로그인กู้หมิงเห็นว่างนางกำลังจะไปก็ไม่รั้ง เสี่ยวเตี๋ยเปิดประตูแต่กลับเปิดไม่ออก
"แกร้ง!! แกร้ง !!แกร้ง!! เสี่ยวเตี๋ยเห็นว่าประตูถูกลงกอนจากด้านนอกก็หันกลับมาหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขานั่งจิบชาสบายใจราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อน คนตัวเล็กโมโหเดินกลับมาหาสองมือเท้าเอวอย่างไม่พอใจ
"ใต้เท้ากู้..ปล่อยข้าออกไป ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร"
"ข้ายังไม่ว่าง คอแห้งอยู่เจ้ารีบก็หาทางออกเอง ถ้าไม่รีบก็นั่งรอ"
เสี่ยวเตี๋ยลืมสถานะตนเองทันทีเพราะความโมโหชี้หน้าต่อว่าเขา
"กู้หมิงไอ้คนใจแคบยิ่งกว่ารูเข็ม พวกเรานายบ่าวไปทำอะไรให้ท่านกันแน่ถึงกัดไม่ปล่อย"
"เจ้ากำลังด่าข้าเป็นสุนัขเช่นนั้นหรือ"
"นิสัยหาเรื่องไร้เหตุผลเช่นนี้ท่านว่ามีคนเขาทำกันหรือ"
แปะ แปะ แปะ เสียงกู้หมิงปรบมือก่อนจะเดินมาหาเสี่ยวเตี๋ยช้าๆทีละก้าว เท้าบางถอยหลังทีละก้าวเช่นกัน กู้หมิงอาศัยจังหวะที่ตนเองสูงกว่าก้าวสองทีถึงตัวนางมือหนาคว้าเอวบางรั้งมาปะทะกับอกแกร่ง สายตาของเขาที่มองนางมีแววโกรธเกรี้ยว เสี่ยวเตี๋ยดิ้นรนแต่เขาไม่ขยับสักนิด
"เจ้าด่าข้าเป็นสุนัข เสี่ยวเตี๋ยเคยโดนสุนัขกัดหรือไม่"
"ปล่อยข้านะใต้เท้ากู้ ท่านโปรดสำรวมหน่อยท่านเป็นขุนนางนะ กู้หมิงปล่อยข้า อ่ะ อื้อ"
กู้หมิงปลดตะกร้าที่หลังนางออก เขากระชับวงแขนแกร่งรัดนางไว้ทั้งตัวก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปหา เสี่ยวเตี๋ยพยายามที่จะไม่ให้เขาได้เปรียบ แต่นางหรือจะสู้เขาได้ กู้หมิงช้อนสะโพกนางด้วยมือข้างเดียวเอานางวางบนโต๊ะหน้าร้านก่อนจะสอดมือเข้าไปในสาบเสื้อ เสี่ยวเตี๋ยถูกเขาหลอกล่อจนกระทั่งนางเผลออ้าปากจะต่อว่าเขา กลับเป็นการเปิดโอกาสให้เขาสอดลิ้นรุกล้ำเข้ามายังโพรงปากเล็กของนางได้
กุ้หมิงจูบร่างเล็กดูดดื่ม เสี่ยวเตี๋ยเจ็บใจที่สู้เขาไม่ได้นางร้องไห้ออกมาจนคนตัวโตรู้สึกถึงความเค็มมาจากน้ำตาของนาง เขาละริมฝีปากออกมามองหน้าคนที่เขาเพิ่งรังแกไป เสี่ยวเตี๋ยร้องไห้ไม่หยุดจนกู้หมิงต้องเปลี่ยนจากแกล้งนางมาเป็นปลอบใจ
"ฮึกๆๆ ฮือๆๆใต้เท้ากู้ข้าเกลียดท่าน ฮึกๆๆ"
"เสี่ยวเตี๋ยอย่าร้องสิ ข้าแกล้งเจ้าเล่นไม่ร้องนะ"
"ข้าจะกลับจวน เปิดประตูนะ"
"ได้ๆข้าไปส่ง ผลไม้นี่ให้เจ้าไม่คิดเงินนะเด็กดีเจ้าเงียบก่อน"
"ข้าไม่อยากกินของท่านแล้วคนใจร้าย ฮึกๆๆ"
"อย่าร้อง เอาล่ะๆข้าขอโทษ เสี่ยวเตี๋ยหยุดร้องนะข้าจะไปส่ง เจ้าอยากได้เท่าไหร่ข้าให้หมดเลย"
คนตัวเล็กหยุดร้องเหลือเพียงเสียงสะอื้น กู้หมิงหยิบผลไม้อบแห้งเพิ่มให้นางอีกหลายสิบชั่งก่อนจะจูงมือนางออกทางหลังร้านแล้วพาขึ้นรถม้า คนขับรถม้ามองหน้าเจ้านายกับสาวใช้อดีตพระชายาจวิ้นอ๋อง แต่กลับได้สายตาเข้มมองกลับมา เขามองไปทางตระกร้าหลายใบ คนขับรถม้ายกตะกร้าขึ้นวางด้านใน กู้หมิงอุ้มเสี่ยวเตี๋ยแล้วก้าวขึ้นไปนั่งในรถม้า
เขาให้นางนั่งบนตักตนเองแล้วกอดนางเอาไว้ เสี่ยวเตี๋ยไม่อยากมองหน้าเขานางหันหน้าออกนอกรถม้า กู้หมิงไม่อยากทำนางร้องไห้อีกเลยต้องยอม กระทั่งรถม้ามาถึงจวนอ๋อง นางรีบลงจากตักเขา ปีนลงจากรถม้าไม่ทักทายผู้ใด เพราะปกติก็ไม่สนิทกับผู้ใด คว้าตะกร้าเดินกลับเรือนหลังทันที กู้หมิงยกผลไม้ตามไปแต่คนตัวเล็กไม่รอเขาเลย นางโกรธเขาจริงๆหรือแต่ว่าเวลาที่นางโกรธนั้นช่างน่ารักจริงๆ
เสี่ยวเตี๋ยที่กลับไปยังเรือนหลังไม่สนใจคนที่อุ้มตะกร้าเดินตามมา ที่นี่เข้าออกได้ทางเดียว ส่วนประตูข้างที่นางออกไปต้องออกไปจากทางประตูหน้าของเรือนหลัง เมื่อมาถึงจางอวี้ซินเห็นสาวใช้ตนเองหน้างอเดินเข้ามาโดยมีกู้หมิงเดินตามหลัง
"เสี่ยวเตี๋ย...ไอ้คนแซ่กู้มาทำไม แล้วเขาหอบหิ้วอะไรมาเยอะแยะ"
"บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวไม่อยากสนใจเขาคนน่ารังเกียจ"
"อ๋า..เอ่องั้นเจ้าเข้าไปข้างในเถอะ วางตะกร้าไว้ตรงนี้แหละเดี๋ยวข้ากับชุนเถาจัดการเอง"
เสี่ยวเตี๋ยวางตะกร้าเอาไว้ จางอวี้ซินหันกลับมากู้หมิงก็ให้คนวางตะกร้าสามใบรวมที่เขาอุ้มไว้ด้วย จางอวี้ซินมองดูในตะกร้าก็มีทั้งผลไม้อบแห้งและผลไม้สด นางมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเอ่ยออกไป
"นี่อะไรกันไอ้คนแซ่กู้ ขนมาทำไมมากมาย ข้าได้ยินว่าบ้านเจ้าเปิดร้านขายผลไม้ ทำไม? ใกล้เจ๊งจนต้องเอามาแจกทานหรือ ข้าไม่ใช่ขอทานนะเอากลับไป"
กู้หมิงสะอึก เขาเฝ้ารักษาความปลอดภัยนางมาสองปี กินนอนบนกำแพงไม่เคยคิดเลยว่านางจะปากร้ายเพียงนี้ก่อนจะตอบกลับ
"คือ...กระหม่อมคิดเงินนางเกินไปหน่อยเลยเอามาชดเชยพ่ะย่ะค่ะ"
"กระหม่อมกระเหมิ่มอะไรกัน ข้าหย่าแล้วเรียกข้าว่าแม่หม้ายจาง ไสหัวไปได้แล้ว เอากลับไปด้วยข้าไม่อยากถูกวางยางรอบสอง ไม่รู้ว่ารอบนี้จะได้นอนกับใครถ้าเกิดไม่ใช่ไอ้คนแซ่จ้าวนั่น"
"เอ่อ..ไม่มียาจริงๆ ผลไม้นี่มอบให้พระนางด้วยความจริงใจ ฝากบอกเสี่ยวเตี๋ยด้วยว่ากระหม่อมขอโทษ ขอนางอย่าถือสาเลย"
จางอวี้ซินเดินขึ้นหน้าสองมือยกขึ้นเท้าเอว เป่าปากจนปอยผมปลิวเอ่ยเสียงเย็นถามคนตรงหน้า
"ไอ้คนแซ่กู้....เจ้าทำอะไรเสี่ยวเตี๋ยน้องสาวข้า อยากตายใช่ไหมคิดว่าข้าเป็นผู้หญิงแล้วจะไม่กล้านะ เดี๋ยวแม่เตะผ่าหมากเลยนี่"
กู้หมิงเห็นว่าเรื่องอาจจะลามไปกันใหญ่จึงขอตัวกลับ ไม่เป็นไรเขานอนกำแพงจวนทุกคืนอยู่แล้ว ทำไมจะหาโอกาสเจอนางอีกไม่ได้
"เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา ผลไม้เหล่านี้เชิญพระนางเสวยได้"
หมับ!! กรุบๆๆ!!กร๊อบๆๆ!!กร๊วมๆๆ!!จางอวี้ซินหยิบผิงกั๋วสีชมพูเข้มขึ้นมาถูกับแขนเสื้อแล้วกัดเข้าปากแล้วเอ่ยกับกู้หมิง
"ใครอยากจะกินของเจ้าไอ้คนแซ่กู้ เอาล่ะข้าจะกินต่อหน้าเจ้าหากเจ้าวางยาข้าละก็จะได้รู้กันไปเลย"
จางอวี้ซินแทะผิงกั๋วจนเหลือแต่แกนจากนั้นก็ปาทิ้ง นางนั่งลงเทชาใส่จอกยกขึ้นจิบ จากนั้นเหลือบมามองกู้หมิงเอ่ยปากไล่
"เอ้า...เอามาให้กินก็กินให้ดูแล้วไง เห็นแล้วก็ไปสิมายืนมองอยู่ได้ที่บ้านไม่สอนมารยาทเหรอ หรือจะเอาคืน ถ้าเช่นนั้นต้องรอข้าปวดหนักก่อนนั่นแหละถึงจะคืนให้"
กู้หมิงส่ายหน้า วาจาพระชายานั้นช่าง เฮ้อ..สงสารท่านอ๋องเสียจริงๆ จากนั้นเขาจึงยอมกลับ ไม่รู้ทำไมยิ่งอยู่นานยิ่งเสียเปรียบ
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
หยุนหลี่ขึ้นรถม้ากลับไป จ้าวเหวยเจิ้นก็จูงมือลูกเมียเดินกลับบ้านเพราะจวนอ๋องกับสกุลจางไม่ไกลกันมาก คู่แฝดสนุกที่ท่านพ่อกับท่านแม่พาเดิน ผ่านร้านค้ามากมายและมีสินค้าแปลกๆที่ไม่เคยเห็น สามวันก่อนท่านอาฉีกลับมาจากแดนเหนือมีผลไม้แปลกๆมาฝากด้วย ท่านแม่เรียกมันว่าเฉาเหมย ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลโตและรสชาติที่หวาน กระทั่งปลายยามเซินจึงมาถึงจวน สุดท้ายรถม้าต้องมารับเพราะซื่อจื่อและท่านหญิงสนุกจนหมดแรงจ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเด็กๆลงมาจากรถม้าจากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงพาไปล้างหน้าเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวกลางคืนไม่นอน จางอวี้ซินกำลังเลือกเครื่องประดับที่จะให้เป็นสินเจ้าสาวแก่สองพี่น้อง ร่างสูงเดินมาหาช้อนอุ้มร่างบางมาวางบนเตียงเอ่ยเสียงละห้อย"คนดี อาไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เจอกันเจ้าก็มีระดู พอหมดก็มีอต่เรื่องมาให้ทำวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยเจ้าแล้ว""คนหื่น เดี๋ยวลูกๆมา รอยามค่ำมิได้หรือเพคะ""ลูกไม่อยู่แล้ว เฉากงกงมารับไปแล้ว มาเถอะทำคนที่สามกันดีกว่า"จ้าวเหวยเจิ้นบรรจงจูบนางอย่างละมุนก่อนจะเรียกร้อง จางอวี้ซินตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ นางกับเขามิใช่ครั้งแรกที่ที่แปลกคือครั้งนี้เหมือนนางเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต
สามวันต่อมาคุณชายใหญ่สกุลจางก็รับบุตรบุญธรรมสองคนเป็นบุตรสาว จางเหวินเทียนเชิญขุนนางที่สนิทกันเท่านั้น พิธีเริ่มตอนเช้าโดยมีจางเหวินประมุขของตระกูลมานั่งเป็นประธาน เสี่ยวเตี๋ยยกน้ำชาคารวะประมุขก่อน ตามด้วยจางเหวินเทียนบิดา และจางฮูหยินมารดา เมื่อพี่สาวคารวะเสร็จชุนเถาก็ตามมาคารวะเช่นกันจางอี้ซินนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มให้ เด็กสองคนนี้กตัญญู ถ้าวิญญาณร่างเดิมรับรู้คงจะดีใจ เทพบุปผากำลังมองลงมาเช่นกัน เด็กสองคนนี้ซื่อสัตย์ต่อร่างแยกของนางยิ่งนัก ตอนนั้นนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไร้พลังเทพ จึงถูกสาวใช้ทั้งสามรังแกอยู่ทุกวัน ก็มีเด็กสองคนที่ไม่ยอมทิ้งและคอยปกป้อง"เจ้าให้พรอันใดนางไปหรือน้องข้า""เดิมเสี่ยวเตี๋ยคลอดยาก นางอาจไม่รอดด้วยซ้ำหม่อมฉันจึงดึงนางกลับมาจากปรโลก แต่น่าขำยิ่งนักที่ระบบตัวน้อยนั้นคิดว่าเป็นความสามารถตนเอง""แล้วน้องสาวล่ะ""หม่อมฉันให้นางทั้งสองคนมีชีวิตร่มรื่น ครอบครัวมีความสุข มีแต่คนรักใคร่เมตตาเพคะ ให้พวกนางมีบุตรเต็มบ้านและได้บุตรที่กตัญญู""อืม..มนุษย์ที่ต้องการจริงๆก็คงมีเพียงแค่นี้ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีย่อมไม่ทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วพวกเราปิดด่านเถอะ อีกสามแสนปีออ
จางอวี้ซินรับรู้ถึงเสียงฝีเท้าแต่แรก แต่คิดว่าเป็นสองสาวใช้ แต่ทว่าเมื่อมีน้ำหนักทิ้งลงบนเตียงไม่น่าจะใช่ทั้งสองคนแน่นอน นางลืมตาก็สบสายตาเข้ากับคนที่นางเกลียดขึ้นหน้า จางอวี้ซินพลิกตะแคงเอ่ยเสียงเย็น"พระองค์มาที่นี่ทำไม แล้วเข้าห้องสตรีอื่นที่มิใช่ภรรยาตนเองที่บ้านไม่สอนหรือว่ามันไร้มารยาทและกาลเ
รถม้าเข้ามาถึงด้านในจ้าวเหวยเจิ้นลงมาก็เห็นบ่าวไพร่เต็มจวนมายืนออกันที่หน้าลาน เขาพยักหน้าให้กับอาฝู องครักษ์หนุ่มเดินไปด้านหน้าเอ่ยถามออกไป"ไม่มีงานทำหรือ หากงานมันน้อยไปข้าจะได้ให้นายหน้ามาจัดการขายทิ้งให้เหลือแต่ตนที่มีงานทำ"เมื่อสิ้นเสียงขอองครักษ์หนุ่มบ่าวที่มารวมตัวกันทั้งชายหญิงต่างก็พากัน
เรือนจางอวี้ซิน"คุณหนู..วันนี้โรงครัวไม่แจกอาหารเลยเจ้าค่ะ พอรู้ว่าท่านอ๋องหย่ากับท่านก็งดให้อาหารของพวกเรา"ชุนเถาเอ่ยน้ำตาคลอ จางอวี้ซินลูบศีรษะนางเบาๆปลอบใจเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน"เด็กดี..รอพี่เสี่ยวเตี๋ยของเจ้ากลับมาก่อน รับรองว่าวันนี้เจ้าไม่อดแน่ๆ จริงสิชุนเถาจวนสกุลจางยามนี้ขายทิ้งให้ใครเจ้าพอ
จางอวี้ซินกลับมาถึงที่พักไม่นานอาฝูก็มาพร้อมกับชามยาในมือ เท่าที่จำได้หลังจากที่เขากับร่างเดิมมีสัมพันธ์กันแล้วนางก็ถูกสั่งให้ดื่มยาห้ามครรภ์ แต่นี่ผ่านมาเจ็ดวันแล้วยังให้ดื่มอยู่อีกหรือ ไอ้คนแซ่จ้าวนี่ประสาทหรือเปล่านะ"คุณหนู...นี่เป็นยาห้ามครรภ์ขอรับ ท่านอ๋องสั่งให้ท่านดื่มให้หมด""อืม เอาวางไว้







