แชร์

ออกเรือน

ผู้เขียน: ภัสสพิชชา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-09 16:19:50

“หมอสั่งเที่ยบยาแล้วใช่หรือไม่” นางพยักหน้ารับก่อนจะมองไปที่ถ้วยยา

“ข้ากินได้เพียงนิด เพราะยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเจ้าค่ะ รอเฟิ่งหรั่นกลับมา ข้าจะไปช่วยนางทำครัว” ดีที่เขาเรียกชื่อสาวใช้นางจะได้เรียกถูกเสียที และเรื่องทำอาหารนั้นนางทำได้สบายมาก เรือนไม้นี้แม้จะผุพังไปหน่อยแต่ทุกอย่างก็มีครบ ไว้รอสาวใช้กลับมา นางคงต้องปรับปรุงที่อยู่ที่กิน

“ระยะนี้สหายข้าต้องมาราชการที่วังหลวง ท่านปู่จึงอนุญาตให้เขาเข้าพักที่เรือนปีกขวา ทหารรักษาการณ์อาจเยอะสักหน่อยน้องรองอย่าตกใจไป” นางไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับใครอยู่แล้วจึงไม่โต้แย้ง

“คุณชายใหญ่” เสียงเรียกของสตรีวัยกลางคนที่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อนทำนางและเขารีบหันไปมอง

“แม่นมจวง ข้าให้เฟิ่งหรั่นไปรบกวนท่านหรือ” เขาเลิกคิ้วถามคนที่ยืนหอบเหนื่อย

“ปะเปล่าเจ้าค่ะ บ่าวคิดว่าสาวใช้คนนี้พูดปด” คิ้วเข้มขมวดจนเป็นปม ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ต่อไปนี้หากใครมองข้ามเค่ออิ่งข้าจะลดอำนาจหน้าที่ไปเป็นคนเลี้ยงม้า ไม่สนว่าเป็นใคร รวมถึงฮูหยินด้วย เหตุใดคนบ้านนี้จึงปฏิบัติกับนางเช่นเป็นคนอื่นไกลหืมมม” เสียงคมเข้าตวาดลั่นจนคนที่มาใหม่ก้าวขาไม่ออก

“ซีเฟ่ยเจ้ากำลังโมโหเรื่องอันใด” ฮูหยินใหญ่ที่รีบตามมาตั้งแต่สาวใช้ไปรายงาน รีบเรียกเอาไว้ก่อนหลานชายคนโปรดจะฟาดงวงฟาดงา

“มากันเสียทีก็ดี ข้ามีเรื่องจะแจ้งกันให้พร้อมหน้า ตั้งแต่บัดนี้บ้านรองมีสิทธิ์เบิกของทุกอย่างในจวน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือรองเท้าใหม่ รวมถึงอาหารที่ควรจะส่งต่อมาถึงนี่ ข้าไปรบที่ชายแดนแรมเดือนกลับมาที่จวนทั้งทีกลับต้องมาพบว่า…คนในจวนรุมรังแกบุตรสาวอนุของท่านพ่อ เหตุใดจึงใจร้ายเช่นนั้นขอรับ เพียงแค่นางไม่มีแม่เช่นนั้นหรือ” เขาเอ่ยอย่างอ่อนใจ แม้รู้ว่ายามไปรบมีท่านปู่คอยสอดส่อง แต่จะช่วยได้มากน้อยเพียงใดเมื่อคนจ้องทำร้ายมากกว่าคนที่ระวังตัว

“ซีเฟ่ยเจ้าพูดเกินไป สิ่งที่พวกข้าทำนั้นเป็นเพียงการสั่งสอน ที่สำคัญอีกไม่กี่วันนี้นางต้องออกเรือน สั่งสอนนิดหน่อยจะเป็นไรไป” คำตอบของผู้ใหญ่ในบ้านทำนางตาโตตกใจจนเผลอกำมือสาวใช้แน่น

“ออกเรือน!! เหตุใดข้าจึงไม่รู้เรื่องนี้” หยางซีเฟ่ยมองทั้งท่านย่า ท่านแม่ น้องสาว และภรรยาอย่างจับผิดก่อนจะเห็นว่าทุกคนจงใจหลบตา

“หย่งฉีหรือ การที่พวกท่านอนุญาตให้เขาพักที่จวนทั้งที่มีบุตรสาวถึงสองคนเพราะเหตุนี้หรือขอรับ” หยางเค่ออิงได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ที ตอนนี้ต้องเก็บรายละเอียดให้มาก

“ซีเฟ่ย หญิงใหญ่เองก็มีคู่หมาย แต่เค่ออิ่งยังไม่มีทั้งๆที่เลยวัยปักปิ่นมาแรมปี หย่งฉีเองก็เป็นทหารฝีมือดี แม้จะต้องไปประจำการที่ทุรกันดารแต่ก็ยังถือว่ามีอนาคต” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยบอก

“เจ้าเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไม่ได้ ท่านปู่เจ้ากำลังคุย และได้ข้อตกลงเป็นที่เรียบร้อย คนสกุลเฉียนก็อยากให้แม่ทัพแต่งงานเพื่อความมั่นคง” มารดาเขาเอ่ยก่อนเชิดหน้าขึ้น

“แต่งงานต้องมีสินเดิม ข้าจนขนาดนี้คนสกุลเหลียงจะไม่ดูถูกเอาหรือเจ้าคะ” หยางเค่ออิ่งรู้ว่าต้องทำอย่างไร รอดพ้นเงื้อมือคนพวกนี้ได้ ก็ดีแล้วที่ผลักไสแต่นางจะไม่ไปตัวเปล่า

“นั่นสิ เช่นนั้นแล้ว…ท่านย่าและท่านแม่ต้องมอบสินเดิมเท่าไหร่กัน ให้สมกับฐานะฮูหยินท่านแม่ทัพ“ เขารู้ดีว่าผู้เป็นแม่และย่าอยากขับไล่น้องสาวต่างมารดาออกจากตระกูล แต่การส่งเธอไปแต่งงานกับสหายของเขาอย่างเหลียงหย่งฉีที่กรำศึกอยู่ชายแดนไกลโผนนั้นดูเหมือนจะใจร้ายไปสักนิด

ที่นั่นกันดารจนไม่มีใครอาสาไปรบ มีเพียงเหลียงหย่งฉีผู้ที่ได้รับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวถูกฆ่าตาย เขาต้องการที่ห่างไกลผู้คน เพราะไม่ชอบความวุ่นวาย จึงสานต่อเจตนารมณ์ผู้เป็นบิดา ดูแลกองทัพสกุลเหลียงอยู่ที่ชายแดนฝั่งตะวันออก

”ก็ต้องให้สมฐานะบุตรสาวคนเล็กของแม่ทัพหยางสวี่ไค่อย่างไรเล่า“ คนมาใหม่คือบิดาผู้ให้กำเนิดของนาง ตั้งแต่แม่นางที่เป็นอนุเสีย ผู้เป็นบิดาก็ออกกรำศึกอย่างหนัก โดยไม่เคยเหลียวแลลูกที่เกิดจากอนุสักนิด

”ท่านพี่/ไค่เอ๋อร์แม่ดีใจจริงๆที่เจ้ากลับมา“ ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกถูกเหยียบลงจนมิด ฮูหยินใหญ่รีบเข้าไปหาบุตรชายคนโตที่สวมชุดเกราะเต็มยศ

”เค่ออิ่ง หากใครในบ้านนี้ทำเจ้าเกินกว่าเหตุ เหตุใดจึงไม่ส่งจดหมายแจ้งข้าที่เป็นบิดา“ สายตาคมแดงก่ำ สภาพบุตรสาวที่มีรอยริ้วพาดผ่านจนมีแผลแตกยับเป็นแถบๆบริเวณนอกร่มผ้าทำเขาปวดใจ ด้านนอกยังขนาดนี้ด้านในจะขนาดไหนกันเชียว

”ฮึก ลูกไม่กล้าเจ้าค่ะ หากลูกส่งจดหมายไป ท่านย่าจับได้อาจมีโทษหนัก“ นางรู้วิธีเอาตัวรอด เพราะในโลกเดิมนางทำบ่อยๆ มารยาของนางมีถึงสามพันเล่มเกวียน งัดออกมาใช้ให้ถูกเวลาย่อมเป็นผลดี

”ท่านแม่ขอรับ แม้ท่านโกรธเคืองที่อี้ฝานเข้ามาแบบไม่ถูกต้องนัก แต่เหตุใดจึงกระทำรุนแรงเช่นนี้ เค่ออิ่งก็เป็นบุตรสาวของข้าคนนึง“ สายตาเจ็บปวดของคนเป็นลูกที่ไม่ได้เกี้ยวกราด แต่แสดงออกว่าผิดหวังทำคนที่ทารุณหลานสาวคนเล็กมาตลอดเริ่มใจไม่ดี

”ไค่เอ๋อร์ เจ้าฟังแม่สักหน่อย หลายปีมานี้นางดื้อเกินไป ใช้ไม้อ่อนก็แล้ว จนข้าต้องใช้ไม้แข็ง เจ้าอย่ามองแม่เช่นนั้น“ หญิงชรารีบแก้ตัวอย่างร้อนรน

”การแต่งงานนี้ล้วนเป็นพวกท่านที่จัดการ เช่นนั้นก็ต้องคืนสินเดิมของแม่เค่ออิ่งมา แม่บ้านจวง ไปเอาใบรายการมาให้ข้า“ เสียงกำปนาทของแม่ทัพสวี่ไค่ทำทุกคนหวาดกลัวและไม่กล้าสู้หน้า เหล่าสาวใช้รีบพากันกวีกระวาดหาของพัลวัล จนกระดาษแผ่นนึงมาอยู่ในมือเขา

”อืม จัดของตามนี้เข้าหีบให้ดี ส่งไปที่จวนหนิงกวนโหวก่อนล่วงหน้า ส่วนสินเดิมในส่วนของข้าที่แบ่งเอาไว้ให้นาง ไปนำออกมานับ“ เขาไล่สายตาดูทรัพย์สินที่อนุของเขาทิ้งไว้ให้บุตรสาวที่มีจำนวนไม่น้อยอย่างพอใจ ครานี้มันสมควรอยู่ในมือ หยางเค่ออิ่งเสียที!!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   END แผ่นดินที่สมบูรณ์

    “พ่อบ้านซิง เขียนราชสาส์นขึ้นมา ข้าจะปลดแอกแผ่นดินซีเจียงออกจากใต้หล้า ไม่ขึ้นกับใคร หากไม่พอใจก็ให้ยกทัพมา ส่งไปทุกแคว้นให้ทราบโดยทั่วกัน!!” นาทีนี้อย่าคิดว่าเขาใจดำ คนของเขาตายไปไม่รู้เท่าไหร่ ยิ่งรู้ว่าหยางเค่ออิ่งตั้งท้องลูกของเขายิ่งไม่ต้องการขึ้นอยู่กับเมืองใดทั้งนั้น“เราต้องรีบกอบกู้สถานการณ์ในแคว้นให้ปกติโดยเร็วที่สุด เรียกขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านเจ้าค่ะ” เขาพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนส่งสายตาให้พ่อบ้านซิงออกไป ส่วนตัวเขานั่นดึงทึ้งชุดนักรบออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะยืนนิ่งๆให้นางทำแผล“น้ำร้อนมีหรือไม่” นางพยักหน้าเพราะกำลังงงว่าเขาต้องการน้ำร้อนไปทำไม ร่างหนาเดินไปตักน้ำร้อนเทไปผสมในอ่างอาบน้ำก่อนปลดชุดนางออกจากร่างบางและอุ้มนางลงไปแช่น้ำอุ่น“หลังจากรบรามาเป็นเวลานาน ร่างกายขมวดเกร็งจนต้องคลายเส้นด้วยน้ำอุ่น” เขาจับฝ่ามือบางขึ้นมาถูทำความสะอาด “แต่แผลท่านอาจจะบาดเจ็บกว่าเดิม” นางยังพะวง“ข้ารู้ว่าเจ้ามียาดี แต่ตอนนี้ข้าต้องล้างคราบความสกปรกพวกนี้ออกให้เจ้าก่อน” เขาถูไถไปตามร่างงามทั้งๆที่ตัวเขานั้นเปอะเปื้อนกว่านางแท้ๆ“พักผ่อนก่อนดีหรือไม่” เมื่อปลายจมูกคมเริ่มถูไถตามแผ่นหลัง นางก็

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   แคว้นซีเจียงปกครองตนเอง

    “มีใครส่งม้าเร็วออกไปดูหรือไม่!!” สาวใช้มองหน้ากันไปมา เพราะมีม้าเร็วออกไปดูแล้วแต่ยังไม่กลับเข้ามาเช่นกัน“พวกเจ้าไปพักเถอะ” นางถอยเข้ามาในห้องนอนก่อนเข้าไปค้นหากล้องส่องทางไกลในมิติ แต่กลับพบเจอว่ามันใหญ่มาก คล้ายกล้องดูดาวอย่างไรอย่างนั้น จึงตัดสินใจหอบหิ้วไปบริเวณกำแพงเมือง สิ่งที่นางเห็นคือเหล่าทหารยังโรมรันกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งสองฝั่งสู้กันยิบตาเลยทีเดียว“เอี่ยกุน เจ้าชื่อเอี่ยกุนใช่หรือไม่” นางหันไปถามทหารที่ถูกสั่งให้เฝ้ากำแพงเมือง ป้องกันภัยชาวบ้านในแคว้น“ขอรับฮูหยิน” พวกเขาส่วนใหญ่เป็นทหารใหม่พึีงสมัครเข้ามาไม่ถึงเดือน คมดาบถือว่ายังไม่เที่ยงนัก“ไปตามทหารของเราที่มีอยู่ขึ้นมาบนนี้” หากนางปล่อยไปแบบนี้คาดว่าน้ำพุวิเศษที่นางมอบให้คงหมดแล้ว และอาจจะต้องพ่ายแพ้เพราะกำลังพลมีน้อยกว่า แม้คนของข้าศึกจะล้มตายไปมากก็ตาม“ตอนนี้มีกันกี่นาย” นางมองเด็กหนุ่มที่ครั้งนึงเคยมาขอข้าวให้ท่านยายที่แก่ชราพร้อมถอนหายใจ“ราวๆ200นายขอรับ”“เคยฝึกธนูหรือไม่” “เคยขอรับ/ไม่เคยขอรับ” นางคิดวิเคราะห์เพียงครู่ก่อนหันไปหาอาซือและอาซาน“พวกเจ้าเคยอยู่ในค่ายทหารมา เอาพลธนูปะปนไปกับคนที่ฟ

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   กรำศึก

    ”เรียนท่านแม่ทับ แคว้นซีเป่ยและแคว้นห่าว ยกพลรวมกัน ไม่มีกำลังที่สองและสามขอรับแต่รวมกันมาในกองกำลังเดียว!!“ เขาลุกขึ้นยืนก่อนปักดาบลงบนแผนที่วางแผนรบ“เช่นนั้นก็ไม่ต้องออมมือ!!” เขาวางแผนอย่างรวดเร็วตอนนี้กองกำลังที่2และ3รวมตัวกันอยู่บริเวณชายแดน หากจากซีเจียงไป15ลี้ “คืนนี้จัดกำลังซุ่มโจมตี ในเมื่อกระหายอำนาจ ข้าจะลดทอนให้ไม่เหลืออำนาจเลยทีเดียว!!” ทหารทั้งหลายพากันไปเตรียมตัว นางแอบนำน้ำพุวิเศษมาราดลงบนแผลเขา เมื่อคิดว่าสมานดีแล้วปล่อยให้เขาวางแผนรบต่อส่วนนางนั้นออกมาดูคนเจ็บ ใครที่เจ็บมากนางจัดการราดน้ำพุวิเศษลงบนแผลทันที พร้อมรีบปิดปากแผลเอาไว้ไม่ให้ใครสงสัย และเพราะตอนนี้อากาศในช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน นางนำขวดน้ำสเตนเลทออกมาจากมิติ ก่อนจะนำมาแจกจ่ายเหล่าทหาร รวมถึงผสมน้ำพุใส่ลงไปด้วย“สิ่งนี้เจ้าเรียกว่ากระบอกน้ำงั้นรึ” เหลียงหย่งฉีที่ตอนนี้สวมชุดดำทั้งชุดเตรียมออกไปโจมตีข้าศึกให้ไม่ทันได้ตั้งตัว เหล่าทหารกินข้าวกันอย่างอิ่มหนำและพักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อร่างกายไม่ขาดน้ำหรืออาหาร ย่อมมีแรงออกไปรบรา แต่คืนนี้ที่พวกเขาตั้งใจจะซุ่มโจมตี จะนำกำลังทหารออกไปเพียง3000นายเท่านั้น แต่เ

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   สงครามเริ่ม!!

    “ต่อให้มีข้าศึกมาอีกนับแสนขอเพียงเจ้าปลอดภัย ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!!” ร่างหนาโอบกอดนางเอาไว้แน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ต้องพะวงห่วงข้า ข้าเอาตัวรอดได้เพราะมีท่านเทพคุ้มครอง ท่านจง…ทำหน้าที่แม่ทัพปกครองบ้านเมืองเถอะเจ้าค่ะ” นางมีมิติลับ หากภัยถึงตัวนางสามารถไปหลบในนั้นได้ แต่กลับกันชาวบ้านแคว้นซีเจียงนั้นไม่มีที่หลบ นอกจากด้านหลังของเหลียงหย่งฉี นางจะยืดหยัดเคียงข้างเขา”เอ้า!!เข้าแถวๆ อย่าแซงคิวได้ทุกคนๆ“ เสียงโหวกเหวกโวยวายที่หน้าค่ายทหารทำหลายๆคนกำลังวิ่งวุ่น เมื่อรู้ว่าสงครามจะเกิดในขณะที่ภัยแล้งยังไม่ซาแน่นอนว่าชาวบ้านต้องรีบกักตุนอาหารและน้ำเพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่อุณหภูมิสูงถึงขนาดว่าชาวบ้านบางคนนำเศษผ้ามาพันเท้าเพื่อเดินบนดินได้ นางเห็นก็สงสารไม่น้อย ทำได้แค่รีบแจกจ่ายส่งของและรีบให้พวกเขากลับไป”เรียนฮูหยิน ไก่แม่พันที่ท่านให้และสอนการให้อาหาร ตอนนี้ออกไข่และมีลูกขยายพันธ์เร็วจนข้าเริ่มเลี้ยงไม่ไหวแล้วขอรับ ไข่ไก่มีกินไม่ขาด แต่หากปล่อยให้แพร่พันไปเรื่อยๆเกรงว่าจะมีอาหารไม่พอทั้งคนทั้งไก่“ ชาวบ้านที่นี่ส่วนน้อยนักที่จะเห็นแก่ตัว และเพราะทุกบ้านได้ไก่เท่าเทียมกัน เมื่อกินไข่ไ

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   ตัดขาดใต้หล้า

    “เฟิ่งหรั่นข้าต้องการรับสมัครคนเย็บผ้า ทำชุดทหารให้บุรุษที่สมัครใหม่และทหารเก่า ต้องการจำนวนมาก ค่าตอบแทนเป็นเสบียงและอาหารแห้งก็แล้วกัน” เรื่องชุดแต่งกายนั้นสำคัญมาก และยังมีกระเป๋าแบบใหม่ที่นางอยากเย็บแจก เพื่อเอาไว้เก็บเสบียง นางคิดว่าหากจ้างคนในแคว้น ยิ่งทำให้มีใจหึกเหิม ยิ่งร่วมด้วยช่วยกันยิ่งเป็นพลัง “ส่งสาส์นไปวังหลวง ขอกำลังทหารเสริมเพราะถูกสามแคว้นเริ่มส่งสาส์นท้ารบให้ข้า ทหารเรามีเพียง70000นาย หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เราเป็นเมืองเดียวดาย” เขาอยากจะลองใจกันดูสักตั้ง อยากรู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เกิดสงครามนี้ เป็นคนที่เขาคาดเดาเอาไว้หรือไม่ 10วันต่อมา ”วังหลวงส่งสาส์นตอบกลับมาขอรับ“ ฮุ้ยกวงรีบวิ่งนำสาส์นมามอบให้แก่แม่ทัพเหลียงหย่งฉี ความร้อนใจปะปนด้วยกันมา มือหนากำกระดาษแน่น”ถ่ายทอดคำสั่งออกไป มีสาส์นท้ารบจากแคว้นอื่นๆ วังหลวงปล่อยให้เราแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง หากต้านทานได้จะยกให้เป็นทหารคู่บัลลังค์ นี่คือการส่งเราไปตายชัดๆ…หากเสร็จศึกครานี้และได้ชัยชนะกลับมา แคว้นซีเจียงจะประกาศเป็นแคว้นปกครองตนเอง!!“ เขาไม่เคยโกรธเคืองเช่นนี้มาก่อน แม้วังหลวงไม่ส่งทหารมารบกับแคว้นซ

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   สงครามรอบทิศ

    “ความผิดเจ้าเองอยู่ในข่ายกบฏข้าละเว้นโทษไม่ได้ ส่วนเรื่องบุตรสาวเจ้า ซีเฟ่ยจะเป็นจัดการต่อจากนี้ ทหาร!!นำตัวขายผู้นี้โบย20ไม้ ขังคุกมืด20วัน หากพ้นโทษ ให้เขาไปดูแลคอกม้า!!” เสวียหลางคำนับเหลียงหย่งฉีทันทีที่เขาพูดจบ “ขอบพระคุณที่ท่านแม่ทัพเมตตาขอรับ” อย่างน้อยๆเขาไม่ต้องถูกเฆี่ยนตีและแห่ประจารไปทั่วเมือง เขายังมีชีวิตอยู่ตอบแทนคุณ และยังช่วยให้บุตรสาวรอดพ้น นั่นถือว่าเพียงพอแล้ว“จับตาดูเขาเอาไว้ อย่าให้ตาย อย่าให้ทำอะไรผิดไปอีก” เหลียงหย่งฉีมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทหารคนนั้นเลี่ยงไม่ได้ หากเป็นเขาเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาวก็คงต้องทำ แต่เดิมมาหากใครก้าวเข้ามาเป็นทหารกองทัพเหลียง เขาไม่คิดฆ่าเข็ญอยู่แล้ว“เห็นทีคงไม่ต้องรอหมดแล้ง อาจจะต้องเริ่มทำศึกเร็วขึ้นหน่อย ท่านพ่อกล่าวว่า ตอนนี้เรื่องที่แคว้นซีเจียงมีเสบียงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่า…ทุกคนจะหันปลายดาบมาทางนี้” นางคิดไม่ถึงว่าคนชั่วอย่างฮูหยินสกุลหยางและแม่เลี้ยงของนางจะก่อกรรมกับนางต่อ“ทหารของเราพร้อมตลอดเวลา ตำราที่เจ้ามอบให้ข้าลองจำลองและวางแผนรบ คิดว่ามันใช้ได้ดี บางทีสิ่งที่เจ้าเองพูดมาก็ถูก ข้าเป็นทหารที่มุทะลุเกินไ

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   เพื่อความอยู่รอด

    เมื่อจัดเตรียมสำรับเรียบร้อยเป็นเวลาเดียวกับที่ท่านแม่ทัพเดินกลับมาจากอาบน้ำพอดี เหล่าสาวใช้จึงล่าถอยออกจากกระโจม”ท่านพี่เห็นเหล่าทหารพูดคุยกันว่าซีเจียงแล้งหนักทุกปี ที่นั่นมีบ่อน้ำหรือว่าทำการเกษตรหรือไม่เจ้าคะ“ ตอนที่นั่งรถม้ามีบางช่วงที่นางเข้าไปในมิติอีกครั้งซึ่งนับว่าเป็นครั้งที่สองที่นางได้

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   ออกเดินทาง

    “ข้าช่วยท่านได้ ข้าคิดว่าช่วยได้เจ้าค่ะ อย่าไล่ข้าออกจากจวนก็พอ ข้าจะช่วยท่านข้ากำลังศึกษาวิธีเจ้าค่ะ” นางไม่ได้ละเมอ แต่พูดทั้งที่หลับตา อยากคุยต่อกับเขาอีกหน่อยแต่หนังตานางเมื่อหย่อนลงแล้วเปิดไม่ขึ้นอีกเลย“หึ พักผ่อนเสีย การเดินทางที่ยาวนานอาจทำเจ้าเปลี่ยนใจ” เขานอนมองหน้านางที่ไม่มีท่าทีเขินอาย

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   เจ้าอาจเปลี่ยนใจ

    “ได้ๆ ข้าจะอดทนถึงตอนเข้าหอ จากนั้นข้าจะขอเขานอนยาวไปเลยสองวัน!!” สาวใช้ต่างพากันหัวเราะด้วยความขบขัน แต่ใครเลยจะรู้ว่านางทำจริง วันนี้ทั้งวันนางถูกจับเข้าพิธีตั้งแต่ใกล้รุ่ง จวนสกุลเหลียงไม่ใช่จวนจริงๆที่เขาเคยพำนัก แต่เป็นจวนที่ฮ่องเต้ประทานให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของท่านแม่ทัพใหญ่ที่ได้ตราประดั

  • ทะลุมิติมาช่วยแก้ไขภัยแล้งในค่ายทหาร   แผนของยายเฒ่า

    จนเฟิ่งหรั่นขยับเข้าไปกระซิบข้างหูผู้เป็นนาย“นี่ไม่ใช่คนในเรือนเจ้าค่ะ เกรงว่าท่านแม่ทัพคงพามาจากค่ายทหาร” นางพยักหน้ารับรู้“บ่าวสองคนมีหน้าที่ติดตามคุณหนูและเป็นผู้ช่วยพี่เฟิ่งหรั่นเจ้าค่ะ” นางอ้าปากหว๋อเมื่อรู้ว่านี่คือสาวใช้ที่พ่อส่งมาจริงๆ“ข้าชื่อว่าอาซาน”“ข้าชื่ออาซือเจ้าค่ะ” นางทำได้แค่ส่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status