LOGINแคว้นหยวน
จางอวี้ซินที่รู้สึกถึงตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจเธอดิ้นรนจนในที่สุดคานไม้เก่าๆก็หักครืนลงมา เธอรู้สึกถึงอาการกระแทกพื้นอย่างแรง ลำคอเจ็บราวกับมีสิ่งใดรัดอยู่ เมื่อได้สติก็พบว่าตัวเองมีผ้าขาวผืนยาวกำลังรัดอยู่ที่ลำคอ นี่มันอะไรกันเธอตายแล้วไม่ใช่หรือ เธอถูกหลี่กั๋วคู่หูของเธอทรยศ เธอถูกสไนเปอร์ส่องจนเกือบพรุน สามนัดเลยนะถึงจะไม่เข้าจุดตายทีเดียวแต่อย่างไรเธอก็ไม่รอด
มือบางพยายามแกะเชือกที่ลำคอออก เมื่อยกดูมือตัวเองก็ตกใจ ผอมแห้งราวกับศพเชียว เมื่อแกะผ้าสำเร็จความทรงจำก็หลั่งไหลเข้ามาถาโถม ร่างเดิมชื่อจางอวี้ซินเหมือนกับเธอ จางเหวินท่านปู่ของนางถูกใส่ร้ายว่ารับสินบนและยักยอกเงินบรรเทาทุกข์ เขาถูกเนรเทศ แต่มิได้ใช้โอกาสครั้งสุดท้ายที่มีขอพระราชทานอภัยโทษ แต่จางเหวินกลับใช้โอกาสนี้ขอให้จวิ้นอ๋องแต่งงานกับหลานสาวตนเอง
สกุลหลิวต้องการนางไปเป็นอนุ และการใส่ร้ายก็มาจากสกุลหลิว เสนาบดีหลิวมีอำนาจแต่ก็ไม่อาจแตะต้องเชื้อพระวงศ์ได้ จางอวี้ซินแต่งเข้าจวนอ๋องก็เพื่อหาหลุมหลบภัยให้กับหลานสาว แต่จางเหวินไม่รู้เลยว่าจ้าวเหวยเจิ้นเกลียดที่สุดคือการบังคับและใช้เล่ห์เหลี่ยม ร่างเดิมจึงถูกทอดทิ้งตั้งแต่วันแรกที่เข้าจวน มิหนำซ้ำยังไม่มีสินเดิมสักชิ้นมีเพียงตั๋เงินห้าพันตำลึงและกล่องไม้เก่าๆหนึ่งอัน มีเพียงบ่าวห้าคนที่ไม่อยากถูกเนรเทศจึงยอมเป็นสินเดิมแต่งตามเข้ามา จางอวี้ซินรู้ตัวแล้วว่ามาสวมร่างคนอื่น ก่อนจะบ่นกับตัวเอง
"นี่มันพล็อตละครแนวตั้งไหมว่ะ แล้วยายนี่ผูกคอตายทำไมเนี่ย"
ในความทรงจำสาวใช้ที่ชื่อซุนจื่อบอกกับนางว่าท่านอ๋องมีใจให้นางแต่ว่าท่านอ๋องเป็นคนเงียบขรึมไม่แสดงออก สองวันก่อนสาวใช้คนนี้ให้จางอวี้ซินไปรอท่านอ๋องที่เรือนชมจันทร์ จากนั้นก็จุดกำยานจนทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันในคืนนั้น พอเช้ามาจวิ้นอ๋องคนนั้นก็เขียนใบหย่ามาปาใส่หน้านาง จางอวี้ซินอับอายจึงผูกคอตาย จางอวี้ซินที่เพิ่งมาก็ด่าเจ้าของร่างคนเก่าอย่างหัวเสีย
"ยายโง่เอ๊ย...หย่าก็หาผัวใหม่สิ จะมาตงมาตายทำไมกันเฮ้อ เน่ากว่าละครสั้นก็ชีวิตยายนี่แหละ"
จางอวี้ซินค่อยๆลุกขึ้น เธอเดินไปมุมห้องที่มีกระจกทองเหลืองมัวๆมาส่องดู ร่างนี้นับว่ามีเค้าโครงความงามอยู่บ้าง แต่แต่งมาสองปี วันๆกินแต่ผักดองกับน้ำข้าวจึงผอมราวกับศพ ในเมื่อเจ้านายไม่โปรดปรานจะมีชีวิตที่ดีได้ยังไง เสียงฝีเท้าเดินมาไม่น่าจะต่ำกว่าห้าคน เรือนร้างนี้มีแค่ร่างเดิมกับสาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวเตี๋ยและชุนเถา คนมามากมายถ้าไม่มาหาเรื่องจะมีอะไรกัน
"ฮือๆๆคุณหนูเจ้าคะ พระชายานางป่วยจริงๆท่านอย่าทำร้ายนางเลยนะเจ้าคะ"
"เพ้ย พระชายาอะไรกัน นางถูกท่านอ๋องหย่าแล้ว ถอยไปเสี่ยวเตี๋ยไม่เช่นนั้นละก็.."
"ไม่เช่นนั้นจะทำไม"
เสียงของจางอวี้ซินดังมาจากด้านในก่อนที่ร่างผอมบางจะเดินออกมา เสี่ยวเตี๋ยถูกตบจนหน้าบวม ส่วนชุนเถาก็มีรอยตบเช่นกัน จางอวี้ซินมองดูสาวใช้ที่ภักดีสองคนถูกทำร้ายอย่างหนักก็กำมือแน่น ก่อนที่จะมีเสียงดังทุ้มตามมา
"ให้เจ้าไปปรนนิบัติข้ากลับเล่นตัว นางแพศยาข้ายอมให้เจ้าปีนเตียงข้าก็นับว่าเมตตาแล้ว"
หลิวเสียนเดินมาถึงก็กระชากชุนเถา นางหน้าตางดงามเขาอยากเอานางไปเป็นของเล่น เดิมนางเป็นสาวใช้ของจางอวี้ซินเขาจึงไม่แตะต้องเพราะนางคือพระชายา แต่ตอนนี้ท่านอ๋องหย่ากับนางแล้วเขาจึงไม่กลัวอีก มือหนากระชากอย่างไม่ไยดี คนอื่นๆต่างหัวเราะเยาะ
"สาวใช้ได้เป็นของเล่นท่านชายนับว่าเป็นวาสนา จางอวี้ซินเจ้าเล่าอิจฉาชุนเถาหรือไม่"
หลิวเซียงเอ่ยเยาะเย้ย หลิวเสวียนพี่ชายของนางที่ยังต้องการจางอวี้ซินอยู่ หลังจากที่ถูกไอ้แก่นั่นยกให้ท่านอ๋อง แต่ยามนี้นางไร้ค่าไร้คนปกป้องแล้ว ร่างสูงเดินเข้ามาหาใช้มือจับปลายคางจางอวี้ซินแต่กลับพลาดถูกร่างบางจับข้อมือของเขาก่อนจะหักแล้วบิดจนหัวไหล่หลุดทันที
"อ๊าคคค ไหล่ข้า นางแพศยาเจ้ากล้าดีอย่างไร........อ๊าค"
"พี่ใหญ่!!..จางอวี้ซินปล่อยพี่ชายข้านะ อ๊ายย"
เพียะ!! เพียะ!! เพียะ!! เสียงตบหน้าไม่นับของจางอวี้ซินทำเอาหลิวเซียงถึงกับน้ำตาอาบแก้ม เสียงเอะอะดังไปถึงเรือนหน้า มีคนไปรายงานจ้าวเหวยเจิ้นเขาจึงมาดู เมื่อเขามาถึงหลิวเซียงก็เข้าไปเพื่อชิงฟ้องทันที
"ท่านอ๋อง...นางตบหน้าหม่อมฉัน พระองค์ต้องให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ นางยังทำร้ายพี่ชายของหม่อมฉันด้วย ฮือๆๆ"
สองมือเกาะแขนชายหนุ่มแน่น น้ำตาของนางไหลพรากดุจสาลี่ต้องน้ำฝน จ้าวเหวยเจิ้นมองมายังจางอวี้ซินเอ่ยเสียงเข้ม
"นางเป็นหลานสาวเสนาบดีหลิว เจ้าเป็นเพียงสตรีถูกหย่าร้างกล้าดีอย่างไรมาลงมือกับนาง"
จางอวี้ซินมองมายังคนที่เพิ่งมาถึง รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกสลัก แต่ทุกอย่างสลายไปในพริบตา นี่คือไอ้สารเลวจ้าวเหวยเจิ้นที่ทำให้ร่างเดิมผูกคอตาย จางอวี้ซินเอ่ยเสียงเรียบ
"ที่นี่เรือนหม่อมฉัน เราสามคนอยู่กันดีๆก็มีคนมาหาเรื่อง จวนอ๋องแห่งนี้เข้มงวดเสียจริงๆ หมาแมวที่ไหนก็เข้ามาได้"
"เจ้าว่าใครเป็นหมา"
หลิวเซียงปล่อยแขนจ้าวเหวยเจิ้นและชี้หน้าจางอวี้ซิน มือบางยกขึ้นจับนิ้วข้างที่ชี้นางหักลงจนเสียงกระดูกลั่น กร๊อบ!!
"อ๊ายย....นิ้วของข้าเจ้า ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันด้วย"
หมับ!! มือหนาคว้าเข้าที่ลำคอของจางอวี้ซินทันที จ้าวเหวยเจินบีบคอนางแต่จางอวี้ซินก็ไม่ได้ยอมเขา นางใช้มือฟันไปจุดตัดกำลังของเขาทันที ร่างสูงปล่อยมือโดยปริยาย นี่นางมีวรยุทธหรือ
"เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายข้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ"
"อยากมากก็แค่ตายอีกรอบ กระต่ายถูกรังแกยังรู้จักกัดคน จะให้ยืนเฉยๆโง่หรืออย่างไร ท่านอ๋องทรงตรัสเองว่าอีกสามวันจึงจะให้ออกจากเมืองหลวง เช่นนั้นวันนี้จะส่งคนมารีบไล่ทำไมกันเพคะ ส่วนเจ้าจำไว้อย่าชี้หน้าข้าอีกนางดอกบัวเน่า"
จ้าวเหวยเจิ้นประเมินคนตรงหน้าอีกครั้ง นางดูเหมือนแปลกไปปกติจะหลบสายตาเขาแต่วันนี้กลับไม่ลดละ หรือว่านางสะเทือนใจที่เขาเขียนใบหย่าให้ ก่อนจะเอ่ยปากให้คนอื่นกลับไป
"พวกเจ้ากลับให้หมด ส่วนหากเจ้าไม่ทำเรื่องชั่วช้าเจ้าก็คงใช้ชีวิตสบายกว่านี้นะจางอวี้ซิน"
ร่างสูงเดินจากไป จางอวี้ซินเอ่ยตามหลัง
"สบายกับผีบรรพบุรุษเจ้านะสิไอ้คนประสาท กินน้ำข้าวกับผักดองทุกวัน หย่าก็หย่าสิผัวที่ดีคือผัวใหม่ย่ะไอ้โง่ ช่างเป็นคนโง่อะไรขนาดนี้"
จ้าวเหวยเจินหันกลับมาแต่นางไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เห็นเพียงแผ่นหลังบางที่หายเข้าไปในเรือน ช่างน่าตายนัก
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
หยุนหลี่ขึ้นรถม้ากลับไป จ้าวเหวยเจิ้นก็จูงมือลูกเมียเดินกลับบ้านเพราะจวนอ๋องกับสกุลจางไม่ไกลกันมาก คู่แฝดสนุกที่ท่านพ่อกับท่านแม่พาเดิน ผ่านร้านค้ามากมายและมีสินค้าแปลกๆที่ไม่เคยเห็น สามวันก่อนท่านอาฉีกลับมาจากแดนเหนือมีผลไม้แปลกๆมาฝากด้วย ท่านแม่เรียกมันว่าเฉาเหมย ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลโตและรสชาติที่หวาน กระทั่งปลายยามเซินจึงมาถึงจวน สุดท้ายรถม้าต้องมารับเพราะซื่อจื่อและท่านหญิงสนุกจนหมดแรงจ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเด็กๆลงมาจากรถม้าจากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงพาไปล้างหน้าเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวกลางคืนไม่นอน จางอวี้ซินกำลังเลือกเครื่องประดับที่จะให้เป็นสินเจ้าสาวแก่สองพี่น้อง ร่างสูงเดินมาหาช้อนอุ้มร่างบางมาวางบนเตียงเอ่ยเสียงละห้อย"คนดี อาไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เจอกันเจ้าก็มีระดู พอหมดก็มีอต่เรื่องมาให้ทำวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยเจ้าแล้ว""คนหื่น เดี๋ยวลูกๆมา รอยามค่ำมิได้หรือเพคะ""ลูกไม่อยู่แล้ว เฉากงกงมารับไปแล้ว มาเถอะทำคนที่สามกันดีกว่า"จ้าวเหวยเจิ้นบรรจงจูบนางอย่างละมุนก่อนจะเรียกร้อง จางอวี้ซินตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ นางกับเขามิใช่ครั้งแรกที่ที่แปลกคือครั้งนี้เหมือนนางเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต
สามวันต่อมาคุณชายใหญ่สกุลจางก็รับบุตรบุญธรรมสองคนเป็นบุตรสาว จางเหวินเทียนเชิญขุนนางที่สนิทกันเท่านั้น พิธีเริ่มตอนเช้าโดยมีจางเหวินประมุขของตระกูลมานั่งเป็นประธาน เสี่ยวเตี๋ยยกน้ำชาคารวะประมุขก่อน ตามด้วยจางเหวินเทียนบิดา และจางฮูหยินมารดา เมื่อพี่สาวคารวะเสร็จชุนเถาก็ตามมาคารวะเช่นกันจางอี้ซินนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มให้ เด็กสองคนนี้กตัญญู ถ้าวิญญาณร่างเดิมรับรู้คงจะดีใจ เทพบุปผากำลังมองลงมาเช่นกัน เด็กสองคนนี้ซื่อสัตย์ต่อร่างแยกของนางยิ่งนัก ตอนนั้นนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไร้พลังเทพ จึงถูกสาวใช้ทั้งสามรังแกอยู่ทุกวัน ก็มีเด็กสองคนที่ไม่ยอมทิ้งและคอยปกป้อง"เจ้าให้พรอันใดนางไปหรือน้องข้า""เดิมเสี่ยวเตี๋ยคลอดยาก นางอาจไม่รอดด้วยซ้ำหม่อมฉันจึงดึงนางกลับมาจากปรโลก แต่น่าขำยิ่งนักที่ระบบตัวน้อยนั้นคิดว่าเป็นความสามารถตนเอง""แล้วน้องสาวล่ะ""หม่อมฉันให้นางทั้งสองคนมีชีวิตร่มรื่น ครอบครัวมีความสุข มีแต่คนรักใคร่เมตตาเพคะ ให้พวกนางมีบุตรเต็มบ้านและได้บุตรที่กตัญญู""อืม..มนุษย์ที่ต้องการจริงๆก็คงมีเพียงแค่นี้ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีย่อมไม่ทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วพวกเราปิดด่านเถอะ อีกสามแสนปีออ
เมื่อกู้หมิงไปแล้วจางอวี้ซินก็ให้ชุนเถาไปตามเสี่ยวเตี๋ยออกมา"เขาทำอะไรเจ้าหรือเสี่ยวเตี๋ย บอกมาข้าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด""เปล่าเจ้าค่ะเขาแค่เอ่ยวาจาถึงท่านไม่ดีเท่านั้น""นึกว่าอะไร งั้นช่างทีเถอะอย่าใส่ใจเลย ชุนเถาไปเอามีดมาหน่อยข้าจะแร่เนื้อ และก็เหลาไม้แหลมน่ะ"ชุนเถาพยักหน้าจากนั้นสามคนนายบ่
กู้หมิงเห็นว่างนางกำลังจะไปก็ไม่รั้ง เสี่ยวเตี๋ยเปิดประตูแต่กลับเปิดไม่ออก"แกร้ง!! แกร้ง !!แกร้ง!! เสี่ยวเตี๋ยเห็นว่าประตูถูกลงกอนจากด้านนอกก็หันกลับมาหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขานั่งจิบชาสบายใจราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อน คนตัวเล็กโมโหเดินกลับมาหาสองมือเท้าเอวอย่างไม่พอใจ"ใต้เท้ากู้..ปล่อยข้าออกไป ท่านทำ
ยามเฉินจางอวี้ซินตื่นเพราะเสี่ยวเตี๋ยมาปลุก นางอยากจะออกไปหาซื้อข้าวของบางอย่างก่อนจะออกเดินทาง มีเงินที่ตาเฒ่านั่นให้ไม่ใช้เสียดายแย่ ตั้งแต่กำจัดสาวใช้สามคนนั้นไปชีวิตก็สงบ จะว่าไปร่างเดิมนี่โง่จริงๆ หากทำตัวดีๆไม่สนใจอะไรชีวิตก็นับว่าสบาย แต่กลับถูกสาวใช้จูงจมูกเอาเสียได้ บ่าวที่รังแกนางก็มีแต่ค
ทางด้านจางอวี้ซินที่ตอนนี้กินข้าวและอาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็เข้านอน นางไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะมาไหม อีกหกวันนับถอยหลังที่จะได้ออกจากจวน เพราะความเพลียจากการที่ถูกจ้าวเหวยเจิ้นเคี่ยวกรำเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายและยามนี้นางกำลังเดินอยู่ที่ไหนสักที่ หมอกควันหนาทึบไปหมด ร่างบางระหงเดินไปเรื่อยๆไร้จุดหม







