Masuk“ข้าช่วยท่านได้ ข้าคิดว่าช่วยได้เจ้าค่ะ อย่าไล่ข้าออกจากจวนก็พอ ข้าจะช่วยท่านข้ากำลังศึกษาวิธีเจ้าค่ะ” นางไม่ได้ละเมอ แต่พูดทั้งที่หลับตา อยากคุยต่อกับเขาอีกหน่อยแต่หนังตานางเมื่อหย่อนลงแล้วเปิดไม่ขึ้นอีกเลย
“หึ พักผ่อนเสีย การเดินทางที่ยาวนานอาจทำเจ้าเปลี่ยนใจ” เขานอนมองหน้านางที่ไม่มีท่าทีเขินอายยามอยู่กับเขาแม้แต่น้อย นึกถึงยามก่อนหน้าที่ลงไปช่วยนางขึ้นจากน้ำ ตอนที่เขาพยายามคว้ามือนางเอาไว้ มีสตรีนางนึงแต่งตัวประหลาด พูดแก่เขาว่าฝากดูแลนางด้วย แล้วนางจะมอบสิ่งดีๆให้แก่เขา แปลก!! แปลกที่แม้ตอนนั้นอยู่ใต้น้ำแต่ได้ยินเสียงพูดชัดเจน “เจ้า…มีใครคุ้มครองอยู่กันแน่” เขาไม่ได้กลัว นางเป็นคนและมีลมหายใจอุ่นเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่คงมีเทพธิดาสักองค์คอยปกป้องนางเพราะสงสารกระมัง “พรุ่งนี้เจ้าจะเปลี่ยนใจ ร้องขอกลับมาเป็นคุณหนูรองสกุลหยาง หรือจะทนความแห้งแล้งและห่างไกลเมืองหลวงได้หรือไม่” เขาคิดหลายสิ่งจนหลับตามนางไป ยามเหมา เหล่าทหารและบ่าวรับใช้ช่วยกันเตรียมของใส่เกวียนที่จะมุ่งหน้าไปก่อน “เจ้านั้งรถม้ากับสาวใช้ ส่วนข้าจะขี่ม้าเพื่อคุ้มภัย” วันนี้นางดูหน้าตาสดใสกว่าเมื่อวาน ไม่มีงอแงง่วงนอนแถมยังช่วยสาวใช้ของนางเก็บของไม่มีอิดออด “ไว้ถึงที่โน้น สอนข้าขี่ม้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าแม้เป็นสตรีก็ควรฝึก ยิ่งแถวนั้นห่างไกลให้นั้งรถม้าตลอดเกรงว่าจะไม่สะดวก” เขาพยักหน้าและยังดีที่นางคิดจะปรับปรุงตัว “ไปเถอะ” ฝ่ามือหนายื่นมาตรงหน้านางจึงวางมือบอบบางของตัวเองลง เมื่อเดินออกมาพบขบวนทหารและบ่าวรับใช้ยาวเกือบลี้ทำนางตื่นเต้น “ท่านนำทหารมากี่หมื่นนายกัน” นางไม่คิดว่ากองทัพของเขาจะคนเยอะเช่นนี้ “เดิมข้าพามาแค่1000นาย แต่ทางการมอบทหารฝีมือดีให้อีก50000นาย เดินทางล่วงหน้าไปแล้ว45000นาย” นางถึงกับตาโต “มีการรบทุกวันหรือไม่” “ไม่หรอก ทางนั้นแห้งแล้ง จนแม้แต่ข้าศึกยังเก็บเสบียงเพื่อมาโจมตีได้ไม่นาน ไปถึงเจ้าจะรู้เอง เค่ออิง…ที่นั้นไม่เหมือนเมืองหลวง ไม่มีสิ่งของอำนวยความสะดวก ไม่มีร้านขายเครื่องประดับ มีเพียงตลาดขายผักขายเนื้อธรรมดา เจ้า…จะเปลี่ยนใจหรือไม่” คิดว่าพูดคุยเสียตอนนี้ย่อมดีกว่า เขาไม่ชอบเห็นน้ำตาของสตรี และหากนางงอแงจะกลับเขาคงใจเสียไม่น้อย “อยู่ที่นี่ก็ใช่ว่าข้าจะได้รับความสะดวกสบาย ทุกอย่างท่านก็เคยเห็น อยู่ที่ใดก็ได้ข้าขอแค่ไร้การกดขี่ข้ากับบ่าวรับใช้ก็พอ ชีวิตข้ากับบ่าว คงต้องฝากไว้ที่ท่านแล้ว ท่านแม่ทัพเหลียงหย่งฉี” เป็นอันว่าเข้าใจตรงกัน นางยินดีไปตายเอาดาบหน้า เมื่อส่งภรรยาขึ้นรถม้า เขาจึงมาขึ้นม้าอีกตัวเพื่อเริ่มเดินทาง “ข้าหายใจแทบไม่ออกตอนท่านแม่ทัพเอ่ยบอกว่าที่แคว้นซีเจียงกันดารเพียงใด คุณหนูของข้านั้นแปลกไป ปกติโวยวายและฟูมฟายไปแล้ว แต่นี่นิ่งสงบจนข้า…ใจไม่ดี“ เฟิ่งหรั่นที่เดินร่วมกับอาซานและอาซือเอ่ยอย่างคิดหนัก ”เช่นนั้นรอดูต่อไปเถิดพี่เฟิ่งหรั่น พวกข้าเองไม่เคยใกล้ชิดคุณหนู แต่คิดว่าหากเป็นแบบนี้ไปตลอด ย่อมเรียกความเมตตาจากท่านแม่ทัพได้แน่นอน“ พวกนางพยักหน้าเห็นด้วย ขบวนเดินทางกลับยังทำเวลาได้ดี แม้บัดนี้เริ่มมืดค่ำ พวกเขาก็หาทำเลที่ปลอดภัยตั้งกระโจมกลางหุบเขา ”คุณหนูที่ลำธารมีน้ำเยอะพอควร บ่าวจะไปต้มน้ำให้อาบเจ้าค่ะ“ เฟิ่งหรั่นที่ตักน้ำมาให้นางล้างมือล้างเท้าเอ่ยบอก ”ยุ่งยากทำไมกัน เหล่าบุรุษพวกนี้แทบจะไม่มีพิธีอันใด เฟิ่งหรั่นบางทีข้ากับเจ้าต้องปรับตัว“ นางเกรงใจบ่าวรับใช้ของสามี หากทำตัวเรื่องมากเช่นต้มน้ำอาบ เพราะนางท่องในใจมาตลอดทางว่าจะเลิกเอาแต่ใจและเป็นคนใจเย็นอยู่กับคนอื่นๆให้ได้ ”เอ่อ เช่นนั้นบ่าวจะไปดูความปลอดภัยให้คุณหนูเจ้าค่ะ“ นางเตรียมชุดและสิ่งของเพื่อไปอาบน้ำให้คุณหนูของพวกนาง โดยมีอาซานและอาซือไปด้วย ”ที่ขบวนนี้มีแต่บุรุษ ข้าคงมอบหมายให้ทหาไปเฝ้ายามเจ้าอาบน้ำไม่ได้ เอาเป็นว่าพวกเจ้าไปอาบน้ำให้ฮูหยิน ข้าจะเฝ้าต้นทางให้เอง“ เหลียงหย่งฉี เห็นสตรี4คนที่พยายามทำตัวให้กลมกลืนแต่ยังกล้าๆกลัวๆก็นึกเห็นใจ จึงเอ่ยบอกเช่นนั้น ”สั่งทหาร ไม่มีกิจอันใดห้ามไปที่ลำธาร ใครฝ่าฝืนข้าจะตัดคอแล้วโยนให้เสือกินเสีย“ ทหารทุกนายรับทราบ และปฏิบัติตนอย่างดีโดยทั่วกัน ”ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าจะรีบอาบน้ำให้ไวที่สุด!!“ ท่าทางขันแข็งของนางทำเขาอมยิ้ม ตลอดเวลาที่เดินทางหรือแม้แต่ตอนพัก นางเอาแต่มองรอบทางอย่างตื่นเต้น ไม่มีบ่นเหนื่อยหรือมีท่าทีหงุดหงิดใดๆ กับตื่นเต้นกับทุกสิ่งแม้ยามพักจะได้กินเพียงไก่ย่างกับหมั่นโถวก็ตาม ”ไปเถอะ ข้ายืนอยู่ตรงนี้“ นางและบ่าวรับใช้รีบทำกิจตัวเองให้เสร็จ ภายในเวลา1ถ้วยชาซึ่งถือว่าทำเวลาได้ดี ”ท่านอาบน้ำเลยหรือไม่“ เขาพยักหน้าและบอกให้พวกนางกลับกระโจมไปก่อน เมื่อจัดเตรียมสำรับเรียบร้อยเป็นเวลาเดียวกับที่ท่านแม่ทัพเดินกลับมาจากอาบน้ำพอดี เหล่าสาวใช้จึงล่าถอยออกจากกระโจม ”ท่านพี่เห็นเหล่าทหารพูดคุยกันว่าซีเจียงแล้งหนักทุกปี ที่นั่นมีบ่อน้ำหรือว่าทำการเกษตรหรือไม่เจ้าคะ““พ่อบ้านซิง เขียนราชสาส์นขึ้นมา ข้าจะปลดแอกแผ่นดินซีเจียงออกจากใต้หล้า ไม่ขึ้นกับใคร หากไม่พอใจก็ให้ยกทัพมา ส่งไปทุกแคว้นให้ทราบโดยทั่วกัน!!” นาทีนี้อย่าคิดว่าเขาใจดำ คนของเขาตายไปไม่รู้เท่าไหร่ ยิ่งรู้ว่าหยางเค่ออิ่งตั้งท้องลูกของเขายิ่งไม่ต้องการขึ้นอยู่กับเมืองใดทั้งนั้น“เราต้องรีบกอบกู้สถานการณ์ในแคว้นให้ปกติโดยเร็วที่สุด เรียกขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านเจ้าค่ะ” เขาพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนส่งสายตาให้พ่อบ้านซิงออกไป ส่วนตัวเขานั่นดึงทึ้งชุดนักรบออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะยืนนิ่งๆให้นางทำแผล“น้ำร้อนมีหรือไม่” นางพยักหน้าเพราะกำลังงงว่าเขาต้องการน้ำร้อนไปทำไม ร่างหนาเดินไปตักน้ำร้อนเทไปผสมในอ่างอาบน้ำก่อนปลดชุดนางออกจากร่างบางและอุ้มนางลงไปแช่น้ำอุ่น“หลังจากรบรามาเป็นเวลานาน ร่างกายขมวดเกร็งจนต้องคลายเส้นด้วยน้ำอุ่น” เขาจับฝ่ามือบางขึ้นมาถูทำความสะอาด “แต่แผลท่านอาจจะบาดเจ็บกว่าเดิม” นางยังพะวง“ข้ารู้ว่าเจ้ามียาดี แต่ตอนนี้ข้าต้องล้างคราบความสกปรกพวกนี้ออกให้เจ้าก่อน” เขาถูไถไปตามร่างงามทั้งๆที่ตัวเขานั้นเปอะเปื้อนกว่านางแท้ๆ“พักผ่อนก่อนดีหรือไม่” เมื่อปลายจมูกคมเริ่มถูไถตามแผ่นหลัง นางก็
“มีใครส่งม้าเร็วออกไปดูหรือไม่!!” สาวใช้มองหน้ากันไปมา เพราะมีม้าเร็วออกไปดูแล้วแต่ยังไม่กลับเข้ามาเช่นกัน“พวกเจ้าไปพักเถอะ” นางถอยเข้ามาในห้องนอนก่อนเข้าไปค้นหากล้องส่องทางไกลในมิติ แต่กลับพบเจอว่ามันใหญ่มาก คล้ายกล้องดูดาวอย่างไรอย่างนั้น จึงตัดสินใจหอบหิ้วไปบริเวณกำแพงเมือง สิ่งที่นางเห็นคือเหล่าทหารยังโรมรันกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งสองฝั่งสู้กันยิบตาเลยทีเดียว“เอี่ยกุน เจ้าชื่อเอี่ยกุนใช่หรือไม่” นางหันไปถามทหารที่ถูกสั่งให้เฝ้ากำแพงเมือง ป้องกันภัยชาวบ้านในแคว้น“ขอรับฮูหยิน” พวกเขาส่วนใหญ่เป็นทหารใหม่พึีงสมัครเข้ามาไม่ถึงเดือน คมดาบถือว่ายังไม่เที่ยงนัก“ไปตามทหารของเราที่มีอยู่ขึ้นมาบนนี้” หากนางปล่อยไปแบบนี้คาดว่าน้ำพุวิเศษที่นางมอบให้คงหมดแล้ว และอาจจะต้องพ่ายแพ้เพราะกำลังพลมีน้อยกว่า แม้คนของข้าศึกจะล้มตายไปมากก็ตาม“ตอนนี้มีกันกี่นาย” นางมองเด็กหนุ่มที่ครั้งนึงเคยมาขอข้าวให้ท่านยายที่แก่ชราพร้อมถอนหายใจ“ราวๆ200นายขอรับ”“เคยฝึกธนูหรือไม่” “เคยขอรับ/ไม่เคยขอรับ” นางคิดวิเคราะห์เพียงครู่ก่อนหันไปหาอาซือและอาซาน“พวกเจ้าเคยอยู่ในค่ายทหารมา เอาพลธนูปะปนไปกับคนที่ฟ
”เรียนท่านแม่ทับ แคว้นซีเป่ยและแคว้นห่าว ยกพลรวมกัน ไม่มีกำลังที่สองและสามขอรับแต่รวมกันมาในกองกำลังเดียว!!“ เขาลุกขึ้นยืนก่อนปักดาบลงบนแผนที่วางแผนรบ“เช่นนั้นก็ไม่ต้องออมมือ!!” เขาวางแผนอย่างรวดเร็วตอนนี้กองกำลังที่2และ3รวมตัวกันอยู่บริเวณชายแดน หากจากซีเจียงไป15ลี้ “คืนนี้จัดกำลังซุ่มโจมตี ในเมื่อกระหายอำนาจ ข้าจะลดทอนให้ไม่เหลืออำนาจเลยทีเดียว!!” ทหารทั้งหลายพากันไปเตรียมตัว นางแอบนำน้ำพุวิเศษมาราดลงบนแผลเขา เมื่อคิดว่าสมานดีแล้วปล่อยให้เขาวางแผนรบต่อส่วนนางนั้นออกมาดูคนเจ็บ ใครที่เจ็บมากนางจัดการราดน้ำพุวิเศษลงบนแผลทันที พร้อมรีบปิดปากแผลเอาไว้ไม่ให้ใครสงสัย และเพราะตอนนี้อากาศในช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน นางนำขวดน้ำสเตนเลทออกมาจากมิติ ก่อนจะนำมาแจกจ่ายเหล่าทหาร รวมถึงผสมน้ำพุใส่ลงไปด้วย“สิ่งนี้เจ้าเรียกว่ากระบอกน้ำงั้นรึ” เหลียงหย่งฉีที่ตอนนี้สวมชุดดำทั้งชุดเตรียมออกไปโจมตีข้าศึกให้ไม่ทันได้ตั้งตัว เหล่าทหารกินข้าวกันอย่างอิ่มหนำและพักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อร่างกายไม่ขาดน้ำหรืออาหาร ย่อมมีแรงออกไปรบรา แต่คืนนี้ที่พวกเขาตั้งใจจะซุ่มโจมตี จะนำกำลังทหารออกไปเพียง3000นายเท่านั้น แต่เ
“ต่อให้มีข้าศึกมาอีกนับแสนขอเพียงเจ้าปลอดภัย ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!!” ร่างหนาโอบกอดนางเอาไว้แน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ต้องพะวงห่วงข้า ข้าเอาตัวรอดได้เพราะมีท่านเทพคุ้มครอง ท่านจง…ทำหน้าที่แม่ทัพปกครองบ้านเมืองเถอะเจ้าค่ะ” นางมีมิติลับ หากภัยถึงตัวนางสามารถไปหลบในนั้นได้ แต่กลับกันชาวบ้านแคว้นซีเจียงนั้นไม่มีที่หลบ นอกจากด้านหลังของเหลียงหย่งฉี นางจะยืดหยัดเคียงข้างเขา”เอ้า!!เข้าแถวๆ อย่าแซงคิวได้ทุกคนๆ“ เสียงโหวกเหวกโวยวายที่หน้าค่ายทหารทำหลายๆคนกำลังวิ่งวุ่น เมื่อรู้ว่าสงครามจะเกิดในขณะที่ภัยแล้งยังไม่ซาแน่นอนว่าชาวบ้านต้องรีบกักตุนอาหารและน้ำเพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่อุณหภูมิสูงถึงขนาดว่าชาวบ้านบางคนนำเศษผ้ามาพันเท้าเพื่อเดินบนดินได้ นางเห็นก็สงสารไม่น้อย ทำได้แค่รีบแจกจ่ายส่งของและรีบให้พวกเขากลับไป”เรียนฮูหยิน ไก่แม่พันที่ท่านให้และสอนการให้อาหาร ตอนนี้ออกไข่และมีลูกขยายพันธ์เร็วจนข้าเริ่มเลี้ยงไม่ไหวแล้วขอรับ ไข่ไก่มีกินไม่ขาด แต่หากปล่อยให้แพร่พันไปเรื่อยๆเกรงว่าจะมีอาหารไม่พอทั้งคนทั้งไก่“ ชาวบ้านที่นี่ส่วนน้อยนักที่จะเห็นแก่ตัว และเพราะทุกบ้านได้ไก่เท่าเทียมกัน เมื่อกินไข่ไ
“เฟิ่งหรั่นข้าต้องการรับสมัครคนเย็บผ้า ทำชุดทหารให้บุรุษที่สมัครใหม่และทหารเก่า ต้องการจำนวนมาก ค่าตอบแทนเป็นเสบียงและอาหารแห้งก็แล้วกัน” เรื่องชุดแต่งกายนั้นสำคัญมาก และยังมีกระเป๋าแบบใหม่ที่นางอยากเย็บแจก เพื่อเอาไว้เก็บเสบียง นางคิดว่าหากจ้างคนในแคว้น ยิ่งทำให้มีใจหึกเหิม ยิ่งร่วมด้วยช่วยกันยิ่งเป็นพลัง “ส่งสาส์นไปวังหลวง ขอกำลังทหารเสริมเพราะถูกสามแคว้นเริ่มส่งสาส์นท้ารบให้ข้า ทหารเรามีเพียง70000นาย หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เราเป็นเมืองเดียวดาย” เขาอยากจะลองใจกันดูสักตั้ง อยากรู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เกิดสงครามนี้ เป็นคนที่เขาคาดเดาเอาไว้หรือไม่ 10วันต่อมา ”วังหลวงส่งสาส์นตอบกลับมาขอรับ“ ฮุ้ยกวงรีบวิ่งนำสาส์นมามอบให้แก่แม่ทัพเหลียงหย่งฉี ความร้อนใจปะปนด้วยกันมา มือหนากำกระดาษแน่น”ถ่ายทอดคำสั่งออกไป มีสาส์นท้ารบจากแคว้นอื่นๆ วังหลวงปล่อยให้เราแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง หากต้านทานได้จะยกให้เป็นทหารคู่บัลลังค์ นี่คือการส่งเราไปตายชัดๆ…หากเสร็จศึกครานี้และได้ชัยชนะกลับมา แคว้นซีเจียงจะประกาศเป็นแคว้นปกครองตนเอง!!“ เขาไม่เคยโกรธเคืองเช่นนี้มาก่อน แม้วังหลวงไม่ส่งทหารมารบกับแคว้นซ
“ความผิดเจ้าเองอยู่ในข่ายกบฏข้าละเว้นโทษไม่ได้ ส่วนเรื่องบุตรสาวเจ้า ซีเฟ่ยจะเป็นจัดการต่อจากนี้ ทหาร!!นำตัวขายผู้นี้โบย20ไม้ ขังคุกมืด20วัน หากพ้นโทษ ให้เขาไปดูแลคอกม้า!!” เสวียหลางคำนับเหลียงหย่งฉีทันทีที่เขาพูดจบ “ขอบพระคุณที่ท่านแม่ทัพเมตตาขอรับ” อย่างน้อยๆเขาไม่ต้องถูกเฆี่ยนตีและแห่ประจารไปทั่วเมือง เขายังมีชีวิตอยู่ตอบแทนคุณ และยังช่วยให้บุตรสาวรอดพ้น นั่นถือว่าเพียงพอแล้ว“จับตาดูเขาเอาไว้ อย่าให้ตาย อย่าให้ทำอะไรผิดไปอีก” เหลียงหย่งฉีมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทหารคนนั้นเลี่ยงไม่ได้ หากเป็นเขาเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาวก็คงต้องทำ แต่เดิมมาหากใครก้าวเข้ามาเป็นทหารกองทัพเหลียง เขาไม่คิดฆ่าเข็ญอยู่แล้ว“เห็นทีคงไม่ต้องรอหมดแล้ง อาจจะต้องเริ่มทำศึกเร็วขึ้นหน่อย ท่านพ่อกล่าวว่า ตอนนี้เรื่องที่แคว้นซีเจียงมีเสบียงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่า…ทุกคนจะหันปลายดาบมาทางนี้” นางคิดไม่ถึงว่าคนชั่วอย่างฮูหยินสกุลหยางและแม่เลี้ยงของนางจะก่อกรรมกับนางต่อ“ทหารของเราพร้อมตลอดเวลา ตำราที่เจ้ามอบให้ข้าลองจำลองและวางแผนรบ คิดว่ามันใช้ได้ดี บางทีสิ่งที่เจ้าเองพูดมาก็ถูก ข้าเป็นทหารที่มุทะลุเกินไ
“หมอสั่งเที่ยบยาแล้วใช่หรือไม่” นางพยักหน้ารับก่อนจะมองไปที่ถ้วยยา “ข้ากินได้เพียงนิด เพราะยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเจ้าค่ะ รอเฟิ่งหรั่นกลับมา ข้าจะไปช่วยนางทำครัว” ดีที่เขาเรียกชื่อสาวใช้นางจะได้เรียกถูกเสียที และเรื่องทำอาหารนั้นนางทำได้สบายมาก เรือนไม้นี้แม้จะผุพังไปหน่อยแต่ทุกอย่างก็มีครบ ไว้รอสาว
“น้องรอง” บุรุษร่างสูงใหญ่แต่งตัวคล้ายนักรบเดินเข้ามาพร้อมสตรีที่มองนางอย่างไม่เป็นมิตร“นั่นใคร” นางหันไปถามสาวใช้ที่ผูกเชือกให้นางเสร็จก่อนลงไปยืนที่พื้นข้างเตียงทันที“ห๊ะ เอ่อคุณชายใหญ่กับฮูหยินอย่างไรเล่าเจ้าคะ” ท่าทางงงงวยของสาวใช้ทำนางคิดว่าเดี๋ยวคงต้องถามกันอีกยาว แต่ตอนนี้ช่างก่อน“ต้องทำใ
“มีอะไรต้องใช้บ้างหล่ะ” ชีวิตนางช่างอาภัพ โลกเดิมผู้เป็นแม่เสียไปตั้งแต่ยังเด็ก อยู่กับพ่อที่เลี้ยงมาอย่างตามใจ จนวันนึงผู้ให้กำเนิดพาผู้หญิงคนนึงเข้ามาบ้าน ความหายนะในชีวิตนางจึงบังเกิด เพราะด้วยนิสัยที่เอาแต่ใจ นางจึงกลายเป็นคนร้ายในสายตาผู้อื่น เรื่องล่าสุดที่ทำให้นางมาอยู่ที่นี่ได้ก็คือ แม่เลี้
“โทษของการกลั่นแกล้งบุตรสาวฮูหยินใหญ่คือการหาบุรุษสักคนที่อยู่ในถิ่นทุระกันดานแต่งงานกับนางเสีย” เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าตวาดดังก้อง ทันทีที่…หยางเค่ออิ่ง… รู้สึกตัวตื่น เหมือนโลกใบเล็กๆของเธอล่มสลายตรงหน้า ภาพห้องเหม็นอับนี่คืออะไรกัน เสียงคนพูดภาษาโบราณนั่นอีก เท่าที่จำได้คือเธอไปพังงานวันเกิดแม่เลี







