Masukเสี่ยวเตี๋ยที่กลับเข้ามาจากไปทำงานให้คุณหนูของตนก็รีบตรงมาหาจางอวี้ซินส่งห่อผ้าให้ นางรับมาเปิดดูก่อนจะยิ้มให้กับสาวใช้คนสนิทของตน จางอวี้ซินให้ทั้งสองคนออกไปพักผ่อน วันนี้ถูกคนรังแกมาเสี่ยวเตี๋ยกำกระปุกยาในมือ เงินที่คุณหนูให้นางไปซื้อยาก็หนึ่งตำลึงแล้ว ออกจากเมืองหลวงจะใช้ชีวิตเช่นไร จางอวี้ซินเอ่ยกับชุนเถา
"ชุนเถา เจ้าสามารถเย็บปักถักร้อยงานซ่อมแซมได้หรือไม่"
"ได้เจ้าค่ะ คุณหนูอยากแก้ชุดไหนหรือเจ้าคะ"
"อืม..เอาไว้ก่อนพวกเจ้าไปพักเถอะ เสี่ยวเตี๋ย...กล่องไม้ที่เป็นของต่างหน้ามารดาของข้าที่เจ้าเก็บไว้ยังอยู่หรือไม่ เอามาให้หน่อย"
"เจ้าค่ะ"
เสี่ยวเตี๋ยเข้าไปหยิบกล่องไม้มาให้คุณหนูของตน สินเดิมที่มีกว่าห้าพันตำลึงถูกสามคนนั้นเบียดบังเอาไป ยามนี้คุณหนูเหลือเพียงกล่องไม้ที่ไม่มีราคานี้เท่านั้น นางเคยเปิดดูมีเพียงปิ่นเงินหนึ่งอันกับต่างหู เอาไปขายก็ได้ไม่ถึงสองตำลึง สามคนนั้นไม่สนใจของเล็กน้อยเหล่านี้
"พวกเจ้าออกไปเถอะ ไปพักผ่อนเอาแรงอีกสามวันพวกเราต้องออกเดินทางไกล"
"ท่านอ๋องบอกให้เราไปเฝ้าสุสานบรรพชนสกุลจ้าว ห่างจากเมืองหลวงหนึ่งพันลี้เจ้าค่ะ"
"อืม...เขาหย่ากับข้าแล้ว จะให้ข้าไปเฝ้ากองกระดูกไร้ญาติพวกนั้นหรือ ตัวเองเป็นลูกเป็นหลานยังไม่ไปจะให้สะใภ้ที่หย่าแล้วไปเฝ้า จ้าวเหวยเจิ้นฝันไม่ตื่นหรืออย่างไร"
"คุณหนู ระวังคำพูดด้วยเจ้าค่ะ หากไม่ไปที่นั่นแล้วเราจะไปไหนได้ สกุลจางก็ไม่เหลือแล้ว"
"รอบๆแคว้นหยวนยังมีแคว้นหรง แคว้นฮั่น แคว้นฉิน มีที่ให้ไปเยอะแยะ พวกเจ้าไปพักเถอะ"
ทั้งสองคนพยักหน้าก่อนจะไปพัก ยามเซินแล้ววันนี้มีเรื่องคงไม่มีอาหารให้กินอีก จางอวี้ซินเองก็รู้ดีถึงสภาพความเป็นอยู่ร่างเดิม แต่ตอนนี้ต้องเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันเพิ่มก่อนค่อยวางแผน
ฮัดเช้ย !! ฮัดเช้ย!! ฮัดเช้ย!!
ในห้องหนังสือจ้าวเหวยเจิ้นจามไม่หยุด มีใครกำลังบ่นถึงเขาหรือเปล่านะ คนของกำลังรายงานเรื่องที่ให้ไปจับตาดูจางอวี้ซิน เขารู้สึกว่านางเปลี่ยนไปจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"ท่านอ๋อง...เป็นอย่างที่ทรงคาดการณ์สาวใช้ที่ชื่อซุนจื่อเป็นคนทำทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วจางอวี้ซินทำอะไรกับสามคนนั้น"
"ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ นางเพียงแค่ถีบซุนจื่อตกบันไดเท่านั้นแล้วไล่กลับมา ท่านอ๋องในเมื่อนางไม่ได้เป็นคนลงมือเหตุใดถึงทรงเขียนหนังสือหย่าให้นางกัน กระหม่อมไม่เข้าใจ"
"ปู่ของนางต้องการใช้บารมีข้าคุ้มครองหลานสาวตัวเอง ข้าเกลียดที่สุดคือการบีบบังคับ แต่เขาช่างไม่เจียมตัว ส่วนนางเองเป็นถึงคุณหนูกับถูกสาวใช้จูงจมูกก่อความวุ่นวายในจวนอ๋อง เก็บนางไว้มีประโยชน์อันใด"
"กระหม่อมเข้าใจแล้ว ยังดีที่ไม่ใช่สมรสพระราชทานมิเช่นนั้นคงหย่านางลำบาก เอ่อ และพระบิดาของพระองค์จะทรงตำหนิเรื่องที่พระองค์หย่าพระชายาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
"กว่าทั้งสองพระองค์จะกลับ ข้าก็ส่งนางไปเฝ้าสุสานต้นตระกูลเรียบร้อยแล้ว หยุนเหิงเจ้าไปได้แล้ว เลิกจับตาดูนางไม่ต้องเฝ้าแล้ว แค่สตรีที่ไร้ทางเลือกคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็ทำใจกล้าขึ้นมาเท่านั้น"
"เอ่อ...แล้วเรื่องที่คุณชายใหญ่หลิวไหล่หลุด ท่านหมอหลี่ต่อให้แล้ว เรื่องนี้ท่านเสนาบดีอาจจะ....."
"นั่นเป็นเรื่องที่นางก่อ จวนอ๋องของข้าไม่เกี่ยวข้อง"
องครักษ์ไปแล้ว เขาไม่รายงานเรื่องที่นางจะไปที่อื่นไม่ยอมเฝ้าสุสาน เขาสงสารนางแม้ว่านางจะแต่งมาด้วยวิธีน่ารังเกียจแต่อย่างไรนางก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน บางทีการออกไปจากจวนอ๋องอาจเป็นทางเลือกที่ดี เมื่อองครักษ์ไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นวางพู่กันในมือครุ่นคิดเรื่องบางอย่างก่อนจะเรียกหาคนสนิท
"อาฝู..เจ้าไปสืบเรื่องยาต้องห้ามนั่นว่ามาจากที่ใดแล้วทำลายมันซะ"
องครักษ์คนสนิทรับคำเรียบร้อยก็ไปทำงาน จ้าวเหวยเจิ้นไม่เขียนหนังสือต่อ ชายแดนสงบสุขมานานเขาจึงอยู่เมืองหลวงได้นานขึ้น แต่อีกไม่กี่วันเขาต้องไปชายแดนเพราะแคว้นข้างเคียงเริ่มซ่องสุมกำลัง ที่หย่านางเพราะให้นางไปหาชีวิตใหม่
เมืองหลวงไม่เหมาะกับสตรีไร้สมองเช่นนาง มีแต่จะเป็นเบี้ยให้คนอื่นเสียเปล่าๆ เขาไม่อยู่จวนขี้เกียจมาตามแก้ปัญหา ถึงแม้จะเป็นถึงอ๋องแต่ก็ใช่จะไม่มีศัตรู ชายาของเขาต้องฉลาดทันคน สามารถเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาได้ไม่ใช่อ่อนแอถูกคนอื่นชักจูงได้ง่าย
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
หยุนหลี่ขึ้นรถม้ากลับไป จ้าวเหวยเจิ้นก็จูงมือลูกเมียเดินกลับบ้านเพราะจวนอ๋องกับสกุลจางไม่ไกลกันมาก คู่แฝดสนุกที่ท่านพ่อกับท่านแม่พาเดิน ผ่านร้านค้ามากมายและมีสินค้าแปลกๆที่ไม่เคยเห็น สามวันก่อนท่านอาฉีกลับมาจากแดนเหนือมีผลไม้แปลกๆมาฝากด้วย ท่านแม่เรียกมันว่าเฉาเหมย ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลโตและรสชาติที่หวาน กระทั่งปลายยามเซินจึงมาถึงจวน สุดท้ายรถม้าต้องมารับเพราะซื่อจื่อและท่านหญิงสนุกจนหมดแรงจ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเด็กๆลงมาจากรถม้าจากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงพาไปล้างหน้าเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวกลางคืนไม่นอน จางอวี้ซินกำลังเลือกเครื่องประดับที่จะให้เป็นสินเจ้าสาวแก่สองพี่น้อง ร่างสูงเดินมาหาช้อนอุ้มร่างบางมาวางบนเตียงเอ่ยเสียงละห้อย"คนดี อาไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เจอกันเจ้าก็มีระดู พอหมดก็มีอต่เรื่องมาให้ทำวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยเจ้าแล้ว""คนหื่น เดี๋ยวลูกๆมา รอยามค่ำมิได้หรือเพคะ""ลูกไม่อยู่แล้ว เฉากงกงมารับไปแล้ว มาเถอะทำคนที่สามกันดีกว่า"จ้าวเหวยเจิ้นบรรจงจูบนางอย่างละมุนก่อนจะเรียกร้อง จางอวี้ซินตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ นางกับเขามิใช่ครั้งแรกที่ที่แปลกคือครั้งนี้เหมือนนางเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต
สามวันต่อมาคุณชายใหญ่สกุลจางก็รับบุตรบุญธรรมสองคนเป็นบุตรสาว จางเหวินเทียนเชิญขุนนางที่สนิทกันเท่านั้น พิธีเริ่มตอนเช้าโดยมีจางเหวินประมุขของตระกูลมานั่งเป็นประธาน เสี่ยวเตี๋ยยกน้ำชาคารวะประมุขก่อน ตามด้วยจางเหวินเทียนบิดา และจางฮูหยินมารดา เมื่อพี่สาวคารวะเสร็จชุนเถาก็ตามมาคารวะเช่นกันจางอี้ซินนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มให้ เด็กสองคนนี้กตัญญู ถ้าวิญญาณร่างเดิมรับรู้คงจะดีใจ เทพบุปผากำลังมองลงมาเช่นกัน เด็กสองคนนี้ซื่อสัตย์ต่อร่างแยกของนางยิ่งนัก ตอนนั้นนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไร้พลังเทพ จึงถูกสาวใช้ทั้งสามรังแกอยู่ทุกวัน ก็มีเด็กสองคนที่ไม่ยอมทิ้งและคอยปกป้อง"เจ้าให้พรอันใดนางไปหรือน้องข้า""เดิมเสี่ยวเตี๋ยคลอดยาก นางอาจไม่รอดด้วยซ้ำหม่อมฉันจึงดึงนางกลับมาจากปรโลก แต่น่าขำยิ่งนักที่ระบบตัวน้อยนั้นคิดว่าเป็นความสามารถตนเอง""แล้วน้องสาวล่ะ""หม่อมฉันให้นางทั้งสองคนมีชีวิตร่มรื่น ครอบครัวมีความสุข มีแต่คนรักใคร่เมตตาเพคะ ให้พวกนางมีบุตรเต็มบ้านและได้บุตรที่กตัญญู""อืม..มนุษย์ที่ต้องการจริงๆก็คงมีเพียงแค่นี้ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีย่อมไม่ทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วพวกเราปิดด่านเถอะ อีกสามแสนปีออ
จางอวี้ซินกลับมาถึงที่พักไม่นานอาฝูก็มาพร้อมกับชามยาในมือ เท่าที่จำได้หลังจากที่เขากับร่างเดิมมีสัมพันธ์กันแล้วนางก็ถูกสั่งให้ดื่มยาห้ามครรภ์ แต่นี่ผ่านมาเจ็ดวันแล้วยังให้ดื่มอยู่อีกหรือ ไอ้คนแซ่จ้าวนี่ประสาทหรือเปล่านะ"คุณหนู...นี่เป็นยาห้ามครรภ์ขอรับ ท่านอ๋องสั่งให้ท่านดื่มให้หมด""อืม เอาวางไว้
จางอวี้ซินเดินมาที่ศาลารับลม ปกติร่างเดิมนอกจากอยู่ในเรือนเก่าๆก็ไม่ได้ออกไปไหน ยิ่งไม่เคยนางย่างกรายมาที่นี่ แต่ว่าวันนี้เขากลับเรียกนางมา จ้าวเหวยเจิ้นนั่งเป็นสง่าท่ามกลางคุณชายและคุณหนูที่มาร่ายบทกวี จางอวี้ซินรู้สึกรำคาญ นางอยากนอนเพราะการที่เพิ่งฟื้นจากความตายมันต้องใช้เวลาพักฟื้น"หม่อมฉันถวา
จางอวี้ซินที่ยามนี้เพ่งมองกล่องไม้ที่มารดาทิ้งเอาไว้ต่างหน้า นางฉุกคิดถึงคำพูดบางอย่างของท่านแม่ก่อนจะถูกเนรเทศ"หากวันใดไม่อาจอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอน เปิดดูใต้ล่าง แม้ไม่ได้ทำให้เจ้าร่ำรวยแต่ก็พอมีพอใช้"จางอวี้ซินคนเก่าไม่เคยคิดจะเปิดกล่องเพราะนางมั่นใจว่าจ้าวเหวยเจิ้นจะไม่หย่านาง แต่บัดนี้ใบหย่าก
จางอวี้ซินเดินเข้าเรือนมานั่งพัก เธอต้องลำดับความใหม่ทั้งหมดขอร่างเดิม ด้านชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยเดินมาหาก่อนจะร้องไห้จับมือของเธอแน่น นี่คือคนที่จงรักภักดีต่อร่างเดิม"จางอวี้ซินนะจางอวี้ซินหล่อนใจจืดมากเลยนะ เจ้าไม่อยู่จะให้เด็กสอนคนนี้อยู่อย่างไร ตัดช่องน้อยแต่พอตัวแบบนี้น่ารังเกียจจริงๆ"ฮึกๆๆเสี







