LOGINตอนที่ 8 ช่วยเหลือและข้อตกลง1
“ตอนที่คุณย่าเป็นเรียกมันว่า ‘ภาวะโลหิตจาง’ ซึ่งมันเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ต้องถามก่อนว่าคุณป้าหลิวทานอาหารอะไรเป็นประจำ จำพวกชา กาแฟ นมหรือเปล่าคะ”
“จริงด้วย...คุณชอบดื่มไอ้...อ่า...คาเฟย” จางหลีไห่นึกถึงเครื่องดื่มสีดำรสชาติขมที่สองสามปีมานี้ภรรยาของเขาดื่มมันทุกวันเป็นประจำ หากไม่ดื่มก็จะรู้สึกปวดหัวไม่สบายตัวไปทั้งวัน จนทั้งเขากับภรรยาต่างคิดว่าสิ่งนั้นช่วยรักษาโรคได้
“แต่ชาวตะวันตกก็ดื่มมันเช่นกัน เหตุใดพวกเขายังดูสบายดี...ไม่ได้ป่วยไข้เช่นป้า” หลิวซีอิ๋งยังมีข้อสงสัย เพราะตอนซื้อกาแฟมา ร้านที่นั่นก็มีคนดื่มมากมาย หากมันมีโทษไยคนถึงยังดื่มกินกันอย่างแพร่หลาย
“หมอที่มารักษาให้คุณย่าอธิบายให้ฟังว่า...ในเครื่องดื่มพวกชาหรือ...คาเฟย มีบางอย่างที่รบกวนการสร้างเลือด แต่หากปกติทานอาหารที่จำเป็นในการสร้างเลือดพอควรแล้วก็จะไม่เกิดปัญหา แต่หากทานอาหารจำพวกนั้นน้อยอยู่แล้วก็จะมีปัญหาภาวะโลหิตจางตามมา”
หลี่เลี่ยงหลิงอธิบายอย่างง่ายๆไม่ลงลึกจนเกินไป เพราะในช่วงยุคนี้การแพทย์ตะวันตกยังไม่ได้เข้ามาอย่างแพร่หลายนัก ในระหว่างอธิบายหญิงสาวสังเกตสีหน้าท่าทางของทั้งสองก็ใจชื้น เพราะทั้งสองดูจะเข้าใจและยอมรับการแพทย์เช่นนี้อยู่พอสมควร
“อาหารสร้างเลือดอย่างนั้นหรือ” จางหลีไห่ที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ก็พูดเชิงถามขึ้น และหลิวซีอิ๋งก็สนใจเช่นกัน อาหารสร้างเลือดที่ว่าคืออะไร
“อาหารสร้างเลือดก็จะมีเนื้อแดงจากสัตว์ ตับ เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล ไข่แดง และผักใบเขียวค่ะ แต่อาหารเหล่านี้ต้องทานห่างจากชา คาเฟย และนมนะคะ ไม่อย่างนั้นจะรบกวนการสร้างเลือดในร่างกาย คุณป้าหลิวทานอาหารพวกนี้บ้างรึเปล่าคะ”
หลิวซีอิ๋งยิ้มแหยๆ พร้อมกับจางหลีไห่ที่หรี่ตามองภรรยาของเขาที่เป็นคนช่างเลือก ผักไม่แตะ เนื้อไม่ค่อยทาน ที่เด็กสาวตรงข้ามกล่าวมาภรรยาของเขาล้วนแต่เขี่ยทิ้งทั้งสิ้น
หลี่เลี่ยงหลิงสังเกตอาการของทั้งสองก็พอรู้แล้วว่าตุณป้าหลิวก็คงเป็นคนที่เลือกทานอาหารอยู่ไม่น้อย หญิงสาวแสร้งทำเป็นล้วงไปในกระเป๋าแต่แอบหยิบของออกมาจากในมิติช่องว่าง ก่อนจะวางสิ่งนั้นลงบนโต๊ะ
“สือหลิว/สือหลิว” ทับทิมผลโตที่หญิงสาววางลงบนโต๊ะ แม้จะพอหาได้แต่ก็ยากพอสมควรในช่วงเวลาเช่นนี้ที่ถูกควบคุมจนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้
“ค่ะ สือหลิวเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเลือดได้ดี หากทานทุกวันวันละ 1 ผล อาการป่วยของคุณป้าหลิวก็จะดีขึ้นจนหายไปในที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณป้าก็ต้องลดละเลิกคาเฟย และหันมาทานอาหารสร้างเลือดบ้างเช่นกัน”
เมื่อหลี่เลี่ยงหลิงพูดจบทั้งคู่ก็แสดงท่าทีหนักใจอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าต้องปรับเปลี่ยนการกินแต่เป็นเรื่องของเจ้าผลสือหลิวที่ไม่รู้จะหาจากไหนวันละ 1 ผล
“คุณป้าหลิวมีเรื่องลำบากใจอันใดหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเห็นสีหน้าสลดของผู้ใหญ่ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ แต่เมื่อเห็นสายตาที่มองมาที่ผลสือหลิวก็เข้าใจในทันทีว่าความหนักอกหนักใจของทั้งสองคือสิ่งใดกัน
“ผลสือหลิวนี้ เกรงว่าลุงกับป้าคงหามาทานไม่ได้ทุกวันเป็นแน่ แม้วันนี้จะได้ทานแต่วันพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะหาได้หรือไม่” จางหลีไห่กล่าวอย่างกังวลและหันไปมองภรรยาที่ต้องอดทนกับอาการป่วยไข้นี้
“หากเป็นเรื่องผลสือหลิวนี้ คุณลุงกับคุณป้าหายห่วงได้เลยค่ะ ที่บ้านมีลูกให้กินได้ทั้งปีไม่ขาดเชียว เดิมทีก็ปลูกไว้เพื่อคุณย่า แต่เมื่อปลายปีก่อนท่านได้จากไปแล้วเพราะความชราภาพ ผลสือหลิวนี้จึงมีเหลือให้เก็บเกี่ยวได้ทุกวันเลยค่ะ” และแน่นอนว่าหญิงสาวโกหกคำโต
“จริงหรือ ดี!!! ดีจริงๆ!!! ขอบใจมากนะเลี่ยงหลิง หนูจะขายผลละกี่หยวนบอกมาได้เลย” จางหลีไห่ดีใจมาก สองสามีภรรยามองหน้ากันและระบายยิ้มกว้าง อย่างน้อยก็พอมีหนทางรักษา ดีกว่ามืดแปดด้านและต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างไม่มีความหวัง
ทั้งเรื่องงานและผลสือหลิวถูกตกลงซื้อขายเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงการนัดวันรับของที่หญิงสาวเป็นผู้กำหนดซึ่งจะส่งสินค้าพร้อมกับวันที่เธอจะเข้าไปดูโรงงานกระดาษของสำนักพิมพ์จางรีคอร์ด ส่วนผลสือหลิวนั้นเธอก็จะนำมาให้ในวันเดียวกันและส่งให้ทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือน
“คุณป้าหลิวคะ หากคุณป้าไม่อยากทานเป็นผลสามารถคั้นเป็นน้ำดื่มแทนได้นะคะ รับรองว่านอกจากบำรุงเลือดแล้ว ยังช่วยเรื่องผิวพรรณ และต้านริ้วรอยอีกด้วย” ท้ายประโยคหญิงสาวกระซิบให้พอได้ยินเบาๆเท่านั้น จึงได้เห็นท่าทางอาการเขินอายของหญิงวัยกลางคนที่ตั้งแต่ป่วยไข้ก็ดูทรุดโทรมขึ้น รวมถึงตัวท่านขาดความมั่นใจเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาตัวเองจนบางครั้งก็หลบเลี่ยงสามี
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







