LOGINตอนที่ 6 แผนป่วนงานหมั้น2
หมู่บ้านซานตงวันนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษเพราะมีงานมงคลของลูกสาวบ้านหวังที่กำลังจะเข้าพิธีหมั้นหมายกับหนุ่มปัญญาชนคนดัง ผู้คนต่างยกยอทั้งสองว่าเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ทั้งหน้าตาและฐานะทางสังคมล้วนทัดเทียมกัน และเหมือนว่าฝ่ายจางซวงอวี่จะมีฐานะทางครอบครัวที่เรียกได้ว่ามีอันจะกินพอตัว
“เชิญนั่งด้านในเลย เชิญเลยๆ” เจ้างานอย่างสะใภ้สามบ้านหวัง หรือนางซุนหนี่ว์ ซึ่งเป็นสตรีที่รูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ แต่ทว่าใบหน้ากลับไม่เหลี่ยมมากนัก เรียกได้ว่าเป็นสตรีที่ใบหน้าพอดูได้คนหนึ่งเลยทีเดียว
“ทางนี้เลยครับ นั่งทานอาหารไปพลางๆ” หวังข่าย เจ้างานซึ่งเป็นบิดาของหวังหร่านชิงก็ยิ้มไม่หุบเช่นเดียวกับมารดาอย่างซุนหนี่ว์ที่วันนี้บุตรสาวกำลังจะเป็นฝั่งฝา และที่สำคัญยังได้หนุ่มฐานะดีอีกด้วย
‘ต่อไปนี้บ้านสามหวังก็จะลืมตาอ้าปากเสียที หึ...บ้านใหญ่คอยดูเถอะ!!!’ ซุนหนี่ว์เป็นสะใภ้ที่แม่สามีไม่ยอมรับจึงไม่ลงรอยกันมานานหลายปี สุดท้ายก็ต้องทำเรื่องแยกบ้าน และนั่นก็ยิ่งสร้างรอยร้าวบาดหมางมากยิ่งขึ้น พอบ้านสามขอแยก บ้านรองและบ้านใหญ่ก็แยกเช่นกัน
“ยินดีด้วยนะน้องสะใภ้สาม” สะใภ้รองบ้านหวังเดินนวยนาดและพูดจีบปากจีบคอแสดงความยินดี ซึ่งไร้ความจริงใจจนหลายคนต่างเอือมระอา
“ขอบคุณพี่สะใภ้...”
“แต่...แหมๆ จัดงานมงคลลูกสาวคนเดียวทั้งที ทำไมจัดเล็กเช่นนี้เล่า” สะใภ้รองหวังที่ตั้งใจมาจิกกัดก็เริ่มเปิดในทันที จนซูหนี่ว์กำมืออดทนจนแน่นเพราะไม่อยากทำลายงานมงคลในวันนี้ของลูกสาว
“ขายหน้าพี่สะใภ้รองแล้ว แต่เป็นความต้องการของหร่านชิงที่อยากจัดงานเล็กๆ พ่อแม่อย่างเราก็ไม่อยากขัดใจลูกสาว”หวังข่ายเข้ามากอบกุมมือภรรยาก่อนจะตอบกลับพี่สะใภ้รองของเขาที่มักจะหาเรื่องภรรยาเขาอยู่เสมอ แม้ภรรยาของเขาก็ไม่ได้ดีอะไรมากมายแต่ก็ยังถือว่า...เป็นภรรยาและแม่ของลูก
“น่าตีจริงๆเด็กคนนี้” สะใภ้รองหวังพูดตำหนิเสร็จก็หมุนตัวจากไปทางด้านที่จัดอาหาร เพราะดวงตาตี่เรียวเหลือบเห็นอาหารจานเนื้อที่หากินช่วงนี้ได้ยากนัก
“ไปได้เสียที ช่างน่าตบปากยิ่งนัก” ซูหนี่ว์หน้ายับคิ้วขมวด และยิ่งเห็นสายตาจ้องเนื้อตาเป็นมันก็ยิ่งเกลียดเข้าไปอีก
“เอาหน่า...วันนี้วันมงคลก็อย่าได้ขุ่นข้องหมองใจไปเลย” หวังข่ายปลอบภรรยา แต่ก็ไม่วายหันมองพี่สะใภ้รองที่ตอนนี้ตักเนื้อจานใหญ่จนพูน นัยน์ตามีแต่ความละโมบโลภมากอย่างน่าเกลียด
“ก็เป็นเสียอย่างนี้ บ้านใหญ่ บ้านรองถึงได้เอาเปรียบครอบครัวบ้านสามอยู่ร่ำไป” ซูหนี่ว์สะบัดหน้าอย่างไม่พอใจ และเดินกลับเข้าไปดูลูกสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ในเรือน แม้จะไม่ใช่พิธีแต่งงานแต่ก็ยังเป็นพิธีที่สำคัญ ดังนั้นฝ่ายหญิงก็ต้องแต่งกายงดงามกว่าปกติ
แอด.....
หวังหร่านชิงนั่งอยู่หน้ากระจกขุ่นมัวบานใหญ่ที่ไม่ได้ใสแต่ก็ถือว่าหายากพอสมควร สตรีบ้านใดมีกระจกเช่นนี้นับว่ามีฐานะดีเลยทีเดียว หญิงสาวจึงพอใจกับการมีมันเป็นอย่างมาก และสร้างความอิจฉาให้สตรีในหมู่บ้านไม่น้อยเลย รวมถึง...หลี่เลี่ยงหลิงคนเก่า
“ลูกสาวแม่ช่างงดงาม” ซูหนี่ว์ยิ้มกว้างเมื่อเห็นลูกสาวในชุดกระโปรงสีแดง ส่วนบนเป็นแขนยาวคอกระดุมมุกสีขาว ส่วนด้านล่างก็เป็นกระโปรงยาวที่ปักลวดลายดอกมู่ตานความยาวเลยเข่าลงมาครึ่งขาเท่านั้น
“แม่...ก็” หวังหร่านชิงเขินอายกับคำชมนั้นอย่างมีจริต แต่ในใจก็คิดว่าตัวเองนั้นงดงามมากเลยทีเดียว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เขินอายอะไรกัน ก็วันนี้ลูกสาวแม่ก็ต้องงดงามที่สุดอยู่แล้ว รับรองว่าจางซวงอวี่ต้องตาค้างไปแน่นอน” ซูหนี่ว์เข้ามาใกล้ลูกสาวที่นั่งอยู่ก่อนจะบรรจงช่วยติดเครื่องประดับผมที่เหลือเพียงสองสามชิ้นเท่านั้น
“หร่านชิงงามกว่านางเลี่ยงหลิงแล้วใช่หรือไม่...แม่” หวังหร่านชิงที่ภูมิใจในความงามของตัวเอง แต่ก็มักจะไขว้เขวเมื่อเปรียบเทียบกับหลี่เลี่ยงหลิง
“แน่นอน...หร่านชิงของแม่งามกว่านางนั่นเป็นไหนๆ อีกอย่าง...หญิงสาวที่แปดเปื้อนปัญญาชนจนๆคนหนึ่งไปแล้ว จะมาเทียบเคียงลูกสาวที่แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องของแม่ได้อย่างไร” ซูหนี่ว์ที่รู้เห็นเป็นใจกับแผนการของลูกสาวก็พูดขึ้นมา แต่คงไม่ทันได้สังเกตใบหน้าลูกสาวตนเองว่าซีดเผือดเพียงใดเมื่อมารดาพูดถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ซึ่งตัวเธอก็ไม่มีมันแล้วเช่นกัน
‘หร่านชิงต้องขออภัย ความบริสุทธิ์นั้นมอบให้พี่ซวงอวี่ไปเนิ่นนานแล้ว’ หวังหร่านชิงไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าหากเรื่องนี้มารดารับรู้จะเป็นเช่นไร จึงได้แต่หวังว่า...ครานั้นจะไม่ได้ทำให้มีเด็กในท้องขึ้นมา
“เอาล่ะใกล้เวลาแล้ว แม่ต้องออกไปเตรียมรับขบวนสู่ขอก่อน รอเพียงครู่เดียวซวงอวี่ก็จะเข้ามารับไปทำพิธีด้านนอก” สะใภ้สามหวังบอกลูกสาวที่กำลังนั่งก้มหน้า
‘คงเพราะกำลังประหม่าตื่นเต้นกับงานนี้กระมัง’
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







