Share

03

last update publish date: 2025-12-06 00:19:58

“เฮ้ย! ขืนชนเข้าไปหน้าฉันก็บุบบู้บี้ กลายเป็นปลาดุกชนเขื่อนน่ะสิ แล้วถ้าเกิดมันบุบไปจนถึงเบ้าหน้าจริงๆ ด้วยล่ะ โอวไม่! ถ้าฉันต้องกลับไปเป็นคนในสภาพหน้าหักๆ แบบนั้น ฉันจะทำยังไง ไม่…เราจะตายในสภาพหน้าหักไม่ได้” ในขณะที่เธอเปลี่ยนใจและขยับถอยออกมาด้วยความสยดสยอง ก็ดันเหลือบไปเห็นชายผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมา ด้วยความดีใจเธอจึงรีบว่ายตรงไปหา

               “ปลาอะไรช่างงามนัก ดูเหมือนจะเชื่องด้วยนี่” ฝูฟาหยางนั่งลงข้างลำธารพลางยื่นมือลงไปวักน้ำเบาๆ อย่างหยอกเย้าเจ้าปลาตัวน้อย

               “ใช่ ฉันสวย แล้วฉันก็น่ากินมากด้วย เนี่ยๆๆ เนื้อแน่นขนาดนี้ อวบอัดขนาดนี้ จับฉันสิ กินฉันเลยสิ เนื้อฉันหวานนะ” เธอว่ายวนไปรอบๆ มือเขาอย่างพยายามจะยั่วยวน

               “เบื่อแล้วเป็นเสือ อยากเป็นเหยื่อให้เธอขย้ำ ขย้ำเลยสิ ตรงนี้ ตรงนี้ หรือจะตรงนี้ก็ได้” เธอพยายามอวดโฉมด้วยการหมุนตัวซ้ำๆ

               “ฮ่าๆๆ ปลาอะไรช่างแสนรู้นัก โชคดีที่เจ้าว่ายหลงมาอยู่ในที่ของข้า หาไม่แล้วปลาที่ไม่กลัวมนุษย์เช่นเจ้า คงไม่แคล้วต้องกลายเป็นอาหารของชาวบ้านแถวนี้เป็นแน่” ฝูฟาหยางมองปลาที่ว่ายวนไปมาด้วยความเอ็นดู

               “นั่นแหละที่ต้องการ ฉันอยากเป็นอาหารของคุณ รีบๆ จับฉันไปทำอาหารสักทีเถอะ จะทอด จะนึ่ง หรือจะย่าง ฉันก็อร่อยทุกอย่าง บ้าจริง! พูดแล้วก็เสียวไส้เหมือนกันนะเนี่ย แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ขืนปอดแหกก็ไม่ได้กลับไปเป็นคนกันพอดี เอาวะเป็นไงเป็นกัน ลองถูกกินสักครั้งจะเป็นไร มา…ฉันพร้อมจะเป็นอาหารจานเด็ดของคุณแล้วพ่อหนุ่ม” หลังปลุกใจตัวเอง เธอจึงว่ายมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความฮึกเหิม แต่นอกจากรายนั้นจะไม่จับเธอไปทำอาหารอย่างที่ต้องการ เขายังเดินห่างออกไปอีก

               “เอ้าเฮ้ย! จะไปไหนเล่า อย่าเพิ่งไปสิ กลับมาจับฉันไปกินก่อน อะไรวะ ยั่วขนาดนี้แล้วยังไม่อยากกินกันอีกเหรอ ไม่! ฉันจะไม่ยอมให้ความหวังเดียวของฉันหลุดมือไปง่ายๆ แน่ ยังไงวันนี้ฉันก็จะต้องถูกจับกินให้ได้” ปลาที่อยากถูกจับกินเต็มแก่รีบว่ายตาม หลังเห็นว่ามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้ตนหลุดพ้นได้ กำลังเดินไปอีกทาง กระทั่งรายนั้นเดินมานั่งบนโขดหินกลางลำธาร

               “เฮ้ย!” คนที่กำลังว่ายตามมาถึงกับชะงัก ความมุ่งมั่นก่อนหน้าพลันสั่นคลอน เมื่อคนที่นั่งอยู่บนโขดหิน จู่ๆ ก็ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น

               “เอื๊อก…! ทำไมเป็นคนนิสัยขาวแบบนี้เนี่ย เอ้อ…คนนิสัยไม่ดี หน้าไม่อาย แก้ผ้าในที่สาธารณะแบบนี้ได้ยังไง ไม่รู้รึไงว่ามันแน่นมาก เฮ้ย! น่าเกลียด ฮือ…น่าเกลียดมาก ฉันนี่แหละน่าเกลียดมาก คิดอะไรอยู่วะเนี่ย สมงสมองเลอะเทอะไปหมด ไม่ๆๆ เราจะปล่อยให้กล้ามแน่นๆ นี่ครอบงำจิตใจจนลืมเป้าหมายที่สำคัญไม่ได้ แกต้องตายจำเอาไว้ลูกหยี” เธอสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว แล้วมองไปที่เป้าหมายนิ่ง

               “อ่อยนักใช่ไหม งั้นก็ตายคาอกนี่แหละวะ” สิ้นเสียงเธอก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกระโดดดีดตัวขึ้นไป หวังตายในอ้อมอกแน่นๆ ตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ด้วยความว่องไวของคนฝึกยุทธ เจ้าปลาผู้น่าสงสารจึงถูกปัดออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง

               อั๊ก!  คนถูกปัดร่วงลงน้ำแบบไม่ทันตั้งตัวถึงกับจุก ในขณะที่คนปัดก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงรีบกระโดดลงน้ำแล้วช้อนประคองร่างปลาที่แน่นิ่งไปขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

               “โธ่! เจ้าปลาน้อย ข้ามิได้ตั้งใจจะทำให้เจ็บ ใครจะคิดว่าเจ้าจะแสนรู้ถึงขั้นกระโดดขึ้นมาทักทายกันเยี่ยงนี้ โชคดีที่เป็นมือข้ามิใช่ดาบ หาไม่แล้วตัวเจ้าคงขาดเป็นสองท่อน”

               “นี่ขนาดไม่ตั้งใจ ฉันยังจุกจนพูดไม่ออก ถ้าจะมือหนักขนาดนี้ เอาดาบมาฟันให้มันจบๆ ไปเลยก็ได้ เอ๋...ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้วนี่ งั้นขอเอาคืนสักทีเถอะวะ” ด้วยความขุ่นเคือง คนเจ้าคิดเจ้าแค้นจึงดีดตัวขึ้นไปอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนคราวนี้จะไม่พลาดเป้าและชนเข้าที่หน้าอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง ทำคนที่ต้องจุมพิตกับปลาแบบไม่ทันตั้งตัวถึงกับผงะหงายหลังล้มลงไปนั่งอยู่บนโขดหินแบบงงๆ

               “เฮอะ! โดนเองบ้าง เจ็บไหมล่ะ

               “เจ้า” นัยน์ตาเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขณะมองภาพเบื้องหน้า ทำคนถูกมองรีบยกมือข้างหนึ่งโบกไปมาตรงหน้าคนที่นิ่งค้างไปแล้ว ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง

               “มือ? ฉะๆ ฉันมีมือแล้ว” เธอร้องลั่นพลางชูสองแขนขึ้นด้วยความดีใจ

               “ถ้ามีมือ งั้นก็แสดงว่าฉันกลับมาเป็นคนแล้วน่ะสิ  กรี๊ด…! ฉันเป็นคนแล้ว” เธอตะโกนพร้อมกับเอามือลูบหน้าลูบตาตัวเองด้วยความตื่นเต้น ก่อนสายตาจะเลื่อนมาสบกับดวงตาคู่คม พลันทั้งคู่สบตากันนิ่ง กระทั่งเป็นเขาที่หลุบตามองมาที่มือตัวเอง และนั่นก็ทำให้เธอจำต้องเลื่อนตามองตาม

               “กรี๊ด…! ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้คนลามก แกจับนมฉัน” ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ชุลมุนในรูปแบบไหน ถึงได้ออกมาในรูปที่สองมือเขากำลังกอบกำสองเต้าของเธอพอดิบพอดีเช่นนี้

               “เอ้อ…!” ชายหนุ่มรีบชักมือกลับด้วยใบหน้าเหลอหลา

               “อะเอ่อ…จำได้ว่าข้าจับปลา ไม่ได้จับเอ่อ…” ฝูฟาหยางพยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนจะแย่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อพ่อคุณดันยกสองมือขึ้นมาทำท่าจับให้ดู

               “กรี๊ด…! อยากตายใช่ไหมหา” เธอตวาดแว้ดพร้อมกับรีบเบี่ยงตัวหลบ โดยหารู้ไม่ว่านั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม

               เอื๊อก… เขาถึงกับลอบกลืนน้ำลาย เพราะทันทีที่เธอเบี่ยงตัวหลบ ส่วนเว้าส่วนโค้งมันก็ยิ่งแจ่มชัด ชัดจนคนมองถึงกับนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง

กระทั่งเธอเอะใจ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบผิดปกติ จึงหันกลับมามอง ครั้นเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังมองมาตาค้าง เธอจึงก้มลงมองตาม

               “เฮ้ย!” เธอรีบนั่งลง หวังใช้สายน้ำอำพรางเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอำพรางอะไร เมื่อสายน้ำมันดันใสจนเห็นไปถึงไหนๆ ของเธอ

               

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย   74

    “ใช่ ข้าคือฟาหยาง ฟาหยางคนเดิมของเจ้า" เขาตอบพลางยื่นมือมาซับน้ำตาให้ ถึงแม้จะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่แสนคิดถึงนี้ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะลืมความเจ็บปวดที่เขาทิ้งไว้ได้ “คนเลว สนุกมากรึไงที่เล่นกับความรู้สึกฉันแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันทั้งเสียใจแล้วก็ทุกข์ใจมากแค่ไหนที่คิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน ไหนจะวันนี้ที่คุณทำฉันเจ็บปวดจนแทบขาดใจที่รู้ว่าคุณจะแต่งงาน คนหลอกลวง มีความสุขมากไหมที่ทำให้ฉันร้องไห้ได้ ฮือๆๆ" เธอร้องไห้โฮ ก็ไม่รู้เพราะโล่งใจหรือเพราะความอัดอั้นกันแน่ที่ทำให้เธอพรั่งพรูออกมา พร้อมกับรัวกำปั้นทุบอกเขาแรงๆ “ข้าขอโทษ แต่ที่ทำไปทั้งหมด เพราะว่าข้า…อยากแต่งงานกับเจ้าเร็วๆ" เขาบอกเสียงอ่อนโยนพลางจับสองมือที่กำลังประทุษร้ายร่างกายตัวเองขึ้นมาจุมพิตเบาๆ “อยากแต่งงาน? แต่ทำให้ข้าเสียใจเนี่ยนะ รู้ไหมที่ท่านทำ มันอาจทำให้เราไม่ได้…” เสียงที่กำลังจะพูดต่อถูกกลืนหาย เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายฉกวูบลงมาประกบริมฝีปากบดจูบเธอด้วยความโหยหา ความคิดถึงที่ต่างฝ่ายต่างมีต่อกัน ทำให้พวกเขาลืมเรื่องขุ่นเคืองไปชั่วขณะ กระทั่งเป็นเขาที่ค่อยๆ ผละออกมาอย่างอาลัยอาวรณ

  • ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย   73

    “ขึ้นมาคุยกันในรถ” ก็ไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ยิน หรือจงใจไม่รับฟังกันแน่ แต่น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเผด็จการ ก็ทำเอาคนที่โกรธกรุ่นเป็นทุนเดิมถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่อาละวาดออกมา “ฟังนะคะ ฉันบอกว่าฉันไม่สะดวก ฉันมีนัดแล้ว" เธอย้ำชัดถ้อยชัดคำ “ขึ้นมาคุยกันในรถ” ทันทีที่เขายังย้ำประโยคเดิม เธอก็ไม่ทนอีกต่อไป “โอ๊ย! ก็บอกว่าไม่ว่างไงเล่า ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยใช่ไหมเนี่ย" เธอโพล่งออกมาอย่างเหลืออด แต่เขากลับไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆ มิหนำซ้ำยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบดังเดิม “ก็อย่างที่บอก ผมไม่ชอบเสียเวลา ในเมื่องานของคุณไม่เรียบร้อย คุณก็แค่ต้องรับผิดชอบต่อให้มันเรียบร้อยก็แค่นั้น" “ก็แล้วมันใช่ความรับผิดชอบของฉันไหมล่ะ ในเมื่อคุณเป็นคนบอกเองว่าตามใจฉัน พอคุณเปลี่ยนใจ แล้วจะโทษว่าเป็นความผิดของฉันได้ยังไง" เมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ผิด เธอจึงถุ้มเถียงอย่างไม่ยอมลดละ “ตอนนั้นผมตามใจคุณ แต่ตอนนี้ผมอยากตามใจเจ้าสาวของผม" คำว่าเจ้าสาวของเขาทำคนที่เถียงคอเป็นเอ็นคราแรกถึงกับชะงั

  • ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย   72

    “เอ่อ…แล้วเจ้าสาวล่ะคะ จะให้เราสองคนเข้ามาวัดตัววันไหนดี” ถามออกไปแล้วก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ อ้ายฉิงจึงหันไปมองหน้าคนข้างๆ อย่างลุแก่โทษ ยิ่งเห็นสีหน้าสลดๆ ของเพื่อน ตนก็ยิ่งรู้สึกผิด “ไว้ผมจะโทรไปนัดพวกคุณอีกที” เขาบอกน้ำเสียงราบเรียบ “อ้อค่ะ งั้นถ้ามีอะไร ติดต่อไปทางบอสได้เลยค่ะ” “ไม่ล่ะ ผมไม่อยากเสียเวลา ผมต้องการ contact โดยตรง” อ้ายฉิงเลิกคิ้วกับความต้องการของเขา แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยอมทำตาม “อ้อค่ะ งั้นคุณโทรเข้ามือถือฉันก็ได้ รับตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแน่นอนค่ะ” อ้ายฉิงว่าพลางหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา ช่วยไม่ได้พนักงานเล็กๆ ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน จึงไม่มีนามบัตร ทำได้แค่เซฟเบอร์อีกฝ่ายแล้วโทรกลับไป “ผมต้องการติดต่อกับดีไซน์เนอร์โดยตรง” เขาเน้นย้ำชัดเจน ทำเอาคนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก้อถึงกับทำหน้าแหย พลางหันไปมองหน้าเพื่อน กระทั่งเห็นเพื่อนพยักหน้าให้อย่างไม่มีทางเลือก เธอจึงเก็บโทรศัพท์ของตัวเอง แล้วหยิบโทรศัพท์ที่เพื่อนฝากไว้ออกมาแทน ประจวบเหมาะกับมีสายโทรเข้ามาพอดี “เฟยหลงโทรมาอะแก” อ้าย

  • ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย   71

    “เออๆๆ ว่าไงก็ว่าตามกัน อย่างมากก็แค่นั่งร้องไห้เป็นเพื่อนกัน แล้วนี่จะเอาไงต่อ จะเข้าไปทำงานทั้งที่ตาบวมฉึ่ง หรือจะกลับไปตั้งหลักแล้วค่อยกลับมาใหม่" คำถามของอ้ายฉิงทำให้เธอต้องหันไปมองตาบวมๆ ของตัวเองในกระจก ก่อนจะรีบเปิดน้ำมาล้างหน้า ด้วยหวังว่าความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการบวมลงได้บ้าง “อืม…เลือกทำงานต่อสินะ แต่เชื่อเถอะบวมขนาดนี้ น้ำก็เอาไม่อยู่ค่ะ ถึงขั้นนี้ก็มีแค่นี่เท่านั้นแหละที่ช่วยได้ อะเอาไป” อ้ายฉิงประชดประชัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องยื่นมือเข้าช่วย ด้วยการหยิบแว่นดำในกระเป๋ามายื่นให้ “อ๋อ พอดีเพื่อนฉันเขาเคืองตาค่ะ แบบว่าจู่ๆ ตาก็สู้แสงไม่ได้ขึ้นมาซะเฉยๆ ก็เลยต้องเอาแว่นมาใส่แบบนี้ คงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ" ทันทีที่กลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นเจ้าของห้องจ้องมาหน้านิ่วคิ้วขมวด อ้ายฉิงจึงรีบอธิบายแทนเพื่อน “จริงๆ ถ้าไม่สะดวก พวกคุณจะ…" เจ้าของห้องพูดยังไม่ทันจบ ลู่อวี๋ก็แทรกขึ้นมาทันควัน “สะดวกค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลา เอาเป็นว่าเรามาเริ่มงานกันเลยแล้วกันค่ะ ขอโทษนะคะ ช่วยหันหลังไปด้วยค่ะ" เธอบอกอย่างเป็นงานเป็นการ จากนั้นก็รีบทำหน้า

  • ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย   70

    ตุบ! กล่องอุปกรณ์ที่เธอถือมาด้วยพลันร่วงลงกับพื้น หลังได้เห็นหน้าลูกค้าชัดๆ เธอนิ่งอึ้ง รู้สึกราวกับโลกทั้งโลกกำลังหยุดหมุน ทุกอย่างรอบกายพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ตึก ตึก ตึก… อ้ายฉิงตกใจจนตาแทบเหลือกลานที่เพื่อนทำข้าวของตกเพ่นพ่านในห้องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบ ในขณะที่เพื่อนยังยืนตัวแข็งทื่อราวถูกสาป เธอจึงต้องรีบก้มลงไปเก็บให้แทน “เป็นอะไรของแกเนี่ย ยืนนิ่งทำไม จะทำอะไรก็ทำสักอย่างสิ ก่อนที่เขาจะให้คนมาจับเราสองคนโยนออกไป โทษฐานที่ทำห้องเขาเลอะเทอะ” หลังเก็บของเสร็จ อ้ายฉิงก็รีบหันไปสะกิดเพื่อน “เอ้อ…อืม” เธอตอบประหนึ่งคนใจเลื่อนลอย แล้วก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม “เฮ้ย! อืมอะไร โอย! จะบ้าตาย ทำไมอยู่ๆ ก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาวะ ฮือ…แม่จ๋าหนูอยากกลับบ้าน” บรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำอ้ายฉิงนึกอยากจะหายออกไปจากตรงนั้น แต่กลับทำได้เพียงเข้าไปเกาะแขนเพื่อนพลางกระซิบเสียงรอดไรฟัน “ลู่ๆ แกเป็นอะไรของแก” คำถามของอ้ายฉิงทำคนที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวค่อยๆ หันมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความ

  • ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย   69

    หกเดือนต่อมา ทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทาง เมื่อเธอกลับมาใช้ชีวิตตามปกติคล้ายกับว่ายอมรับความจริงได้แล้วว่าทุกอย่างเพียงฝันไป ถึงแม้มันจะชัดเจนในความรู้สึกมากแค่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะในหัวใจที่เต็มไปด้วยรักของเธอ และหัวใจดวงนี้ก็กำลังเจ็บปวดเมื่อไม่มีคนคนนั้นอยู่เคียงข้าง ก็ไม่รู้ว่าไม่มีหรือมันไม่เคยมีเลยกันแน่ “ลู่ๆ ลู่ๆ ลู่ๆ…” เสียงเรียกเธอดังซ้ำๆ กระทั่งกลายเป็นเสียงตะโกนในที่สุด ทำเอาคนที่กำลังเหม่อลอยไปไกลถึงกับสะดุ้ง “อื้ม…ว่าไง มีอะไร อยู่ใกล้กันแค่นี้ จะตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย” ลู่อวี๋บ่นอุบพลางลูบหูตัวเองป้อยๆ “ก็ถ้าไม่ตะโกน แกจะได้ยินไหมล่ะ ไม่รู้ใจลอยไปถึงไหน นี่อย่าบอกนะว่ายังคิดถึงชายในฝันอะไรนั่นอยู่อีก ขอร้องล่ะ เลิกคิด แล้วกลับมาสู่โลกความเป็นจริงได้แล้ว ผู้ชายคนนั้นไม่มีอยู่จริง เขาไม่มีตัวตนจริงๆ ตอนนี้จะมีก็แค่แกเท่านั้นแหละที่กำลังเจ็บจริงๆ ที่ฉันเตือนก็เพราะหวังดีหรอกนะ ไม่อยากเห็นแกต้องทุกข์กับอะไรที่ไม่มีตัวตนแบบนั้นอีก” อู๋อ้ายฉิง เพื่อนสนิทที่รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอพยายามเตือน “แกไม่เชื่อที่ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status