เข้าสู่ระบบเช้ามาวันนี้หนาวกว่าทุกวัน ช่อลดาพยายามขดตัวงอซุกใต้ผ้าห่มเพราะยังไม่อยากตื่น แต่แล้วก็ต้องลืมตาโพลงเมื่อภาพเบื้องหน้าเป็นแผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ไม่ใช่หมอนนุ่มนิ่มอย่างในห้องนอนที่คุ้นเคย
ใคร!?
เธอเงยหน้าขึ้นทันที แทบขาดออกซิเจนเพราะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าก็รู้ว่าใคร
ฉิบหาย… พี่ภู
พอได้ขยับตัวยันลุกขึ้นนั่งก็เจ็บกลางกาย เจ็บแสบจนต้องนิ่วหน้า มองไอ้คนก่อปัญหาอย่างคับแค้นใจ
“ไอ้เลว!!”
ช่อลดาทุบเข้าที่อก หัวไหล่ สันคาง ทุกที่ที่สามารถทุบตีลงไปได้เธอทุบหมด อย่างนั้นแหละภูวศินจึงรู้สึกตัวตื่น ยันตันขึ้นอย่างงัวเงีย แต่ก็ต้องตาสว่างเพราะโดนเข้ากับเท้านุ่มนิ่มที่ถีบเขาตกเตียงดังโครม ภูวศินจับเอวอย่างเจ็บสาหัสก่อนจะลุกขึ้นยืน โดยไม่รู้ตัวว่า…
“กรี๊ดดดดด!!! ไปใส่เสื้อผ้าเลยนะ ไป!!”
ภูวศินหัวเราะในลำคอ บอกไว้เลยว่าไม่ทำตามที่สั่งหรอกนะช่อลดา เขาปีนขึ้นเตียง ดึงเธอเข้ามากอดจนร่างอรชรหายใจแทบไม่ออก
“ทำไมเมื่อคืนไม่เหมือนตอนนี้เลยล่ะช่อ”
“เหมือน?? เหมือนอะไรยังไงคะ”
“เมื่อคืนเรียกพี่ภูทั้งคืน ช่อจำไม่ได้หรอ” ภูวศินเว้นช่วงให้เธอได้ระลึกถึงเรื่องเมื่อคืน พอแก้มใสเห่อแดงเขาก็ไม่วายกระซิบข้างหู “ขอลึกๆ …ลึกอีกหน่อยนะคะพี่ภู”
“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!!”
เพี๊ยะ!!!
ใบหน้าขาวถูกทาบด้วยนิ้วทั้งห้าจนชา จากนั้นไม่ถึงนาทีก็เป็นรอยแดง รอยนิ้วครบทุกนิ้วปรากฏหราบนแก้มขาวฝาด
ห้องทั้งห้องตลบอบอวลไปด้วยความอึดอัดเมื่อน้ำใสๆ ไหลออกจากหน่วยตา ดวงตาหวานมองเขาอย่างโกรธแค้น ทว่าภูวศินไม่ได้มีความรู้สึกโกรธแค้นเหมือนเธอเลย กลับรู้สึกอยากตบปากตัวเองที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา
กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่คบกัน ไม่เคยมีวันไหนเลยที่เธอจะไม่ร้องไห้
ครั้งนี้… เอาอีกแล้วหรอวะไอ้ภู
“พี่…” เขามองเธอด้วยลมหายใจที่อึดอัด “พี่ขอโทษนะ เมื่อคืนช่อเมา พี่ก็เมา”
แต่อันที่จริงแล้ว เขาไม่ได้เมาขาดสติขนาดนั้น เขามีสติทุกขั้นทุกตอน และรับรู้ได้ว่าช่อลดายังเป็นช่อลดาคนเดิมที่น่ารักเหมือนเมื่อวันวาน
“ช่างเถอะค่ะพี่ภู ช่อจะกลับห้อง นี่มันก็สายมากแล้ว”
“ช่อ…” ระหว่างที่เธอกำลังพยุงตัวลงจากเตียง มือหนาเกี่ยวเอาแขนเรียวเสลาเรียกชื่อเธอเบาๆ “ช่อครับ… ให้โอกาสพี่สักครั้งได้มั้ย”
ร่างระหงหยุดชะงัก ความหลังเก่าๆ ที่ผ่านมาคอยย้ำเตือนอยู่ตลอด
“กลับไปก็มีแต่น้ำตา พี่คิดว่าคนอย่างช่อจะกลับไปไหมคะ”
“แต่ครั้งนี้พี่จะแก้ตัวใหม่ เอาให้ดีกว่าเดิม”
ด้วยวัยก็ล่วงเลยมาอายุถึงวัยสามสิบ ตอนนี้เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะมั่นคงกับอะไรบางอย่างได้แล้ว จริงอยู่ที่แต่ก่อนเจ้าชู้ สำมะเลเทเมาจนช่อลดาทนไม่ไหว แต่ตอนนี้ภูวศินโตขึ้นมากแล้ว เขาไม่ใช่ไอ้เด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยที่วันๆ เอาแต่ทำตัวเพลย์บอยเกี้ยวสาว และไปผับจนช่อลดาตามไปตามกลับไม่หวาดไม่ไหว
“ไม่ค่ะ” ช่อลดาปฏิเสธเสียงแข็ง สะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการ เดินลงจากเตียงก้มลงเก็บเสื้อผ้ามาใส่ทีละชิ้น เดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง
ภูวศินมองร่างของเธอค่อยๆ เดินจากไป ยกมือขึ้นเสยผมที่ลงมาปรกหน้าลวกๆ พ่นลมหายใจยาวก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปทำงานต่อ
เปลี่ยนชื่อบท
9ตอนจบวันนี้ช่อลดามีความกังวลน้อยลงเพราะตัวเองอยู่ในจุดที่เรียกว่าสบายใจ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเท่าเข่า เธออยู่ในชุดเดรสสีขาวลูกไม้ ในมือของเขามีสัมภาระกระเป๋าต่างๆ มากมาย ส่วนเธอเองก็มีติดมือเพียงเล็กน้อยคือกระเป๋าสะพายส่วนตัวและมือด้านขวาที่กำลังพยุงพ่อให้เดินอย่างมั่นคงวันนี้เป็นวันดี… พ่อกำลังจะออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่นอนรักษาตัวอยู่นานสองนาน คนที่ช่อลดารักที่สุดกลับมาร่างกายแข็งแรงได้เธอก็ดีใจ และที่ดีใจไปกว่านั้นคือตั้งแต่นั้นมาเขาทำตัวดีขึ้นตามลำดับ เธอไม่นึกว่าเขาจะกลับตัวกับใจได้ และเขาบอกเธอว่าวันนี้เขามีอะไรจะให้ และทิ้งท้ายไว้ว่าเป็นของที่เขาตั้งใจจะให้มานานแล้วตั้งแต่เจอเธอครั้งแรกซึ่งจนถึงตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรภูวศินยิ้มมองตาเธอ สายตาบ่งบอกว่ากำลังชื่นชมและหลงใหล แต่ก็เงียบกริบไม่มีสิ่งใดลอดออกมาจากปากชมพูเข้มนั้นซักประโยคเขาขับรถออกไปจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่พ่อเธอเข้ารับการรักษา ระหว่างทางชวนคุณพ่อของเธอคุยอย่างคนคุ้นเคยกันมานาน ตอนนี้ช่อลดาเริ่มงงกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อกับภูวศิน สนิทสนมกันตอนไหนเธอก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้รถกำ
หลังจากกลับมาจากบ้านที่ถูกไฟไหม้ ช่อลดาเตรียมอาบน้ำยืนอยู่หน้ากระจก แกะพลาสเตอร์ปิดแผลที่หน้าผากออกแล้วก็ต้องคิ้วขมวด หญิงสาวใช้มือลูบจุดที่โดนกระแทกขอบอ่างล้างหน้า แปลกใจที่ไม่พบรอยแตกของแผลอย่างที่เขาบอก พบแค่ความบวมเล็กน้อยที่ยุบลงแล้วเท่านั้นไหนว่าหัวแตกแล้วให้พยาบาลเข้ามาทำแผล มือบางอมชมพูนำแผ่นสำลีทิ้งในถังขยะพร้อมกับคิดว่าในใจเขาต้องมีอะไรแอบแฝง และก็ต้องตกใจว่าที่ตรวจครรภ์ครั้งล่าสุดที่ตรวจมันหายไปไหน ความรู้สึกตื่นกลัวว่าเขาจะรู้ความจริงแล้วพรากลูกไปจากเธอพุ่งพล่านไปทั่วร่าง พักหลังๆ นี้เขาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยซักครั้งแม้กระทั่งจูบ อาจจะเบื่อแล้วก็คงเป็นไปได้ แต่สินธุกลับบอกว่าแม้กระทั่งเด็กฝึกงานเขาก็ไม่แตะ ระหว่างอาบน้ำก็เกิดคำถามมากมายในใจแต่ท้ายสุดแล้วก็ยังถืออคติไม่ยอมไถ่ถามอะไรพออาบน้ำเสร็จเธอก็เข้ามาในห้องนอเพื่อแต่งตัวน ส่วนเขาเองนั่งเขี่ยไอแพตในมือเรื่อยเปื่อย หางตาของภูวศินปรายมองเธอขณะใช้ไดร์เป่าผม แผ่นหลังเล็กที่ห่อด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวเซ็กซี่ไม่น้อยเลยแต่เขาต้องหยุดคิดไว้แค่นั้นร่างสะโอดสะองสาละวนอยู่กับเส้นผม สุดท้ายเมื่อผมแห้งก็ยืนขึ้นหน้ากระจก ทาครีมเ
8อคติไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น“โอ๊ย!!” เสียงร้องดังขึ้นมาจากในห้องน้ำ ภูวศินรีบวางถ้วยลงบนเคาน์เตอร์แต่ไม่วายล้มแล้วน้ำมาม่าลวกมือ เขาใช้มือนั้นปัดกับเสื้อลวกๆ ในหัวคิดถึงคำว่าลูก เพราะเมื่อกี้เขาได้ยินขวดแชมพูหรือขวดอะไรซักอย่างหล่นลงกับพื้นเขาพังประตูเข้าไปก็พบว่าช่อลดานั่งพิงผนังอยู่ หัวใจหล่นไปกองกับพื้นด้วยความที่ทำอะไรไม่ถูกแต่พอตั้งสติได้ก็รีบอุ้มเธอมานอนบนเตียงด้วยมือสองข้างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พยายามมองบริเวณช่วงล่างว่ามีเลือดซึมผ้าออกมาหรือเปล่า“ช่อ” เขาตบหน้าเธอเบาๆ “ช่อมองหน้าพี่เร็ว” เสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพราะเธออยู่ในสภาวะสะลึมสะเลอ “ช่อ…ตื่นช่อ”ช่อลดาพยายามลืมตาขึ้นมา “ช่อมึนหัวมากเลยค่ะ”“เมื่อกี้ช่อเป็นลมในห้องน้ำ” มือน้อยๆ ลากไปเกาะกุมช่องท้องอัตโนมัติ พอรู้สึกถึงอาการเต้นตุบๆ อยู่ในนั้นเธอก็เบาใจ“เรียกพยาบาลไหมช่อ” น้ำเสียงร้อนรนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะเจ้าตัวอ่อนน้อยๆ ที่อยู่ในท้องของเธอ“ไม่เป็นไรค่ะคุณภู นอนพักซักแป๊ปเดี๋ยวก็หาย สงสัย…” เธอเว้นไว้แค่นั้นสงสัยแพ้ท้องพอคิดไม่ทันขาดประโยคเธอก็พะอืดพะอมเหมือนจะอ๊วก ช่อลดาลุกขึ้นนั่งแล้วโก่งคออ๊วกอ
ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงเที่ยงเขายุ่งอยู่กับการตามหมอประจำบ้านมาพูดคุยเพื่อฟังคำแนะนำเบื้องต้นที่บริษัท จดทุกอย่างที่สำคัญลงสมุดบันทึก ยกตัวอย่างเช่นของที่กินได้และห้ามกิน และจัดแจงในสิ่งที่เขาต้องทำรวมถึงหาข้อมูลการดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์เบื้องต้นอาหารการกินของคนท้องในระยะแรกสำคัญที่สุด เขาจึงต้องอาศัยครัวของที่บ้านอาม่า แม่ครัวที่นั่นเป็นถึงเชฟภัตาคารอาหารจีน การที่จะให้ทำอาหารบำรุงเลือดและบำรุงครรภ์มาส่งที่โรงพยาบาลจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ไม่ยาก สิ่งที่ยากคือเธอจะกินมันรึเปล่าเท่านั้นเลยจริงๆสินธุเอาแฟ้มเอกสารสรุปยอดขายเข้ามาวางในห้อง เขาอมยิ้มเล็กน้อยให้กับหนุ่มที่เพิ่งผ่านวัยรุ่นมาไม่นานนัก รู้สึกว่าเจ้านายวัยสามสิบของเขาตื่นเต้นกับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเอามากๆ เพราะตั้งแต่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นท้อง เช้ามาก็เรียกใครก็ไม่รู้มาจัดแจงเรื่องต่างๆ อย่างมุ่งมั่น ไม่แตะงานบริษัทเลยซักอย่างเดียว ซึ่งหน้าที่ที่สินธุพอแบ่งเบาได้เขาได้แบ่งเบาไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็มีแต่เอกสารสำคัญที่ต้องอนุมัติ“ยุ่งหน่อยนะครับคุณพ่อมือใหม่”ภุวศินมีสีหน้ายินดีกับคำนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักใจและกังว
7ผมไม่เคยรู้เพราะเธอไม่เคยบอกภูวศินเตรียมตัวโกนหนวดในรอบสับปดาห์เพราะใช้มือลูบแล้วเริ่มสากมือ เขาหยิบมีดโกนหนวดขึ้นมาแล้วแกะใบมีดใหม่ออกจากกล่องหมาดๆ ขณะทิ้งลงถังขยะเขากลับพบแท่งปริศนาอะไรบางอย่างอยู่ในถังขยะ พอภูวศินหยิบขึ้นมาเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันคืออะไรแล้วทำไมต้องมาอยู่ในห้องน้ำด้วย มันคล้ายๆ ปรอทวัดไข้ที่นางพยาบาลใช้ตรวจอาการคนป่วย คิ้วเข้มขมวดเข้าด้วยกันแทบเป็นเงื่อนตายใช่อย่างที่เขาคิดไหมคนเดียวที่เขานึกถึงคือสินธุ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ไว้ใจเลขาใหม่คนนี้มากเป็นพิเศษ อาจจะเพราะสินธุทำงานให้เขาแบบรู้ใจเขาไปซะทุกเรื่องก็ว่าได้PHOO : สินธุภูวศินใช้แอพพลิเคชั่นสีเขียวติดต่อไปยังสินธุSINTHU : ครับเจ้านายPHOO : สินธุช่วยบอกผมหน่อยว่าอันนี้มันเอาไว้ทำอะไรหลังจากที่เขาส่งรูปที่เขาถ่ายในมือไปยังเลขาคนสนิท สินธุยิ้มปริ่มในใจก่อนจะตอบกลับSINTHU : ยินดีด้วยนะครับเจ้านายPHOO : สินธุหมายความว่าไง ผมงงที่ทำไมคุณต้องยินดีกับผม ยินดีเรื่องอะไรSINTHU : อันนี้เป็นที่ตรวจครรภ์ครับ ขึ้นสองขีดแสดงว่าท้องความรู้สึกของเขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าพรุ่งนี้จะถามเธอให้รู้เรื
เย็นวันนี้ภูวศินพาช่อลดาไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟจากเรือสินค้าเป็นที่ตื่นตาสำหรับเธอ เป็นเพราะว่าเธอไม่ค่อยจะได้เห็นลุ่มน้ำเจ้าพระยาในมุมนี้เท่าไหร่นัก โค้งแม่น้ำยาวสุดลูกหูลูกตา เธอมองมันด้วยสายตาหลงใหลจากตึกร้านอาหารที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ติดแม่น้ำ“ชอบหรอ”เธอไม่พูด แต่การที่สายตาสอดส่องไปยังรายละเอียดต่างๆ ด้วยความพอใจคือคำตอบ ภาพเบื้องหน้าเป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในช่วงเวลากลางวัน มองดูตื่นเต้นราวกับเด็กๆ เจอของถูกใจจนไม่ละสายตาภูวศินยิ้มในใจเล็กน้อย ตักแซลมอนย่างเกลือใส่ในจานหนึ่งชิ้น แล้วกินอาหารในจานตัวเองโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อสำรวจบรรยากาศรับลมเป็นที่จุใจแล้ว ช่อลดาหยิบช้อนและส้อมเพื่อตักอาหาร เธอนิ่งมองแซลมอนชิ้นใหญ่ในจาน เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาคาดไม่ถึง“อร่อยนะ ลองชิม”เขาพูดแค่นั้นแล้วจัดการอาหารในจานตัวเองต่อราวกับว่ามันไม่สลักสำคัญอะไรสำหรับเขาอันที่จริงมันอาจจะแค่ฟลุ๊ค-แจ็กพอตแตกก็ได้ที่เขาตักแซลมอนชิ้นนี้ให้เธอ บางทีเขาลืมไปแล้วก็ได้ว่าเป็นเมนูที่เธอชอบกินมันมากๆภูวศินสังเกตสายตาคาดไม่ถึงที่เธอมองปลาแซลมอนย่างเกลือ ความพึงพอใจเผยให้เห็นภายใต้กา
ช่อลดาเดินไปนั่งข้างๆ รังสีบางอย่างส่งผ่านจากตัวของภูวศินออกมาจนเธอรู้สึกได้ ออกจะแปลกประหลาดไปบ้างที่ตอนนี้เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวภูวศิน ใบหน้าของเขาเลื่อนเข้ามาหา ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง ขนาดสำรวจทุกซอกทุกมุมของใบหน้าแล้วก็ยังหาความไม่สวยงามไม่ได้เลยซักจุด จะสังเกตได้เฉพาะรอบใต
“อีช่อ มึงไปไหนมาทั้งคืน” เสียงเกรี้ยวกราดของแม่เลี้ยงดังขึ้นที่หน้าทีวี เธอนั่งอยู่กับลูกชายแท้ๆ ที่โซฟา เนวินปรายตามองเธอ สายตาดูดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า“ไปค้างกับผู้ชายมาแน่ๆ” ช่อลดาขบกรามแน่นจนตัวสั่น กำหมัดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เนวินยกยิ้มแต้มต่อเมื่อเห็นว่าที่ตัวเองเดานั้นถูก“ค้างบ้านเพื่อน พอ
ตอนนี้รถติดไฟแดง แต่อีกไฟแดงเดียวเท่านั้นจะถึงคอนโดของเขาในกรุงเทพชั้นใน สาวน้อยน่ารักของเขากำลังกลายร่างเป็นเสือสาวภายใต้ฤทธิ์ยาปลุกเซกส์ สายตายั่วยวนทอดมองเขาเป็นระยะ บวกกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปยังไม่หายไปจากร่างกาย ร่างกายสาวร้อนวูบวาบ เสื้อสายเดี่ยวเส้นสปาเกตตีของเธอไหล่ร่นลงข้างหนึ่งอ
“ไอ้ภู ไอ้ภู ไอ้ภู!!” ภูวศินชะงักมือที่ยกบรั่นดีพร้อมสายตาเหน็บแนม แหม่ เหล้ากำลังจะเข้าปากอยู่แล้วแท้ๆ แต่ถูกกวนจนได้“อะไรวะ” ภูวิศินขัดใจ พร้อมวางแก้วเหล้าองุ่นที่เรียกกันทั่วไปว่าบรั่นดีลงกับเคาน์เตอร์จนบาร์เทนเดอร์สะดุ้ง ไวน์กระฉอกออกจากแก้วเลอะโต๊ะ แต่ด้วยความรวยที่มีมากเกินไป เลยไม่ได้เสียดา







