ログインแต่หญิงสาวก็มีเวลารำลึกถึงเรื่องนั้นได้ไม่นาน หลังเหตุการณ์ภายในร้านสงบลง บาร์ตจอมหน้าเลือดก็ตวาดใส่หูเธออีก
“มัวแต่ยืนเหม่ออยู่นั่นล่ะเอลล่า[1] ยังไงนั่นก็ไม่ใช่นางฟ้าใจดีที่จะชุบตัวเธอให้กลายเป็นซินเดอเรลลาขึ้นมาได้หรอก รีบกลับเข้าไปช่วยงานมาร์ที่หลังร้านเลยไป เห็นมั้ยว่าสาวเสิร์ฟคนอื่นไม่มีใครขี้เกียจหาเรื่องอู้งานคุยกับลูกค้าเหมือนอย่างเธอสักคน” ขณะตำหนิก็กวาดสายตาดูถูกมองตามหลังหญิงสาวไปตลอดทาง บรรยากาศเช่นนั้นจึงยิ่งทำให้อันนารู้สึกเหนื่อย...
“ปีสุดท้ายแล้วไม่ใช่เหรอเอลล่า อดทนหน่อยแล้วกันนะ” มาร์ตบบ่าปลอบใจก่อนยื่นชามสกปรกให้เธอนำไปล้าง หญิงสาวเองก็ได้แต่ยิ้มรับอย่างฝืดฝืน แว่นกรอบกระของเธอดูพร่ามัวไปหมดเมื่อมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง
ค่าแรงที่นี่ แม้เก็บหอมรอมริบแล้วจะเพียงพอเป็นค่าเทอมพอดี แต่ค่าเช่าห้องก็ยังขาดไปอีกกว่าครึ่ง สมแล้วที่คนพวกนี้จะเห็นเธอเป็นได้แค่สาวใช้เอลล่าที่ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาวางท่วงท่างดงามอย่างใคร
คิดอย่างปลงๆ แล้วอันนาก็กลั้นใจทำงานในหน้าที่ตัวเองต่อ กว่าจะถึงเวลาเลิกงานเข็มนาฬิกาก็ก้าวย่างเข้าสู่วันใหม่ สิ่งเดียวที่ได้จากวันนี้ ก็เหมือนกับทุกวันตลอดระยะเวลากว่าสามเดือนที่เธอกลับมาจมปลักอยู่ที่นี่ นั่นคือความอ่อนล้า สิ้นหวัง พร้อมทั้งหมดศรัทธาต่อค่าความเป็นคนของตัวเอง...อีกทั้งเรื่องเรียน ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีทุนรอนส่งเสียตนเองไปได้ถึงเมื่อไร ทั้งๆ ที่ปีนี้เป็นปีสุดท้าย
เคร้ง! เสียงกระป๋องโคล่าที่ว่างเปล่ากลิ้งไปตามพื้นถนนเฉอะแฉะภายในซอยเปลี่ยวย่านควีนส์ เป็นเหตุให้ฝูงนกพิราบสีเทาที่กำลังจิกกินเศษขนมปังบนพื้นแตกฮือพากันบินหนีไป อันนาเดินเข้าซอยมาด้วยหัวใจห่อเหี่ยว ก่อนกระชับเป้บนบ่าพร้อมกับปีนขึ้นไปตามโครงเหล็กของบันไดหนีไฟอย่างคล่องแคล่ว ห้องเช่าที่เธออยู่เป็นตึกก่ออิฐสีน้ำตาลเก่าแก่ แม้ค่าเช่าจะถูกแต่หญิงสาวก็มักจะค้างค่าเช่าเจ้าของห้องอยู่เสมอๆ
“ไง หมดสภาพมาเชียวนะอันนา” โจนส์ เพื่อนซี้ผิวสีที่อุตส่าห์หอบสมุดเลกเชอร์วิชากฎหมายมารอเธอที่ห้องนานแล้วเพราะมีกุญแจสำรองอีกดอก กล่าวทักทายผู้มาใหม่โดยที่สายตาไม่ยอมละไปจากภาพคอนเสิร์ตของนักร้องบอยแบนด์สุดโปรดในจอสี่เหลี่ยม
“ขอบใจมากนะโจนส์ คืนนี้ค้างด้วยกันมั้ย” หญิงสาวปลดเป้ออกจากบ่า ก่อนถอดเสื้อโค้ตออก แล้วก้มตัวลงคลายปมเชือกผูกรองเท้า จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟาตัวโปรด หากขาดเพื่อนดีๆ อย่างโจนส์ หลายอย่างในชีวิตเธอคงยุ่งเหยิง และย่ำแย่กว่านี้มาก
“ก็ดีเหมือนกัน ไหนๆ พรุ่งนี้ก็วันหยุดแล้วนี่ เราจะได้ไปหาอะไรทำแก้เซ็งกัน” คนพูดยังคงจ้องเขม็งไปยังภาพเคลื่อนไหวของนักร้องหนุ่มเจ้าสำอาง แต่อันนาเหนื่อยเกินกว่าจะนึกถึงภาพความสนุกสนานของวันพรุ่งนี้ได้
ดวงตากลมโตปิดเปลือกตาลงช้าๆ กะจะพักสายตาชั่วครู่ แต่แล้วอยู่ๆ แม่เพื่อนสนิทก็โพล่งขึ้นมาอย่างหัวเสีย เสียงสบถด้วยความขัดใจนั้นทำให้อันนาต้องตัดใจลุกขึ้นมาดูว่ามีเรื่องอะไร
“อะไรโจนส์ เป็นอะไร” อันนาเขย่าแขนอีกฝ่าย แต่พอได้ฟังคำตอบ เธอก็กลอกตามองบน
“ก็ทีวีนี่น่ะสิ อยู่ดีๆ สถานีก็ดันตัดภาพข่าวแทรกเข้ากลางรายการ เสียอารมณ์ชะมัด” โจนส์แทบอยากปาหมอนทิ้ง อันนาเลยเลื่อนสายตาไปยังหน้าจอสี่เหลี่ยม แต่ทันทีที่เธอฟังพาดหัวข่าวจบ แทนที่จะหัวเสียไปกับเพื่อน อันนากลับรีบเอื้อมมือไปหยิบรีโมทมาเร่งเสียงแทน
“ทั้งโลกกำลังจับตามองไปยัง ‘มหานครคูฮาร์’ อาณาจักรมั่งคั่งท่ามกลางผืนทรายสีกุหลาบ สถานที่ที่บรรดาเซเลบคนดังจากทั่วทุกมุมโลก กำลังเตรียมตัวตบเท้าเข้าร่วมงาน” จากนั้นโทรทัศน์ก็เผยให้ทั้งสองได้เห็นถึงความงดงามแปลกตาของผืนทรายสีชมพูที่ถูกฉาบทาไว้ด้วยลำแสงสีทองของดวงอาทิตย์ในยามรุ่งอรุณ อันนาจับจ้องเนินทรายรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มองเผินๆ คล้ายระลอกคลื่นในทะเลด้วยตาที่ไม่กะพริบ ในใจระลึกได้ถึงตำนานดวงจันทร์ที่เคยได้ยินมาจากราล์ฟ ชายหนุ่มในความทรงจำที่ป่านนี้เธอก็ยังคงคิดถึง
‘นี่เอง เนินจันทร์เสี้ยว ที่เกิดจากเทพธิดากุหลาบบนดวงจันทร์สยายผม’ หญิงสาวยิ้มอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อได้เห็นความงามของโอเอซิสอาเคเซียห์อันลือลั่น ทิวแถวต้นปาล์มสูงชะลูดทอดตัวยาวไปไกลจรดเนินเขา ท่ามกลางท้องทุ่งหญ้าที่กำลังสะบัดยอดพลิ้วไหว ถัดไปไม่ไกลมีธารน้ำสีมรกตซึ่งถูกขนาบไว้ด้วยโตรกผาหิน รวมทั้งดงดอกกุหลาบป่าหลากสีสันที่พากันแบ่งบานต้อนรับแสงแรกแห่งอรุณ
“กลางทะเลทรายมีทุ่งหญ้า ธารน้ำสีมรกต และดอกกุหลาบป่าเกิดขึ้นแบบนี้ได้ด้วยเหรอโจนส์” อันนาถามเสียงเบาหวิว และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็กำลังเคลิ้มไปกับความงามเหล่านั้นด้วยเหมือนกัน
“เขาว่ากันว่าที่โอเอซิสกลางทะเลทราย อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ในเมื่อที่นั่นมีทั้งน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ ฉันเคยได้ยินบรรณารักษ์ห้องสมุดคุยกันว่า ทะเลทรายทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นโมเฮฟ(Sonora-Mojave Desert [2]) หรือซาฮารา สวยไม่ถึงครึ่งของทะเลทรายในเขตโอเอซิสอาเคเซียห์ที่คูฮาร์เลย เม็ดทรายที่นั่นมีสีกุหลาบ ส่องประกายแวววาวราวกับอัญมณี แถมยังเป็นต้นกำเนิดธารน้ำสายใหญ่ที่ไหลออกมาจากปล่องหินใต้ดินอีก ที่นั่นน้ำไม่มีวันแห้ง เหตุนี้จึงถูกขนานนามให้ว่าเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ในตำนาน”
ฟังคำตอบแล้วเจ้าของดวงตาคู่งามในกรอบแว่นก็ได้แต่ยิ้มกริ่ม จากนั้นทั้งคู่ก็ถูกดึงดูดให้กลับมาสู่การรายงานข่าวต่อ
“เจ้าชายนอกบัลลังก์ ราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี อภิมหาเศรษฐีรูปหล่อขวัญใจสาวๆ ทั่วโลก ได้สร้างอาณาจักรธุรกิจแห่งใหม่ขึ้นที่นี่ โอเอซิสที่ซุกซ่อนทรัพยากรล้ำค่า ทั้งน้ำมันดิบและเหมืองเพชรน้ำงามเอาไว้ ซึ่งในขณะที่กล้องกำลังจับภาพอยู่นี้ก็คือ กลุ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่พร้อมด้วยท่อส่งสายตรงมุ่งหน้าสู่ท่าเรืออัลเดย์จัฟฟา ศูนย์กลางตลาดค้าน้ำมันระดับโลกแห่งใหม่ ตบท้ายด้วยไฮไลท์ของงานที่ราฟาเอลพาเลซ คฤหาสน์สุดหรูมูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญ ที่จะใช้รองรับบรรดาแขกวีไอพีจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งได้รับเชิญให้มาร่วมงานฉลองเปิดอาณาจักรแห่งใหม่ของเขาที่กำลังจะจัดขึ้นในเร็ววันนี้” สิ้นสุดเสียงผู้ประกาศ ภาพจากกล้องมุมสูงก็เผยให้ผู้ชมได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการของพระราชวังสไตล์มัวริสผสานความเป็นไบเซนไทน์แบบร่วมสมัยที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างน้อยใหญ่โดยรอบอีกครั้ง
“ใครได้เป็นหวานใจอีตานี่คงยิ่งกว่าซินเดอเรลลากลับชาติมาเกิดเสียอีก” โจนส์พูดทั้งๆ ที่นัยน์ตายังไม่ยอมละไปจากภาพข่าวจวบจนวินาทีสุดท้าย โดยเฉพาะภาพสนามแข่งฟอร์มูล่าวันซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นยังทำเอาเจ้าตัวประหลาดใจไม่หาย
“อยากจะยลโฉมจริงๆ ว่าหน้าตาเป็นยังไง บอกตามตรงนะ บรรดาเจ้าชายอาหรับที่เขาว่าหล่อกัน เอาเข้าจริงฉันเห็นหน้าบานปากหนาหนวดเฟิ้มแทบทุกคน เสียดายจัง รอยเตอร์สน่าจะถ่ายหน้าราล์ฟให้เห็นชัดๆ ซักแว้บก็ยังดี” โจนส์บ่นต่อ โดยไม่สังเกตเลยว่าอันนาปลีกตัวเดินเข้าห้องส่วนตัวไปเงียบๆ
‘ชื่อราล์ฟและคูฮาร์ ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงอีกครั้ง’
เมื่อได้เข้ามาอยู่ตามลำพัง สิ่งของเพียงชิ้นเดียวที่ทำให้หญิงสาวมีกำลังใจต่อสู้กับเรื่องแย่ๆ บนโลกใบนี้ก็ถูกหยิบออกมาจากกล่องเล็กๆ ข้างหัวเตียง
เจ้าเรนเดียร์ตัวน้อยของราล์ฟ! แม้จะผ่านมาสามเดือนแล้ว แต่มันยังคงอยู่ในสภาพดีเมื่อเธอหล่อไว้ในแท่งเรซินใสทอประกายสีรุ้ง กวางน้อยตัวนี้ยังคงน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับเธอไม่เปลี่ยน
“ราล์ฟ วันนี้ฉันได้ยินชื่อดินแดนที่คุณเคยพูดถึงสองครั้งแล้วนะ จากคาลิฟาห์ให้สัมภาษณ์ และจากรายการข่าวที่เพิ่งจบไปเมื่อครู่ แต่นั่นไม่สำคัญ ฉัน...แค่อยากรู้ว่าเมื่อไรที่เราจะได้พบกันซะที” อันนาถามเสียงแผ่ว พร้อมกับกอดของสำคัญชิ้นนั้นไว้แนบอก
‘ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะรอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง’ ส่วนลึกในหัวใจบอกกับตัวเอง
[1] Ella ชื่อนางเอกในเทพนิยายซินเดอเรลลา ฉบับ ชาร์ล แปโรต์ นักเขียนวรรณกรรมเทพนิยายชาวฝรั่งเศส ในที่นี่ใช้เป็นคำเสียดสีเรียกแทนชื่อนางเอก
[2] โซโนรา-โมฮาวี (Sonora-Mojave Desert) ทะเลทรายในประเทศสหรัฐอเมริกาคาบเกี่ยวกับประเทศเม็กซิโก
“ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าหญิงได้ทั้งนั้นล่ะค่ะคุณพ่อ หากว่าพวกเธอได้พบกับรักแท้ จากผู้ชายที่รักจริง และเป็นสุภาพบุรุษ ความสุขมันอยู่ที่ใจค่ะ” ผู้เป็นลูกสาวกล่าวคำคม ซึ่งมีคนข้างๆ คอยปรบมือให้ “ว่าแต่ ที่คุณลงทุนเดินทางจากเคนต์มาเยี่ยมพวกเราถึงที่คูฮาร์เนี่ย แค่เพราะต้องการเอาหนังสือเล่มนี้” สุลต่านซานาลชูหนังสือเก่าแก่ทั้งหนาหนัก เก่าจนถึงขนาดหน้ากระดาษแทบจะเปื่อยยุ่ย ชูสูงขึ้นเสมอพระพักตร์แล้วกล่าวต่อ “เอามาให้ไลเกอร์แค่นั้นเองน่ะนะ มันหนังสืออะไรกันคุณทวด สำคัญขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ ผมว่าเขายังอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ” พระองค์รับสั่งอย่างเป็นกันเองด้วยคำถามติดตลก และท่าทางอย่างนั้นก็ชวนให้คนเป็นพ่อตารู้สึกขัดใจยิ่งนัก “นี่อย่าดูถูกกันเชียวนะสุลต่านซานาล หนังสือเนี่ย Winnie and The Pooh ของ A. A. Milne. ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกเลยเชียวนะ เหมือนที่เจ้าชาย แฮรี่ทรงมอบให้พระราชนัดดา เจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ไง ผู้ดีอังกฤษ ก็มักจะคิดอะไรที่ล้ำลึกทรงคุณค่าแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” ในฐานะเป็นพลเมืองของสหราชอาณาจักรเต็มขั้น เมอเรย์ก็อดไม่ได้ที่จะคุยโว แต่ทว่าทั้งคู่ยังไม่ทันได้ทุ่มเถียงกัน
“ถ้าคืนนั้นฉันต้องเสียเธอไป โลกของฉันวันนี้จะไปยังไงนะ คงจะเป็นสีเทา ไร้สีสันไร้ความสุขไปชั่วชีวิต นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีเธอ...เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้สัญญากับฉันนะอันนา อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เพราะฉันจะดูแลเธอด้วยชีวิตของฉันเอง” ชายหนุ่มบอกอย่างหนักแน่น และคนในอ้อมกอดก็รีบรับคำ“แน่นอนค่ะราล์ฟ ฉันสัญญา ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณไม่ไปไหน เป็นทุกอย่างที่คุณต้องการเช่นกัน...แต่ถึงอยากจะไปก็คงไปไม่ได้หรอกมั้ง เพราะหัวใจฉัน...อยู่กับคุณมาตลอดแล้วนี่ ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน...ที่นี่” อันนาบอกกับเขาด้วยความสัตย์จริง ดวงตาที่จับจ้องเขาเปล่งประกายระริก ก่อนริมฝีปากจะแย้มยิ้มชวนให้ติดตรึงใจ“ให้ตายเถอะ หวานจริงๆ คิดถึงใจคนอื่นบ้างมั้ย เพราะเธอหวานขนาดนี้ไง ฉันถึงอดใจไม่ได้ทุกที...ใครจะเมาท์ก็ช่างเถอะ ขอแค่ได้ทำรักกับเธอให้ชื่นใจก็พอ ต่อให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ฉันก็ไม่สน” คนอดใจไม่ไหวตีขลุมหน้าตาย ไม่พูดเปล่า มือเรียวของราล์ฟยังจัดการรูปซิปชุดสวยของอันนาออก ไม่นานเรือนร่างอรชรจึงเหลือเพียงบิกินี่สีหวานปรากฏแก่สายตา และชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกเช
เขาสัญญากับตัวเองว่า...จะจดจำมิตรภาพที่แสนงดงาม ระหว่างเธอ และเขาตลอดไป... เช่นเดียวกับที่อื่นๆ เมื่อสายลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาเยือนเวอร์มอนต์อีกครั้ง ทุกอย่างที่นี่ก็ถูกย้อมให้กลายเป็นสีส้มแดง ถึงเจิดจ้าแต่ก็อบอุ่น...แสงแดดอ่อนลอดผ่านพุ่มใบเมเปิลลงมา กระทบเข้ากับริ้วคลื่นเล็กๆ ของแม่น้ำแซกตันที่ไหลผ่านแก่งหิน ก่อเกิดเป็นพรายรุ้งระยิบระยับ ฝูงปลาเทราต์แหวกว่ายทวนกระแสด้วยความรื่นรมย์อันนายิ้มให้กับความงดงามของทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหมุนร่างกลับมายิ้มกว้างให้กับคนที่ตระกองกอดเธอไว้จากทางด้านหลังเจ้าของนัยน์ตาคมสีมรกต จับจ้องดวงหน้างามอย่างไม่วางตา เขาเพิ่งถอดเสื้อหนังและโยนแว่นกันแดดทิ้งไปบนเบาะหลังรถเปิดประทุนคันงาม ก่อนนัยน์ตาทรงเสน่ห์คู่นั้น จะส่งกระแสเชิญชวนอ่อนหวานให้กับเธอ ทั้งคู่ยืนอยู่กึ่งกลางสะพานพอดี โดยมีฝูงผีเสื้อตัวน้อยโบยบินอยู่รอบๆ“คุณคือทุกอย่างที่ฉันฝันถึง ไม่ว่าจะถอดใจ ยอมแพ้ หนีไป หรือเริ่มใหม่ ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไร ใจฉันก็มีแต่คุณ” อันนากระซิบบอกเขา นัยน์ตาสีอำพันเปล่งแววหวาน พร้อมกับวาดวงแขนขึ้นโอบรอบคอราล์ฟเอาไว้ ส่วนเขาก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจ้อ
... 7 เดือนต่อมา... หลังเคลียร์งานไตรมาสสุดท้ายของแบรนด์เมลานีจบลง เวสต์ก็เตรียมเก็บข้าวของเพื่อเดินทางไปสานงานพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่ซิดนีย์ตามความต้องการของบิดาต่อ เขาแวะยิ้มอำลาให้กับภาพงดงามของ อันนา ที่ปรากฏอยู่บนหน้านิตยสารดังระดับโลกปักษ์ล่าสุด ซึ่งเป็นภาพของเธอในงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างหญิงสาวกับกษัตริย์ราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไล่เลี่ยกันกับพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ราล์ฟชุดเจ้าสาวของเธอออกแบบโดยมารดาของเขา ซึ่งมันจะกลายเป็นตำนาน เช่นเดียวกับเรื่องราวดุจเทพนิยายของชีวิตเธอ ที่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ให้กับบรรดาสาวๆ จากทั่วโลก เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า เรือนผมดุจเส้นไหมสีทอง จับจ้องดวงหน้าสวยหวานของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ขโมยหัวใจเขาไปแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหน้า อดไม่ได้ต้องไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มเนียนใสของคนในภาพถ่าย ดวงตาจับจ้องรอยยิ้มใสกระจ่างของเธอด้วยความหลงใหล ดวงตาสีอำพันของอันนาราวกับเปล่งแสงได้เช่นเดียวกับดวงดาว เธองดงามจับใจเขายิ่งนัก ซึ่งจังหวะนั้นเป็นขณะเดียวกับที่ใบไม้รูปหัวใจของต้นลินเดนจากเซ็นทรัลพาร์ก ปลิวตาม
“ก็ดีเหมือนกันนะ หากฉันจะต้องจากโลกนี้ไป อย่างน้อยก็ยังได้ตายในผืนดินที่ฉันรัก ดินแดนแห่งทะเลทรายสีกุหลาบ” อันนาพึมพำกับห้วงคำนึง หัวใจล่องลอยไปไกลแสนไกล ถึงเจ้าของร่างสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มสะกดใจ และดวงตาคมสีมรกตเปี่ยมเสน่ห์ เธอยิ้มให้เขาจากความมืด หัวใจปวดปร่า และเมื่อเหนื่อยล้าเกินไป จนสุดจะยื้อ อันนาก็ตัดสินใจ...ปล่อยมือ... “ลาก่อนราล์ฟ เท่านี้ก็มากเกินกว่าที่ฉันฝันไว้แล้ว” จบประโยคนั้นร่างทั้งร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆ จมดิ่งลึกลงสู่ก้นแม่น้ำ เธอยอมจำนนต่อทุกอย่าง เพราะหมดหนทางจะยื้อชีวิตตัวเอง หวังใจเพียงว่าเหตุการณ์นี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่คำสาปร้ายจะมีผลต่อผู้ครอบครองอาเคเซียห์... แต่แล้ว แสงสว่างจ้าของดวงไฟขนาดใหญ่ ที่สาดตามร่างเธอลงมาในน้ำก็วาบเข้ามาในประสาทรับรู้ช่วงสุดท้าย พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มที่ตะโกนก้อง “ไม่!!!!!!... อันนา แข็งใจไว้ เธอต้องไม่เป็นอะไร เราสัญญากันแล้วนี่” จบประโยคนั้นมือแสนอบอุ่นของราล์ฟ ที่กระโจนลงจากเรือทันทีที่เห็นร่างอันนากำลังจะจมหายไปต่อหน้า ก็ยื่นมาคว้ามือเธอไว้ พร้อมกับดึงตัวหญิงสาวโผล่พ้นน้ำขึ้นมา และทันทีท
ครั้งแรกที่ราล์ฟได้ดินแดนแห่งนี้มา แม้เขาจะเคยเยาะเย้ยถากถางไปว่าภายใต้ผืนทรายพวกนั้นไม่มีค่าอะไร แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งเขา และหลานต่างก็ซึ้งแก่ใจดีว่าสมบัติล้ำค่าที่จะพลิกฟื้นชะตาคูฮาร์ได้ ล้วนแล้วแต่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ผืนทรายสีกุหลาบแห่งนี้ที่เดียว “ส่วนเรื่องลอบวางระเบิด พ่อเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ใคร ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด จึงได้เดินทางมาหาคำตอบด้วยตัวเองที่นี่ยังไงล่ะ” ครั้นฟังรับสั่งนั้นจบ ราล์ฟก็มีสีหน้างุนงง แต่เพียงไม่นานหลังจากที่องค์สุลต่านทรงปรบมือส่งสัญญาณให้องค์รักษ์หลวงซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทหารชั้นเยี่ยมที่สุดของคูฮาร์ นำพยานคนสำคัญจากเหตุการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตก็หันมามองบิดา ด้วยประกายตามีความหวังทันที “นั่น เขารอดชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างนั้นเหรอ แล้วอย่างนี้เขาเห็นอันนาหรือเปล่า เธออยู่ไหน ถามเขาที ได้โปรด” ราล์ฟปราดจะเข้าไปหาคำตอบเอง แต่ถูกเวสต์กับราอูลช่วยกันรั้งตัวไว้เสียก่อน เพราะเกรงพยานที่กำลังเจ็บ จะได้รับความกระทบกระเทือน“นอกจากเจ้านี่จะสารภาพว่าชีคอาร์มาและเจ้าชายฮัฟดีนเป็นผู้บงการเรื่อง







