Se connecter9ตอนจบวันนี้ช่อลดามีความกังวลน้อยลงเพราะตัวเองอยู่ในจุดที่เรียกว่าสบายใจ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเท่าเข่า เธออยู่ในชุดเดรสสีขาวลูกไม้ ในมือของเขามีสัมภาระกระเป๋าต่างๆ มากมาย ส่วนเธอเองก็มีติดมือเพียงเล็กน้อยคือกระเป๋าสะพายส่วนตัวและมือด้านขวาที่กำลังพยุงพ่อให้เดินอย่างมั่นคงวันนี้เป็นวันดี… พ่อกำลังจะออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่นอนรักษาตัวอยู่นานสองนาน คนที่ช่อลดารักที่สุดกลับมาร่างกายแข็งแรงได้เธอก็ดีใจ และที่ดีใจไปกว่านั้นคือตั้งแต่นั้นมาเขาทำตัวดีขึ้นตามลำดับ เธอไม่นึกว่าเขาจะกลับตัวกับใจได้ และเขาบอกเธอว่าวันนี้เขามีอะไรจะให้ และทิ้งท้ายไว้ว่าเป็นของที่เขาตั้งใจจะให้มานานแล้วตั้งแต่เจอเธอครั้งแรกซึ่งจนถึงตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรภูวศินยิ้มมองตาเธอ สายตาบ่งบอกว่ากำลังชื่นชมและหลงใหล แต่ก็เงียบกริบไม่มีสิ่งใดลอดออกมาจากปากชมพูเข้มนั้นซักประโยคเขาขับรถออกไปจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่พ่อเธอเข้ารับการรักษา ระหว่างทางชวนคุณพ่อของเธอคุยอย่างคนคุ้นเคยกันมานาน ตอนนี้ช่อลดาเริ่มงงกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อกับภูวศิน สนิทสนมกันตอนไหนเธอก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้รถกำ
หลังจากกลับมาจากบ้านที่ถูกไฟไหม้ ช่อลดาเตรียมอาบน้ำยืนอยู่หน้ากระจก แกะพลาสเตอร์ปิดแผลที่หน้าผากออกแล้วก็ต้องคิ้วขมวด หญิงสาวใช้มือลูบจุดที่โดนกระแทกขอบอ่างล้างหน้า แปลกใจที่ไม่พบรอยแตกของแผลอย่างที่เขาบอก พบแค่ความบวมเล็กน้อยที่ยุบลงแล้วเท่านั้นไหนว่าหัวแตกแล้วให้พยาบาลเข้ามาทำแผล มือบางอมชมพูนำแผ่นสำลีทิ้งในถังขยะพร้อมกับคิดว่าในใจเขาต้องมีอะไรแอบแฝง และก็ต้องตกใจว่าที่ตรวจครรภ์ครั้งล่าสุดที่ตรวจมันหายไปไหน ความรู้สึกตื่นกลัวว่าเขาจะรู้ความจริงแล้วพรากลูกไปจากเธอพุ่งพล่านไปทั่วร่าง พักหลังๆ นี้เขาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยซักครั้งแม้กระทั่งจูบ อาจจะเบื่อแล้วก็คงเป็นไปได้ แต่สินธุกลับบอกว่าแม้กระทั่งเด็กฝึกงานเขาก็ไม่แตะ ระหว่างอาบน้ำก็เกิดคำถามมากมายในใจแต่ท้ายสุดแล้วก็ยังถืออคติไม่ยอมไถ่ถามอะไรพออาบน้ำเสร็จเธอก็เข้ามาในห้องนอเพื่อแต่งตัวน ส่วนเขาเองนั่งเขี่ยไอแพตในมือเรื่อยเปื่อย หางตาของภูวศินปรายมองเธอขณะใช้ไดร์เป่าผม แผ่นหลังเล็กที่ห่อด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวเซ็กซี่ไม่น้อยเลยแต่เขาต้องหยุดคิดไว้แค่นั้นร่างสะโอดสะองสาละวนอยู่กับเส้นผม สุดท้ายเมื่อผมแห้งก็ยืนขึ้นหน้ากระจก ทาครีมเ
8อคติไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น“โอ๊ย!!” เสียงร้องดังขึ้นมาจากในห้องน้ำ ภูวศินรีบวางถ้วยลงบนเคาน์เตอร์แต่ไม่วายล้มแล้วน้ำมาม่าลวกมือ เขาใช้มือนั้นปัดกับเสื้อลวกๆ ในหัวคิดถึงคำว่าลูก เพราะเมื่อกี้เขาได้ยินขวดแชมพูหรือขวดอะไรซักอย่างหล่นลงกับพื้นเขาพังประตูเข้าไปก็พบว่าช่อลดานั่งพิงผนังอยู่ หัวใจหล่นไปกองกับพื้นด้วยความที่ทำอะไรไม่ถูกแต่พอตั้งสติได้ก็รีบอุ้มเธอมานอนบนเตียงด้วยมือสองข้างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พยายามมองบริเวณช่วงล่างว่ามีเลือดซึมผ้าออกมาหรือเปล่า“ช่อ” เขาตบหน้าเธอเบาๆ “ช่อมองหน้าพี่เร็ว” เสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพราะเธออยู่ในสภาวะสะลึมสะเลอ “ช่อ…ตื่นช่อ”ช่อลดาพยายามลืมตาขึ้นมา “ช่อมึนหัวมากเลยค่ะ”“เมื่อกี้ช่อเป็นลมในห้องน้ำ” มือน้อยๆ ลากไปเกาะกุมช่องท้องอัตโนมัติ พอรู้สึกถึงอาการเต้นตุบๆ อยู่ในนั้นเธอก็เบาใจ“เรียกพยาบาลไหมช่อ” น้ำเสียงร้อนรนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะเจ้าตัวอ่อนน้อยๆ ที่อยู่ในท้องของเธอ“ไม่เป็นไรค่ะคุณภู นอนพักซักแป๊ปเดี๋ยวก็หาย สงสัย…” เธอเว้นไว้แค่นั้นสงสัยแพ้ท้องพอคิดไม่ทันขาดประโยคเธอก็พะอืดพะอมเหมือนจะอ๊วก ช่อลดาลุกขึ้นนั่งแล้วโก่งคออ๊วกอ
ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงเที่ยงเขายุ่งอยู่กับการตามหมอประจำบ้านมาพูดคุยเพื่อฟังคำแนะนำเบื้องต้นที่บริษัท จดทุกอย่างที่สำคัญลงสมุดบันทึก ยกตัวอย่างเช่นของที่กินได้และห้ามกิน และจัดแจงในสิ่งที่เขาต้องทำรวมถึงหาข้อมูลการดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์เบื้องต้นอาหารการกินของคนท้องในระยะแรกสำคัญที่สุด เขาจึงต้องอาศัยครัวของที่บ้านอาม่า แม่ครัวที่นั่นเป็นถึงเชฟภัตาคารอาหารจีน การที่จะให้ทำอาหารบำรุงเลือดและบำรุงครรภ์มาส่งที่โรงพยาบาลจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ไม่ยาก สิ่งที่ยากคือเธอจะกินมันรึเปล่าเท่านั้นเลยจริงๆสินธุเอาแฟ้มเอกสารสรุปยอดขายเข้ามาวางในห้อง เขาอมยิ้มเล็กน้อยให้กับหนุ่มที่เพิ่งผ่านวัยรุ่นมาไม่นานนัก รู้สึกว่าเจ้านายวัยสามสิบของเขาตื่นเต้นกับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเอามากๆ เพราะตั้งแต่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นท้อง เช้ามาก็เรียกใครก็ไม่รู้มาจัดแจงเรื่องต่างๆ อย่างมุ่งมั่น ไม่แตะงานบริษัทเลยซักอย่างเดียว ซึ่งหน้าที่ที่สินธุพอแบ่งเบาได้เขาได้แบ่งเบาไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็มีแต่เอกสารสำคัญที่ต้องอนุมัติ“ยุ่งหน่อยนะครับคุณพ่อมือใหม่”ภุวศินมีสีหน้ายินดีกับคำนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักใจและกังว
7ผมไม่เคยรู้เพราะเธอไม่เคยบอกภูวศินเตรียมตัวโกนหนวดในรอบสับปดาห์เพราะใช้มือลูบแล้วเริ่มสากมือ เขาหยิบมีดโกนหนวดขึ้นมาแล้วแกะใบมีดใหม่ออกจากกล่องหมาดๆ ขณะทิ้งลงถังขยะเขากลับพบแท่งปริศนาอะไรบางอย่างอยู่ในถังขยะ พอภูวศินหยิบขึ้นมาเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันคืออะไรแล้วทำไมต้องมาอยู่ในห้องน้ำด้วย มันคล้ายๆ ปรอทวัดไข้ที่นางพยาบาลใช้ตรวจอาการคนป่วย คิ้วเข้มขมวดเข้าด้วยกันแทบเป็นเงื่อนตายใช่อย่างที่เขาคิดไหมคนเดียวที่เขานึกถึงคือสินธุ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ไว้ใจเลขาใหม่คนนี้มากเป็นพิเศษ อาจจะเพราะสินธุทำงานให้เขาแบบรู้ใจเขาไปซะทุกเรื่องก็ว่าได้PHOO : สินธุภูวศินใช้แอพพลิเคชั่นสีเขียวติดต่อไปยังสินธุSINTHU : ครับเจ้านายPHOO : สินธุช่วยบอกผมหน่อยว่าอันนี้มันเอาไว้ทำอะไรหลังจากที่เขาส่งรูปที่เขาถ่ายในมือไปยังเลขาคนสนิท สินธุยิ้มปริ่มในใจก่อนจะตอบกลับSINTHU : ยินดีด้วยนะครับเจ้านายPHOO : สินธุหมายความว่าไง ผมงงที่ทำไมคุณต้องยินดีกับผม ยินดีเรื่องอะไรSINTHU : อันนี้เป็นที่ตรวจครรภ์ครับ ขึ้นสองขีดแสดงว่าท้องความรู้สึกของเขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าพรุ่งนี้จะถามเธอให้รู้เรื
เย็นวันนี้ภูวศินพาช่อลดาไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟจากเรือสินค้าเป็นที่ตื่นตาสำหรับเธอ เป็นเพราะว่าเธอไม่ค่อยจะได้เห็นลุ่มน้ำเจ้าพระยาในมุมนี้เท่าไหร่นัก โค้งแม่น้ำยาวสุดลูกหูลูกตา เธอมองมันด้วยสายตาหลงใหลจากตึกร้านอาหารที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ติดแม่น้ำ“ชอบหรอ”เธอไม่พูด แต่การที่สายตาสอดส่องไปยังรายละเอียดต่างๆ ด้วยความพอใจคือคำตอบ ภาพเบื้องหน้าเป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในช่วงเวลากลางวัน มองดูตื่นเต้นราวกับเด็กๆ เจอของถูกใจจนไม่ละสายตาภูวศินยิ้มในใจเล็กน้อย ตักแซลมอนย่างเกลือใส่ในจานหนึ่งชิ้น แล้วกินอาหารในจานตัวเองโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อสำรวจบรรยากาศรับลมเป็นที่จุใจแล้ว ช่อลดาหยิบช้อนและส้อมเพื่อตักอาหาร เธอนิ่งมองแซลมอนชิ้นใหญ่ในจาน เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาคาดไม่ถึง“อร่อยนะ ลองชิม”เขาพูดแค่นั้นแล้วจัดการอาหารในจานตัวเองต่อราวกับว่ามันไม่สลักสำคัญอะไรสำหรับเขาอันที่จริงมันอาจจะแค่ฟลุ๊ค-แจ็กพอตแตกก็ได้ที่เขาตักแซลมอนชิ้นนี้ให้เธอ บางทีเขาลืมไปแล้วก็ได้ว่าเป็นเมนูที่เธอชอบกินมันมากๆภูวศินสังเกตสายตาคาดไม่ถึงที่เธอมองปลาแซลมอนย่างเกลือ ความพึงพอใจเผยให้เห็นภายใต้กา







