LOGINตอนนี้รถติดไฟแดง แต่อีกไฟแดงเดียวเท่านั้นจะถึงคอนโดของเขาในกรุงเทพชั้นใน สาวน้อยน่ารักของเขากำลังกลายร่างเป็นเสือสาวภายใต้ฤทธิ์ยาปลุกเซกส์ สายตายั่วยวนทอดมองเขาเป็นระยะ บวกกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปยังไม่หายไปจากร่างกาย ร่างกายสาวร้อนวูบวาบ เสื้อสายเดี่ยวเส้นสปาเกตตีของเธอไหล่ร่นลงข้างหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับยิ่งเผยให้เห็นเนินอกลูกโตที่ซ่อนไว้ใต้ผิวเสื้อ เธอขยับอีกทีนั่นยิ่งทำให้กระโปรงตัวจิ๋วที่ใส่มาร่นขึ้นจนเห็นขาอ่อนไปไหนต่อไหน มือสองข้างไล้ไปตามตัวคล้ายเชื้อเชิญ
“อื้อ…ร้อน”
“ครับ” ภูวศินมองสายตายั่วยวนที่ทอดมองมาอย่างจงใจ เห็นอย่างนั้นก็เร่งแอร์ให้แรงขึ้น
รู้ทั้งรู้ว่าที่เธอบอกร้อน… ไม่ใช่ร้อนกาย แต่เธอร้อนรุ่มต่างหาก
รู้ทั้งรู้ว่าเร่งแอร์ไม่ค่อยช่วยอะไร แต่นาทีนี้สมองเขามึนงงไปกับฤทธิ์เสน่ห์เสือสาว อยากขย้ำให้หนำใจ
มือสีชมพูระเรื่อทั้งสองข้างยกขึ้นกอดตัวเอง ห่อไหล่เข้าเพราะโดนแอร์เต็มๆ บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาทำให้นั้นไม่ได้ผล แต่สิ่งที่ไอ้ภูอยากทึ้งหัวตัวเองคือ สายตาเหลือบไปมองเห็นหน้าอกที่เบียดชิดกันจนแทบล้นออกจากอ้อมอก
ต้องฝึกวิทยายุทธวัดไหนตะบะถึงไม่แตก
แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเลือกได้ ตอนนี้เขาก็อยากแตกซะเหลือเกิน
สิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงกำลังขยายดุนดันให้เขาเจ็บ เข็มขัดที่กดทับขณะขับรถนั่นทำเขาอึดอัดเหลือคนานับ มันพองตัวจนเห็นเป็นเนินภูเขาลูกใหญ่ภายใต้กางเกงที่คับแคบ
ภูวศินรีบปลดเข็มขัดฝั่งคนขับเมื่อรถดับเครื่อง เดินไปเปิดประตูคนนั่งข้าง อุ้มร่างคละคลุ้งแอลกอฮอล์มาไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม เดินอย่างมั่นคงไปยังลิฟต์ กดชั้นที่ต้องการและเปิดประตูห้องหลังจากเดินผ่านโถงที่ทั้งชั้นที่เป็นของเขาคนเดียว
เขาวางเธออย่างเบามือ ปฏิบัติราวกับเป็นเจ้าหญิงบนเตียงหลังใหญ่ หยิบหมอนหนึ่งใบจากหัวเตียงมารองศีรษะ แล้วโอบประคองท้ายทอยให้รองอยู่บนหมอนนิ่ม พยายามจัดท่าให้เธอนอนสบายๆ และในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นก็พบกับสายตายั่วยวน ไม่ทันจะได้ผละตัวออกห่าง เขาจำต้องหน้ามุดลงที่เดิมไม่เป็นท่า
…มือของเธอเกี่ยวเข้าที่ท้ายทอยของเขา ดึงโน้มมันลงมาจนริมฝีปากทั้งคู่เฉียดกัน ถ้ามือเขาไม่ยันเตียงนุ่มๆ ไว้ คาดว่าไอ้ภูคนนี้ได้อกชิดอกกับเธอเป็นแน่
“ฉันบอกคุณแล้วว่าร้อน” เธอเหมือนดอกไม้ที่ซ่อนความหวานฉ่ำไว้ภายใต้ความเซ็กซี่ ทุกการกระทำช่างดึงดูดแมลงตัวผู้เข้าไปดอมดม
ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าไอ้แมลงวันที่ชื่อภูตัวนี้… หลงความฉ่ำหวานของเธอเข้าแล้ว
“ร้อนตรงไหนครับ”
ช่อลดาไม่ตอบ ได้แต่หัวร่อต่อกระซิก ขำเล็กน้อยในลำคอ มือซุกซนเลื่อนจากท้ายทอย สอดไปในเรือนผมสีดำขลับของชายหนุ่ม เธอขยำทึ้งมันเบาๆ ก่อนจะกดลงกับเนินอกช้าๆ
“ทุกตรงเลย”
ถ้าเธอร้อนทุกตรง แล้วทีนี้ไอ้ภูคนซื่อต้องจะต้องทำยังไงต่อ
แต่ถ้าจะให้ซื่อเหมือนอยู่บนรถเหมือนตอนนั้นก็ใช่ที่ เพราะตอนนี้ทางสะดวก “เดี๋ยวผมจัดการเอง อยู่กับผมทั้งคืน คุณหายร้อนแน่นอน”
ริมฝีปากชมพูมีเลือดฝาดประกบลงบนปากเล็กกระจับ แช่ตรึงอยู่อย่างนั้นก่อนจะสอดลิ้นร้อนละลายเข้าไปสำรวจความฉ่ำหวาน
หวานยังไงแต่เก่าก่อน ตอนนี้กลับหวานล้ำกว่าเดิม
อาจจะเพราะโหยหามาตลอด และนานแล้วที่ความสัมพันธ์มันจบลง
แต่ถึงอย่างไร ไอ้ภูคนโง่อยากจะใช้โอกาสนี้ในการแก้ตัวอีกสักครั้ง
รู้แล้วว่าตอนนั้นทำผิด ผิดมหันต์ที่ดึงคนอื่นเข้ามาในความสัมพันธ์ของสองเรา
แต่ตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะฉีกนิยายรักฉบับเก่าทิ้ง แล้วร่างฉบับใหม่เป็นฉบับแก้ตัว
พร้อมจะแก้ไขทุกอย่าง พร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองทุกกรณี…
เพียงเพราะอยากเห็นความสดใสและรอยยิ้มของเธออีกครั้ง…เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาก็ได้ข่าวมาเป็นระยะๆ ว่าเธอเองก็ปิดหัวใจตัวเอง ซ่อนความรู้สึก ไม่ต้อนรับมิตรไมตรีจากชายใดอีกเป็นระยะเวลานานหลายปี
ลิ้นร้อนระอุสำรวจโพรงปากหวานรสไวน์แดงจนหนำใจ จึงได้ลากริมฝีปากประทับลงผิวหนัง ไหลต่ำลง เลื่อนลงมายังซอกคอระหง เขาขบเม้นเบาๆ บริเวณใบหู เสียงแฟนเก่าตอบรับการกระทำเขาอย่างดีเยี่ยม
เพราะเขาจำได้… ว่าเธอชอบแบบนี้
จำได้ทุกอิริยาบถที่เขาคุ้นเคยกับเจ้าหล่อน รู้ว่าจุดไหนที่สัมผัสแล้วเธออ่อนราวขี้ผึ้งลนไฟ รู้ว่าต้องกระทำแบบไหนถึงจะส่งคนใต้ร่างไปลอยละล่องในวิมานเมฆ
รอยยิ้มปรากฏเล็กน้อยบนใบหน้าหวานหยด บัดนี้มันแดงคาดริ้วบริเวณแก้มหอม ยิ่งขบเม้นสัมผัสบริเวณซอกคอเขายิ่งหลงเธอ จมูกติดกลิ่นน้ำหอมบริเวณซอกคอขาว
ราวกับว่าคล้ายๆ เหยื่อตัวหนึ่งที่เผลอเข้าไปในอาณาเขตหยากไย่แมงมุม
หัวใจยิ่งดิ้นพล่าน ร่างกายยิ่งพร้อมพรักที่จะตอบสนองเธอ มันยิ่งทำให้ใยรักบางๆ ที่เคยถักทอขดเกลียวแน่นขึ้นไปอีก
นึกว่ามันขาดไปแล้วเสียอีก… ที่ไหนได้
“อื้อ”
สัมผัสบริเวณเนินอกที่ถูกลมหายใจถี่รัวเป่ารด ทำให้เธอแอ่นรับลมหายใจร้อนและทึ้งหัวเขาฝังลงกลางอก ยิ่งลมหายใจจากปลายจมูกโด่งสัมผัสเนินเนื้อ เธอยิ่งอยู่ไม่สุข กดท้ายทอยเขาเบาๆ ฝากฝังใบหน้าให้ลึกลงไปอีก
“ช่อ… ช่อไม่ไหวแล้ว”
ภูวศินไร้คำตอบ มีแต่การกระทำที่พอจะทำให้เธอได้ปลดปล่อย เขาค่อยๆ ดึงมือแน่งน้อยออกจากท้ายทอยของเขา จับยกขึ้นเหนือหัวของสาวใต้ร่าง จับมันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว จูบร้อนแรงเลื่อนไหลจากเนินปทุมถันไปยังยอดทับทิมสีหวาน ขบเม้นเบาบ้างหนักบ้างตามจังหวะเพื่อปลุกความปรารถนาที่นอนก้นลึกให้พุ่งพรวด ยิ่งได้ยินเสียงร้องเป็นระยะนั่นหมายความว่าเขามาถูกทางแล้ว ภูวศินลากจูบดูดดื่มไปยังบริเวณหน้าท้องแบนราบ ขบเม้นไปตลอดระยะทางจนเกือบถึงปราการด่านแรก กระโปรงร่นจนถึงเอวเนื่องจากขาเรียวยาวชันเข่าขึ้น เผยให้เห็นแพนตี้ตัวน้อยสีดำตัดกับผิวขาวสีนม ภูวศินค่อยๆ ใช้มือข้างที่เหลือเกี่ยวแพนตี้ตัวบางออกจากสะโพกผาย เผยให้เห็นเนินอีกเนินที่สวยไม่แพ้กัน เนินชมพูหวานมีน้ำใสชโลม เขาใช้มือสอดเข้าสำรวจโพรงแคบ ข้างในชื้นแฉะและลื่น นิ่มราวกับใยไหม เพียงแค่นิ้วเดียวก็สัมผัสได้ถึงความคับแน่นที่บีบรัด ภูวศินคล้ายกับบรรเลงนิ้วเร่งหาความหวาน พื้นหลังบรรยากาศมีเสียงวาบหวามเปร่งดังจากลำคอระหงเป็นระยะ
“อื้อ… ไม่ … ไม่ไหวแล้ว”
ลมหายใจหอบจนอกอิ่มกระเพื่อม มองดูคล้ายกับจะขาดอากาศหายใจ มือแน่งน้อยขมวดผ้าปูที่นอนจนแน่นด้วยความเสียวกระสัน แอ่นเนินสาวชิดโคนนิ้วที่รุกล้ำเข้ามาจนสุด ก่อนจะกระแทกกระทั้นเข้าออกใหม่ แรงขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ใจปรารถนา ภูวศินตัดสินใจเพิ่มนิ้วจากหนึ่งเป็นสอง
“อื้อ… แน่น”
“พี่ภูมีของที่มันแน่นกว่านี้อีก ช่ออยากลองมั้ย”
ของที่ว่า เธอไม่รู้หรอกมันคืออะไร เขาว่ากันว่าสมองคนเมามักคิดอะไรไม่ออก และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ “ก็เอาสิ”
แก้มหวานถูกหอมแรงๆ อย่างมันเขี้ยว “ได้ พี่จะจัดให้แบบจุกๆ เลย”
ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงหยัดตัวขึ้นนั่งคล่อมคนใต้ร่าง ถอดเสื้อเชิ๊ตสีขาวบางออกจากตัวแล้วขว้างให้พ้นทาง ภูวศินปลดเข็มขัดออกและรูดซิปกางเกงยีนลง
ลำปืนโตหัวเห็ดพร้อมนานแล้วสำหรับการสอดใส่ มันขยายใหญ่โตในที่กางเกงแสนอึดอัดมานานแล้ว เมื่อออกมาก็ทักทายช่อลดาด้วยการผงกหัวใส่ ภูวศินกำรอบแล้วชักขึ้นลงจนขยายใหญ่ขึ้นไปอีก พอแข็งตั้งได้ที่แล้วก็พามือชมพูน้อยมากำรอบ แต่แล้วก็กำแทบไม่รอบ
“รีดพิษให้พี่หน่อย”
“รีดอะไร”
“พิษงู”
ด้วยความที่เขาห่างหายเรื่องบนเตียงไปนานเกือบเดือน คงไม่ปลอดภัยแน่ถ้าเธอไม่รีดพิษให้เขาก่อน เพราะดูๆ แล้วพิษงูมันน่าจะเยอะมาก สมควรต้องระบายออกก่อนใช้งานจริงเพื่อความสบายใจ
“ลูบขึ้นลง ลูบช้าๆ” มือที่กำรอบนิ่งๆ ก็ถูกมือใหญ่ประคองให้ทำตามคำบอก ยิ่งสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของมันก็ยิ่งอยากสัมผัสให้ชัด ช่อลดาค่อยๆ กำแน่นขึ้น นั่นยิ่งทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นปูดโปนมากกว่าเก่า บริเวณปลายหยักคายน้ำเมือกใสออกมาเล็กน้อย เลือดคั่งค้างทำให้ท่อนเนื้อกลายเป็นสีชมพูเข้มขึ้นและแข็งขืนยิ่งกว่าเก่า เนื่องจากเสียงคำรามราวกับเจ้าป่าดังในลำคอด้วยความชอบอกพอใจ ทำให้มือน้อยที่ประคองอยู่หยุดชะงักด้วยความตื่นกลัวอันตราย
“อย่าเพิ่งหยุด ทำต่อเลย พี่ขออีกนิดเดียว”
คราวนี้เขาปล่อยให้เธอรีดพิษต่อโดยไร้การโอบประคองจากเขา ซึ่งเธอทำมันได้ดีไม่แพ้ตอนที่เขาสอนเลย จังหวะจะโคนและน้ำหนักมือทำให้เขาลองหลับตาลง จินตนการไปถึงตอนที่ได้ฝากฝังบางอย่างเข้าไปในตัวเธอ แนบชิดจนสุด จิตนาการอยู่ไม่นานนัก น้ำขุ่นเหลวราวกับน้ำนมฉีดเปรอะเปื้อนหน้าท้องแบนราบของเธอ รอบแล้วรอบเล่าจนพิษหมด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังแข็งขืน ไม่ยอมอ่อนพับลงไปได้ง่ายๆ
เขาจูบหน้าผากขอบคุณแทนคำพูดทั้งหมด
“พร้อมมั้ยช่อ”
“พร้อมค่ะ…” เปลือกตายังปิดสนิท ใบหน้าพริ้มเพราระบายยิ้มบางๆ อย่างคนไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ทั้งหมด เธอทำไปตามสัญชาตญาณปรารถนาลึกๆ ที่คุกรุ่นอยู่ในกาย
“ขอบคุณวันนี้ที่ทำให้พี่ได้เจอช่อ”
ภูวศินกระซิบข้างหูเบาๆ พูดจบก็เม้มดูดด้วยแรงปรารถนา หยัดตัวคล่อมสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะนำแท่งปืนโตควานสำรวจบริเวณโดยรอบ เสียงหวานใสคล้ายพอใจดังขึ้น เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นคล้องคอภูวศิน แอ่นกายแนบชิดเขาจนเนื้อสัมผัสกัน กายนุ่มนิ่มเบียดชิดกล้ามเนื้อแข็งแรง ได้ทีเขาเลยกอดรัดแน่น ดูดดื่มกลืนกินความหอมจากกายเธอเข้าปอด ขบเม้มดูดเม้มตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างตะกละตะกลาม รอยจ้ำแดงปรากฏบนเนินอก หัวไหล่ และสีข้าง พอสำรวจจนหนำใจก็ถึงเวลาแล้วที่จะมอบความสุขที่แท้จริงให้กับช่อลดา
แท่งเนื้อดุนดันเข้าไปในช่องทางรักอย่างยากลำบาก คล้ายว่าเธอเจ็บตอนสอดเข้า จึงทำให้ช่อลดาเกร็งจนเขาเจ็บตามไปด้วยอีกคน
“อย่าเกร็งสิคะ มันรัด”
ภูวศินจำเป็นต้องหยุดค้างอยู่แค่นั้นก่อน หันมาร่ายเพลงรักวาบหวามให้เธออีกครั้งผ่านทางริมฝีปาก ไม่ว่าความอุ่นนิ่มของริมฝีปากพรมลงบนเนื้ออ่อนเลื่อนไปทิศทางไหน ร่างบางก็ดูชอบอกชอบใจกับการกระทำของเขาทั้งสิ้น ส่งผลให้การนำแท่งเนื้อเข้าสำรวจภายในง่ายขึ้นอีกหน่อย
“อื้อ… แน่นไปหมดแล้ว”
อันนี้เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะช่วยเธอได้อย่างไรบ้าง
แต่ถ้าลองขยับเข้าออกช้าๆ ไม่แน่…เธออาจะเบาลงก็ได้
เอวสอบขยับเข้าออกช้าๆ แม้ในใจอยากจะรุนแรงราวกับสัตว์ป่าที่หิวโซมาเป็นแรมปี แต่ในใจลึกๆ แล้วอยากทะนุถนอมเธอไม่ให้ช้ำ ความรู้สึกเก่าๆ ไหลบ่าเข้ามาในสมองบุรุษหนุ่ม
ทั้งคิดถึง ทั้งห่วงหา …เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันไม่เคยหายไปไหนเลย
มาวันนี้ ได้ทั้งกอด ได้ทั้งลึกซึ้งเกินกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาแล้วมองเขาเป็นคนแบบไหน
แต่คืนนี้เขาจะแก้ตัวให้กับเรื่องทั้งหมดที่แล้วๆ มา
…โดยขอพาเธอล่องวิมานเสพสุขไปพร้อมๆ กัน และเริ่มไถ่โทษตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
9ตอนจบวันนี้ช่อลดามีความกังวลน้อยลงเพราะตัวเองอยู่ในจุดที่เรียกว่าสบายใจ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเท่าเข่า เธออยู่ในชุดเดรสสีขาวลูกไม้ ในมือของเขามีสัมภาระกระเป๋าต่างๆ มากมาย ส่วนเธอเองก็มีติดมือเพียงเล็กน้อยคือกระเป๋าสะพายส่วนตัวและมือด้านขวาที่กำลังพยุงพ่อให้เดินอย่างมั่นคงวันนี้เป็นวันดี… พ่อกำลังจะออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่นอนรักษาตัวอยู่นานสองนาน คนที่ช่อลดารักที่สุดกลับมาร่างกายแข็งแรงได้เธอก็ดีใจ และที่ดีใจไปกว่านั้นคือตั้งแต่นั้นมาเขาทำตัวดีขึ้นตามลำดับ เธอไม่นึกว่าเขาจะกลับตัวกับใจได้ และเขาบอกเธอว่าวันนี้เขามีอะไรจะให้ และทิ้งท้ายไว้ว่าเป็นของที่เขาตั้งใจจะให้มานานแล้วตั้งแต่เจอเธอครั้งแรกซึ่งจนถึงตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรภูวศินยิ้มมองตาเธอ สายตาบ่งบอกว่ากำลังชื่นชมและหลงใหล แต่ก็เงียบกริบไม่มีสิ่งใดลอดออกมาจากปากชมพูเข้มนั้นซักประโยคเขาขับรถออกไปจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่พ่อเธอเข้ารับการรักษา ระหว่างทางชวนคุณพ่อของเธอคุยอย่างคนคุ้นเคยกันมานาน ตอนนี้ช่อลดาเริ่มงงกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อกับภูวศิน สนิทสนมกันตอนไหนเธอก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้รถกำ
หลังจากกลับมาจากบ้านที่ถูกไฟไหม้ ช่อลดาเตรียมอาบน้ำยืนอยู่หน้ากระจก แกะพลาสเตอร์ปิดแผลที่หน้าผากออกแล้วก็ต้องคิ้วขมวด หญิงสาวใช้มือลูบจุดที่โดนกระแทกขอบอ่างล้างหน้า แปลกใจที่ไม่พบรอยแตกของแผลอย่างที่เขาบอก พบแค่ความบวมเล็กน้อยที่ยุบลงแล้วเท่านั้นไหนว่าหัวแตกแล้วให้พยาบาลเข้ามาทำแผล มือบางอมชมพูนำแผ่นสำลีทิ้งในถังขยะพร้อมกับคิดว่าในใจเขาต้องมีอะไรแอบแฝง และก็ต้องตกใจว่าที่ตรวจครรภ์ครั้งล่าสุดที่ตรวจมันหายไปไหน ความรู้สึกตื่นกลัวว่าเขาจะรู้ความจริงแล้วพรากลูกไปจากเธอพุ่งพล่านไปทั่วร่าง พักหลังๆ นี้เขาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยซักครั้งแม้กระทั่งจูบ อาจจะเบื่อแล้วก็คงเป็นไปได้ แต่สินธุกลับบอกว่าแม้กระทั่งเด็กฝึกงานเขาก็ไม่แตะ ระหว่างอาบน้ำก็เกิดคำถามมากมายในใจแต่ท้ายสุดแล้วก็ยังถืออคติไม่ยอมไถ่ถามอะไรพออาบน้ำเสร็จเธอก็เข้ามาในห้องนอเพื่อแต่งตัวน ส่วนเขาเองนั่งเขี่ยไอแพตในมือเรื่อยเปื่อย หางตาของภูวศินปรายมองเธอขณะใช้ไดร์เป่าผม แผ่นหลังเล็กที่ห่อด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวเซ็กซี่ไม่น้อยเลยแต่เขาต้องหยุดคิดไว้แค่นั้นร่างสะโอดสะองสาละวนอยู่กับเส้นผม สุดท้ายเมื่อผมแห้งก็ยืนขึ้นหน้ากระจก ทาครีมเ
8อคติไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น“โอ๊ย!!” เสียงร้องดังขึ้นมาจากในห้องน้ำ ภูวศินรีบวางถ้วยลงบนเคาน์เตอร์แต่ไม่วายล้มแล้วน้ำมาม่าลวกมือ เขาใช้มือนั้นปัดกับเสื้อลวกๆ ในหัวคิดถึงคำว่าลูก เพราะเมื่อกี้เขาได้ยินขวดแชมพูหรือขวดอะไรซักอย่างหล่นลงกับพื้นเขาพังประตูเข้าไปก็พบว่าช่อลดานั่งพิงผนังอยู่ หัวใจหล่นไปกองกับพื้นด้วยความที่ทำอะไรไม่ถูกแต่พอตั้งสติได้ก็รีบอุ้มเธอมานอนบนเตียงด้วยมือสองข้างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พยายามมองบริเวณช่วงล่างว่ามีเลือดซึมผ้าออกมาหรือเปล่า“ช่อ” เขาตบหน้าเธอเบาๆ “ช่อมองหน้าพี่เร็ว” เสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพราะเธออยู่ในสภาวะสะลึมสะเลอ “ช่อ…ตื่นช่อ”ช่อลดาพยายามลืมตาขึ้นมา “ช่อมึนหัวมากเลยค่ะ”“เมื่อกี้ช่อเป็นลมในห้องน้ำ” มือน้อยๆ ลากไปเกาะกุมช่องท้องอัตโนมัติ พอรู้สึกถึงอาการเต้นตุบๆ อยู่ในนั้นเธอก็เบาใจ“เรียกพยาบาลไหมช่อ” น้ำเสียงร้อนรนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะเจ้าตัวอ่อนน้อยๆ ที่อยู่ในท้องของเธอ“ไม่เป็นไรค่ะคุณภู นอนพักซักแป๊ปเดี๋ยวก็หาย สงสัย…” เธอเว้นไว้แค่นั้นสงสัยแพ้ท้องพอคิดไม่ทันขาดประโยคเธอก็พะอืดพะอมเหมือนจะอ๊วก ช่อลดาลุกขึ้นนั่งแล้วโก่งคออ๊วกอ
ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงเที่ยงเขายุ่งอยู่กับการตามหมอประจำบ้านมาพูดคุยเพื่อฟังคำแนะนำเบื้องต้นที่บริษัท จดทุกอย่างที่สำคัญลงสมุดบันทึก ยกตัวอย่างเช่นของที่กินได้และห้ามกิน และจัดแจงในสิ่งที่เขาต้องทำรวมถึงหาข้อมูลการดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์เบื้องต้นอาหารการกินของคนท้องในระยะแรกสำคัญที่สุด เขาจึงต้องอาศัยครัวของที่บ้านอาม่า แม่ครัวที่นั่นเป็นถึงเชฟภัตาคารอาหารจีน การที่จะให้ทำอาหารบำรุงเลือดและบำรุงครรภ์มาส่งที่โรงพยาบาลจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ไม่ยาก สิ่งที่ยากคือเธอจะกินมันรึเปล่าเท่านั้นเลยจริงๆสินธุเอาแฟ้มเอกสารสรุปยอดขายเข้ามาวางในห้อง เขาอมยิ้มเล็กน้อยให้กับหนุ่มที่เพิ่งผ่านวัยรุ่นมาไม่นานนัก รู้สึกว่าเจ้านายวัยสามสิบของเขาตื่นเต้นกับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเอามากๆ เพราะตั้งแต่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นท้อง เช้ามาก็เรียกใครก็ไม่รู้มาจัดแจงเรื่องต่างๆ อย่างมุ่งมั่น ไม่แตะงานบริษัทเลยซักอย่างเดียว ซึ่งหน้าที่ที่สินธุพอแบ่งเบาได้เขาได้แบ่งเบาไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็มีแต่เอกสารสำคัญที่ต้องอนุมัติ“ยุ่งหน่อยนะครับคุณพ่อมือใหม่”ภุวศินมีสีหน้ายินดีกับคำนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นหนักใจและกังว
7ผมไม่เคยรู้เพราะเธอไม่เคยบอกภูวศินเตรียมตัวโกนหนวดในรอบสับปดาห์เพราะใช้มือลูบแล้วเริ่มสากมือ เขาหยิบมีดโกนหนวดขึ้นมาแล้วแกะใบมีดใหม่ออกจากกล่องหมาดๆ ขณะทิ้งลงถังขยะเขากลับพบแท่งปริศนาอะไรบางอย่างอยู่ในถังขยะ พอภูวศินหยิบขึ้นมาเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันคืออะไรแล้วทำไมต้องมาอยู่ในห้องน้ำด้วย มันคล้ายๆ ปรอทวัดไข้ที่นางพยาบาลใช้ตรวจอาการคนป่วย คิ้วเข้มขมวดเข้าด้วยกันแทบเป็นเงื่อนตายใช่อย่างที่เขาคิดไหมคนเดียวที่เขานึกถึงคือสินธุ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ไว้ใจเลขาใหม่คนนี้มากเป็นพิเศษ อาจจะเพราะสินธุทำงานให้เขาแบบรู้ใจเขาไปซะทุกเรื่องก็ว่าได้PHOO : สินธุภูวศินใช้แอพพลิเคชั่นสีเขียวติดต่อไปยังสินธุSINTHU : ครับเจ้านายPHOO : สินธุช่วยบอกผมหน่อยว่าอันนี้มันเอาไว้ทำอะไรหลังจากที่เขาส่งรูปที่เขาถ่ายในมือไปยังเลขาคนสนิท สินธุยิ้มปริ่มในใจก่อนจะตอบกลับSINTHU : ยินดีด้วยนะครับเจ้านายPHOO : สินธุหมายความว่าไง ผมงงที่ทำไมคุณต้องยินดีกับผม ยินดีเรื่องอะไรSINTHU : อันนี้เป็นที่ตรวจครรภ์ครับ ขึ้นสองขีดแสดงว่าท้องความรู้สึกของเขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าพรุ่งนี้จะถามเธอให้รู้เรื
เย็นวันนี้ภูวศินพาช่อลดาไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟจากเรือสินค้าเป็นที่ตื่นตาสำหรับเธอ เป็นเพราะว่าเธอไม่ค่อยจะได้เห็นลุ่มน้ำเจ้าพระยาในมุมนี้เท่าไหร่นัก โค้งแม่น้ำยาวสุดลูกหูลูกตา เธอมองมันด้วยสายตาหลงใหลจากตึกร้านอาหารที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ติดแม่น้ำ“ชอบหรอ”เธอไม่พูด แต่การที่สายตาสอดส่องไปยังรายละเอียดต่างๆ ด้วยความพอใจคือคำตอบ ภาพเบื้องหน้าเป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในช่วงเวลากลางวัน มองดูตื่นเต้นราวกับเด็กๆ เจอของถูกใจจนไม่ละสายตาภูวศินยิ้มในใจเล็กน้อย ตักแซลมอนย่างเกลือใส่ในจานหนึ่งชิ้น แล้วกินอาหารในจานตัวเองโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อสำรวจบรรยากาศรับลมเป็นที่จุใจแล้ว ช่อลดาหยิบช้อนและส้อมเพื่อตักอาหาร เธอนิ่งมองแซลมอนชิ้นใหญ่ในจาน เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาคาดไม่ถึง“อร่อยนะ ลองชิม”เขาพูดแค่นั้นแล้วจัดการอาหารในจานตัวเองต่อราวกับว่ามันไม่สลักสำคัญอะไรสำหรับเขาอันที่จริงมันอาจจะแค่ฟลุ๊ค-แจ็กพอตแตกก็ได้ที่เขาตักแซลมอนชิ้นนี้ให้เธอ บางทีเขาลืมไปแล้วก็ได้ว่าเป็นเมนูที่เธอชอบกินมันมากๆภูวศินสังเกตสายตาคาดไม่ถึงที่เธอมองปลาแซลมอนย่างเกลือ ความพึงพอใจเผยให้เห็นภายใต้กา
ช่อลดาเดินไปนั่งข้างๆ รังสีบางอย่างส่งผ่านจากตัวของภูวศินออกมาจนเธอรู้สึกได้ ออกจะแปลกประหลาดไปบ้างที่ตอนนี้เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวภูวศิน ใบหน้าของเขาเลื่อนเข้ามาหา ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง ขนาดสำรวจทุกซอกทุกมุมของใบหน้าแล้วก็ยังหาความไม่สวยงามไม่ได้เลยซักจุด จะสังเกตได้เฉพาะรอบใต
“อีช่อ มึงไปไหนมาทั้งคืน” เสียงเกรี้ยวกราดของแม่เลี้ยงดังขึ้นที่หน้าทีวี เธอนั่งอยู่กับลูกชายแท้ๆ ที่โซฟา เนวินปรายตามองเธอ สายตาดูดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า“ไปค้างกับผู้ชายมาแน่ๆ” ช่อลดาขบกรามแน่นจนตัวสั่น กำหมัดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เนวินยกยิ้มแต้มต่อเมื่อเห็นว่าที่ตัวเองเดานั้นถูก“ค้างบ้านเพื่อน พอ
เช้ามาวันนี้หนาวกว่าทุกวัน ช่อลดาพยายามขดตัวงอซุกใต้ผ้าห่มเพราะยังไม่อยากตื่น แต่แล้วก็ต้องลืมตาโพลงเมื่อภาพเบื้องหน้าเป็นแผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ไม่ใช่หมอนนุ่มนิ่มอย่างในห้องนอนที่คุ้นเคยใคร!?เธอเงยหน้าขึ้นทันที แทบขาดออกซิเจนเพราะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าก็รู้ว่าใครฉิบหาย… พี่ภูพอได้ขยับตัว
“ไอ้ภู ไอ้ภู ไอ้ภู!!” ภูวศินชะงักมือที่ยกบรั่นดีพร้อมสายตาเหน็บแนม แหม่ เหล้ากำลังจะเข้าปากอยู่แล้วแท้ๆ แต่ถูกกวนจนได้“อะไรวะ” ภูวิศินขัดใจ พร้อมวางแก้วเหล้าองุ่นที่เรียกกันทั่วไปว่าบรั่นดีลงกับเคาน์เตอร์จนบาร์เทนเดอร์สะดุ้ง ไวน์กระฉอกออกจากแก้วเลอะโต๊ะ แต่ด้วยความรวยที่มีมากเกินไป เลยไม่ได้เสียดา




![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


