LOGINกลางดึกคืนนั้น ถานเซียนเซียนในวัยเพียง 15 ปี สิ้นลมไปอย่างสงบหลังจากทนหิวมานานหลายวัน ร่างกายเล็ก ๆ ของนางไร้ซึ่งลมหายใจนานเกือบสิบนาที ก่อนที่อยู่ ๆ จะมีเสียงลมหายใจแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์
วิญญาณของถานเซียนเซียนในศตวรรษที่ 21 กลับกลายเป็นได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาววัย 15 ที่เพิ่งตายจากไป ภายในหัวของร่างเดิมมีความทรงจำมากมายกำลังแล่นริ้วไปเป็นฉาก ๆ จนกระทั่งภาพนั้นสิ้นสุดลงหลังนางหมดลมหายใจ
ถานเซียนเซียนคนใหม่ลืมตาขึ้นช้า ๆ นางมองเห็นหลังคาหญ้าเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ด้านบนก็ได้แต่ต้องทอดถอนหายใจอย่างปลดปลง ถานเซียนเซียนได้แต่นึกว่าคนอื่นข้ามภพมาทำไมได้เป็นองค์หญิงหรือไม่ก็คุณหนูในตระกูลใหญ่ แต่นางกลับได้มาอยู่ในครอบครัวยากจนแถมยังอยู่ในปีแห้งแล้งที่สุดในรอบร้อยปีอีก ถานเซียนเซียนไม่รู้ว่านี่เป็นพรหรือเป็นกรรมเก่าของนางกันแน่ ทั้งที่ในศตวรรษที่ 21 นั้น ตัวนางเป็นถึงนักวิจัยพันธุ์พืชชื่อดัง ถานเซียนเซียนไม่คิดว่าการทำงานหนักและขับรถกลับที่พักในวันนั้นจะทำให้ตนเองต้องมาอยู่ที่นี่ในวันนี้
ถานเซียนเซียนนอนคิดสะระตะไม่นานนัก ก่อนที่นางจะตัดสินใจว่าต้องใช้ชีวิตใหม่นี้ให้ดีและทำให้ครอบครัวของร่างเดิมมีอยู่มีกินให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็คงเสียทีที่นางเป็นถึงนักวิจัยพันธุ์พืชชื่อดังในชาติก่อนแล้ว
[ ปิ๊งป่อง! ระบบตรวจพบเจ้านายใหม่ ท่านต้องการใช้งานระบบแลกเปลี่ยนทางการเกษตรหรือไม่ ]
[ หืม? ระบบแลกเปลี่ยนทางการเกษตรคืออะไร ] ถานเซียนเซียนคิดอยู่ในใจ
[ ระบบนี้เจ้านายสามารถใช้ทรัพยากรในยุคนี้แลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของทางการเกษตรรวมถึงอาหารทั้งหมดได้ขอรับ เจ้านายต้องการใช้งานระบบหรือไม่ กรุณาตอบรับ ]
[ ตกลง ข้าต้องการใช้งานระบบ ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้ว่าต้องใช้สิ่งใดแลกเปลี่ยนสิ่งของจำเป็นทางการเกษตร แต่ยังไงการมีระบบคอยช่วยเหลือก็คงทำให้ชีวิตนี้ของนางน่าจะสะดวกสบายมากขึ้น
[ ยินดีต้อนรับเจ้านายคนใหม่ รางวัลสำหรับการลงทะเบียนใช้งานครั้งแรก เจ้านายจะได้รับซาลาเปาไส้เนื้อหนึ่งลูกและน้ำทิพย์เสริมสร้างความแข็งแกร่งหนึ่งขวด ]
สิ้นเสียงของระบบ ซาลาเปาอ้วนขาวลูกหนึ่งก็มาอยู่ตรงหน้าถานเซียนเซียนพร้อมกับขวดกระเบื้องสีขาวขนาดเท่าฝ่ามือหนึ่งขวด ถานเซียนเซียนรีบหยิบซาลาเปามากินอย่างตะกละตะกรามด้วยความหิวโหย ร่างเดิมนี้ไม่ได้กินอาหารมานานขนาดไหนนางก็ไม่ทราบ ถานเซียนเซียนรู้แค่ว่าท้องน้อย ๆ นี้ว่างเปล่าจนทำเอานางสิ้นไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นเสียด้วยซ้ำ
หลังกินซาลาเปาหมด ถานเซียนเซียนก็เปิดขวดกระเบื้องแล้วกรอกลงไปในปากเล็ก ๆ อย่างหิวกระหาย เมื่อน้ำทิพย์เข้าไปในร่างของนางไม่นาน ถานเซียนเซียนก็รู้สึกว่าตนเองมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นอีกโข รอยยิ้มน้อย ๆ แย้มบานออกมาอย่างน่ารักโดยที่เจ้าตัวไม่เห็น ถานเซียนเซียนลองพลิกร่างไปอีกด้านหนึ่งก็พบว่าแม่ พ่อและน้องชายที่นอนอยู่ยังไม่มีใครรู้สึกตัวตื่นเลย นางถอนหายใจอย่างโล่งอกและมองใบหน้าของแม่ในชาตินี้ด้วยความเห็นใจ ตอนนี้คนในบ้านตระกูลถานคงไม่มีใครรู้ว่าถานเซียนเซียนคนนี้ไม่ใช่ถานเซียนเซียนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
[ ระบบ ข้าสามารถใช้สิ่งใดแลกเปลี่ยนกับของของเจ้าได้บ้าง ] ถานเซียนเซียนนึกถึงว่าวันพรุ่งนี้ครอบครัวจะกินอะไรก็กังวลขึ้นมา นางจึงต้องถามระบบเสียก่อน
[ เจ้านายสามารถใช้ทุกสิ่งในโลกใบนี้มาแลกเปลี่ยนได้ขอรับ สิ่งของแต่ละชนิดจะมีแต้มแตกต่างกันตามมูลค่า ]
[ พวกไม้ฟืน ต้นไม้อะไรพวกนี้แลกเป็นแต้มได้ไหม ] ถานเซียนเซียนพยายามนึกถึงสิ่งที่ร่างเดิมเคยขึ้นเขาไปหามาในความทรงจำ นางไม่รู้ว่าของพวกนี้จะได้แต้มเพียงพอที่จะแลกอาหารให้คนในครอบครัวได้หรือไม่
[ แลกได้ขอรับ เพียงแต่แต้มที่จะได้รับแลกได้เพียงหนึ่งถึงสองแต้มเท่านั้น ] ระบบช่วยประเมินมูลค่าสิ่งที่ถานเซียนเซียนถาม
[ เฮ้อ มีตัวอย่างสิ่งของที่มูลค่าสูงกว่านี้ไหม ] ถานเซียนเซียนได้แต่ต้องถามต่อ
[ มีขอรับ เงินหนึ่งอีแปะแลกได้สามแต้ม เงินหนึ่งตำลึงแลกได้หนึ่งร้อยแต้ม ]
[ บ้าไปแล้ว ข้าจะหาเงินมาจากไหนเล่า เจ้าดูในบ้านหลังนี้สิว่ามีอะไรพอที่จะแลกเป็นอาหารให้คนในบ้านได้บ้าง ] ถานเซียนเซียนอดบ่นในใจไม่ได้ นางเพิ่งมาถึงโลกใบนี้แล้วจะให้หาเงินจากไหนมาแลกแต้มกันเล่า
[ โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตู้ และเครื่องครัวต่าง ๆ สามารถแลกได้ หนึ่งร้อยแต้มขอรับ ]
[ แย่จริง แบบนั้นบ้านข้าก็ไม่มีของจำเป็นใช้น่ะสิถ้าเอาไปแลก เจ้าดูดีหรือยังว่าทั้งบ้านนี้ไม่มีอะไรพอจะแลกเป็นแต้มได้อีกแล้วหรือ ] ถานเซียนเซียนขมวดคิ้วมุ่น
[ ไม้ฟืนในห้องครัวหนึ่งกอง แลกได้สิบแต้มขอรับ ] ระบบที่พยายามหาสิ่งของมีค่าในบ้านตระกูลถานได้แต่บอกอย่างหมดอาลัยตายอยาก มันไม่คิดว่าบ้านหลังนี้จะยากจนข้นแค้นจนแม้แต่สิ่งของมีค่าสักชิ้นสองชิ้นก็ยังไม่มีเสียด้วยซ้ำไป
[ เฮ้อ สงสัยพรุ่งนี้ข้าคงต้องขึ้นเขาไปหาฟืนมาเพิ่มเพื่อแลกแต้มแล้วล่ะ ] ถานเซียนเซียนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ อย่างน้อยสิบแต้มก็น่าจะพอแลกอาหารให้คนทั้งบ้านได้กินประทังชีวิตในวันพรุ่งนี้
[ ขอให้เจ้านายประสบความสำเร็จในการหาสิ่งของแลกเปลี่ยนขอรับ ] ระบบทำได้แค่ให้กำลังใจเจ้านายเท่านั้น มันไม่สามารถให้คำแนะนำมากเกินไปได้ ทุกอย่างจะต้องเป็นความคิดของเจ้านายเท่านั้นจึงจะสามารถแลกแต้มสูง ๆ ได้ ถ้าเป็นแต้มที่ระบบแนะนำ จะสามารถแนะนำได้แค่สิ่งของไร้ค่าทั่วไปเท่านั้น
[ อืม… ขอบใจมาก ข้าขอพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย ] ถานเซียนเซียนพอนึกได้ว่าพรุ่งนี้ยังต้องหาฟืนเป็นจำนวนมากก็อยากรีบนอนพักเอาแรงก่อน
ก่อนฟ้าสางไม่นาน เสียงเคลื่อนไหวของคนในตระกูลถานก็ดังขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขามักจะตื่นกันในเวลานี้เพื่อขึ้นเขาไปหาอาหาร คนที่มีหน้าที่ขึ้นเขาจึงต้องตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้
ถานเซียนเซียนที่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวก็ลืมตาขึ้นมาเช่นกัน นางลุกขึ้นช้า ๆ เพื่อบิดตัวไปมาคลายกล้ามเนื้ออยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงลุกขึ้นจากที่นอนออกไปยังหน้าบ้านเพื่อรวมตัวกับคนบ้านใหญ่ไม่ต่างจากที่ร่างเดิมเคยทำในทุกวัน
“วันนี้ข้าว่าจะเดินขึ้นเขาไปอีกหน่อย พวกเจ้าคิดยังไง” ถานจื่อถามทุกคนที่ยืนอยู่
“ลองขึ้นไปสูงอีกนิดก็ดีนะพี่ใหญ่ เผื่อว่าจะมีอาหารให้เราเก็บกลับมาได้บ้าง” ถานม่อจือพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย
“ใช่ท่านพ่อ ขึ้นเขาไปอีกสักหน่อยก็ดีขอรับ” ถานจงหยางเห็นด้วยกับพ่อของเขาเช่นเดียวกัน เขาเป็นพี่ชายคนโตของครอบครัว ถานจงหยางจึงอยากหาอาหารมาให้กับครอบครัวให้ได้มากที่สุด
“ข้าก็เห็นด้วยขอรับ” ถานจงซิงพยักหน้าตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง
ถานเซียนเซียนและถานเหยาจื่อเองก็พยักหน้ารับเช่นเดียวกัน พวกเขาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในครอบครัว หากว่าคนอื่น ๆ ว่าอย่างไร ทั้งสองก็ย่อมเห็นด้วย
หลังจากตกลงกันได้แล้ว กลุ่มคนทั้งหกก็เดินตามกันออกจากบ้านไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว พวกเขาไม่รู้ว่าการขึ้นเขาสูงขึ้นไปจะเหนื่อยล้ามากแค่ไหน เพราะปกติพวกเขาเองก็ไม่มีใครกล้าขึ้นเขาลึกนัก สมัยก่อนตอนที่ภูเขายังอุดมสมบูรณ์มักจะมีสัตว์ป่าออกหากินจนชาวบ้านไม่มีใครกล้าขึ้นไปสูงเกินไปนัก
ระหว่างทางขึ้นเขา ถานเซียนเซียนให้น้องชายช่วยหาเถาวัลย์เพื่อเอาไว้มัดไม้ฟืนที่จะเก็บกลับบ้าน สร้างความสงสัยให้คนในบ้านที่มาด้วยกันไม่ได้
“เซียนเซียน เจ้าจะเอาฟืนกลับไปทำไมเยอะแยะ บ้านเราไม่ได้ทำอาหารอะไรเสียหน่อยนะ” ถานม่อจือหันไปถามลูกสาว
“ข้าว่าจะเอาไปแลกอาหารในอำเภอเจ้าค่ะท่านพ่อ” ถานเซียนเซียนอ้างไปอย่างนั้นเอง นางคิดว่าจะแอบทุกคนนำฟืนแลกกับระบบที่บ้าน แต่ก็กลัวว่าทุกคนจะสงสัย
“เฮ้อ มันจะแลกอะไรได้สักเท่าไหร่ล่ะเซียนเซียน ลุงว่าเจ้าไม่ต้องลำบากหรอก” ถานจื่อส่ายหัวอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ถ้ามีคนนำไม้ฟืนแลกเงินได้ ป่านนี้ชาวบ้านก็คงนำไปแลกกันจนหมดภูเขานานแล้ว
“ท่านลุงเชื่อข้าเถิดเจ้าค่ะ ข้ารับรองว่าจะนำฟืนพวกนี้ไปแลกอาหารมาให้พวกเราได้กินจนอิ่มแน่” ถานเซียนเซียนตอบกลับด้วยความมั่นใจ
“เอาล่ะ ๆ ถ้าลูกอยากได้ไม้ฟืนพวกเราก็จะช่วยเจ้า” ถานม่อจือได้แต่ต้องตามใจลูกสาว ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ก็ตามที
“น้องสาวไม่ต้องกังวล พวกพี่ชายจะช่วยหาฟืนอีกแรงหนึ่งนะ” ถานจงหยางยิ้มตอบสาวน้อยคนเดียวของบ้านตระกูลถาน
“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนยิ้มหวานส่งให้พี่ชายใหญ่ของตระกูล
เมื่อทุกคนตัดสินใจว่าจะช่วยเซียนเซียนหาไม้ฟืนแล้ว ระหว่างทางขึ้นเขาสูงพวกเขาก็ช่วยกันเก็บฟืนและมัดเอาไว้ไปเรื่อย ๆ ด้วย กระทั่งพวกเขาขึ้นเขาไปสูงกว่าเมื่อวานนี้โดยใช้เวลานานถึงครึ่งชั่วยาม ถานจื่อจึงให้ทุกคนวางไม้ฟืนเอาไว้รวมกันก่อนจะแยกย้ายกันไปหาอาหารบนภูเขาสูง ถานเซียนเซียนเดินแยกออกไปอีกทางหนึ่งเพื่อดูว่าบนภูเขาแห่งนี้พอจะมีสิ่งใดมีค่าบ้างทันที
หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร
“คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ
ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน
“น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้
ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข
[ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน