Se connecterแชต @ราม
ราม : จะกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายไม่ผิดหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าเธอยังไม่หย่าจะทำอะไรคิดซะบ้าง
อ้อมกอด : อะไรเหรอคะ
ราม : ยังจะมาตีหน้าซื่อ ไว้หย่ากับฉันก่อนแล้วจะไปลั้นลากับผู้ชายที่ไหนก็เชิญ อย่ามาทำเรื่องบัดสีตอนนี้
หญิงสาวมองข้อความที่ส่งมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ตอนแรกงงแต่ประโยคที่สองเข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร แล้วยังในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดแค่จะไปทานข้าวกับรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันเท่านั้นเอง ไม่ได้ออกไปกะหนุงกะหนิงหรือทำอะไรบัดสีแบบที่รามว่าสักนิด คงตั้งใจแซะอ้อมกอดสิท่าแล้วทำเหมือนตัวเองไม่ไปไหนกับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองไปได้
พูดยังกับเธอมีคนอื่นในระหว่างที่ยังไม่หย่ากัน
“น้องอ้อมเป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ พวกคอลเซนต์เตอร์ส่งข้อความมาป่วนให้กดลิงก์เฉย ๆ”
“พี่จะละลาบละล้วงมากเกินไปไหม พี่อยากรู้ว่าทำไมเราชื่ออ้อมกอดเหรอชื่อแปลกมากแต่น่ารักดี”
“เมื่อก่อนไม่ได้ชื่อนี้ค่ะ แต่ก่อนอ้อมชื่อเอ๋ย แต่ตอนเด็ก ๆ อ้อมเป็นเด็กขี้แยร้องไห้บ่อย ๆ ชอบให้พ่อกับแม่กอดไปด้วยโอ๋ไปด้วย เลยเปลี่ยนมาใช้ชื่ออ้อมกอดค่ะ”
“จะชื่อเอ๋ยหรือชื่ออ้อมกอดพี่ก็ว่าน่ารักดีทั้งสองแบบนะ”
คนโดนชมไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มเป็นคำขอบคุณ เธอรู้ว่าเก่งกำลังตามจีบตัวเองมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วแต่พยายามแสดงออกบ่อยครั้งว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยมากกว่าพี่ที่ทำงาน แต่เหมือนรายนั้นยังไม่ยอมแพ้ยังสู้ต่อเพื่อหวังว่าสักวันจะเอาชนะใจอ้อมกอดได้
ปัญหามันไม่ได้ติดว่าเพราะเธอแต่งงานกับเขาแล้วแม้จะแต่งเพราะว่าจำเป็นก็ตาม อันนี้ก็ไม่เกี่ยวถึงตอนนี้ไม่ได้มีฐานะภรรยาจำเป็นของรามก็คงไม่ได้เปิดใจให้เก่งอยู่ดี แต่เอาเถอะเดี๋ยวสักวันเรื่องจบอ้อมกอดจะไปจากที่นี่ไม่ต้องอยู่ให้ความหวังใครอีก
เพราะเธอเคยหวังมาก่อนและหวังมากเกินไปสุดท้ายคนที่เจ็บก็คือเธอ คนที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเองก็คือเธอเหมือนเดิม เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเท่านั้นที่ต้องบอกลาคนที่นี่แล้วไปใช้ชีวิตใหม่ ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป แบบไม่ต้องพะวงว่าคนในรอบครัวรามจะมาเห็น
ใช้ชีวิตโดยที่ไม่ต้องคาดหวังอะไรอีก...
วันต่อมา
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์รามต้องกลับไปนอนบ้านแต่เมื่อคืนเขามานอนที่คอนโดฯ อ้อมกอดไม่ได้ถามว่าเพราะอะไรแม้ว่าจะอยากรู้แค่ไหน เห็นชายหนุ่มหลับที่โซฟาคงเดาไม่ยากว่าไปดื่มแล้วเมามาเลยหมดสภาพแบบนี้ เป็นห่วงอยู่หรอกอยากหาอะไรให้ดื่มแก้เมา แต่แบบนั้นมันดูสะเหล่อในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
“จะไปไหน”
“ต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอก”
“ไปนานไหม”
“ไม่แน่ใจ...แต่คงมากกว่าสองปีขอโทษนะที่พึ่งมาบอก”
“ทำไมพึ่งมาบอกรามตอนนี้ทั้งที่พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว”
“ขอโทษ ถ้าบอกตั้งแต่เนิ่น ๆ รามคงไม่เป็นอันทำอะไร บอกตอนนี้ดีแล้ว”
“แล้วจะกลับมาที่ไทยอีกไหมเราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า”
“ได้เจอกันอีกแน่นอน เราจะกลับมาหารามบ่อย ๆ นะ”
“ถ้ากลับมาแล้วแต่งงานกับรามนะ”
“ตกลง ถ้ากลับจากเรียนต่อแล้วเราสองคนจะแต่งงานกัน”
“สัญญาแล้วนะ”
รามสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการหายใจแรง เขาพึ่งรู้ว่าเมื่อสักครู่มันเป็นเพียงแค่ความฝันแต่เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง นั่นนานมาแล้วแต่จู่ ๆ กลับฝันถึงอีกครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนหน้าลืมไปแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ตอนนี้เริ่มนึกเรื่องราวเก่า ๆ ว่ามันเกิดอะไรบ้าง
เขาสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัวไม่อยากนึกถึงอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ที่ฝันสาเหตุคงมาจากเมาเหล้าตื่นมายังแฮงค์อยู่ เรื่องผ่านมานานหลายปีอีกอย่างผู้หญิงที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ไม่ได้กลับมาตามที่บอก รามเคยรอแต่ตอนนี้ไม่ได้รอแล้วมันเสียเวลาถ้าจะกลับมาจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้เขารอเก้อหรอก
ที่จริงอ้อมกอดเห็นภาพนั้นแล้วตอนเขาตื่นมาแล้วมีสีหน้าท่าทางตกใจ จนเหงื่อโชกตามกรอบหน้าให้เดาคงฝันถึงเรื่องอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เข้าไปถามเดินกลับเข้าไปในห้องตัวเองเงียบ ๆ คงไม่ใช่เรื่องดีหรอกคิ้วขมวดขนาดนั้น แต่หญิงสาวจะไม่ทำตัวสะเหล่อยื่นจมูกเข้าไปสอดรู้สอดเห็น
“ฝันแบบนี้ได้ไงวะ”
แรก ๆ ฝันแบบนี้เพราะเอาแต่คิดพอปล่อยวางว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่กลับมาแล้ว ก็ไม่ได้ฝันถึงอีกไม่ได้นึกถึงและไม่ได้รอตามที่คุยกันไว้ หรือว่าสิ่งนี้กำลังจะบอกอะไรรามหรือเปล่า หรือเธอจะกลับมาตามที่เคยบอกไว้กลับมาทำตามสัญญาอย่างนั้นเหรอ
แต่มันนานแล้วนะ...
รามกลับห้องนอนตัวเองอาบน้ำล้างหน้าล้างตาให้ตื่นเต็มที่ แววตาคมราวกับราชสีห์จ้องมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ตอนนี้เขาเดาความคิดตัวเองไม่ออกว่าจะเอายังไงต่อ หากผู้หญิงคนนั้นกลับมา ที่แน่ ๆ คงเฉยไม่ได้สนใจแต่อีกความคิดหนึ่งแทรกเข้ามาว่าจะเฉยได้เหรอ ในเมื่อเคยรอเธอ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้รออีกแล้ว จะเฉยได้แค่ไหนกัน
ถ้าเป็นเรื่องงานเขาคงตัดสินใจได้ปุบปับไม่ต้องมาคิดแบบนี้ แต่เป็นเรื่องของผู้หญิงในความฝันรามกลับลังเลไม่มีความเด็ดขาดอยู่สักนิดเดียว ที่จริงต้องเด็ดขาดเมื่อผู้หญิงคนนั้นปล่อยให้รอโดยที่เขาไม่รู้ความเคลื่อนไหวอะไร ตั้งแต่ไปเรียนต่อแรก ๆ ติดต่อคุยกันตลอดพอเข้าสัปดาห์ที่สอง เธอคนนั้นเริ่มเงียบหายไม่มีการติดต่อมาอีกเลย
ถ้าเธอกลับมาจริง ๆ ความรู้สึกมันคงไม่เหมือนเมื่อก่อน เขาเองก็เปลี่ยนไปเยอะผู้หญิงคนนั้นคงเปลี่ยนไปเยอะเช่นเดียวกัน สัญญาในตอนนั้นถือเป็นการโมฆะโดยปริยายสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้น และไม่มีทางเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าตอนนี้รามแต่งงานแล้ว
เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนไป...ถ้าเจอกันอีกครั้งคงเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้นแหละ
ก็คงงั้น...
===============================
ถ้าเป็นอ้อมกอดให้คนอื่นแล้วไม่มีใครเห็นค่าก็กลับมาเป็นอ้อมกอดให้ตัวเอง 🫂
ปล.เรื่องนี้จบดีแน่นอนค่ะ
♡ฝากกดไลก์หรือคอมเมนท์เป็นกำลังให้เค้าหน่อยน๊า♡
“สีหน้าดูง่วง ๆ คุณรามเอากาแฟหน่อยไหมครับ”“เออ เอามาเลยเข้ม ๆ”“ได้ครับ” ชาญรับคำเดินออกไปเตรียมกาแฟให้กับเจ้านายตัวเอง สองสามวันมานี้สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนักเหมือนอดหลับอดนอนทั้งที่ไม่เคยเป็น จะว่าเครียดเรื่องงานก็ไม่ใช่เพราะทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อวานมีการเซ็นสัญญากับลูกชาวจีนไปแล้วเรียบร้อยไม่ได้เกิดปัญหาอะไร “กาแฟครับ”“เลื่อนงานของวันนี้ออกไปให้หมด”“ทำไมเหรอครับเกิดอะไรขึ้น สองสามวันมานี้สีหน้าของคุณรามไม่สู้ดีนอนไม่ค่อยพอด้วย”“ไม่มีอะไรทำตามที่บอกด้วย”เป็นแบบนี้เพราะเมื่อคืนเขาฝันถึงผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาหาบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่กลับมาให้เห็นแม้แต่เงา มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองตอนนี้รามยังไม่แน่ใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ คิดมากไปเพื่ออะไรจนไม่หลับไม่นอนร่างสูงเอนหลังพิงโซฟาหนังราคาแพงพาดแขนก่ายหน้าผาก ค่อย ๆ หลับตาลงราวกับใช้ความคิดพิจารณาทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปเป็นชั่วโมง ชาญกลับเข้ามาอีกครา เนื่องจากมีเอกสารให้เจ้านายเซ็น ทำงานกับเขามานานหลายปีเป็นครั้งแรกที่เห็นรามนอนหลับในบริษัทแม้ว่าจะป่วยไม่สบายร่างกายอ่อนเพลียแค่ไหน ก็ดันทุรังหอบสังขารมาทำงานไม
แชต @รามราม : จะกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายไม่ผิดหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าเธอยังไม่หย่าจะทำอะไรคิดซะบ้างอ้อมกอด : อะไรเหรอคะราม : ยังจะมาตีหน้าซื่อ ไว้หย่ากับฉันก่อนแล้วจะไปลั้นลากับผู้ชายที่ไหนก็เชิญ อย่ามาทำเรื่องบัดสีตอนนี้หญิงสาวมองข้อความที่ส่งมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ตอนแรกงงแต่ประโยคที่สองเข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร แล้วยังในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดแค่จะไปทานข้าวกับรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันเท่านั้นเอง ไม่ได้ออกไปกะหนุงกะหนิงหรือทำอะไรบัดสีแบบที่รามว่าสักนิด คงตั้งใจแซะอ้อมกอดสิท่าแล้วทำเหมือนตัวเองไม่ไปไหนกับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองไปได้พูดยังกับเธอมีคนอื่นในระหว่างที่ยังไม่หย่ากัน“น้องอ้อมเป็นอะไรหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ พวกคอลเซนต์เตอร์ส่งข้อความมาป่วนให้กดลิงก์เฉย ๆ”“พี่จะละลาบละล้วงมากเกินไปไหม พี่อยากรู้ว่าทำไมเราชื่ออ้อมกอดเหรอชื่อแปลกมากแต่น่ารักดี”“เมื่อก่อนไม่ได้ชื่อนี้ค่ะ แต่ก่อนอ้อมชื่อเอ๋ย แต่ตอนเด็ก ๆ อ้อมเป็นเด็กขี้แยร้องไห้บ่อย ๆ ชอบให้พ่อกับแม่กอดไปด้วยโอ๋ไปด้วย เลยเปลี่ยนมาใช้ชื่ออ้อมกอดค่ะ”“จะชื่อเอ๋ยหรือชื่ออ้อมกอดพี่ก็ว่าน่ารักดีทั้งสองแบบนะ”คนโดนชมไม่พูดอะไรนอกจากยิ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงนี้ปริญและอิงดาวไม่อยู่บ้านนี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเธอมาก ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านไปทานข้าว ไม่ต้องไปเล่นละครให้ท่านดูว่ารักใคร่ปรองดองกับรามแค่ไหน อ้อมกอดไม่ได้เกลียดแต่รักเหมือนผู้ใหญ่รักเหมือนพ่อแม่ของตัวเองจริง ๆ‘มีเงินเข้าบัญชี 100,000 บาท’ ค่าตอบแทนของเดือนนี้สำหรับการเป็นภรรยาปลอม ๆ เธอมองหน้าจอที่มีการแจ้งเตือนแล้วคว่ำโทรศัพท์มือถือ เวลาเดินหน้าไปเรื่อย ๆ นับดูอีกเหลือแค่สองเดือนนิด ๆ สินะ อ้อมกอดคิดไว้แล้วว่าหลังจากนี้จะไปทำอะไรต่อเอายังไงกับชีวิตที่เหมือนไร้ซึ่งจุดหมายเธอจะกลับไปอยู่บ้านอยู่กับครอบครัว อ้อมกอดกับอิฐสองพี่น้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ โตมากับลุงและป้า แต่พี่ชายของเธอไม่เคยทำหน้าที่บกพร่องสักครั้ง เป็นพี่เป็นพ่อแม่เป็นเพื่อนเป็นทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่มีพี่ชายชีวิตของหญิงสาวคงน่าเบื่อกว่านี้เยอะ“แม่ฉันโทรหาเธอหรือเปล่า?”“โทรค่ะ ฉันตอบท่านตามที่คุณบอกทุกอย่าง”“เงินเข้าหรือยัง?”“เข้าแล้วค่ะ”“ได้เงินจากฉันเดือนละแสนปีหนึ่งก็เป็นล้านแล้วทำไมไม่รู้จักซื้อรถมาขับไปทำงาน”“คือว่า...”“อย่าบอกนะว่ายังขับรถไม่เป็น? โตจนป่านนี้ขับรถมันยา
ระหว่างการแต่งงานของทั้งคู่มีการตกลงกันเกิดขึ้น แต่เขาไม่ได้ทำฟรี ๆ แม้เธอจะมีความรู้สึกที่ดีต่อราม เขาให้ค่าตอบแทนเดือนละหนึ่งแสนจนกว่าจะครบกำหนดสามปีตามที่สัญญาบอกไว้ แต่หนึ่งแสนไม่ได้ทำแค่หน้าที่ภรรยาเพื่อเล่นละครตบตาผู้ใหญ่อย่างเดียว รีดผ้า ทำอาหาร ไม่เว้นแม้แต่หน้าที่บนเตียงบางครั้งคราวตอนแรกเธอไม่คิดถึงสิ่งนี้ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่มันเริ่มจากที่เขาเมาและทุกอย่างก็เลยเถิด ตั้งแต่มีรอบแรกก็มีรอบต่อ ๆ ไปกระทั่งปัจจุบัน มันได้ด้วยกันทั้งคู่ไม่เสียหายอะไรแม้ว่ารามทำเพราะอารมณ์อยาก เขาไม่อยากเสียเงินแสนแต่ละเดือนให้สูญเปล่า ลงทุนแล้วก็ต้องคุ้มสิถึงจะแต่งงานกันเพราะข้อตกลงไม่ได้หมายความว่าอ้อมกอดจะมีอิสระเสมอไป เวลาออกไปข้างนอกต้องระวังไม่ให้เจอพ่อและแม่ของราม ท่านเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะถ้าเจออาจไม่ใช่เรื่องดี อีกทั้งไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นสองต่อสองไม่ได้ ซึ่งอันนี้เข้าใจยังไงก็ไม่คิดจะทำอยู่แล้วถ้าเขาออกไปพบลูกค้าคนที่ครอบครัวรู้จัก อิงดาวจะถามเสมอว่าพาอ้อมกอดไปด้วยไหม รามต้องจบปัญหาบอกว่าไปแต่ที่จริงเธอนอนอยู่ห้องห้ามออกไปไหน เพื่อเลี่ยงการเจอท่านที่ใดที่หนึ่ง จากคนที่ไปไหนมาไห
อ้อมกอดมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน หญิงสาวต้องไปขึ้นรถคันนั้นกับเขาเพราะผู้ใหญ่ในบ้านมองอยู่ บนรถไร้บทสนทนาไม่มีการพูดหรือถามสิ่งใด พอพ้นตัวบ้านและถึงถนนใหญ่ รามจึงจอดให้เธอลงส่วนเขาขับกลับบ้าน แล้วหญิงสาวก็เรียกรถกลับคอนโดฯ เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนชินเขาไม่ได้เต็มใจแค่ทำให้ผู้ใหญ่สบายใจเท่านั้น“จะสามปีแล้วเขาไม่เปลี่ยนเลยแฮะ วันนี้เป็นแบบไหนเมื่อก่อนก็ยังเป็นแบบนั้น สมแล้วที่เป็นคุณราม” คุณรามที่มีคนนับหน้าถือตามากมาย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์ทุกเดือนใคร ๆ ก็ให้ความสนใจ ต่างกับเธอที่เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งไม่มีใครสนใจ “รออีกสิบห้านาทีเลยเหรอ?” คนเรียกรถเยอะมากเพราะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เคยรอนานมากกว่าสิบห้านาทีก็ผ่านมาแล้ว ดีกว่าขอติดรถเขากลับคอนโดฯ ให้โดนด่าว่าแค่นี้ไม่มีปัญญากลับเองใครไม่รู้จักรามในแวดวงธุรกิจต้องบอกว่าเชยจริง ๆ นะ เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง จากการที่เรียนปริญญาโทไปด้วยทำงานไปด้วย เป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่เก่งรอบด้านแถมยังเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคน เขามักติดโพ
“พี่คะอย่าพึ่งไป”“มีอะไรเหรอพี่มีเรียนต่อ”“หนูเอาช็อกโกแลตกับน้ำแดงโซดามาให้ค่ะ”“ให้พี่? ให้ทำไมเหรอ”“อยากขอบคุณเรื่องวันนั้นค่ะ รับไว้เถอะนะคะหนูอยากให้พี่จริง ๆ”“เอางั้นก็ได้”“หนู...หนูมีอะไรบางอย่างอยากบอกพี่ค่ะ เรื่องวันนั้นหนูประทับใจในตัวพี่มาก ๆ ที่มาช่วยไว้ไม่งั้นคงแย่แน่ ถ้าเกิดว่าพี่ยังไม่มีใครเราลองคบกันได้ไหมคะหนูชอบ...”“เพื่อนพี่โทรมาตามแล้วขอตัวก่อนนะ”อยากเป็นคนที่ใช่สำหรับเขา...แต่ดันลืมไปว่าคนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม“เย็นนี้ต้องไปทานข้าวกับพ่อแม่ฉันนะเตรียมตัวด้วย เรื่องแหวนอย่าลืมใส่แบบคราวที่แล้ว”“ได้ค่ะไม่ลืมแน่นอน”“ไปเองนะ ฉันออกไปคุยงาน คุยเสร็จจะไปที่บ้านเลย ถ้าพ่อแม่ฉันถามก็บอกว่าเธอมีธุระเลยไม่ได้มาพร้อมกัน”“ค่ะ” หญิงสาวรับคำพร้อมกับพยักหน้าตามคำสั่งของคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘สามี’ สามีที่ไม่ได้ดูสนใจไยดีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่ได้ใช้นามสกุลของเขา เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่เป็นไรสิ่งนั้นมากเกินไปต่อให้อยากใช้แค่ไหนอีกคนก็ไม่อนุญาตอยู่ดีสองสามีภรรยาเดินจูงมือกันเข้ามาในตัวบ้านตรงไปยังห้องอาหาร ส่งยิ้มทักทายสองท่านที่นั่งรอก่อนอยู่







