ถานม่อจือพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย
“ใช่ท่านพ่อ ขึ้นเขาไปอีกสักหน่อยก็ดีขอรับ” ถานจงหยางเห็นด้วยกับพ่อของเขาเช่นเดียวกัน เขาเป็นพี่ชายคนโตของครอบครัว ถานจงหยางจึงอยากหาอาหารมาให้กับครอบครัวให้ได้มากที่สุด
“ข้าก็เห็นด้วยขอรับ” ถานจงซิงพยักหน้าตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง
ถานเซียนเซียนและถานเหยาจื่อเองก็พยักหน้ารับเช่นเดียวกัน พวกเขาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในครอบครัว หากว่าคนอื่น ๆ ว่าอย่างไร ทั้งสองก็ย่อมเห็นด้วย
หลังจากตกลงกันได้แล้ว กลุ่มคนทั้งหกก็เดินตามกันออกจากบ้านไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว พวกเขาไม่รู้ว่าการขึ้นเขาสูงขึ้นไปจะเหนื่อยล้ามากแค่ไหน เพราะปกติพวกเขาเองก็ไม่มีใครกล้าขึ้นเขาลึกนัก สมัยก่อนตอนที่ภูเขายังอุดมสมบูรณ์มักจะมีสัตว์ป่าออกหากินจนชาวบ้านไม่มีใครกล้าขึ้นไปสูงเกินไปนัก
ระหว่างทางขึ้นเขา ถานเซียนเซียนให้น้องชายช่วยหาเถาวัลย์เพื่อเอาไว้มัดไม้ฟืนที่จะเก็บกลับบ้าน สร้างความสงสัยให้คนในบ้านที่มาด้วยกันไม่ได้
“เซียนเซียน เจ้าจะเอาฟืนกลับไปทำไมเยอะแยะ บ้านเราไม่ได้ทำอาหารอะไรเสียหน่อยนะ” ถานม่อจือหันไปถามลูกสาว
“ข้าว่าจะเอาไปแลกอาหารในอำเภอเจ้าค่ะท่านพ่อ” ถานเซียนเซียนอ้างไปอย่างนั้นเอง นางคิดว่าจะแอบทุกคนนำฟืนแลกกับระบบที่บ้าน แต่ก็กลัวว่าทุกคนจะสงสัย
“เฮ้อ มันจะแลกอะไรได้สักเท่าไหร่ล่ะเซียนเซียน ลุงว่าเจ้าไม่ต้องลำบากหรอก” ถานจื่อส่ายหัวอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ถ้ามีคนนำไม้ฟืนแลกเงินได้ ป่านนี้ชาวบ้านก็คงนำไปแลกกันจนหมดภูเขานานแล้ว
“ท่านลุงเชื่อข้าเถิดเจ้าค่ะ ข้ารับรองว่าจะนำฟืนพวกนี้ไปแลกอาหารมาให้พวกเราได้กินจนอิ่มแน่” ถานเซียนเซียนตอบกลับด้วยความมั่นใจ
“เอาล่ะ ๆ ถ้าลูกอยากได้ไม้ฟืนพวกเราก็จะช่วยเจ้า” ถานม่อจือได้แต่ต้องตามใจลูกสาว ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ก็ตามที
“น้องสาวไม่ต้องกังวล พวกพี่ชายจะช่วยหาฟืนอีกแรงหนึ่งนะ” ถานจงหยางยิ้มตอบสาวน้อยคนเดียวของบ้านตระกูลถาน
“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนยิ้มหวานส่งให้พี่ชายใหญ่ของตระกูล
เมื่อทุกคนตัดสินใจว่าจะช่วยเซียนเซียนหาไม้ฟืนแล้ว ระหว่างทางขึ้นเขาสูงพวกเขาก็ช่วยกันเก็บฟืนและมัดเอาไว้ไปเรื่อย ๆ ด้วย กระทั่งพวกเขาขึ้นเขาไปสูงกว่าเมื่อวานนี้โดยใช้เวลานานถึงครึ่งชั่วยาม ถานจื่อจึงให้ทุกคนวางไม้ฟืนเอาไว้รวมกันก่อนจะแยกย้ายกันไปหาอาหารบนภูเขาสูง ถานเซียนเซียนเดินแยกออกไปอีกทางหนึ่งเพื่อดูว่าบนภูเขาแห่งนี้พอจะมีสิ่งใดมีค่าบ้างทันที
“พ่อรู้แล้วน่า นี่เป็นหนทางทำมาหากินอย่างเดียวที่เรามีอยู่ พ่อจะกล้าปากมากได้ยังไงกันเล่า พวกเจ้าขึ้นเขาไปอย่างสบายใจเถอะ” ถานฟานกล่าวยืนยัน เขามีหรือจะกล้าทำให้ลูกหลานต้องลำบากอีก“เช่นนั้นพวกเรารีบไปก่อนนะขอรับ” ถานม่อจือบอกและชวนฟู่เหวยออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่ชายพี่สะใภ้ของเขาซึ่งกำลังเดินนำหน้าอยู่ ทั้งสี่คนเดินตามกันไปโดยมีชาวบ้านสองสามคนพบเห็นและเอ่ยทักทายพวกเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะในหมู่บ้านมีเพียงคนบ้านถานเท่านั้นที่ขึ้นเขาบ่อย ๆ ทั้งที่บนภูเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้พวกเขาเก็บมากินได้นานแล้ว“พวกเจ้าขึ้นเขากันอีกแล้วหรือ? ข้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติ
“ขนมเหล่านี้ไม่สามารถทำมาทีละมาก ๆ ได้ ต้องขอโทษท่านลุงท่านป้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ ถ้าใครมาก่อนในวันพรุ่งนี้ก็จะได้กินแน่นอนเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนอธิบายด้วยความใจเย็น นางไม่คิดว่าคนจะชอบขนมที่มีราคาแพงกว่ามากถึงเพียงนี้“ได้ ๆ พวกลุงป้าจะรีบมาแต่เช้า เจ้าน่าจะให้พวกเราจองได้นะแม่หนู พวกเราจะได้ไม่พลาดของอร่อย ๆ” ชายสูงวัยคนนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลเศรษฐีในเมืองนี้และได้รับคำสั่งให้มาซื้อของว่างจากร้านเด็กพวกนี้พอดี“อ่า… ขอโทษท่านลุงด้วยเจ้าค่ะ พวกข้าอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เลยไม่สามารถให้พวกท่านจองได้น่ะเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนถึงแม้จะอ่านออกเขียนได้ แต่ในยุคสมัยเช่นนี้นางไม่อาจแสดงความสามารถออกมาได้“ช่างเถอะ ๆ ข้าจะมาแต่เช้าก็แล้วกัน” พ่อบ้านได้แต่สงสารเด็กพวกนี้ไม่น้อย
[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบตอบรับอย่างจริงจัง มันไม่รู้หรอกว่าเจ้านายต้องการแลกสิ่งใดจากมันบ้าง แต่อย่างน้อยการแลกเปลี่ยนลูกสนก็ทำให้มันมีแต้มเพิ่มขึ้นมาก ทั้งสามกลับถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ถานเซียนเซียนให้พี่ชายช่วยยกไหเปล่าไปใส่ลูกสนที่ครอบครัวนางช่วยกันทำตอนไปขายของ ส่วนนางก็ถือของที่ซื้อมาและของที่แลกกับระบบเข้าครัวไป[ ระบบ แลกน้ำสะอาดใส่ให้เต็มโอ่งทั้งหมด ] ถานเซียนเซียนเดินไปเห็นว่าน้ำใช้ของที่บ้านแทบจะไม่มีเหลือให้ต
[ เข้าใจแล้วขอรับเจ้านาย ] เสียงระบบหงอยลงทันที มันเองก็ลืมคิดไปว่าครอบครัวเจ้านายของมันยากจนที่สุดในหมู่บ้าน ถ้าจู่ ๆ เกิดร่ำรวยขึ้นมา คงมีชาวบ้านมากมายอิจฉาตาร้อนและก่อเรื่องให้พวกเขาลำบากเป็นแน่ ถานเซียนเซียนได้ยินเสียงระบบแบบนี้เลยเอ่ยปลอบสักสองสามคำ ก่อนที่พวกเขาจะเดินมาถึงย่านตลาดในเมือง“อืม… พี่ว่าไปตั้งแผงตรงนั้นดีไหม” ถานจงหยางชี้นิ้วบอกน้อง ๆ เขาเห็นว่าตรงนั้นทำเลดีไม่น้อย หากใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถแวะซื้อได้“ดีขอรับพี่ใหญ่ น้องสาวไปกัน” ถานจงซิงพยักหน้ายิ้มรับคำและหันไปชวนถานเซียนเซี
ชาวบ้านในหมู่บ้านเห็นกลุ่มคนตระกูลถานเดินผ่านไปก็ได้แต่สงสัยว่าพวกเขาขึ้นเขาไปเก็บอะไร เหตุใดจึงต้องปกปิดมิดชิดแบบนี้“เฮ้! ถานจื่อ พวกเจ้าขึ้นเขาไปเก็บของดีอะไรมา เหตุใดจึงไม่บอกกันบ้างเล่า” ชาวบ้านขาเผือกอดตะโกนถามขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะเดินผ่านไป“แค่ฟืนเท่านั้น พวกเรากลัวมันจะหล่นระหว่างทางน่ะ” ถานจื่อต้องโกหกออกไปอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องลูกสนไว้เป็นความลับ“แค่ฟืนเหตุใดต้องปิดบังด้วยเล่า พวกเจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนอะไรดี ๆ ไว้น่ะ” ชาวบ้านอีกคนที่สอดส่องคนบ้านถานอยู่นานสองนานอดเดินออกมาขวางไว้ไม่ได้“
“ผู้มีพระคุณของเจ้าช่างจิตใจดีนักเซียนเซียน คราวหน้าหากเขาต้องการความช่วยเหลือก็ให้มาบอกพวกเราได้นะลูก” ถานม่อจือยิ้มบอกลูกสาว เขาเองก็รู้สึกว่าน้ำที่กินเข้าไปช่วยให้ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับมามีพลังมากขึ้น“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ อืม… ทุกคนคิดว่าถ้าเรานำลูกสนไปขายจะดีไหมเจ้าคะ ข้าเห็นว่าบนเขายังมีลูกสนอีกเป็นจำนวนมาก เผื่อว่าจะมีคนสนใจซื้อไปกินน่ะเจ้าค่ะ บ้านเราจะได้มีเงินเพิ่มขึ้น พี่ใหญ่กับพี่รองก็ไม่ต้องเหนื่อยทำงานแบกหามอีกด้วยนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนคิดมาสักพักแล้วเรื่องหาเงิน นางจึงเลือกจะถามความคิดเห็นกับคนในครอบครัวดูก่อน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นช่วงภัยพิบัติ ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อของพวกนี้กินหรือไม่“ลุงว่าลองดูก็ไม่เลวนะ อย่างไรเสียเราก็ไม่ได้ลงทุนอะไรอยู่แล้วนี่นา เพียงแต่ลุงกลัวว่าพวกชาวบ้านจะรู้เข้าน่ะสิ” ถานจื่อกังวลเรื่องชาวบ้านมาก เขาค







