Masuk"ท่านแม่เจ้าคะ ท่านลุงคนนี้บอกว่าเขาคือบิดาของพวกเราใช่หรือไม่เจ้าคะ" บุตรสาวเอ่ยถามารดาในขณะที่จ้าวเหวยเจิ้นยืนอย่างสง่าอยู่ตรงหน้า ขุนนางที่ตามเสด็จฮ่องเต้มาล่าสัตว์ก็รอฟังคำตอยบจากปากอดีตพระชายาของจวิ้นอ๋อง จางอวี้ซินเห็นว่าไม่สามารถโกหกคู่แฝดอีกต่อไปได้จึงพยักหน้าเบาๆ เด็กชายอีกคนมองหน้ามารดาก่อนจะเอ่ยถาม "ท่านแม่ มิใช่ท่านบอกว่าท่านพ่อพวกเราตายแล้วหรือขอรับ" จ้าวเหวยเจิ้นคิ้วกระตุก กล้าแช่งชักหักกระดุกเขาเชียวหรือนางนับวันยิ่งกล้ามาากนัก จางอวี้ซินไม่สนใจว่าตรงนั้นจะมีอดีตพ่อสามีอย่างชินอ๋อง หรือจะมีองค์หญิงองค์ชายขุนนางยศใหญ่ใดๆ ยืนอยู่ นางตอบกลับคำถามบุตรชายน้ำเสียงราบเรียบ "เสี่ยวเทียน แม่จะบอกลูกว่าคนบางคนตายน่ะแล้วจริงๆ แต่บางที่นรกอาจมิต้องการคงอยู่ที่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เลยทำได้เพียงตะกายฝาโลงพยายามปีนขึ้นจากหลุมมาอีกครั้งน่ะ ลูกไปรอที่รถม้ากับน้องก่อนแม่มีธุระจะคุยกับคนแปลกหน้าคนนี้" "ท่านลุงเจ้าคะ ท่นเป็นท่านพ่อจริงเช่นนั้นไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะ" "ใช่แล้ว..ท่านตายมานานเท่าอายุพวกเราคงเหม็นเน่านาดู" จ้าวเหวยเจิ้น"......"
Lihat lebih banyakเสียงไซเรนหวีดหวิวสาดสะท้อนไปทั่วห้องโถงใต้ดินที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟฉายจากหน่วยจู่โจมที่วูบไหวไล่ล่า วิหคราตรีนักโจรกรรมเลื่องชื่อ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนบ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ดุเดือด จางอวี้ซินวัยยี่สิบห้าปี หรือที่รู้จักกันในโลกมืดว่า วิหคราตรี กำลังรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายในชีวิต เธอหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายที่บอบช้ำเต็มไปด้วยรอยถลอกและคราบดินดำ แต่ในอ้อมแขนของกลับโอบกอดหีบไม้แกะสลักโบราณเอาไว้แน่นยิ่งชีพ เธอรับภารกิจให้ไปขโมยไข่มุกยอดมงกุฎของฮองเฮาราชวงศ์หยวนเซียว ราชวงศ์ที่เพิ่งถูกค้นพบ ในเวลาเพียงไม่นานหลังจากที่จางอวี้ซินใช้ทักษะระดับปรมาจารย์ในการโจรกรรมจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
เมื่อออกมาได้กลับถูกสไนเปอร์ส่องมาที่ร่าง สัญชาตญาณทำให้รู้ทันทีว่าเธอถูกทรยศจากวิหคดำ สหายที่เป็นคู่หูกันมานานหลายปีตั้งแต่เธอเริ่มฝึกภารกิจขโมย ทั้งคู่มีอาจารย์คนเดียวกัน และอาจารย์กำลังจะมอบสำนักให้เธอ นี่คงเป็นสาเหตุที่เขาต้องการสังหารจางอวี้ซินเพื่อฮุบเอาสำนักไป ดูผิวเผินอาจธรรมดาแต่ใครจะรู้ว่าสำนักของอาจารย์มีมูลค่ากว่าห้าพันล้าน และมีบางอย่างอยู่ในตลาดหุ้นอีกด้วย
“หึ… คนที่ไว้ใจกลับกลายเป็นคนทรยศ”
เธอแค่นเสียงหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน พลางทิ้งตัวพิงเสาหินเก่าแก่ ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือดิจิทัล ลมหายใจแผ่วลงไป จางอวี้ซินเปิดกล่องไม้เอาไข่มุกเจ้าปัญหามาถือครอง ไหนๆก็ต้องตายให้ได้สัมผัสสักหน่อยจะเป็นไรไป เธอคิดอย่างปลงตก เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดแดงฉานทั่วบริเวณ จางอวี้ซินกระอักเลือดออกมาคำโต ไข่มุกถูกโลหิตของเธอชโลมจนชุ่ม
วินาทีสุดท้ายแสงทองส่องประกายออกมาจากไข่มุกเม็ดนั้น มีสายลมวูบหนึ่งเยือนยะเยือกพัดมาจนเธอหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ จากนั้นรู้สึกราวกับถูกดูดเข้าไปสติของเธอดับวูบลงไปพร้อมกับแสงของไข่มุกที่จางหายเหลือเพียงร่างไร้ วิญญาณของวิหคราตรีที่เคยเลื่องชื่อ
ร่างบางนั่งพิงเสาก่อนจะกระตุกเฮือก ชายชุดดำกรูกันเข้ามาแต่ทว่าเมื่อค้นตัวกลับไทม่พบสิ่งใดบนตัวเธอ
"ไม่มีครับไข่มุกไม่ได้อยู่กับเธอ"
"เป็นไปไม่ได้ คู่หูของเธอบอกว่าเธอแย่งมันมาจากเขา เอาศพไปทำลายเสียอย่าให้ใครรู้เรื่องนี้ แล้วตามหาคู่หูวิหคราตรีให้เจอ เจอมันก็เจอไข่มุก
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
ฮ่องเต้พยักหน้าก่อนจะหันไปหาขุนนางทั้งหลายที่มาด้วยกัน ทุกคนที่ได้กินอาหารมื้อนี้จึงกราบทูล"ฝ่าบาท ที่พระชายาเอ่ยมานั้นกระหม่อมคิดว่าดีนะพ่ะย่ะค่ะ""กระหม่อมก็เห็นด้วยกับใต้เท้าคัง หากชาวบ้านไม่อดอยากจนต้องทิ้งบ้านเกิด บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวาย""ใช่พ่ะย่ะค่ะ ถ้าพวกเขามีอาหารสะสมเก็บไว้กิน เราก็ไม่ต
จางอวี้ซินกินยาแล้วจึงหลับไปอีกรอบ ปรากฏว่าสายตาสองคู่มองมายังนางก่อนที่คนหนึ่งจะเดินมาที่เตียงเอ่ยกับสตรีที่ยืนเคียงข้าง"จิตวิญญาณของเจ้าช่างพัฒนายิ่งนักเรื่องเอาแต่ใจ นางยังคิดแค้นว่าเจ้าเป็นวิญญาณชั่วร้ายน่ากลัวอีกด้วย หมดกันเทพธิดาบุปผา คิกๆๆ""ก็ไปเอาวิญญาณนางมาแลบกะทันหัน ไม่มีเวลาอธิบายนี่เ
คนตัวโตค่อยๆบรรจงมองความใหญ่โตของตนกับนาง สิ่งที่เขามอบให้นางมิใช่ความใครทั้งหมดแต่มันคือความรัก เขาอดทนรอจนนางโตพอที่จะเป็นเมียและแม่ของลูก นางเด็กเกินไปในตอนนั้นอายุสิบสี่ไม่เหมาะจะทำเรื่องชายหญิง แต่ตอนนี้นางพร้อมแล้ว ชุนเถากัดฟันแน่นเมื่อความเจ็บปวดแทรกเข้ามา หยุนเหิงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้ เขาผ
คนอื่นนอนหลับแล้ว บางคนก็กำลังออดอ้อนกับคนรัก ส่วนหยุนเหิงนอนรอชุนเถาอยู่บนเตียง ดรุณีน้อยที่อาบน้ำเสร็จแล้วก็มานั่งเช็ดผมโดยไม่รู้ว่านางกำลังอยู่ในสายตาใครบางคน จากนางไปตอนนั้นนางกำลังจะเต็มสิบห้า ยามนี้เหลืออีกไม่กี่เดือนก็เต็มสิบแปดแล้ว ร่างสูงลุกมาหาคนที่นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลืองก่อนจะจับมือบา












Ulasan-ulasanLebih banyak