LOGINวันงานแต่งงานในที่สุดงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่อลังการแห่งปีก็จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ด้วยความที่เจ้าบ่าวเร่งรัดอยากแต่งงานใจจะขาดจนเจ้าสาวคนสวยต้องพับโครงการไปเรียนต่อเก็บไว้ก่อน ซึ่งนั่นสร้างความพอใจให้ซัน ผู้เป็นพ่อ และคอปเปอร์ ว่าที่สามีที่จับมือร่วมวางแผนกันสุด ๆภายในห้องแต่งตัว เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์เกล้าผมขึ้นอย่างมีมิติ โชว์ผิวขาวออร่าและเรือนร่างหุ่นดีดูสง่างามจับตา ขณะที่เจ้าบ่าวอยู่ในชุดสูทสากลตัดพอดีตัว หล่อเนี้ยบสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก“แหม... ยิ้มไม่หุบเลยนะไอ้เสือ” อาร์ทีเดินเข้ามาทักลูกชายพร้อมหัวเราะเบา ๆ“ก็ต้องยิ้มสิครับพ่อ ผมรอวันนี้มาหลายปีแล้ว” คอปเปอร์ตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะหันไปมองพ่อของมิเกล“แล้วก็ต้องขอบคุณพ่อด้วยนะครับ ที่ช่วยผมเบรกเรื่องเรียนต่อของเกลไว้”“แน่นอน ฮ่า ๆ”มิเกลหันมาค้อนขวับใส่ทั้งคู่ทันที“เกลยังอยู่นะคะพ่อ! ร้ายกันทั้งพ่อทั้งสามีเลยนะ!”“เอาน่าลูก เพื่อความมั่นคงของครอบครัว” ซันหัวเราะชอบใจสินสอดทองหมั้นในพิธีวันนี้จัดใหญ่ทุ่มหมดหน้าตัก เรียงรายจนแทบจะนับมูลค่าไม่ไหว เพราะทางจีน่าและอาร์ทีทุ่ม
หลังจากกลับมาจากกระบี่ ทั้งคู่ก็ตรงดิ่งมาที่บ้านของมิเกลทันที จุดประสงค์แรกคือมาหาเจ้าแคนดี้กับปีโป้ แมวสองตัวที่แม้อายุจะมากขึ้นตามวัย แต่ก็ยังคงความน่ารักอ้วนทวนเหมือนเดิมทันทีที่คอปเปอร์เดินเข้าบ้าน เจ้าสองตัวก็วิ่งกรูเข้ามาถูไถขา ทั้งเจ้าแคนดี้ปีโป้ต่างก็ส่งเสียงร้องทักทายอย่างจำได้ คอปเปอร์รีบย่อตัวลงไปรวบพวกมันเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขน“คิดถึงจังเลยลูก... จำป๊ะป๊าได้ไหมเนี่ยพวกมึง” คอปเปอร์ลูบหัวพวกลูก ๆ ด้วยรอยยิ้มกว้าง“เหมียว~” สองแมวร้องประสานเสียงตอบทันควันมิเกลยืนมองภาพนั้นแล้วอมยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ“นึกว่าจะลืมไอ้เจ้าสองตัวนี้ไปซะแล้ว”“ไม่มีทางลืมหรอก นี่ลูกฉันนะ” คอปเปอร์หันมาส่งยิ้มพราว“เหอะ!” มิเกลทำหน้ายุ่ง มองเจ้าแคนดี้กับปีโป้ด้วยความหมั่นไส้“หายไปสามปี วิดีโอคอลหาทุกวัน พอกลับมาถึงยังเมินมี้อีก ไปดีใจออกนอกหน้ากับพ่อมันนู่น น่างอนจริง ๆ”คอปเปอร์หัวเราะชอบใจกับอาการนอยด์ของคนตรงหน้า“เอาน่า... งั้นขากลับคอนโด หอบพวกมันกลับไปเลี้ยงที่ห้องเราด้วยเลยดีกว่า ป่ะ เด็ก ๆ ย้ายกลับห้องเรากัน”มิเกลได้แต่มองและยิ้มให้ เชื่อแล้วว่าเขาคิดถึงเจ้าสองตัวนี้จริง ๆ และพวก
มิเกลถูกคอปเปอร์จูงมือเดินเข้ามาในศาลา ทันทีที่นั่งลง ซันและกรีน พ่อกับแม่ของมิเกลก็ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้“ไม่ต้องทำหน้าสงสัยขนาดนั้นหรอก”อาร์ทีเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนด้วยรอยยิ้ม“เอาละครับ คุณซัน คุณกรีน... ที่พวกเรานัดกันมาวันนี้ ผมอยากจะมาเอ่ยปากสู่ขอหนูมิเกลให้กับเจ้าคอปเปอร์มันอย่างเป็นทางการนะ เรื่องในอดีตที่ผ่านมา ผมต้องขอโทษแทนลูกชายด้วย แต่ต่อจากนี้ ผมและภรรยากล้ารับประกันด้วยหัวอกคนเป็นพ่อแม่เลยว่า เจ้าคอปเปอร์มันจะเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว และพร้อมจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ที่สุดกับหนูมิเกลแน่นอน”ซันฟังแล้วก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เรื่องที่เลิกรากันไปเมื่อสามปีก่อน เขากับภรรยาไม่อยากซักไซ้เจาะลึกอีก เพราะเห็นแล้วว่าลูกสาวทนทรมานมามากแค่ไหน“ผมสัญญาครับพ่อกับแม่ ผมรักมิเกล” คอปเปอร์รีบพูดต่อ“ถ้านายสัญญาได้แบบนั้น พ่อกับแม่ก็สบายใจแล้วละ” ซันถอนหายใจยาวก่อนจะส่งยิ้ม และจับมือกับภรรยาและลูกสาวไว้แน่น“พ่อรักยัยเกลมาก ไม่อยากเห็นลูกต้องแอบไปร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว ตลอดสามปีที่หนูหนีไปเรียนต่อเมืองนอก ไม่ยอมกลับบ้านเลยรู้ไหมว่าพ่อกับแม่คิดถึงมากแค่ไหน พ่อไม่อยากบังคับหรอกนะ แต่ถ้
ณ กระบี่มิเกลเดินทางมาถึงเกาะส่วนตัวที่กระบี่เพื่อใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ บรรยากาศรอบเกาะยังคงสวยงามสงบเหมือนเดิม สร้อยข้อมือเปลือกหอยในความทรงจำ ก็ยังติดตัวเธออยู่ตลอดเวลาและมากกว่าสามปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่ ทุกคนที่เกาะต่างยิ้มแย้มเดินเข้ามาทักทายเธอด้วยความคิดถึง“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะคุณมิเกล สวยขึ้นเยอะเลยค่ะ” พี่แม่บ้านเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณค่ะพี่ คิดถึงทุกคนเหมือนกันค่ะ” มิเกลยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง“ช่วงบ่ายเกลว่าจะออกไปดำน้ำดูปะการังหน่อยนะคะ จัดเตรียมเรือไว้ให้เกลหรือยังเอ่ย”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณมิเกล เรือจอดรออยู่ที่ท่าแล้วค่ะ ไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ มาเหนื่อย ๆ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”ช่วงบ่ายมิเกลเดินลงไปขึ้นเรือ แต่ทันทีที่ก้าวขึ้นไป เธอก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เพราะบนเรือลำใหญ่กลับมีคนขับเรืออยู่เพียงแค่คนเดียว ไร้เงาของแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงคอยดูแลเหมือนทุกครั้ง ถึงจะรู้ว่าที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวและไม่มีอันตรายอะไร แต่เธอก็ไม่ได้อยากอยู่สองต่อสองกับคนขับเรือกลางทะเลแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะไม่อยากเรื่องมากเรือขับออกไปได้สักพักจนมาหยุดอยู่ตรงกลางทะเลกว้าง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คอปเปอร์ทุ่มเททำงานหนักจนแทบไม่ได้พักผ่อน ทั้งช่วยบริหารบริษัทของพ่อ และดูแลสนามแข่งรถของตัวเองเต็มรูปแบบ เขาใช้ชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวันก็เพราะความคิดถึงที่มีต่อมิเกล และหวังว่าสักวันจะได้อธิบายทุกอย่างให้เธอเข้าใจจนกระทั่งวันนี้ เขาตัดสินใจกลับมาที่คอนโด... ห้องที่เขาไม่ได้กลับมาเหยียบเลยเป็นปี ๆแต่แล้วเมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง เขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างบางคุ้นตาที่กำลังเสียบคีย์การ์ดเตรียมเปิดประตูห้องตัวเองอยู่“มิเกล...” คอปเปอร์เอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบามิเกลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบแตะคีย์การ์ดเพื่อหลบเข้าห้องทันที แต่คอปเปอร์ไวพอที่จะคว้าข้อมือเธอไว้ได้ก่อน แล้วถือวิสาสะดันตัวแทรกเข้าไปในห้องของเธอ“ทำบ้าอะไรเนี่ย ออกไปนะ!” มิเกลชักมือกลับ ดึงสีหน้าตึงใส่ทันที“มิเกล...”“เข้ามาทำไม มีอะไรหรือเปล่า”“ฉัน... ฉันแค่อยากอธิบาย” คอปเปอร์มองหน้าเธอด้วยสายตาโหยหา“ออกไป”“ขอร้องล่ะมิเกล ฟังฉันหน่อยได้ไหม เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น...”“มันไม่มีอะไรต้องอธิบายทั้งนั้นแหละ เรื่องของเรามันจบไปสามปีแล้ว... และตอนนี้ฉันก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ไปนานแล้วด้วย” มิเกลเค้นยิ้มมุมปาก
3 ปีผ่านไป...หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ไทย มิเกลตัดสินใจทิ้งทุกความทรงจำอันแสนเจ็บปวดไว้ข้างหลัง แล้วบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศทันทีตลอดสามปีที่ผ่านมา ชีวิตเธอมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เธอไม่ได้กลับมาเมืองไทยอีกเลย มิเกลทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเรียนเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมีเวลาว่างไปคิดถึงใคร โซเชียลมีเดียแทบไม่ได้เปิดเล่น ช่องทางติดต่อของคอปเปอร์ถูกบล็อกสนิทชีวิตแต่ละวันของเธอก็ดำเนินต่อไป แม้จะมีคนเข้ามาและคอยตามขายขนมจีบมากมาย แต่เธอก็ไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยแม้แต่คนเดียว เพราะลึก ๆ ในใจ... ภาพของเขายังคงชัดเจนและกัดกินหัวใจเธออยู่ทุกวันวันนี้มิเกลบินกลับมาไทยเพื่อมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนรักทั้งสองคน งานแรกคืองานของวันใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป และวันนี้คืองานแต่งของมินนี่ มิเกลอยู่ในชุดเดรสยาวสีหวาน รวบผมเปิดโชว์ลำคอระหง ดูสวยสะพรั่งและสง่างามจนทุกคนในงานต้องหันมองเธอก้าวเข้ามาในงานด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะรู้ดีอยู่เต็มอกว่างานนี้... เธอต้องได้เจอเขาแน่นอน แต่เธอก็พยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและนิ่งที่สุด“ยัยเกล! ทางนี้!” มินนี่ในชุดเจ้าสาวแสนสวยตะโ
เวลาต่อมา“ฮือ ๆ ๆ ทำไมเราต้องไปรู้จัก กับไอ้ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นด้วย ฮึก ๆ” คนที่บอกว่าจะไม่เสียใจกับผู้ชายแบบนั้น ตอนนี้กลับร้องไห้ขี้มูกโป่ง“หยุดร้องได้แล้ว” ยังไม่ทันที่จะสิ้นคำชม เขาก็ต้องส่ายให้เธอหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจแหละว่าคงเสียใจอยู่“เราโกรธเราแค้น เราเสียดายเวลา 1 ปี ที่หลวมตัวไปคบกับมัน แ
เมื่อได้ยินถ้อยทำที่ไม่เข้าหู ทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดกับเธอก่อน ก็ทำเอาคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างเธอ มีอารมณ์เดือดดาลมากพอที่จะต่อว่าเขา“แล้วมีใครที่เลวไปกว่านายไหมล่ะต้าร์ นายนอกใจเราเลยนะเว้ย เราทุ่มเทกับนายมากแค่ไหนนายก็รู้ เราเสียใจ เราผิดหวัง ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองด้วยซ้ำ เราอุตส่า
“อืม นั่งรออยู่ตรงนี้ ใกล้ถึงเวลาแข่ง เธอก็คงเจอมันเอง” พูดจบเขาก็กำลังจะเดินออกจากห้องไป“เดี๋ยวก่อนสิอาร์ที แล้วนั่นนายจะไปไหน”“ออกไปข้างนอกไง ให้เธออยู่ตรงนี้เป็นส่วนตัวดี ไว้เดี๋ยวมันมา แล้วมองเห็นเธอก็ค่อยเดินออกไปก็แล้วกัน”“แต่...”“อะไร”“เราไม่มีเพื่อน ก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่นะ”“จะมีเพื่อนไป
ณ บ้านศรัญภาคธ์หลังจากที่นัดกันแล้วเรียบร้อย จีน่าก็ขอให้เขาเป็นคนมารับเธอที่บ้าน เพราะว่าจะแอบพ่อแม่ออกไปตอนกลางคืน เนื่องด้วยที่บ้านเธอยังไม่เปิดรับ เรื่องที่ให้ลูกสาวออกไปเที่ยวตอนกลางคืนเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ละครั้งที่ออกไปหาเขาได้ ก็เพราะเป็นช่วงเวลาที่พ่อกับแม่เธอไม่อยู่บ้าน แต่เสียดายวันนี







