LOGIN12 สำออย!
ปรางปรีญาสะดุ้งตื่นอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันเนื่องจากได้ยินเสียงเคาะประตูหลายครั้งติด ปรเมศเห็นว่าเมื่อเช้าปรางปรีญาไม่ได้ลงไปทานข้าวเช้าเลยขึ้นมาดู กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ “บอส….” เสียงเบาหวิวเปล่งออกมาจากริมฝีปากซีดเซียวที่ถูกผู้ชายใจหยาบบดจูบทั้งคืน “เมื่อเช้าผมไม่เห็นคุณลงไปทานข้าว นึกว่าเป็นอะไรไป” “อ้อ ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ ปรางแค่ยังไม่หิว” “หน้าคุณดูซีดๆนะ เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรอ” ปรเมศหรี่ตามองอีกฝ่ายโดยเฉพาะช่วงต้นคอที่มีรอยแดงเป็นจ้ำคล้ายรอยดูด “ปรางแค่รู้สึกเพลียๆนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก บอสต้องออกไปดูงานบ่ายสามใช่ไหมคะ ปรางจะได้เตรียมเอกสารไว้ให้” “ครับ แต่ถ้าคุณปรางไม่สบายก็ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมให้คนอื่นไปแทนก็ได้” “ปรางไปได้ค่ะ ปรางไม่ได้เป็นอะไร” เธอรีบแย้งเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่ กลัวว่าอคิราห์จะเข้ามาทำร้ายอีก “เดี๋ยวปรางจะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปหานะคะ” “ครับ งั้นบ่ายสองครึ่งผมจะไปรอคุณอยู่ที่ล็อบบี้นะ หรือถ้าไปไม่ไหวจริงๆให้โทรบอกผมได้เลย” “ค่ะ ขอบคุณบอสมากๆนะคะ แค่นี้สบายมาก” ปรางปรีญากลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง รีบสำรวจร่างกายของตัวเองพบว่ามีรอยแดงเป็นจ้ำที่ต้นคอ เหมือนอคิราห์จงใจทิ้งร่องรอยพวกนี้เอาไว้ “คนเลว!” เธอยกมือถูร่องรอยพวกนี้ด้วยความรังเกียจ เมื่อสักครู่รีบเดินไปเปิดประตูจนลืมสำรวจร่างกายของตัวเองก่อน แสดงว่าปรเมศน่าจะเห็นรอยพวกนี้ “ฉันอยากเอามีดเฉือนหัวใจของคุณออกมาดูจริงๆ ว่าทำด้วยอะไร!” ปรางปรีญาเมินเฉยต่อเงินปึกหนึ่งที่วางอยู่บนที่นอน ราวกับว่าเขาได้ซื้อบริการทางเพศจากเธอไปแล้วจริงๆ ต่อให้เงินนี้จะมีความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นเงินสกปรกที่มาจากการขายเรือนร่าง เธอจะไม่แตะมันสักบาท “คนไม่มีหัวใจ” มือเรียวหยิบเงินปึกนั้นใส่ถุงผ้าเพื่อนำไปคืน เขาทำร้ายร่างกายเธอไม่พอ…ยังทำร้ายจิตใจของเธออีก ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเธอไปหลงรักซาตานร้ายคนนี้ได้ยังไง ถ้ารู้สักนิดว่าเขาก็แค่ซาตานในคราบเทพบุตร จะไม่ยกใจทั้งดวงให้เขาเอาไปเหยียบย่ำเด็ดขาด “สักวันคุณจะเสียใจกับสิ่งที่คุณทำลงไป...” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหญิงสาวก็ลงไปนั่งรอปรเมศที่ล็อบบี้ก่อนเวลานัด ถ้าไม่นับอาหารที่ทานไปเมื่อวาน วันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้เธอถึงกับทานอะไรไม่ลง หวนกลับไปนึกถึงแต่เรื่องที่อคิราห์ทำไว้ เธอจะไม่เรียกร้องอะไรจากเขาเด็ดขาด ทั้งๆที่เขามีส่วนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่แล้วสิ่งที่ปรางปรีญาคิดกลับไม่เป็นจริงเพราะกะว่าจะออกไปทำงานกับปรเมศเพื่อหลบหน้าใครบางคน แต่โชคดันไม่เข้าข้างเพราะอคิราห์เดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกันกับปรเมศ ต่างฝ่ายต่างเมินเฉยราวกับเมื่อคืนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าปรางปรีญากำลังเจ็บปวดกับการกระทำของอีกฝ่าย “คิดยังไงถึงจะไปฝั่งโน้นกับกู มันร้อนนะเว้ย คุณชายอย่างมึงจะทนได้หรอ” เสียงปรเมศเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่จู่ๆก็เปลี่ยนใจกะทันหันข้ามฝั่งไปยังอีกเกาะกับเขา คุณชายอย่างอคิราห์ถ้าต้องเดินตากแดดตากลมคงทนไม่ไหว ต่างจากปรเมศที่เป็นสายลุยไม่กลัวแดดกลัวฝน “พอดีวันนี้กูว่าง เลยกะจะไปดูโครงการใหม่ของเพื่อนสักหน่อย” เขาพูด แต่หางตาชำเลืองมองไปทางปรางปรีญา ทำเอาคนตัวเล็กหลบสายตาแทบไม่ทัน “ไม่คิดว่ามึงจะกล้าชวนอีหนูไปด้วย” “เฮ้ย! นี่คุณปรางปรีญาพนักงานของกูเว้ย มึงอย่าไปพูดแบบนี้ให้แฟนกูได้ยินเชียวนะ ไม่งั้นบ้านแตกแน่ เพราะกูไม่ได้คิดอะไรกับคุณปรางเขา” “ไม่แน่นะ คนเราสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน มึงก็ระวังตัวไว้หน่อย แถวนี้อีตัวมันเยอะ” เขาจงใจเน้นประโยคหลังเพื่อให้ปรางปรีญาได้ยิน หญิงสาวเอาแต่เงียบแล้วก้มหน้าลงต่ำเพราะกำลังเจ็บปวดกับคำพูดของชายหนุ่ม ปรเมศที่ไม่รู้ว่าอคิราห์จงใจพูดถูกดูแคลนปรางปรีญา หัวเราะยกใหญ่ แล้วเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนสนิท ไม่คิดว่าอคิหราห์จะมีความคิดแปลกๆแบบนี้เพราะเขากับปรางปราญาทำงานด้วยกันมานานแล้ว อีกอย่างเขาเองก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวด้วยซ้ำ “อย่าพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้สิเพื่อน ตอนนี้กูรักแฟนคนเดียวเว้ย ไม่เหมือนมึง จะเลือกใครก็ไม่เลือก ทำตัวเป็นพ่อปลาไหลไปได้” “ก็ไอ้ที่เจออยู่มันยังไม่ดีพอให้กูหยุด ทำไมกูต้องเลือกวะ” “เดี๋ยวพอเจอคนที่ใช่มึงจะหยุดเอง เหมือนที่กูเลือกทิ้งทุกคนเพื่อศรุตา” “ก็ตอนนี้กูยังไม่เจอคนที่ใช่ไง บางคนก็เป็นได้แค่ดอกไม้ริมทาง พอเบื่อเดี๋ยวกูก็เฉดหัวทิ้งเหมือนเดิม” ปรางปรีญารีบเบือนหน้าหนีเพราะทนฟังต่อไม่ไหว คนที่อคิราห์พูดคงหมายถึงเธอสินะ “ครับ คุณชายหล่อเลือกได้ ระวังจะเป็นมึงเองที่เป็นฝ่ายถูกเฉดหัวทิ้ง กรรมมันมีจริงๆนะเว้ย หลอกฟันผู้หญิงมาเยอะ สักวันเดี๋ยวก็น้ำตาเช็ดหัวเข่า” “ไม่มีทางหรอก เพราะผู้หญิงบางคนก็ไม่สมควรได้รับความรักดีๆจากใครเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคนที่ต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าไม่ใช่กูแน่นอน” “แล้วแต่มึงเถอะเพื่อน ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังกูก็จะพูดไม่อีกแล้ว พูดไปก็ไม่เข้าหูมึงอยู่ดี” ปรเมศส่ายหน้าให้กับคาสโนว่าตัวพ่อของแท้ที่ยังทำตัวเป็นปลาไหล ตอนนี้อคิราห์ยังไม่เจอรักแท้อาจจะพูดได้ แต่สักวันถ้าเจอผู้หญิงที่มันอยากใช้ชีวิตด้วยแล้ว มันจะไม่พูดคำนี้เด็ดขาด ปรางปรีญานิ่งงั้น ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง พยายามไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่ายเพราะถึงอย่างไร เธอกับอคิราห์ก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว …มันไม่มีวันเหมือนเดิม หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางไปยังท่าเรือเพื่อนั่งเรือข้ามไปยังอีกฝั่งของเกาะ ปรเมศต้องไปตรวจเช็คโครงการใหม่ที่กำลังสร้างเพราะเกาะแห่งนั้นเป็นเกาะเปิดใหม่ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ เขาเล็งเห็นแล้วว่าในอนาคตต้องเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองไทยแน่ๆจึงตัดสินใจไปลงทุนที่นั่นด้วยเม็ดเงินมหศาล ด้วยความที่ยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องของปรางปรีญาบวกกับเมื่อคืนโดนอคิราห์เล่นงานอย่างหนัก ทำให้วันนี้หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยเพลียและวิงเวียนศีรษะผิดปกติ ยิ่งท้องเรือสปีดโบ๊ทกระแทกกับน้ำทะเลขึ้นลงเป็นจังหวะ ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมอยากโก่งคออาเจียนให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ต้องเกาะเรือเอาไว้แน่นเพราะตอนนี้เรือกำลังเล่นผ่านคลื่นสูง “นี่คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าดูซีดๆ” ปรเมศที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับปรางปรีญาจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะหญิงสาวดูหน้าซีดๆเหมือนคนไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง “เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร สงสัยปรางเมาเรือ” เธอพยายามไม่สบตากับอคิราห์ที่เอาแต่จ้องมองด้วยสายตานิ่งเรียบ เขานั่งมองเธออยู่แบบนี้ตั้งแต่ขึ้นเรือมาแล้ว “ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ ผมจะให้คนขับเรือวนกลับไปส่ง” “ไม่เป็นไรค่ะ ปรางยังไหว” เธอฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย แต่สักพักรอยยิ้มนั้นก็ต้องหุบลงเพราะเกิดอาการพะอืดพะอมอย่างหนักจนต้องรีบยกมือปิดปาก และเป็นจังหวะเดียวกับที่เรือกระแทกกับคลื่นสูง ทำให้ร่างของเธอกระเด็นตกจากที่นั่งไปกองอยู่บนพื้น “ว้ายย!!” “ปรางปรีญา!” ปรเมศเมื่อเห็นว่าพนักงานคนสนิทกำลังจะตกเรือจึงรีบเข้าไปช่วยด้วยการใช้มือประคองร่างของเธอขึ้น ปรางปรีญาซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแรงทรุดฮวบลงแนบอกของปรเมศและภาพนั้นก็ทำให้อคิราห์ฟิวส์ขาดหมดความอดทนทันที “สำออย!!” -----------------ตอนพิเศษ 3 พิสูจน์โดยการบอกรักปรางทั้งคืนไงวันนี้อคิราห์พาปรางปรีญามาทำบุญเนื่องในวันครบรอบสามเดือนของการจากไปของรินรดา ทุดครั้งที่มาที่นี่เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่เป็นต้นเหตุทำให้รินรดาจากไป เขาเอาแต่โทษตัวเอง เพราะถ้าวันนั้นไม่ใจร้อนขังปรางปรีญาไว้ในห้อง เธอก็คงได้ไปดูใจน้าสาวเป็นครั้งสุดท้าย เขาปรับความเข้าใจกับปรางปรีญาอยู่นานจนกว่าเธอจะทำใจได้ เพราะถึงอย่างไรรินรดาก็ต้องจากไปอยู่แล้ว เนื่องจากโรคที่นางเป็น ถือว่าคุณหมอยื้อชีวิตไว้ได้นานพอสมควร“เอาล่ะ อาตมาจะให้พรโยมทั้งสองคน ทำใจให้สงบ แล้วหลับตาลง” เสียงท่านเจ้าอาวาสเอ่ย ก่อนที่ปรางปรีญาและอคิราห์จะตั้งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ สองมือประนมขึ้นรอรับพรอคิราห์ตั้งจิตนึกถึงรินรดาผู้ที่เขาได้ล่วงเกินทางวาจา ได้แต่หวังว่าวิญญาณของท่านจะรับรู้ว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ และเขาก็พร้อมจะดูแลหลานสาวของท่านด้วยชีวิต …หวังว่าท่านจะยกโทษให้ผู้ชายเลวๆคนนี้ หลังท่านเจ้าอาวาสให้พรเสร็จ ทั้งสองก็ถวายสังฆทานให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งรินรดาและพ่อกับแม่ของปรางปรีญา อัฐิของทั้งสามคนตั้งอยู่ตรงหน้า ปรางปรีญารู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่มาที่น
ตอนพิเศษ 2 ดีใจที่มีเธอ@คฤหาสน์ของอคิราห์“ไม่รอให้ลูกโตก่อนล่ะ ค่อยพาหลานมาหาพ่อ” เสียงคุณปู่หมาดๆเอ่ยออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ กว่าจะได้เจอหน้าหลาน นี่ก็ปาไปเกือบสองเดือนแล้ว“ขอโทษครับคุณพ่อ ผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาพาเมียกับลูกมาหา ช่วงแรกน้องคิมยังต้องอยู่ใกล้ชิดคุณหมอ อีกอย่างผมเพิ่งปิดคดีของแพรขวัญไป อาจจะยุ่งๆบ้าง แต่ตอนนี้ว่างยาวเลยครับ”ปรางปรีญาที่เดินตามหลังเข้ามาโค้งศีรษะให้พีรพลซึ่งเป็นบิดาของอคิราห์ด้วยความเคารพ ครั้งหนึ่งท่านเคยมีพระคุณกับเธอและครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่พอพ่อของเธอแอบยักยอกเงินในบริษัท เธอก็ไม่กล้าสู้หน้าท่านอีกเลยไม่รู้ว่าท่านยังเคืองอยู่หรือเปล่า“เข้ามานี่สิหนูปราง” ปรางปรีญาส่งลูกชายตัวน้อยให้อคิราห์อุ้มแทน แล้วค่อยๆคลานไปหยุดอยู่ตรงหน้าพีรพลด้วยความรู้สึกประหม่าความจริงไม่ใช่อคิราห์ไม่ว่าง แต่เป็นเพราะเธอยังรู้สึกละอายใจจนไม่กล้ามาสู้หน้าคนในครอบครัวของเขาต่างหาก จึงขอเวลาทำใจเสียก่อน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” พีรพลคลี่ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของปรางปรีญาอย่างเอ็นดู เหมือนที่เขาชอบทำบ่อยๆตอนที่เธอยังเด็ก ในสายตาของเขา ปรางปรีญาก็ยังน่ารักและเป็นเด็ก
ตอนพิเศษ 01 พี่สัญญานะครับคนดี@สองเดือนต่อมาปรางปรีญากำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงหลังห้องซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัว โดยมีเด็กชายตัวน้อยนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอด ลูกชายของเธอสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีและดูตัวโตกว่าเด็กที่คลอดออกมาพร้อมกันอย่างลูกชายของปรเมศ คงเป็นเพราะอคิราห์ตัวโตกว่าปรเมศ ลูกชายจึงถอดแบบออกมาจากเขาทุกกระเบียนนิ้ว“กลับมาแล้วครับ” เสียงใสของคุณพ่อหมาดๆ ดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้ามาข้างใน เห็นร่างของแฟนสาวนั่งอยู่ที่ริมระเบียงหลังห้อง เธอกำลังนั่งคุยกับลูกน้อยด้วยน้ำเสียงไพรเราะ เป็นภาพที่ทำให้อคิราห์ถึงกับน้ำตาซึมนั่นเมียเขา…และเด็กชายตัวน้อยผิวขาวอมชมพูนั่นก็ลูกชายของเขาเอง“ทำอะไรอยู่”“นั่งกล่อมลูกค่ะ”“เหนื่อยหรือเปล่า” อคิราห์สวมกอดร่างของปรางปรีญาจากทางด้านหลัง เกยคางคมลงบนหัวไหล่มน ดวงตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างเหน่งน้อยของลูกชายไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เพิ่งรู้ว่าชีวิตครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นกับปรางปรีญาจะทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ทุกเช้าเขาตื่นมาทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้ว่ามีหัวใจสองดวงอันเป็นที่รักคอยอยู่ด้านหลังจากคาสโนว่าตัวพ่อ กลายเป็นผู้ชา
55 ดวงใจของอคิราห์ ‘คุณหมอครับช่วยเมียกับลูกของผมด้วยนะครับ ฮื้ออ!!’ ‘ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณผู้ชาย เข้าไม่ได้นะคะ’ ‘ปรางปรีญา…เธอต้องฟื้นนะ เราสองคนจะเลี้ยงลูกช่วยกัน อย่าทิ้งพี่ไปนะ!’‘คุณหมอครับ ช่วยลูกกับเมียผมด้วยนะครับ เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย แต่ลูกกับเมียของผมต้องปลอดภัย!’ ‘ปรางปรีญาเธอจะตายไม่ได้นะ เอาชีวิตของพี่ไปแทน…แต่ปรางกับลูกต้องรอด!’@โรงพยาบาลปรางปรีญาและลูกปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คุณหมอต้องผ่าคลอดเป็นการด่วน ความจริงปรางปรีญามีนัดผ่าคลอดอีกสองอาทิตย์ ลูกชายจึงคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย แต่เจ้าตัวเล็กก็ปลอดภัยและแข็งแรงดีแต่ก่อนที่เธอจะหลับไปในมโนภาพ เห็นแต่อคิราห์ร่ำไห้ใจจะขาด ปากก็เอาแต่พร่ำบอกให้คุณหมอช่วยลูกกับเมียให้ได้ …น้ำตาของเขา…เสียงร่ำไห้ของเขายังดังก้องอยู่ในหูและในขณะนี้ปรางปรีญากำลังยืนอยู่ที่ไหนซักแห่ง บนพื้นที่เธอเหยียบรายล้อมไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆปุยสีขาว ดวงหน้างามหันหน้ามองซ้ายมองขวาแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า กับทิวเมฆยาวสุดลูกหูลูกตา ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ผู้คนหายไปไหนกันหมด? ในจังหวะนั้นเองหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นบิดา มารดาและรินรดา กำล
54 ดักทำร้ายดวงตาของแพรขวัญเป็นประกายวาวโรจน์หลังเห็นอคิราห์เดินออกไป และมันก็ทำให้หล่อนได้โอกาสเข้าถึงตัวผู้หญิงคนนั้นเสียทีคราวนี้แหละ อคิราห์จะต้องเจ็บเหมือนที่เคยทำกับหล่อน เขาหักอกผู้หญิงมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จะต้องรับกรรมเสียทีดาราสาวเดินตรงเข้าไปหาร่างที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่งอย่างไม่นึกเกรงกลัว ปรางปรีญาโง่เองที่ไล่ให้อคิราห์กลับไป ปรางปรีญาขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หมายจะเข้าบ้านเพราะฝนกำลังจะลงเม็ด แต่ในขณะนั้นแพรขวัญที่เดินมาถึงพอดี ก้าวเข้ามาขวางหน้าปรางปรีญาเอาไว้ สีหน้าและแววตาวาวโรจน์ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ หล่อนเกลียดปรางปรีญา…เกลียดที่มันกลับมาแย่งอคิราห์ไป“คุณ!” หัวคิ้วของหญิงท้องแก่ย่นเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับรางของดาราสาว ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอแพรขวัญที่นี่“แกยังจำฉันได้ใช่ไหม” แพรขวัญหลุบสายตาลงต่ำ มองไปที่หน้าท้องนูนของปรางปรีญา ทำให้สาวท้องแก่รีบยกมือกุมหน้าท้องเอาไว้ เพราะสายตาของแพรขวัญ ทำให้เธอรู้สึกกลัวและวิตกกังวล“คะ…คุณมาที่นี่ทำไม” ปรางปรีญาก้าวถอยหลังด้วยความกลัว หากไม่ต
53 แล้วพี่จะกลับมา….สักวันคืนนี้ปรางปรีญานอนไม่ค่อยหลับ ยังนึกถึงแต่ภาพที่อคิราห์ตกจากต้นไม้ แต่เธอก็นึกว่าเขาจะลดละความพยายามแล้ว ยังเล่นตามมาหาที่บ้านทุกวัน จนช่วงหลังๆเธอเอาแต่เก็บตัวเงียบ ปิดบ้านปิดช่อง ไม่ออกไปไหนเพราะไม่อยากเจออคิราห์ อีกอย่างช่วงนี้เธอก็ท้องแก่มากแล้ว ทำให้ไปไหนมาไหนลำบากเขาทำร้ายเธอเอาไว้มาก เกินกว่าจะให้อภัย คนอย่างเขาไม่สมควรเป็นพ่อของลูกใครหรอก และลูกคนนี้ก็ไม่ได้เกิดมาจากความตั้งใจของเขา แต่เกิดมาเพราะความรักของเธอ ดังนั้นเธอจะไม่มีวันให้อคิราห์มาพรากลูกไปเด็ดขาดมือเล็กหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอคิราห์จะพยายามทำดีแค่ไหน บางวันก็ซื้อข้าว ซื้อผลไม้ ซื้อของบำรุงสุขภาพมาให้ บางครั้งซื้อผ้าที่กองอยู่หลังบ้านอคิราห์ก็เป็นคนซักให้ แถมยังมาทำความสะอาดบ้านให้เธอแทบทุกวัน แต่ปฏิกิริยาของปรางปรีญาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงทำเหมือนอคิราห์เป็นแค่ธาตุอากาศปรางปรีญากำลังหนังอ่านหนังสืออย่างอารมณ์ดีอยู่ในสวนดอกไม้ อคิราห์ก้าวเข้ามาในสวนแห่งนั้น ตอนนี้ปรเมศพาศรุตากลับกรุงเทพเพื่อเตรียมตัวคลอด เ







