Se connecterเมื่อกู้หมิงไปแล้วจางอวี้ซินก็ให้ชุนเถาไปตามเสี่ยวเตี๋ยออกมา
"เขาทำอะไรเจ้าหรือเสี่ยวเตี๋ย บอกมาข้าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด"
"เปล่าเจ้าค่ะเขาแค่เอ่ยวาจาถึงท่านไม่ดีเท่านั้น"
"นึกว่าอะไร งั้นช่างทีเถอะอย่าใส่ใจเลย ชุนเถาไปเอามีดมาหน่อยข้าจะแร่เนื้อ และก็เหลาไม้แหลมน่ะ"
ชุนเถาพยักหน้าจากนั้นสามคนนายบ่าวก็ช่วยกันทำงานจนกระทั่งชุนเถาเอ่ยกับเสี่ยวเตี๋ย
"พี่..ท่านว่าผีสาวชุดแดงที่มีเลือดเต็มหน้าตนนั้นจะมาอีกไหม"
"ชุนเถาเจ้าเด็กปากมอม ใครพูดถึงผีกันนี่ยามโหย่วแล้วนะ ตะวันจะตกดินแล้วเจ้านี่ปากเปราะเสียจริง"
จางอวี้ซินที่ได้ยินก็หูผึ่งก่อนจะเอ่ยถาม
"พี่สาวอะไร พวกเจ้าเจอผีหรือที่ไหนกัน"
"สี่วันก่อนเพคะ พวกเราไปเอาเสบียงแต่กลับถูกพวกซุนจื่อให้คนมารุมทำร้าย พวกเราเห็นนางมาทางเรือนหลังคิดว่านางคงมาหาเรื่องท่านจึงจะตามมา"
"ใช่เจ้าค่ะคุณหนู ข้ากับพี่สาวเจอผีตนนั้นขวางประตูไม่ให้พวกเราเข้ามาได้นางน่ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ ซุนจื่อคงจะเล่นคุณไสย์เลี้ยงวิญญาณผีร้ายแน่ๆเจ้าค่ะ"
จางอวี้ซินถึงบางอ้อทันที บ่าวสามคนนั้นคนแขวนคอร่างนี้อย่างง่ายดายโดยไม่มีคนสงสัยสักนิด ที่แท้ยายผีเจ้าเล่ห์นั่นจงใจใช่ไหม ร่วมมือกับคนร้าย หึ..นี่มันผีหลอกของแท้เลย เพื่อจะใช้เลือดฉันปลดปล่อยวิญญาณตัวเอง เสแสร้งทำมาขอบคุณ จางอวี้ซินเท้าเอวเอามีดชูขึ้นชี้ฟ้า
"ขอบคุณที่ข้าปล่อยเจ้าหรือ ขอบคุณกับผีเจ้าน่ะสิ ที่แท้เป็นเจ้าที่ทำเรื่องทั้งหมด ก็ว่าอยู่ต่อให้ใจกล้าอย่างไรก็ไม่น่าจะกล้าสังหารเจ้านายตนเอง แล้วไอ้ที่เจ๊โดนส่องสามรูจนตายเนี่ย นางผีนิสัยเสียหล่อนมีส่วนด้วยใช่ไหม สมบัติราชวงศ์เซียวหยวนที่ขุดเจอมีมากมาย ไอ้แก่นั่นดันไม่อยากได้อย่างอื่น จำเป็นต้องเจาะจงไข่มุกเม็ดนี้ แหมแผนสูงจริงๆนะ ขอสาปแช่งให้ถูกกักขังอีกรอบชาติหน้าฉันจะไม่ขโมยไข่มุกแล้วโว้ย เอ้ย!! ไม่ใช่ชาติหน้าฉันจะเลิกเป็นขโมย เพ้ยๆๆ .. นางผีเจ้าเล่ห์"
ร่างระหงในอาภรณ์สีแดงที่นอนเอนตะแคงอยู่บนเตียงหยกสีขาวสะอาดตา สายตามองมายังอีกคนที่กำลังนั่งดีดฉินอยู่ด้านหน้า ยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยถาม
"นางเกรี้ยวกราดยิ่งนัก ว่าแต่เจ้าเถอะโกรธที่ข้าไปเอาวิญญาณเจ้ามาแบบนั้นหรือไม่น้องข้า"
"เฮ้อ..เดิมข้าใช้กรรมหมดนานแล้ว รอก็แต่นางหมดอายุขัยและมาแทนข้า ไม่คิดว่าเศษวิญญาณของข้าจะเกรี้ยวกราดเพียงนี้"
"เจ้าคงไม่ได้หลงรักบุรุษผู้นั้นนะ"
"ตอนเป็นมนุษย์ข้าไม่รู้หรอกพี่สาว แต่ทว่าครั้งนี้ข้าผ่านด่านเคราะห์นี้แล้วจะเวียนว่ายตายเกิดไปทำไมอีก เมื่อออกจากกายหยาบข้าก็ไร้ความรู้สึก ความรักใดๆฉันมนุษย์โลกข้าไม่ต้องการอีก ว่าแต่ท่านเถอะได้ตอบแทนนางอย่างไร"
"ให้ของขวัญนางเล็กน้อยน่ะ อีกไม่นานนางจะขอบคุณข้า"
สองพี่น้องยิ้มให้กัน ส่วนด้านล่างก็โมโหไม่หยุด อยู่ๆต้องมาตายเข้าร่างใครก็ไม่รู้ แถมยังมาอยู่ยุคโบราณอีกลำบากลำบน มีผัวก็ประสาทแดก นางผีตัวดียังมาเข้าฝันให้ตกใจมันน่าโมโหจริงๆ
ชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยไม่รู้ว่าคุณหนูของตนบ่นอะไรและด่าใคร นางเงยหน้าด่าๆๆๆอย่างเดียว จากนั้นก็ลงมานั่งอย่างแรง เวินซูฉีทำใจแล้วว่าอย่างไรก็ไม่อาจไปจากที่นี่ได้ยกเว้นตายอีกครั้ง แล้วหากครั้งหน้าไปเกิดท้องหมาแล้วยังมีความทรงจำชาติเดิมล่ะ เฮ้อ..ช่างเถอะด่าไปก็เท่านั้นนี่คงเป็นเวรกรรมของเธอ
จางอวี้ซินมองไปยังสองสาวที่จ้องนางเขม็งก็ยิ้มให้ คนกำลังโกรธโพล่งอะไรออกไปบ้างก็ไม่รู้ ช่างมันไหนๆก็ต้องอยู่ใช้ชีวิตให้ดี นับถอยหลังอีกห้าวันก็จะเป็นอิสระแล้ว สามคนนายบ่าวเสียบเนื้อและผักเรียงใส่ถาดไม้ จางอวี้ซินติดเตานางให้เสี่ยวเตี๋ยไปซื้อถ่านมาจากโรงครัว น่าแปลกที่วันนี้พวกนั้นไม่เก็บเงินยอมขายแต่โดยดี จากนั้นก็นำน้ำต้มกระดูกที่เคี่ยวเอาไว้ได้มาปรุง ผักที่ล้างสะอาดแล้วบิดแล้วใส่ในน้ำเดือด ไม่มีพริกอาจจะจืดไปหน่อยแต่ก็ดีกว่ากินที่โรงครัวให้มา
กลิ่นเนื้อย่างลอยอบอวลไปทั่วเรือนหลัง องครักษ์ที่เฝ้าระวังถึงกับกลืนน้ำลาย
"คุณหนูจางนางทำอะไร เหตุใดหอมนัก"
"นั่นน่ะสิ ข้าอยากกินจริงๆ หอมจนข้าจะกลืนลิ้นตัวเองแล้ว"
ร่างสูงที่กลับมาจากในวังเดินมาเรือนหลังก็ได้กลิ่นหอมเช่นกัน เขาผ่านประตูเข้ามาเห็นสาวคนนายบ่าวกำลังล้อมวงกันพูดคุนสนุกสนาน กู้หมิงมารายงานว่าวันนี้เสี่ยวเตี๋ยซื้อข้าวของมากมาย จ้าวเหวยเจิ้นเดินมาถึงสองสาวใช้ก็ลุกขึ้นคำนับก่อนจะถอยออกไปยืนด้านข้าง
"เจ้าทำอะไร"
"ซักผ้าอยู่มั้ง"
"จางอวี้ซิน...ความอดทนข้ามีจำกัดนะ"
"ทนไม่ไหวก็ทางใครทางมันสิ พรุ่งนี้หม่อมฉันจะออกจากที่นี่ท่านอ๋องจะได้ไม่ต้องอดทนกับหม่อมฉันอีก ต่างคนต่างได้ประโยชน์"
"เจ้าอยากไปจากข้าเพียงนี้"
จางอวี้ซินพลิกเนื้อที่กำลังย่างเมื่อเห็นว่าสุกแล้วก็ใส่ในจานชุนเถาและเสี่ยวเตี๋ย เด็กสองคนนี้ไม่กล้านั่งและไม่กล้ากิน จางอวี้ซินมองหน้าคนมาใหม่อย่างรำคาญ และสายตานั้นจ้าวเหวยเจิ้นเพิ่งจะเห็นครั้งแรก ปกติสายตานางจะเทิดทูนเขา เสียงสดใสราวกระดิ่งเงินเอ่ยขึ้น
"จากกันไวก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตนเองได้มากขึ้น.....พระองค์ทรงรั้งไว้นานอีกฝ่ายจะรอแต่งจนทนไม่ไหวเอานะเพคะ"
"เจ้าหึงหรือ"
"หึง!! ท่านอ๋องเคยได้ยินคำว่าสามีที่ดีคือสามีใหม่ไหมเพคะ แทนที่จะลุกมาแต่งหน้าทาชาดมานั่งทำตัวให้คนเก่าเสียดายมิสู้เดินหน้าหาใหม่จะดีกว่าหรือ โบราณว่าของใหม่เร้าใจกว่าของตายนะเพคะ ว้าย"
จ้าวเหวยเจิ้นลุกขึ้นและก้มลงช้อนอุ้มร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนพาเดินเข้าเรือนทันที สองสาวใช้มองตามอย่างไม่รู้จะช่วยอย่างไร คุณหนูช่างปากร้ายยิ่งนัก อีกอย่างเขาคือหลานชายคนโปรดฝ่าบาทไม่มีใครกล้าขัดใจเขาแม้แต่องค์รัชทายาทยังต้องยอมหลีกทาง
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
หยุนหลี่ขึ้นรถม้ากลับไป จ้าวเหวยเจิ้นก็จูงมือลูกเมียเดินกลับบ้านเพราะจวนอ๋องกับสกุลจางไม่ไกลกันมาก คู่แฝดสนุกที่ท่านพ่อกับท่านแม่พาเดิน ผ่านร้านค้ามากมายและมีสินค้าแปลกๆที่ไม่เคยเห็น สามวันก่อนท่านอาฉีกลับมาจากแดนเหนือมีผลไม้แปลกๆมาฝากด้วย ท่านแม่เรียกมันว่าเฉาเหมย ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลโตและรสชาติที่หวาน กระทั่งปลายยามเซินจึงมาถึงจวน สุดท้ายรถม้าต้องมารับเพราะซื่อจื่อและท่านหญิงสนุกจนหมดแรงจ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเด็กๆลงมาจากรถม้าจากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงพาไปล้างหน้าเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวกลางคืนไม่นอน จางอวี้ซินกำลังเลือกเครื่องประดับที่จะให้เป็นสินเจ้าสาวแก่สองพี่น้อง ร่างสูงเดินมาหาช้อนอุ้มร่างบางมาวางบนเตียงเอ่ยเสียงละห้อย"คนดี อาไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เจอกันเจ้าก็มีระดู พอหมดก็มีอต่เรื่องมาให้ทำวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยเจ้าแล้ว""คนหื่น เดี๋ยวลูกๆมา รอยามค่ำมิได้หรือเพคะ""ลูกไม่อยู่แล้ว เฉากงกงมารับไปแล้ว มาเถอะทำคนที่สามกันดีกว่า"จ้าวเหวยเจิ้นบรรจงจูบนางอย่างละมุนก่อนจะเรียกร้อง จางอวี้ซินตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ นางกับเขามิใช่ครั้งแรกที่ที่แปลกคือครั้งนี้เหมือนนางเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต
สามวันต่อมาคุณชายใหญ่สกุลจางก็รับบุตรบุญธรรมสองคนเป็นบุตรสาว จางเหวินเทียนเชิญขุนนางที่สนิทกันเท่านั้น พิธีเริ่มตอนเช้าโดยมีจางเหวินประมุขของตระกูลมานั่งเป็นประธาน เสี่ยวเตี๋ยยกน้ำชาคารวะประมุขก่อน ตามด้วยจางเหวินเทียนบิดา และจางฮูหยินมารดา เมื่อพี่สาวคารวะเสร็จชุนเถาก็ตามมาคารวะเช่นกันจางอี้ซินนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มให้ เด็กสองคนนี้กตัญญู ถ้าวิญญาณร่างเดิมรับรู้คงจะดีใจ เทพบุปผากำลังมองลงมาเช่นกัน เด็กสองคนนี้ซื่อสัตย์ต่อร่างแยกของนางยิ่งนัก ตอนนั้นนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไร้พลังเทพ จึงถูกสาวใช้ทั้งสามรังแกอยู่ทุกวัน ก็มีเด็กสองคนที่ไม่ยอมทิ้งและคอยปกป้อง"เจ้าให้พรอันใดนางไปหรือน้องข้า""เดิมเสี่ยวเตี๋ยคลอดยาก นางอาจไม่รอดด้วยซ้ำหม่อมฉันจึงดึงนางกลับมาจากปรโลก แต่น่าขำยิ่งนักที่ระบบตัวน้อยนั้นคิดว่าเป็นความสามารถตนเอง""แล้วน้องสาวล่ะ""หม่อมฉันให้นางทั้งสองคนมีชีวิตร่มรื่น ครอบครัวมีความสุข มีแต่คนรักใคร่เมตตาเพคะ ให้พวกนางมีบุตรเต็มบ้านและได้บุตรที่กตัญญู""อืม..มนุษย์ที่ต้องการจริงๆก็คงมีเพียงแค่นี้ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีย่อมไม่ทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วพวกเราปิดด่านเถอะ อีกสามแสนปีออ
คนหน้าด้านไม่สนใจอยากรักเมียจะแย่ คนตัวโตพยายามรุกคืบจางอวี้ซินจึงสื่อสารกับระบบตัวน้อย"เป๋าเป่านายช่วยทำให้ตาบ้านี่สลบหรืออะไรก็ได้ที น่ารำคาญชมัด" เป๋าเปาตอบกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ราคายาสลบหนึ่งโดสห้าหมื่นหยวน ผมสามารถฉีดให้เขาได้เดี๋ยวนี้โดยไม่ต้องทำเรื่องเบิก เจ้านายยินดีจ่ายไหมค
จางอวี้ซินรู้ดีว่าไอ้ระบบนี่กำลังรีดไถ แต่ช่างเถอะให้คนไปสืบจะตกเป็นเป้าสายตา ให้ไอ้เด็กขี้งกนี้ไปทำงานแล้วกันก่อนจะพยักหน้า"ตอนนี้ฉันมีเงินเท่าไหร่ นายแลกเงินตำลึงเป็นเงินหยวนให้หมดเหลือไว้สามแสนตำลึงพอ""ยอดเงินหลังจากหักค่าบริการต่างๆและรวมดอกเบี้ยแล้วตอนนี้เจ้านายมีเงินทั้งหมดเก้าร้อยล้านหยวนค
หลังจากที่จ้าวเหวยเจิ้นแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่สกุลหลิวต้องการคือสิ่งใดเขาจึงเพิ่มกำลังอารักขาจางอวี้ซินมากกว่าเดิม ชายหนุ่มมองดูคนที่หลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของตนก็ถอนหายใจ นางยังคงรังเกียจและไม่ไว้ใจเขา ส่วนตวเขาก็ไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากนัก รอให้นางคลอดค่อยว่ากันอย่างไรเสียนางก็ตั้งครรภ์บุตรของเขา นางไม่มี
เรือนพักของจางอวี้ซินจ้าวเหวยเจิ้นนั่งเฝ้าร่างบางจนกระทั่งเขาทนความง่วงไม่ไหวจึงทอดกายนอนกอดนาง จางอวี้ซินที่หลับไหลเพราะความเพลีย กระทั่งรู้สึกว่ามีอ้อมแขนกระชับร่างนางจึงได้รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาแสงตะเกียงที่หรี่เอาไว้พอให้เห็นใบหน้าคนข้างๆลางๆ จ้าวเหวยเจิ้นนับว่ารูปงามมากนัก จางอวี้ซินงับจมูกเขา







