LOGIN
‘คนบางคน... เป็นเหมือนฤดูร้อนที่แสนสดใส แต่พัดผ่านเข้ามาเพียงชั่วคราวแล้วทิ้งพายุเอาไว้ในใจเราตลอดกาล’
เสียงจอแจของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บ่งบอกถึงช่วงเวลาพักเที่ยง แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างห้องเรียนกระทบกับร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังหัวเราะร่วนจนตาหยีเป็นสระอิ เธอเป็นเหมือนศูนย์กลางความสดใสของห้อง เปล่งประกายเสียจนคนที่นั่งฟุบหน้าอยู่หลังห้องยังต้องลืมตาขึ้นมามอง
“ไทม์! มัวแต่นอนอยู่นั่นแหละ มาดูนี่สิ เน่พับดาวกระดาษได้แล้วนะ!”
‘เนเน่’ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามายืนตรงหน้าโต๊ะเรียนของเขา ในมือเล็กๆ ชูดาวกระดาษสีชมพูเบี้ยวๆ ขึ้นมาอวดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจสุดขีด ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยับ แก้มป่องๆ ขึ้นสีระเรื่อเพราะความร้อนของอากาศ
‘ไทม์’ เจ้าของชื่อค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง เขาปรายตาคมกริบมองดาวกระดาษหน้าตาประหลาดในมือเธอด้วยใบหน้าเรียบตึง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้
“เบี้ยว” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยวิจารณ์สั้นๆ สไตล์คนพูดน้อย
“อ๊ะ! นี่เน่ตั้งใจพับตั้งนานเลยนะ!” คนโดนขัดใจเริ่มหน้างอ แก้มป่องๆ นั้นพองลมขึ้นทันที “ไทม์ไม่เคยจะชมเน่เลย คอยดูนะ เน่จะเอาไปให้คนอื่นดู จะไม่ให้ไทม์จับดาวของเน่ด้วย!”
เธอทำท่าจะหันหลังสะบัดหน้าหนี แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขา มือหนาของเด็กหนุ่มก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กอย่างรวดเร็ว ไทม์ดึงร่างบางให้เซกลับมายืนที่เดิม ก่อนจะแย่งดาวกระดาษเบี้ยวๆ ในมือเธอมาถือไว้เองหน้าตาเฉย
“ใครบอกให้เอาไปให้คนอื่น” เขาพูดด้วยใบหน้าติดจะรำคาญ แต่กลับหยิบหนังสือเล่มหนาของตัวเองขึ้นมา แล้วสอดดาวกระดาษสีชมพูนั้นคั่นหน้ากระดาษไว้อย่างเบามือ “ของฉัน”
“ก็เมื่อกี้ไทม์บ่นว่ามันเบี้ยวนี่นา” เนเน่เถียง แต่รอยยิ้มกว้างกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง
“เบี้ยวก็คือเบี้ยว ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ” ไทม์ตอบแค่นั้นก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้งเพื่อตัดรำคาญ แต่คนที่รู้จักเขานานที่สุดอย่างเนเน่เห็นชัดเจน... ว่าใบหูของคนขี้เก๊กมันกำลังขึ้นสีแดงจัด
ตอนนั้นทุกอย่างมันดีไปหมด
ดีจนเนเน่เคยคิดว่า... รอยยิ้มของเธอ จะมีผู้ชายที่ชื่อไทม์คอยมองและคอยเก็บรักษามันไว้แบบนี้ตลอดไป
...แต่เธอคิดผิด
ปัจจุบัน
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสีงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ทโฟนดึงสติของคนที่กำลังจมอยู่ในความฝันให้ตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง เนเน่ลืมตาขึ้นช้าๆ เพดานห้องพักสีขาวว่างเปล่าคือสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา ไม่ใช่ห้องเรียนมัธยมปลาย และ... ไม่ใช่ช่วงเวลาที่มีเขาอยู่เคียงข้างอีกต่อไป
หญิงสาวหยัดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อไล่ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกที่มักจะเกิดขึ้นเสมอเวลาที่เผลอฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ
สามปีแล้ว...
สามปีนับตั้งแต่วันที่กริ่งสัญญาณหมดเวลาสอบปลายภาค ม.6 ดังขึ้น พร้อมๆ กับความสัมพันธ์ของพวกเขาที่พังทลายลงแบบไม่มีชิ้นดี ไม่มีคำบอกลาที่ชัดเจน มีเพียงความไม่เข้าใจ คำพูดประชดประชัน และการเดินหันหลังให้กันโดยที่ไม่มีใครยอมลดทิฐิลง
เนเน่พาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ ภาพสะท้อนที่เห็นคือนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปี 4 ที่มีใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาที่เคยสดใสเหมือนมีดวงดาวซ่อนอยู่ บัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเย็นชา รอยยิ้มกว้างที่เคยส่งให้คนรอบข้าง ถูกฉาบปิดทับด้วยกำแพงแห่งความระแวดระวัง
ไม่มีอีกแล้ว ‘เนเน่’ เด็กสาวผู้ร่าเริงคนนั้น
การเลิกรากับไทม์ได้พรากความสดใสของเธอไปจนหมดสิ้น และเธอสาบานกับตัวเองมาตลอดสามปีว่าจะไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามาเหยียบย่ำความรู้สึกซ้ำรอยเดิมอีก โดยเฉพาะ... ผู้ชายใจร้ายคนนั้น
ครืด... ครืด...
เสียงโทรศัพท์สั่นเตือนข้อความเข้า เนเน่หยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่มไลน์คณะ
Group: แก๊งสถาปัตย์ (ไข่มุก คิว เตยหอม)
[ไข่มุก] : เปิดเทอมวันแรก ห้ามสายนะทุกคน
[เตยหอม] : ไม่สายแน่นอน ได้ยินว่าเทอมนี้มีโปรเจคร่วมกับคณะวิศวะด้วยนิ จะรีบไปทันทีเลยจ้าา
[คิว] : ฮ่า ฮ่า คิวมีเพื่อนที่คณะวิศวะนะ แนะนำให้สักคนเอาไหมคนสวย
[เตยหอม] : หล่อไหม ถ้าหล่อก็เอา คริคริ
[ไข่มุก] : ไอ้เน่เงียบเลยอ่า ยังไม่ตื่นเหรอ?
[ไข่มุก] : ตื่นแล้ว เจอกันที่คณะ
เนเน่ถอนหายใจเบาๆ เพราะสิ่งที่กำลังจะเจอคือสิ่งที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด 3ปี
เนเน่ (นักศึกษาสถาปัตย์ ปี 4): จากสาวน้อยที่เคยสดใส กลายเป็นคนมีกำแพงสูงลิ่ว ดื้อรั้น และปิดตายหัวใจตัวเอง เธอไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครหน้าไหนเข้ามาจีบ เพราะลึกๆ ยังฝังใจกับแผลเก่าและปมที่ค้างคา
ไทม์ (นักศึกษาวิศวะ ปี 4): ภายนอกดูเหมือนคนมูฟออนได้สบายๆ เขาคุยกับผู้หญิงมากหน้าหลายตา แวะเวียนมาแล้วก็ไป แต่ในความเป็นจริง... ไทม์ไม่เคยตกลงคบใครเป็นแฟนเลยตั้งแต่เลิกกับเนเน่ ที่สำคัญคือ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาแอบใช้สายตาคมๆ คอยเฝ้ามองและกันซีนผู้ชายทุกคนที่เข้าหาเธออยู่เงียบๆ
รอเพียงไม่นาน อาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามาในห้อง และเริ่มอธิบายโครงสร้างการเรียนการสอนของเทอมนี้"เทอมนี้เราจะเจอกันวันจันทร์ อังคาร และวันศุกร์นะครับ โดยทุกวันจันทร์กับอังคาร เราจะเรียนกันที่คณะสถาปัตย์ฯ ส่วนวันศุกร์จะย้ายไปเรียนที่คณะวิศวะ เผื่อมีคลาสเวิร์กชอปจะได้ลงมือทำกันได้เลย อ้อ... แล้วเทอมนี้มีโปรเจกต์คู่บัดดี้ข้ามคณะด้วย รายชื่อจะประกาศไม่เกินวันศุกร์นี้ ส่วนจะติดประกาศที่ไหน เดี๋ยวอาจารย์จะแจ้งให้ทราบในกลุ่มอีกทีครับ"หลังจากชี้แจงเสร็จ อาจารย์ก็เริ่มสอนยาวไปจนถึงเที่ยงตรงก่อนจะปล่อยคลาส เมื่อเก็บของลงกระเป๋าเรียบร้อย ไข่มุกกับเตยหอมก็รีบเดินตรงไปหาเนเน่ทันที"จะไปกินข้าวกันเหรอสาวๆ" เจฟเอ่ยทักขึ้น"ใช่จ้าสุดหล่อ ไปด้วยกันไหมล่ะ?" เตยหอมตอบกลับอย่างอารมณ์ดีตามประสาเพื่อนร่วมคลาสจังหวะนั้น ไวท์ก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนา "จะไปกินอะไรกันเหรอ เราขอไปด้วยคนได้ปะ" พูดจบก็ส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้เนเน่ทันที"แหม จะไปเลี้ยงพวกเราเหรอ ฮ่าๆ" ไข่มุกแกล้งแซว"ถ้าเลี้ยงน้องดาวคณะคนสวยน่ะ... เลี้ยงได้อยู่แล้ว" ไวท์ตอบรับพลางจ้องหน้าเนเน่อย่างมีความหมายเนเน่ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ เธอกำลังรักษาระ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ บรรยากาศทั่วทุกมุมของมหาวิทยาลัยกลับมาคึกคักพลุกพล่านอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณลานกว้างของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์"กูเพิ่งรู้ว่าคณะนี้มีแต่สาวๆ งานดีทั้งนั้นเลยว่ะ" ไบร์ท หนึ่งในแก๊งหนุ่มวิศวะเอ่ยขึ้น ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ"มึงดูนั่นดิ ใช่น้องปีหนึ่งปะ แม่ง... อย่างแจ่ม" มาวินที่เดินตามมาติดๆ พยักพเยิดหน้าให้เพื่อนดูด้วยความตื่นเต้น"ดีนะที่เทอมนี้เราต้องมาเรียนที่นี่บ่อยๆ" ไบร์ทหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับราวกับเจอเหยื่อที่ถูกใจ"มึงน่ะอาจจะอยากมา..." มาวินพูดแทรกขึ้น พลางเหล่ตามองคนด้านหลัง "แต่ช่วยดูเพื่อนมึงก่อนดิ มันอาจจะไม่อยากมาก็ได้"สิ้นประโยคของมาวิน ทั้งสองคนก็พร้อมใจกันหันขวับไปมอง 'ไทม์' ที่เดินรั้งท้าย ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจบทสนทนาของเพื่อนเลยสักนิด เอาแต่ก้มหน้าจ้องหน้าจอสมาร์ตโฟนในมือมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าคณะแล้ว"เฮ้ย! ไอ้ไทม์ มึงทำห่าไรเนี่ย ก้มดูแต่มือถืออยู่นั่นแหละ" ไบร์ททักท้วงขึ้นทันที"ก็ทักหาไอ้คิวไง กำลังถามว่ามันอยู่ไหน" ไทม์ตอบเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง"กูก็นึกว่ามึงคุยกับสาวท
‘คนบางคน... เป็นเหมือนฤดูร้อนที่แสนสดใส แต่พัดผ่านเข้ามาเพียงชั่วคราวแล้วทิ้งพายุเอาไว้ในใจเราตลอดกาล’เสียงจอแจของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บ่งบอกถึงช่วงเวลาพักเที่ยง แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างห้องเรียนกระทบกับร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังหัวเราะร่วนจนตาหยีเป็นสระอิ เธอเป็นเหมือนศูนย์กลางความสดใสของห้อง เปล่งประกายเสียจนคนที่นั่งฟุบหน้าอยู่หลังห้องยังต้องลืมตาขึ้นมามอง“ไทม์! มัวแต่นอนอยู่นั่นแหละ มาดูนี่สิ เน่พับดาวกระดาษได้แล้วนะ!”‘เนเน่’ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามายืนตรงหน้าโต๊ะเรียนของเขา ในมือเล็กๆ ชูดาวกระดาษสีชมพูเบี้ยวๆ ขึ้นมาอวดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจสุดขีด ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยับ แก้มป่องๆ ขึ้นสีระเรื่อเพราะความร้อนของอากาศ‘ไทม์’ เจ้าของชื่อค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง เขาปรายตาคมกริบมองดาวกระดาษหน้าตาประหลาดในมือเธอด้วยใบหน้าเรียบตึง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้“เบี้ยว” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยวิจารณ์สั้นๆ สไตล์คนพูดน้อย“อ๊ะ! นี่เน่ตั้งใจพับตั้งนานเลยนะ!” คนโดนขัดใจเริ่มหน้างอ แก้มป่องๆ นั้นพองลมขึ้นทันที “ไทม์ไม่เคยจะชมเน่เลย คอยดูนะ เน่จะเอาไ







