LOGINตอนที่ 6 แผนป่วนงานหมั้น1
หยางจางเหว่ยเดินตามหลี่เลี่ยงหลิงไปยังลานเล็กๆมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่เพียงสี่ห้าต้นซึ่งเป็นที่พักคนงานในแปลงนา และในช่วงเย็นแบบนี้จะร้างผู้คนโดยสิ้นเชิง ขาแกร่งยาวแข็งแรงหยุดลงก่อนใบหน้าคร้ามแดดจะเผชิญกับหญิงสาวตัวเล็กที่กำลังเงยหน้ามองเขาเช่นกัน
“จะพูดอะไรก็พูดมา” เสียงเรียบนิ่งตามฉบับหยางจางเหว่ยตามแบบในนิยายเป๊ะกำลังทำให้หญิงสาวบิดปากมองบนอย่างไม่สบอารมณ์กับท่าทางไม่แยแสเชิงดูถูกของชายหนุ่ม
“ฉันเอาของมาคืน” หลี่เลี่ยงหลิงที่ไม่อยากสาวความยาวยืดกับอีกฝ่ายพูดพร้อมกับยื่นซองกระดาษให้อีกฝ่ายจนเกือบถึงใบหน้าคมเข้มคล้ำแดดนั้น
ชายหนุ่มร่างสูงผงะเล็กน้อยแต่ก็เก็บสีหน้าได้เป็นอย่างยิ่ง เขาปัดซองกระดาษไปด้านข้างเล็กน้อย ก่อนจะทำสีหน้าฉงนใจกับซองกระดาษที่ดูเนื้อละเอียด และเป็นกระดาษเนื้อดีราคาแพง
“อะไร” คำถามที่โคตรจะสั้นออกจากปากหนักๆของชายหนุ่มที่หญิงสาวมองยังไงก็ขัดหูขัดตา
“รับไปแล้วแกะดูเอาเอง ฉันไม่ชอบติดค้างใคร” หลี่เลี่ยงหลิงยัดซองกระดาษใส่มือชายหนุ่ม ก่อนจะถอยออกห่าง เพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเพิ่มเติม
หยางจางเหว่ยมองซองกระดาษในมืออย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็แกะออกดูของภายในอยู่ดี คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นธนบัตรหยวนภายในที่เรียงเอาไว้เป็นอย่างดี เขามองเงินหยวนในซองและเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวที่กำลังเสมองไปทางอื่น
“ของของคุณ รับคืนไป ฉันไม่ได้จนตรอกถึงขนาดใช้อะไรต่อมิอะไรไปแลกกับมัน และฉันก็หวังว่า...ต่อจากนี้ไปฉันกับคุณจะเป็นแค่คนแปลกหน้ากันเท่านั้น!!!” หญิงสาวเน้นทุกคำอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตสบกับดวงตาเหยี่ยวของคนตรงหน้า
หยางจางเหว่ยแปลกใจกับท่าทีของหญิงสาวตัวเล็กที่เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก ไหนจะก่อนหน้าที่อีกฝ่ายถึงขั้นทำผู้ชายตัวโตสามคนลงไปนอนเล่นในร่องน้ำ และเงินของเขาที่เธอนำมาคืน ทั้งๆที่เขาคิดว่ามันน่าจะหมดไปกับเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายบนร่างบางไปแล้ว
“คุณเงียบ...ถือว่าตกลง งั้นฉันต้องขอตัวลาก่อน” หลี่เลี่ยงหลิงตกลงเองเสร็จสรรพ หญิงสาวหมุนตัวจะจากไปแต่เสียงเรียบด้านหลังกลับหยุดเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว!!! ของที่ผมให้แล้ว ไม่รับคืน” หญิงสาวหันขวับกลับไปมองผู้พูดด้วยสายตาขุ่นเขียว แต่แล้วก็ต้องปรับอารมณ์ตัวเองให้ลดลง
‘ท่องเอาไว้เลี่ยงหลิง ห้ามทำให้เขาโกรธหรือไม่พอใจ เดี๋ยวจะจบไม่สวย’ เธอหลับตาลงและลืมขึ้นมาใหม่อีกครั้งข่มความขุ่นมัวในใจ
“คุณหยาง...ฉันอยากให้มันจบลงและคุณก็ควรให้ความร่วมมือ” หลี่เลี่ยงหลิงกัดฟันพร้อมกับรอยยิ้มฝืนๆ ที่มองจากไกลๆก็รู้ว่าเสแสร้งเพียงใด
หยางจางเหว่ยมองรอยยิ้มแปลกๆนั้น และยกแขนขึ้นกอดอก เขาจ้องมองหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาสำรวจ ซึ่งท่าทีของเขาเช่นนี้ทำเอาหญิงสาวไม่เข้าใจความคิดของคนตรงหน้าเอาเสียเลย
“ก็ได้ แล้วก็อย่ามาเรียกร้องทีหลัง” เสียงเรียบนิ่งพอๆกับสีหน้าตึงๆ ชายหนึ่งมองเข้าไปสำรวจดวงตากลมอีกครั้ง แต่เมื่อไม่พบอะไรก็หมุนตัวจากไปพร้อมกับซองเงินหยวนสีขาวเนื้อเนียนทันที โดยไม่มีการกล่าวลาแต่อย่างใด
“นึกจะไปก็ไป ไร้มารยาทสิ้นดี” หลี่เลี่ยงหลิงบ่นอุบ แต่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่จบเรื่องนี้ได้เสียที ต่อไปเธอก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบกับความร่ำรวยที่กำลังจะพุ่งเข้าหา
‘อีกไม่นานฉันก็จะเป็น...เศรษฐีผู้ร่ำรวย!!!’ ส่วนพวกตัวเอกทั้งหลายก็ฟันฝ่าอุปสรรคกันไปก็แล้วกัน
หลี่เลี่ยงหลิงยิ้มอย่างดีใจก่อนจะสาวเท้าเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์แจ่มใส โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกย่างก้าวของเธอกำลังถูกคนจับตามองอยู่ในมุมมืด หญิงสาวที่คิดว่าสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเองได้แล้วกลับไม่รู้เลยว่า...มันไม่ง่ายดายเช่นนั้น
“จับตามองและรายงานกับฉันทุกวัน ห้ามให้รู้ตัวเด็ดขาด”
“ครับ...นายท่านรอง”
ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นหญิงสาวเจ้าของบ้านก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีความสุข ในทุกๆวันหญิงสาวจะออกมาบริเวณบ้านเพื่อถางที่เตรียมเพาะปลูกต้นไม้และผักต่างๆ การเคลื่อนไหวเรียบลื่นของสตรีใบหน้าสวยอ่อนเยาว์ทำให้คนที่ถูกส่งมาจับตามองถึงกับตาพร่ามัวกับความสวยสง่างามนั้น
“หลี่เลี่ยงหลิงผู้นี้...งดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ” ชายหนุ่มรำพึงรำพันกับตัวเองแผ่วเบา ในขณะที่ตัวเองกำลังนอนซุ่มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากตัวบ้านหลังเล็กที่แปลกตากว่าบ้านทั่วไป และมันทำให้เขาสนใจยิ่งนัก
หลี่เลี่ยงหลิงที่ยังคงทำสิ่งต่างๆของตัวเอง บ้างก็หยุดเขียนบันทึกถึงเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆในนิยายที่เคยอ่าน เผื่อเธออาจจะพลาดเหตุการณ์ใดไปและเพื่อหลบเลี่ยงเหล่าตัวเอกของเรื่อง มือบางจดบันทึกด้วยภาษาอังกฤษสมัยใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้ใครได้อ่านมัน
"จะแอบดูถึงเมื่อไหร่กัน...ฮึ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ชานเรือนบ่นงึมงำเมื่อหางตายังคงเห็นชายแปลกหน้าที่ตามมาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน และคงไม่ใช่คนของคนอื่นคนไกล นอกเสียจาก...หยางจางเหว่ย
หลี่เลี่ยงหลิงยังคงทำตัวปกติจนกระทั่งวันนัดหมายกับจางหลีไห่มาถึง หญิงสาวคิดหาวิธีจะสลัดสปายหนุ่มที่ตามติดเป็นเงา และเธอก็นึกบางอย่างขึ้นได้....
“จริงสิ วันนี้เป็นวันหมั้นของหวังหร่านชิงกับจางซวงอวี่ ฮึ!!!” เมื่อนึกแผนการดีๆได้ ร่างบางก็เริ่มเตรียมตัวเพื่อออกไปข้างนอกในทันที หญิงสาวเลือกชุดสีชมพูหวานปักลวดลายดอกไม้เล็กๆตรงชายกระโปรงที่ยาวเลยเข่าลงมา พร้อมกับโบว์ประดับผมสีเดียวกันกับชุด เธอถักเปียเล็กๆเพิ่มลูกเล่นและแต่งหน้าโทนชมพูอ่อนสมวัย
หญิงสาวหมุนตัวเองหน้ากระจกยืนบานใหญ่และยิ้มบางเบากับลุคการแต่งตัวในวันนี้ ซึ่งไม่ต่างกับดอกไม้วัยแรกแย้มดอกเล็กๆเลย
“เพอร์เฟค!!!”
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







