Masukอ้อมกอดมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน หญิงสาวต้องไปขึ้นรถคันนั้นกับเขาเพราะผู้ใหญ่ในบ้านมองอยู่ บนรถไร้บทสนทนาไม่มีการพูดหรือถามสิ่งใด พอพ้นตัวบ้านและถึงถนนใหญ่ รามจึงจอดให้เธอลงส่วนเขาขับกลับบ้าน แล้วหญิงสาวก็เรียกรถกลับคอนโดฯ เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนชิน
เขาไม่ได้เต็มใจแค่ทำให้ผู้ใหญ่สบายใจเท่านั้น
“จะสามปีแล้วเขาไม่เปลี่ยนเลยแฮะ วันนี้เป็นแบบไหนเมื่อก่อนก็ยังเป็นแบบนั้น สมแล้วที่เป็นคุณราม” คุณรามที่มีคนนับหน้าถือตามากมาย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์ทุกเดือนใคร ๆ ก็ให้ความสนใจ ต่างกับเธอที่เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งไม่มีใครสนใจ “รออีกสิบห้านาทีเลยเหรอ?” คนเรียกรถเยอะมากเพราะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เคยรอนานมากกว่าสิบห้านาทีก็ผ่านมาแล้ว ดีกว่าขอติดรถเขากลับคอนโดฯ ให้โดนด่าว่าแค่นี้ไม่มีปัญญากลับเอง
ใครไม่รู้จักรามในแวดวงธุรกิจต้องบอกว่าเชยจริง ๆ นะ เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง จากการที่เรียนปริญญาโทไปด้วยทำงานไปด้วย เป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่เก่งรอบด้านแถมยังเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคน เขามักติดโพลผลโหวตจากสาวโสดหลายร้อยคนว่าอยากไปเดตกับใครมากสุด ชื่อของเขามักจะอยู่หนึ่งในสามเสมอ ไม่แพ้ดาราดังเบอร์ต้นของประเทศสักนิด
แน่นอนคำถามที่ใครหลายคนโดยเฉพาะสาว ๆ ชอบถามกันบ่อย ๆ เพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งหน้าตาและหน้าที่การงานไม่มีตรงไหนให้ติหรือมีข้อบกพร่อง คือทำไมยังไม่มีแฟนหรือครองโสดเป็นคนบ้างานอะไรแบบนี้หรือเปล่า
ทุกคนก็ได้แต่สงสัยไปแบบนั้นเวลาสัมภาษณ์เขาจะคุยแค่เรื่องงาน ครอบครัวถามชายหนุ่มจะบอกว่าปิดไว้ดีแล้วจะได้ไม่ทำให้อ้อมกอดลำบากเวลาไปไหนมาไหน จะทำอะไรจะไปข้างนอกไปทำงานค่อยไม่เป็นที่สนใจจนจะทำอะไรก็ลำบากไปหมด รวมถึงตัวของรามเองถ้าเปิดคงมีคำถามเหมือนกันจากแวดวงนักธุรกิจด้วยกัน
แล้วใครบ้างจะรู้ว่าเขาตอบแบบนั้นเพื่อตัดปัญหาไม่ให้ใครสงสัย
คอนโดมิเนียมอ้อมกอด
“เหนื่อยจัง”
ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเต็มแรงกางแขนออกสองข้าง มองเพดานสีขาวคิดอะไรเพลิน ๆ จนวนมาคิดถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ มีคำถามบ่อยครั้งว่าทำทำไมแล้วทำเพื่ออะไร ในเมื่อก่อนหน้าไม่ใช่แบบที่แพลนไว้ในหัว เกือบสามปีแล้วที่อยู่ตรงนี้โดยที่เธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่กับอะไรเหมือนกัน
ก่อนเริ่มทำเธอได้แค่หวังและภาวนาจะเปลี่ยนผู้ชายที่ชื่อรามได้ เขารักอิสระยิ่งกว่าอะไร ไม่สนใจสิ่งที่ไม่มีประโยชน์กับตัวเอง ไม่ลงทุนถ้าสิ่งนั้นกำไรไม่คุ้มค่ามากพอ อ้อมกอดคิดว่าจะเปลี่ยนคนที่ตายด้านและด้านชาไม่สนโลกได้ แต่เปล่าเลยจะสามปีแล้วเขาก็ยังเป็นเขาที่เธอรู้จัก เปลี่ยนอะไรไม่ได้สักนิด
อีกแค่สองเดือนเดี๋ยวทุกอย่างก็จบ…
ก่อนนอนอ้อมกอดไม่ลืมทำสิ่งนี้ นั่นคือการขีดเครื่องหมายกากบาทลงปฏิทินแต่ละช่องของวันที่ในแต่ละเดือน เป็นการบอกตัวเองว่าผ่านไปอีกวันแล้วนะและบอกว่าเหลือเวลาอีกเท่าไร ทำแบบนี้ตั้งแต่เข้าปีที่สองจะได้ไม่ลืม พอใกล้ถึงเวลาจะได้เตรียมตัวทัน วันนั้นคงเป็นอิสระไม่น้อยเลย
หลายวันต่อมา
ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์รามจะกลับไปนอนที่บ้าน วันธรรมดาจะนอนที่คอนโดมิเนียมแต่คนละห้องนอนแยกกันชัดเจน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่และมีแค่เธอกับเขาที่รู้ อิงดาวและปริญรู้ว่าทั้งคู่พักอยู่ที่คอนโดฯ ที่เป็นเรือนหอ ความจริงคือบ้านหลังนั้นอ้อมกอดไม่เคยไปไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พ่อและแม่ของเขาก็ไม่รู้ว่าลูกชายซื้อบ้านไว้
“รีดชุดให้ฉันหรือยัง?”
“รีดแล้วค่ะเดี๋ยวฉันเอาไปเก็บให้”
“อือ”
“คุณแม่คุณโทรมาถามฉันว่าจะไปพบลูกค้าที่มาจากเยอรมันกับคุณไหม แต่ฉันไม่ได้ไปจะให้ตอบท่านว่าไม่ได้ไปเลยไหมคะ”
“ก็รู้ว่าต้องตัดบทแบบไหน”
“รู้ค่ะฉันมาถามคุณให้แน่ใจก่อน”
“ก็บอกว่าไปเดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง รีดชุดแล้วทำความสะอาดห้องให้ฉันด้วยของอะไรก็อย่าไปหยิบจับ”
“ได้ค่ะ”
รามมองคนที่อยู่ในชุดทำงานเดินไปหยิบอุปกรณ์จะเข้าไปทำความสะอาด มองด้วยหางตาเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็เดินออกไปไม่พูดอะไรอีก ตอนนี้ยังพอมีเวลาจะทำความสะอาดห้องให้เขาก่อนออกไปทำงาน วันนี้ต้องอยู่ทำโอทีเลิกดึกถ้ารอทำตอนเลิกงานมันนานเกินไป
อ้อมกอดทำงานที่บริษัทของเขาทำก่อนที่จะมาอยู่ในฐานะภรรยาจำเป็น และแน่นอนว่าไม่มีใครรู้อะไรก็แค่ผู้บริหารและพนักงานธรรมดา ๆ คนหนึ่งต่างคนต่างอยู่ และหญิงสาวได้รับการกำชับบ่อยครั้งว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาดต่อให้จะสนิทรู้ไส้รู้พุง
อย่างที่ว่าพอถึงวันหนึ่งทุกอย่างก็ต้องจบ…อะไรที่เคยทำก็ไม่ต้องทำแล้ว
===============================
♡ฝากกดไลก์หรือคอมเมนท์เป็นกำลังให้เค้าหน่อยน๊า♡
“สีหน้าดูง่วง ๆ คุณรามเอากาแฟหน่อยไหมครับ”“เออ เอามาเลยเข้ม ๆ”“ได้ครับ” ชาญรับคำเดินออกไปเตรียมกาแฟให้กับเจ้านายตัวเอง สองสามวันมานี้สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนักเหมือนอดหลับอดนอนทั้งที่ไม่เคยเป็น จะว่าเครียดเรื่องงานก็ไม่ใช่เพราะทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อวานมีการเซ็นสัญญากับลูกชาวจีนไปแล้วเรียบร้อยไม่ได้เกิดปัญหาอะไร “กาแฟครับ”“เลื่อนงานของวันนี้ออกไปให้หมด”“ทำไมเหรอครับเกิดอะไรขึ้น สองสามวันมานี้สีหน้าของคุณรามไม่สู้ดีนอนไม่ค่อยพอด้วย”“ไม่มีอะไรทำตามที่บอกด้วย”เป็นแบบนี้เพราะเมื่อคืนเขาฝันถึงผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาหาบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่กลับมาให้เห็นแม้แต่เงา มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองตอนนี้รามยังไม่แน่ใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ คิดมากไปเพื่ออะไรจนไม่หลับไม่นอนร่างสูงเอนหลังพิงโซฟาหนังราคาแพงพาดแขนก่ายหน้าผาก ค่อย ๆ หลับตาลงราวกับใช้ความคิดพิจารณาทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปเป็นชั่วโมง ชาญกลับเข้ามาอีกครา เนื่องจากมีเอกสารให้เจ้านายเซ็น ทำงานกับเขามานานหลายปีเป็นครั้งแรกที่เห็นรามนอนหลับในบริษัทแม้ว่าจะป่วยไม่สบายร่างกายอ่อนเพลียแค่ไหน ก็ดันทุรังหอบสังขารมาทำงานไม
แชต @รามราม : จะกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายไม่ผิดหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าเธอยังไม่หย่าจะทำอะไรคิดซะบ้างอ้อมกอด : อะไรเหรอคะราม : ยังจะมาตีหน้าซื่อ ไว้หย่ากับฉันก่อนแล้วจะไปลั้นลากับผู้ชายที่ไหนก็เชิญ อย่ามาทำเรื่องบัดสีตอนนี้หญิงสาวมองข้อความที่ส่งมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ตอนแรกงงแต่ประโยคที่สองเข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร แล้วยังในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดแค่จะไปทานข้าวกับรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันเท่านั้นเอง ไม่ได้ออกไปกะหนุงกะหนิงหรือทำอะไรบัดสีแบบที่รามว่าสักนิด คงตั้งใจแซะอ้อมกอดสิท่าแล้วทำเหมือนตัวเองไม่ไปไหนกับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองไปได้พูดยังกับเธอมีคนอื่นในระหว่างที่ยังไม่หย่ากัน“น้องอ้อมเป็นอะไรหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ พวกคอลเซนต์เตอร์ส่งข้อความมาป่วนให้กดลิงก์เฉย ๆ”“พี่จะละลาบละล้วงมากเกินไปไหม พี่อยากรู้ว่าทำไมเราชื่ออ้อมกอดเหรอชื่อแปลกมากแต่น่ารักดี”“เมื่อก่อนไม่ได้ชื่อนี้ค่ะ แต่ก่อนอ้อมชื่อเอ๋ย แต่ตอนเด็ก ๆ อ้อมเป็นเด็กขี้แยร้องไห้บ่อย ๆ ชอบให้พ่อกับแม่กอดไปด้วยโอ๋ไปด้วย เลยเปลี่ยนมาใช้ชื่ออ้อมกอดค่ะ”“จะชื่อเอ๋ยหรือชื่ออ้อมกอดพี่ก็ว่าน่ารักดีทั้งสองแบบนะ”คนโดนชมไม่พูดอะไรนอกจากยิ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงนี้ปริญและอิงดาวไม่อยู่บ้านนี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเธอมาก ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านไปทานข้าว ไม่ต้องไปเล่นละครให้ท่านดูว่ารักใคร่ปรองดองกับรามแค่ไหน อ้อมกอดไม่ได้เกลียดแต่รักเหมือนผู้ใหญ่รักเหมือนพ่อแม่ของตัวเองจริง ๆ‘มีเงินเข้าบัญชี 100,000 บาท’ ค่าตอบแทนของเดือนนี้สำหรับการเป็นภรรยาปลอม ๆ เธอมองหน้าจอที่มีการแจ้งเตือนแล้วคว่ำโทรศัพท์มือถือ เวลาเดินหน้าไปเรื่อย ๆ นับดูอีกเหลือแค่สองเดือนนิด ๆ สินะ อ้อมกอดคิดไว้แล้วว่าหลังจากนี้จะไปทำอะไรต่อเอายังไงกับชีวิตที่เหมือนไร้ซึ่งจุดหมายเธอจะกลับไปอยู่บ้านอยู่กับครอบครัว อ้อมกอดกับอิฐสองพี่น้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ โตมากับลุงและป้า แต่พี่ชายของเธอไม่เคยทำหน้าที่บกพร่องสักครั้ง เป็นพี่เป็นพ่อแม่เป็นเพื่อนเป็นทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่มีพี่ชายชีวิตของหญิงสาวคงน่าเบื่อกว่านี้เยอะ“แม่ฉันโทรหาเธอหรือเปล่า?”“โทรค่ะ ฉันตอบท่านตามที่คุณบอกทุกอย่าง”“เงินเข้าหรือยัง?”“เข้าแล้วค่ะ”“ได้เงินจากฉันเดือนละแสนปีหนึ่งก็เป็นล้านแล้วทำไมไม่รู้จักซื้อรถมาขับไปทำงาน”“คือว่า...”“อย่าบอกนะว่ายังขับรถไม่เป็น? โตจนป่านนี้ขับรถมันยา
ระหว่างการแต่งงานของทั้งคู่มีการตกลงกันเกิดขึ้น แต่เขาไม่ได้ทำฟรี ๆ แม้เธอจะมีความรู้สึกที่ดีต่อราม เขาให้ค่าตอบแทนเดือนละหนึ่งแสนจนกว่าจะครบกำหนดสามปีตามที่สัญญาบอกไว้ แต่หนึ่งแสนไม่ได้ทำแค่หน้าที่ภรรยาเพื่อเล่นละครตบตาผู้ใหญ่อย่างเดียว รีดผ้า ทำอาหาร ไม่เว้นแม้แต่หน้าที่บนเตียงบางครั้งคราวตอนแรกเธอไม่คิดถึงสิ่งนี้ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่มันเริ่มจากที่เขาเมาและทุกอย่างก็เลยเถิด ตั้งแต่มีรอบแรกก็มีรอบต่อ ๆ ไปกระทั่งปัจจุบัน มันได้ด้วยกันทั้งคู่ไม่เสียหายอะไรแม้ว่ารามทำเพราะอารมณ์อยาก เขาไม่อยากเสียเงินแสนแต่ละเดือนให้สูญเปล่า ลงทุนแล้วก็ต้องคุ้มสิถึงจะแต่งงานกันเพราะข้อตกลงไม่ได้หมายความว่าอ้อมกอดจะมีอิสระเสมอไป เวลาออกไปข้างนอกต้องระวังไม่ให้เจอพ่อและแม่ของราม ท่านเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะถ้าเจออาจไม่ใช่เรื่องดี อีกทั้งไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นสองต่อสองไม่ได้ ซึ่งอันนี้เข้าใจยังไงก็ไม่คิดจะทำอยู่แล้วถ้าเขาออกไปพบลูกค้าคนที่ครอบครัวรู้จัก อิงดาวจะถามเสมอว่าพาอ้อมกอดไปด้วยไหม รามต้องจบปัญหาบอกว่าไปแต่ที่จริงเธอนอนอยู่ห้องห้ามออกไปไหน เพื่อเลี่ยงการเจอท่านที่ใดที่หนึ่ง จากคนที่ไปไหนมาไห
อ้อมกอดมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน หญิงสาวต้องไปขึ้นรถคันนั้นกับเขาเพราะผู้ใหญ่ในบ้านมองอยู่ บนรถไร้บทสนทนาไม่มีการพูดหรือถามสิ่งใด พอพ้นตัวบ้านและถึงถนนใหญ่ รามจึงจอดให้เธอลงส่วนเขาขับกลับบ้าน แล้วหญิงสาวก็เรียกรถกลับคอนโดฯ เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนชินเขาไม่ได้เต็มใจแค่ทำให้ผู้ใหญ่สบายใจเท่านั้น“จะสามปีแล้วเขาไม่เปลี่ยนเลยแฮะ วันนี้เป็นแบบไหนเมื่อก่อนก็ยังเป็นแบบนั้น สมแล้วที่เป็นคุณราม” คุณรามที่มีคนนับหน้าถือตามากมาย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์ทุกเดือนใคร ๆ ก็ให้ความสนใจ ต่างกับเธอที่เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งไม่มีใครสนใจ “รออีกสิบห้านาทีเลยเหรอ?” คนเรียกรถเยอะมากเพราะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เคยรอนานมากกว่าสิบห้านาทีก็ผ่านมาแล้ว ดีกว่าขอติดรถเขากลับคอนโดฯ ให้โดนด่าว่าแค่นี้ไม่มีปัญญากลับเองใครไม่รู้จักรามในแวดวงธุรกิจต้องบอกว่าเชยจริง ๆ นะ เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง จากการที่เรียนปริญญาโทไปด้วยทำงานไปด้วย เป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่เก่งรอบด้านแถมยังเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคน เขามักติดโพ
“พี่คะอย่าพึ่งไป”“มีอะไรเหรอพี่มีเรียนต่อ”“หนูเอาช็อกโกแลตกับน้ำแดงโซดามาให้ค่ะ”“ให้พี่? ให้ทำไมเหรอ”“อยากขอบคุณเรื่องวันนั้นค่ะ รับไว้เถอะนะคะหนูอยากให้พี่จริง ๆ”“เอางั้นก็ได้”“หนู...หนูมีอะไรบางอย่างอยากบอกพี่ค่ะ เรื่องวันนั้นหนูประทับใจในตัวพี่มาก ๆ ที่มาช่วยไว้ไม่งั้นคงแย่แน่ ถ้าเกิดว่าพี่ยังไม่มีใครเราลองคบกันได้ไหมคะหนูชอบ...”“เพื่อนพี่โทรมาตามแล้วขอตัวก่อนนะ”อยากเป็นคนที่ใช่สำหรับเขา...แต่ดันลืมไปว่าคนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม“เย็นนี้ต้องไปทานข้าวกับพ่อแม่ฉันนะเตรียมตัวด้วย เรื่องแหวนอย่าลืมใส่แบบคราวที่แล้ว”“ได้ค่ะไม่ลืมแน่นอน”“ไปเองนะ ฉันออกไปคุยงาน คุยเสร็จจะไปที่บ้านเลย ถ้าพ่อแม่ฉันถามก็บอกว่าเธอมีธุระเลยไม่ได้มาพร้อมกัน”“ค่ะ” หญิงสาวรับคำพร้อมกับพยักหน้าตามคำสั่งของคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘สามี’ สามีที่ไม่ได้ดูสนใจไยดีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่ได้ใช้นามสกุลของเขา เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่เป็นไรสิ่งนั้นมากเกินไปต่อให้อยากใช้แค่ไหนอีกคนก็ไม่อนุญาตอยู่ดีสองสามีภรรยาเดินจูงมือกันเข้ามาในตัวบ้านตรงไปยังห้องอาหาร ส่งยิ้มทักทายสองท่านที่นั่งรอก่อนอยู่







