Mag-log inหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ช่วงนี้ปริญและอิงดาวไม่อยู่บ้านนี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเธอมาก ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านไปทานข้าว ไม่ต้องไปเล่นละครให้ท่านดูว่ารักใคร่ปรองดองกับรามแค่ไหน อ้อมกอดไม่ได้เกลียดแต่รักเหมือนผู้ใหญ่รักเหมือนพ่อแม่ของตัวเองจริง ๆ
‘มีเงินเข้าบัญชี 100,000 บาท’ ค่าตอบแทนของเดือนนี้สำหรับการเป็นภรรยาปลอม ๆ เธอมองหน้าจอที่มีการแจ้งเตือนแล้วคว่ำโทรศัพท์มือถือ เวลาเดินหน้าไปเรื่อย ๆ นับดูอีกเหลือแค่สองเดือนนิด ๆ สินะ อ้อมกอดคิดไว้แล้วว่าหลังจากนี้จะไปทำอะไรต่อเอายังไงกับชีวิตที่เหมือนไร้ซึ่งจุดหมาย
เธอจะกลับไปอยู่บ้านอยู่กับครอบครัว อ้อมกอดกับอิฐสองพี่น้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ โตมากับลุงและป้า แต่พี่ชายของเธอไม่เคยทำหน้าที่บกพร่องสักครั้ง เป็นพี่เป็นพ่อแม่เป็นเพื่อนเป็นทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่มีพี่ชายชีวิตของหญิงสาวคงน่าเบื่อกว่านี้เยอะ
“แม่ฉันโทรหาเธอหรือเปล่า?”
“โทรค่ะ ฉันตอบท่านตามที่คุณบอกทุกอย่าง”
“เงินเข้าหรือยัง?”
“เข้าแล้วค่ะ”
“ได้เงินจากฉันเดือนละแสนปีหนึ่งก็เป็นล้านแล้วทำไมไม่รู้จักซื้อรถมาขับไปทำงาน”
“คือว่า...”
“อย่าบอกนะว่ายังขับรถไม่เป็น? โตจนป่านนี้ขับรถมันยากตรงไหนไปหัดขับรถเสาร์อาทิตย์ก็ได้ดีกว่านอนอุดอู้อยู่ห้องทั้งวี่ทั้งวัน”
“ใช้ขนส่งสาธารณะก็เดินทางสะดวกดีค่ะประหยัดด้วย”
“เออ แล้วแต่นะถือว่าฉันบอกแล้ว เรื่องอะไรควรทำก็ไม่ไปทำน่าเบื่อฉิบ” เสียงเข้มสบถใส่คนที่เอาแต่ยืนก้มหน้ามองเท้าตัวเอง ก่อนส่ายหน้าแล้วเดินออกไปจากคอนโดมิเนียนเลย นึกรำคาญเพราะเคยบอกให้ไปเรียนขับรถจะได้สอบใบขับขี่แต่อีกฝ่ายก็นิ่งเฉย ที่ให้ทำแบบนี้ไม่ได้ห่วงว่าใช้ขนส่งสาธารณะแล้วคนเยอะ แต่เขากลัวจะเจอพ่อแม่ตัวเองเวลารอรถกลับบ้านตอนเลิกงาน แบบนั้นเรื่องยาวแน่นอน
อ้อมกอดกำลังจะอธิบายแต่คนหน้ามึนตีโพยตีพายไม่ฟัง แค่อ้าปากพูดคงว่าเธอแก้ตัวสินะถึงไม่พอใจขนาดนั้น แต่ช่างเถอะไม่อยากอธิบายหรือพูดอะไรอีก แล้วแต่จะเข้าใจแบบไหนก็แล้วกันพูดไปก็เท่านั้น อีกอย่างไม่สำคัญพอให้รามรู้หรอกว่าทำอะไรไปบ้าง
“หัดฟังคนอื่นก่อนก็ไม่มีใครว่าหรอก ชิ” คนตัวเล็กจิ๊ปากอย่างนึกหมั่นไส้แต่กล้าทำแค่ตอนเขาไม่อยู่ห้องเท่านั้น
เวลาโดนรามต่อว่าบ่อย ๆ ตอนแรกไม่ชินจนเก็บมาคิดมากแล้วร้องไห้ แต่พอโดนบ่อยเข้ามันก็ชินจนไม่สะทกสะท้านอะไรอยากพูดอยากคิดอะไรแล้วเข้าใจแบบไหนก็ปล่อยเขาทำไป อ้อมกอดขี้เกียจอธิบายพูดไปจนน้ำลายแห้งใช่ว่าเขาจะฟัง มีแต่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั่นแหละ
“ใครนินทากูวะ” จามตั้งแต่ขับรถมาทำงานมาถึงบริษัทก็ยังเอาแต่จามอยู่แบบนั้น
“มีคนแอบหมั่นไส้คุณรามหรือเปล่าครับ ไปเผลอทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า”
“หรือนาย คนใกล้ตัวสุดแล้วไอ้ชั่ว”
“ชาญครับไม่ใช่ชั่ว ถ้าผมจะนินทาคุณรามผมทำไปนานแล้วครับไม่ปล่อยมานานแบบนี้หรอก มีแต่จะนินทาลับหลังนั่นแหละคนอะไรสั่งงานเยอะขนาดนี้”
“อันนี้ความในใจ”
“แซวเล่นเองครับ ใครจะกล้านินทาคุณรามกัน”
“ทำไมจะไม่มี”
จะเป็นใครอีกถ้าไม่ใช่อ้อมกอดเมียลับ ๆ ที่แต่งงานเพราะว่าจำเป็น คงนินทาตั้งแต่ออกมาจากห้องตอนนี้คงก่นด่าในใจเนื่องจากก่อนออกมา รามต่อว่าหญิงสาวไปหนึ่งเรื่องแต่มันน่าว่าไหมล่ะ อายุตั้งเท่าไรแล้วไม่รู้จักไปเรียนขับรถเงินก็ได้เดือนละแสนเป็นค่าตอบแทน ไหนจะเงินเดือนจากงานที่ทำ ซื้อรถมาขับได้สบาย ๆ แต่ก็ไม่ทำ
เขาขี้เกียจจะพูดอีก
แล้วที่ต้องมาแต่งงานกันมันก็มีเหตุจำเป็นจริง ๆ แล้วผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นอ้อมกอดเขาก็มีเหตุผล ในระยะเวลาอีกสามปีทุกอย่างก็จะจบแล้วต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ รามเฉย ๆ เตรียมคำตอบแล้วว่าจะบอกกับที่บ้านยังไง ส่วนคนอื่นแล้วแต่จัดการความรู้สึกตัวเองเอาเอง
อีกแค่ไม่กี่เดือนทุกอย่างก็จะจบจะได้ไปทำอย่างอื่นที่อยากทำ ไม่ต้องมาอยู่แบบนี้เพราะเขาเบื่อ เบื่อที่ต้องทำแบบนี้ให้พ่อแม่ตัวเองเชื่อว่ารักใคร่กันดี แต่ถ้าไม่ทำมันจะไม่เป็นการตัดปัญหาเพราะการแต่งงานปลอม ๆ ต้องเกิดขึ้น ปริญและอิงดาวจะจับคู่ให้ลูกชายไปคบกับคนนู้นที คนนี้ทีแต่รามไม่อยากคบ
ฉะนั้นการแต่งงานปลอม ๆ เลยเกิดขึ้นกินระยะเวลามาเกือบสามปี ทั้งที่มันควรจบตั้งแต่หนึ่งปีแรกแต่มันเร็วเกินไป ถ้าผู้ใหญ่รู้ก็คงจับคู่ให้อีกตามเคย รามเลยต้องยืดระยะเวลามานานจนถึงทุกวันนี้และคอยเล่นละครตบตาให้ท่านตายใจ ครั้นความลับไม่มีในโลกสักวันท่านต้องรู้แล้วเขาจะบอกเองว่าทำเพื่ออะไร
“เที่ยงวันนี้คุณรามมีไปทานข้าวกับลูกค้านะครับ ตอนบ่ายประชุมบอร์ดผู้บริหาร ว่าแต่กับคนนั้นนี่ยังไงครับคือกำลังจีบกันอยู่เหรอ?”
“รู้เยอะนะชาญ”
“นั่นแน่ แสดงว่าเดาถูกเหรอครับ”
“คุยแค่เรื่องงานไม่ได้คุยเรื่องอื่น”
“ไม่ใช่แค่ผมใคร ๆ ก็มองกันทั้งนั้นว่าคุณรามกับนักธุรกิจคนนั้นเหมาะสมกันแค่ไหน แค่ยืนข้างกันราศีก็จับเหมาะกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก”
“เหรอ?”
“จริงสิครับ นักธุรกิจหนุ่มมาแรงกับนักธุรกิจสาวมาแรงไม่เหมาะกันตรงไหน แค่ทำธุรกิจด้วยกันคนยังจับตามองถ้าคบกันไม่เป็นข่าวใหญ่ในแวดวงธุรกิจสามวันเจ็ดวันเลยเหรอครับ”
“ไม่ล่ะขี้เกียจ”
“ก็ดีกว่าโสดไปวัน ๆ แบบนี้นะครับคุณราม ผมอยากเห็นคุณรามมีแฟนมีคนข้างกายคอยดูแลเอาใจใส่คอยเทกแคร์ ผมเป็นแค่เลขาแต่ผมก็เป็นเลขาดูแลแค่เรื่องงานอย่างเดียวนะครับ”
“พูดมาก ไปไหนก็ไปรำคาญ”
“อย่าให้ผมรู้นะครับว่าแอบจีบน่ะ”
งานก็คืองานเรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว เขาไม่เอาสองอย่างนี้มาปนกันอีกอย่างกับคนนั้นก็ไม่ใช่นักธุรกิจผู้หญิงที่เขาพึ่งเคยทำงานด้วย ก่อนหน้าก็เคยทำงานกับผู้หญิงเพียงแค่ไม่ถูกจับตามองเท่านั้น กับคนนี้หลาย ๆ คนให้ความสนใจเพราะว่าเป็นลูกสาวของนักการเมือง ถ้าจะจีบคงจีบไปนานแล้วไม่ไปแต่งงานกับคนอื่นให้เสียเวลาหรอก
“น้องอ้อม”
“อ้าว พี่เก่งมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เราจะไปทานข้าวคนเดียวเหรอแล้วลูกน้ำล่ะ”
“น้ำลาครึ่งวันค่ะ มีธุระเลยต้องไปทานข้าวคนเดียว พี่เก่งจะไปทานข้าวเหรอคะ”
“ใช่ ไปด้วยกันนะ ไปคนเดียวเหงาแย่ไม่มีเพื่อนคุย”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวอ้อมกอดเก็บของแป๊บหนึ่งนะคะ”
===============================
ปากดีไปเถอะอีพระเอกถ้าโบ้เดี๋ยวรู้เรื่อง 😏
♡ฝากกดไลก์หรือคอมเมนท์เป็นกำลังให้เค้าหน่อยน๊า♡
“สีหน้าดูง่วง ๆ คุณรามเอากาแฟหน่อยไหมครับ”“เออ เอามาเลยเข้ม ๆ”“ได้ครับ” ชาญรับคำเดินออกไปเตรียมกาแฟให้กับเจ้านายตัวเอง สองสามวันมานี้สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนักเหมือนอดหลับอดนอนทั้งที่ไม่เคยเป็น จะว่าเครียดเรื่องงานก็ไม่ใช่เพราะทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อวานมีการเซ็นสัญญากับลูกชาวจีนไปแล้วเรียบร้อยไม่ได้เกิดปัญหาอะไร “กาแฟครับ”“เลื่อนงานของวันนี้ออกไปให้หมด”“ทำไมเหรอครับเกิดอะไรขึ้น สองสามวันมานี้สีหน้าของคุณรามไม่สู้ดีนอนไม่ค่อยพอด้วย”“ไม่มีอะไรทำตามที่บอกด้วย”เป็นแบบนี้เพราะเมื่อคืนเขาฝันถึงผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาหาบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่กลับมาให้เห็นแม้แต่เงา มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองตอนนี้รามยังไม่แน่ใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ คิดมากไปเพื่ออะไรจนไม่หลับไม่นอนร่างสูงเอนหลังพิงโซฟาหนังราคาแพงพาดแขนก่ายหน้าผาก ค่อย ๆ หลับตาลงราวกับใช้ความคิดพิจารณาทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปเป็นชั่วโมง ชาญกลับเข้ามาอีกครา เนื่องจากมีเอกสารให้เจ้านายเซ็น ทำงานกับเขามานานหลายปีเป็นครั้งแรกที่เห็นรามนอนหลับในบริษัทแม้ว่าจะป่วยไม่สบายร่างกายอ่อนเพลียแค่ไหน ก็ดันทุรังหอบสังขารมาทำงานไม
แชต @รามราม : จะกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายไม่ผิดหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าเธอยังไม่หย่าจะทำอะไรคิดซะบ้างอ้อมกอด : อะไรเหรอคะราม : ยังจะมาตีหน้าซื่อ ไว้หย่ากับฉันก่อนแล้วจะไปลั้นลากับผู้ชายที่ไหนก็เชิญ อย่ามาทำเรื่องบัดสีตอนนี้หญิงสาวมองข้อความที่ส่งมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ตอนแรกงงแต่ประโยคที่สองเข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร แล้วยังในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดแค่จะไปทานข้าวกับรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันเท่านั้นเอง ไม่ได้ออกไปกะหนุงกะหนิงหรือทำอะไรบัดสีแบบที่รามว่าสักนิด คงตั้งใจแซะอ้อมกอดสิท่าแล้วทำเหมือนตัวเองไม่ไปไหนกับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองไปได้พูดยังกับเธอมีคนอื่นในระหว่างที่ยังไม่หย่ากัน“น้องอ้อมเป็นอะไรหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ พวกคอลเซนต์เตอร์ส่งข้อความมาป่วนให้กดลิงก์เฉย ๆ”“พี่จะละลาบละล้วงมากเกินไปไหม พี่อยากรู้ว่าทำไมเราชื่ออ้อมกอดเหรอชื่อแปลกมากแต่น่ารักดี”“เมื่อก่อนไม่ได้ชื่อนี้ค่ะ แต่ก่อนอ้อมชื่อเอ๋ย แต่ตอนเด็ก ๆ อ้อมเป็นเด็กขี้แยร้องไห้บ่อย ๆ ชอบให้พ่อกับแม่กอดไปด้วยโอ๋ไปด้วย เลยเปลี่ยนมาใช้ชื่ออ้อมกอดค่ะ”“จะชื่อเอ๋ยหรือชื่ออ้อมกอดพี่ก็ว่าน่ารักดีทั้งสองแบบนะ”คนโดนชมไม่พูดอะไรนอกจากยิ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงนี้ปริญและอิงดาวไม่อยู่บ้านนี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเธอมาก ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านไปทานข้าว ไม่ต้องไปเล่นละครให้ท่านดูว่ารักใคร่ปรองดองกับรามแค่ไหน อ้อมกอดไม่ได้เกลียดแต่รักเหมือนผู้ใหญ่รักเหมือนพ่อแม่ของตัวเองจริง ๆ‘มีเงินเข้าบัญชี 100,000 บาท’ ค่าตอบแทนของเดือนนี้สำหรับการเป็นภรรยาปลอม ๆ เธอมองหน้าจอที่มีการแจ้งเตือนแล้วคว่ำโทรศัพท์มือถือ เวลาเดินหน้าไปเรื่อย ๆ นับดูอีกเหลือแค่สองเดือนนิด ๆ สินะ อ้อมกอดคิดไว้แล้วว่าหลังจากนี้จะไปทำอะไรต่อเอายังไงกับชีวิตที่เหมือนไร้ซึ่งจุดหมายเธอจะกลับไปอยู่บ้านอยู่กับครอบครัว อ้อมกอดกับอิฐสองพี่น้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ โตมากับลุงและป้า แต่พี่ชายของเธอไม่เคยทำหน้าที่บกพร่องสักครั้ง เป็นพี่เป็นพ่อแม่เป็นเพื่อนเป็นทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่มีพี่ชายชีวิตของหญิงสาวคงน่าเบื่อกว่านี้เยอะ“แม่ฉันโทรหาเธอหรือเปล่า?”“โทรค่ะ ฉันตอบท่านตามที่คุณบอกทุกอย่าง”“เงินเข้าหรือยัง?”“เข้าแล้วค่ะ”“ได้เงินจากฉันเดือนละแสนปีหนึ่งก็เป็นล้านแล้วทำไมไม่รู้จักซื้อรถมาขับไปทำงาน”“คือว่า...”“อย่าบอกนะว่ายังขับรถไม่เป็น? โตจนป่านนี้ขับรถมันยา
ระหว่างการแต่งงานของทั้งคู่มีการตกลงกันเกิดขึ้น แต่เขาไม่ได้ทำฟรี ๆ แม้เธอจะมีความรู้สึกที่ดีต่อราม เขาให้ค่าตอบแทนเดือนละหนึ่งแสนจนกว่าจะครบกำหนดสามปีตามที่สัญญาบอกไว้ แต่หนึ่งแสนไม่ได้ทำแค่หน้าที่ภรรยาเพื่อเล่นละครตบตาผู้ใหญ่อย่างเดียว รีดผ้า ทำอาหาร ไม่เว้นแม้แต่หน้าที่บนเตียงบางครั้งคราวตอนแรกเธอไม่คิดถึงสิ่งนี้ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่มันเริ่มจากที่เขาเมาและทุกอย่างก็เลยเถิด ตั้งแต่มีรอบแรกก็มีรอบต่อ ๆ ไปกระทั่งปัจจุบัน มันได้ด้วยกันทั้งคู่ไม่เสียหายอะไรแม้ว่ารามทำเพราะอารมณ์อยาก เขาไม่อยากเสียเงินแสนแต่ละเดือนให้สูญเปล่า ลงทุนแล้วก็ต้องคุ้มสิถึงจะแต่งงานกันเพราะข้อตกลงไม่ได้หมายความว่าอ้อมกอดจะมีอิสระเสมอไป เวลาออกไปข้างนอกต้องระวังไม่ให้เจอพ่อและแม่ของราม ท่านเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะถ้าเจออาจไม่ใช่เรื่องดี อีกทั้งไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นสองต่อสองไม่ได้ ซึ่งอันนี้เข้าใจยังไงก็ไม่คิดจะทำอยู่แล้วถ้าเขาออกไปพบลูกค้าคนที่ครอบครัวรู้จัก อิงดาวจะถามเสมอว่าพาอ้อมกอดไปด้วยไหม รามต้องจบปัญหาบอกว่าไปแต่ที่จริงเธอนอนอยู่ห้องห้ามออกไปไหน เพื่อเลี่ยงการเจอท่านที่ใดที่หนึ่ง จากคนที่ไปไหนมาไห
อ้อมกอดมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน หญิงสาวต้องไปขึ้นรถคันนั้นกับเขาเพราะผู้ใหญ่ในบ้านมองอยู่ บนรถไร้บทสนทนาไม่มีการพูดหรือถามสิ่งใด พอพ้นตัวบ้านและถึงถนนใหญ่ รามจึงจอดให้เธอลงส่วนเขาขับกลับบ้าน แล้วหญิงสาวก็เรียกรถกลับคอนโดฯ เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนชินเขาไม่ได้เต็มใจแค่ทำให้ผู้ใหญ่สบายใจเท่านั้น“จะสามปีแล้วเขาไม่เปลี่ยนเลยแฮะ วันนี้เป็นแบบไหนเมื่อก่อนก็ยังเป็นแบบนั้น สมแล้วที่เป็นคุณราม” คุณรามที่มีคนนับหน้าถือตามากมาย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์ทุกเดือนใคร ๆ ก็ให้ความสนใจ ต่างกับเธอที่เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งไม่มีใครสนใจ “รออีกสิบห้านาทีเลยเหรอ?” คนเรียกรถเยอะมากเพราะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เคยรอนานมากกว่าสิบห้านาทีก็ผ่านมาแล้ว ดีกว่าขอติดรถเขากลับคอนโดฯ ให้โดนด่าว่าแค่นี้ไม่มีปัญญากลับเองใครไม่รู้จักรามในแวดวงธุรกิจต้องบอกว่าเชยจริง ๆ นะ เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง จากการที่เรียนปริญญาโทไปด้วยทำงานไปด้วย เป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่เก่งรอบด้านแถมยังเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคน เขามักติดโพ
“พี่คะอย่าพึ่งไป”“มีอะไรเหรอพี่มีเรียนต่อ”“หนูเอาช็อกโกแลตกับน้ำแดงโซดามาให้ค่ะ”“ให้พี่? ให้ทำไมเหรอ”“อยากขอบคุณเรื่องวันนั้นค่ะ รับไว้เถอะนะคะหนูอยากให้พี่จริง ๆ”“เอางั้นก็ได้”“หนู...หนูมีอะไรบางอย่างอยากบอกพี่ค่ะ เรื่องวันนั้นหนูประทับใจในตัวพี่มาก ๆ ที่มาช่วยไว้ไม่งั้นคงแย่แน่ ถ้าเกิดว่าพี่ยังไม่มีใครเราลองคบกันได้ไหมคะหนูชอบ...”“เพื่อนพี่โทรมาตามแล้วขอตัวก่อนนะ”อยากเป็นคนที่ใช่สำหรับเขา...แต่ดันลืมไปว่าคนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม“เย็นนี้ต้องไปทานข้าวกับพ่อแม่ฉันนะเตรียมตัวด้วย เรื่องแหวนอย่าลืมใส่แบบคราวที่แล้ว”“ได้ค่ะไม่ลืมแน่นอน”“ไปเองนะ ฉันออกไปคุยงาน คุยเสร็จจะไปที่บ้านเลย ถ้าพ่อแม่ฉันถามก็บอกว่าเธอมีธุระเลยไม่ได้มาพร้อมกัน”“ค่ะ” หญิงสาวรับคำพร้อมกับพยักหน้าตามคำสั่งของคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘สามี’ สามีที่ไม่ได้ดูสนใจไยดีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่ได้ใช้นามสกุลของเขา เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่เป็นไรสิ่งนั้นมากเกินไปต่อให้อยากใช้แค่ไหนอีกคนก็ไม่อนุญาตอยู่ดีสองสามีภรรยาเดินจูงมือกันเข้ามาในตัวบ้านตรงไปยังห้องอาหาร ส่งยิ้มทักทายสองท่านที่นั่งรอก่อนอยู่







