เข้าสู่ระบบ“คีน ทิวา”
เสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆชื่อตัวละครในนิยายที่ตัวเองเพิ่งอ่านมาหมาดๆกลับปรากฏอยู่ตรงหน้า
“พี่เอวาตื่นแล้วเหรอคะ”
ขนมเค้กไม่อยากเชื่อหู เธอรีบลุกลงจากเตียงเหล็กแล้วลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด หวังว่าสิ่งที่คิดจะไม่เป็นความจริง
ส่วนคีนเขาเอาตัวเองบังทิวาไว้ เพราะกลัวว่าเอวาจะเข้ามาทำร้ายเหมือนครั้งก่อน ทว่ากลับผิดคาด เมื่อคนที่ตนเกลียดเดินผ่านไหล่โดยไม่มองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
พลั่ก! ปัง!
ประตูห้องน้ำเปิดออกเต็มแรง ก่อนที่ร่างบางจะเดินเข้าไป ทันทีที่เห็นเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ แข้งขาของเธออ่อนแรงเสียจนต้องเอามือยันกับอ่างล้างหน้า ประคองตัวเองไว้ไม่ให้เป็นลมไปเสียก่อน
หญิงสาวรูปร่างดีมีส่วนเว้าส่วนโค้ง นัยน์ตาเฉี่ยว ปากสีชมพูเป็นกระจับได้รูป ผิวขาวจัด เธออยู่ในชุดคนไข้สีฟ้ามีตราประทับโรงพยาบาล ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับผีก็ไม่ปาน
คนนี้คือใคร ทำไมเธอถึงมาอยู่ร่างคนนี้ได้
แต่พอนึกย้อนไปถึงสองชายหญิงคุยกัน แถมเรียกชื่อเธอว่าเอวา ชื่อที่คล้ายกับนางร้ายในเรื่องรักอันตรายของคุณคีนอีกต่างหาก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!
เธอทะลุเข้ามาในนิยายชื่อดัง แถมยังรับบทเป็นนางร้ายแสนเอาแต่ใจอย่าง 'เอวา' ลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อพระเอก ซ้ำยังเป็นคู่หมั้นของพระเอกอย่างคีนอีกต่างหาก
พอตั้งสติได้ ขนมเค้กก็เดินออกจากห้องน้ำ ก่อนจะพบว่าทั้งคีนและทิวากำลังมองหน้ากันราวกับมีอะไรจะพูด
นี่น่ะเหรอคีน...ตัวต้นเรื่องของโศกนาฏกรรมทั้งหมด เขาไม่ผิดจากความคิดเธอสักเท่าไร
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา ตัวสูงใหญ่ จมูกโด่ง ผมดำขลับ ผิวสองสี เขาดูน่าเกรงขามยามทำหน้าขรึมใส่เธอ แต่กลับแสดงความอ่อนโยนกับคนข้างๆจนน่าหมั่นไส้
“ได้สติแล้วใช่ไหม ฉันจะได้เข้าเรื่องสักที”
คีนเอ่ยเจตนาที่มาเยี่ยมเอวาในวันนี้
“...”
ขนมเค้กเงียบ เธอเองก็อยากฟังว่าคีนจะคุยอะไรกับเอวา แม้ว่าในใจหวั่นว่าเขาจะจับเธอเข้าคุกตามที
“สงบศึก และเธอต้องช่วยฉันพูดโน้มน้าวผู้ใหญ่เรื่องถอนหมั้น แลกกับเรื่องที่ฉันจะไม่แฉเรื่องของพ่อเธอ กับเรื่องที่เธอพยายามฆ่าทิวา”
คีนเอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง เขาไม่เคยชอบผู้หญิงคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร เธอชอบแสดงความเป็นเจ้าของ เอาแต่ใจ ใช้วิธีสกปรกเพื่อจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แม้กระทั่งจับตัวทิวาน้องสาวต่างมารดาก็ทำมาแล้ว ทั้งหมดก็เพราะอยากจะเอาชนะน้องสาวของตัวเองก็เท่านั้น
ทางด้านขนมเค้ก เธอเองทำงานกับเหล่าผู้บริหารมานับไม่ถ้วน และรู้ว่าการต่อรองนี้จะมีผลให้เส้นเรื่องต้องเปลี่ยนไป
เธอไม่ใช่เอวา เธอคือขนมเค้ก พนักงานออฟฟิศที่ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองและมีชีวิตหรูหราเหมือนเจ้าของร่างคนเก่า เพราะฉะนั้นเรื่องจะไปทางไหน ตอนนี้เธอต้องเป็นคนกำหนดเองเท่านั้น
“ดีลค่ะ”
ร่างบางยกยิ้มหวาน พร้อมกับเลื่อนมองใบหน้าสวยของน้องสาวในชาตินี้ ทิวากาลทั้งสวยเป็นธรรมชาติ กิริยาเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ ตรงตามนางเอกในนิยายไม่มีผิด
“แต่ฉันมีข้อเสนอเพิ่มเติม คุณสนใจหรือเปล่าล่ะ” หญิงสาวต่อรอง
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ร่างสูงไม่ค่อยชอบใจเท่าไร มันดูห่างเหิน ราวกับคนไม่รู้จักกัน ซึ่งนั่นก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง
“เธอจะเล่นแง่อะไรอีกเอวา” คีนมองเอวานิ่ง แววตาแข็งกระด้างเสียจนหากใครได้มองคงกลัวจนหัวหด
“สามสิบล้าน กับบ้านพักติดทะเลในภูเก็ต แค่นี้ขนหน้าแข้งคุณคงไม่ร่วงหรอกมั้งคะ”
เกิดใหม่ทั้งทีมันก็ต้องเอาให้คุ้มเสียหน่อย แถมยังไม่รู้ว่าจะกลับไปโลกเดิมอีกได้ไหม สิ่งที่จำเป็นก็คงหนีไม่พ้นเงิน เงิน เงินเท่านั้นที่น็อกเอเวอรีทิง ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงินกันทั้งนั้น
“คิดดูนะคะ แลกกับอิสรภาพของคุณ ฉันว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเลยล่ะค่ะ”
สามวันต่อมา ข่าวการฉ้อฉลของอดีตหุ้นส่วนและผู้อยู่เบื้องหลังว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต นั่นทำให้เริงฤทธิ์ที่ถูกจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์กลับถูกตั้งข้อหาเพิ่ม ทั้งลูกสาวและภรรยาก็ถูกจับกุมโทษฐานมีส่วนร่วมในการช่วยโกงในครั้งนี้ ขนมเค้กวางมือถือลง เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางเอามือลูบท้องเนินนูนของตัวเอง นึกถึงครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเอวา ที่ตอนนี้แตกสลายกันไปคนละทิศทาง หนำซ้ำยังต้องไปชดใช้เวรกรรมในตารางอีกหลายปี ก็ขอให้ข้างในนั้น ช่วยขัดเกลาให้พวกเขาเป็นคนดี ส่วนเธอก็ขอไปใช้ชีวิตกับครอบครัวตัวเอง โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกก็พอ “หม่าม๊า” ทันทีที่ลงจากรถตู้ ร่างเล็กก็วิ่งเข้ามาโอบขาของเธอด้วยความดีใจ ถ้าไม่ใช่เพราะความเฉลียวฉลาดของอันวา แอบใส่นาฬิกาพลาสติกเบนเทนเข้าไปในกระเป๋าหน้าท้องของเธอ ก็ไม่รู้ว่าคีนจะหาเธอเจอหรือเปล่า “คิดถึงหม่าม๊าที่สู๊ดดดดดด!” “หม่าม๊าก็คิดถึงอันวาเหมือนกันค่ะ” ร่างบางลดตัวลงแล้วกอดเจ้าตัวเล็กแน่นที่สุด หัวใจของอันวาพองโต อย่างน้อยเขาก็มีส่วนปกป้องหม่าม๊าของเขาให้ปลอดภัย “อันวาสัญญาว่าต่อไปนี
“เอวา” ร่างบางสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นนั่ง กรอบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงหายใจหอบเหนื่อยราวกับคนออกกำลังกายหนัก จนคนที่นอนเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงตื่นตามไปด้วย “หนูเค้กเป็นอะไรหรือเปล่า” ร่างสูงเข้ามาจับตามเนื้อตัวของหญิงคนรัก ดูว่าขนมเค้กเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ดวงตาโฉบเฉี่ยวคลอไปด้วยน้ำตา ยามตื่นมาพบกับใบหน้าชายคนรักเป็นคนแรก “พี่คีน” เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงเบา ทั้งคู่โผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง ความรู้สึกอบอุ่นแพร่ซ่านไปสุดขั้วหัวใจเช่นเดียวกัน “บอกพี่มา เราเจ็บตรงไหน พี่จะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้” เขาผลักคนตัวเล็กออกอย่างเบามือ กำลังจะเดินไปกดออดที่หัวเตียงเรียกพยาบาล แต่ขนมเค้กกลับคว้ามือเขา บีบเบาๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่เป็นไร “เค้กไม่เป็นไรค่ะพี่คีน เค้กแค่ฝันร้ายเฉยๆ” เธอยิ้มบาง จากนั้นสีหน้าเธอกลับเปลี่ยนไป เมื่อมือข้างซ้ายยกมือขึ้นกุมท้อง “หมอบอกว่าลูกไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องห่วงนะ” เหมือนรู้ว่าขนมเค้กคิดอะไรอยู่ เขาจึงบอกผลตรวจที่คุณหมอแจ้งมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนให้เธอทราบ พอได้ยินข่าวดี ขนมเค้กกลับเก็บก้อนสะอื้
“ทิวาขอโทษ ฮึก ทิวาไม่ได้ตั้งใจ ฮึก” เขาเดินมาหาคนเจ้าแผนการ มองใบหน้าสวยด้วยสายตาชิงชัง ทิวาสะดุ้งเฮือก เธอไม่เคยถูกคีนมองด้วยสายตาเกลียดชังแบบนี้มาก่อน “มึงจ้างพวกเหี้ยนั่นมาข่มขืนเมียกู แถมยังทำร้ายเด็กสามขวบได้ลง แบบนี้ยังพูดว่าไม่ได้ตั้งใจอีกเหรอทิวา” เขาตะโกนลั่น จนเส้นเลือดตรงขมับขึ้นเด่นชัด “ฮือ ทิวาไม่ได้ตั้งใจค่ะ ฮือๆๆ ทิวารักพี่คีน ฮึก ทิวาขอโทษ ทิวาจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ฮือๆๆๆ” ผมสีน้ำตาลสะบัดไปมาไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางคว่ำลง หวังเพียงคีนจะให้อภัยเธอเหมือนครั้งที่ผ่านมา “กูจะไม่แจ้งความเรื่องที่จ้างวานคนมาข่มขืนเค้กหรอกนะ แต่กูจะส่งหลักฐานที่มึงกับพ่อของมึงฉ้อโกงเงินบริษัทไปเมื่อครั้งที่แล้วให้ตำรวจแทน” คีนเอ่ย “พี่ทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะพี่คีน ฮึก ฉันเคยเป็นแฟนพี่นะ ฮึก ฉันไม่ยอม” คีนไม่พูด เขาหันหลังไปพยักหน้ากับเลขาหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อให้เขาจัดการเรื่องทั้งหมด โดยที่เสียงของทิวายังคงกรีดร้องราวกับจะขาดใจดังตามไล่หลัง ในความมืดมิด มีจุดเล็ก ๆ เป็นดั่งแสง
เสียงปืนดังก้องทั่วโกดังเพียงแค่สามนัด ก็สามารถให้พวกโจรทั้งสามคนนอนจมกองเลือด เสียงหายใจโรยริน มือพยายามจะควานหาปืนพกมาสู้กลับ แต่ยังไม่เร็วพอเมื่อมีกลุ่มชายในชุดดำวิ่งกรูกันเข้ามาแล้วเตะอาวุธเพียงชิ้นเดียวไปอีกทาง ส่วนร่างเล็กของทิวาถูกจับมือไขว้หลังหมดทางหนี “อึก” กลิ่นบุหรี่พร้อมกับเสียงฝีเท้าใครบางคนค่อย ๆ เดินเข้ามา จังหวะที่ส้นรองเท้าหนังกระทบกับพื้นช่างนานเสียจน คนหายใจโรยรินไม่เคยหวาดกลัวถึงเพียงนี้ “พะ พี่คีน” ทิวาเรียกชื่ออดีตคนรัก แต่เมื่อคีนตวัดสายตาเกลียดชังส่งกลับไป กลับทำให้ทิวาถึงกับจุกในอก “พาเมียกูไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนทางนี้กูจัดการเอง” หนึ่งในนั้นพยักหน้า ก่อนจะประคองร่างเล็กที่มีใบหน้ามีแต่รอยเขียวช้ำเต็มไปหมด “พี่คีน เค้ก” “รอพี่ก่อนนะ พี่เคลียร์เรื่องทุกอย่างจบแล้วจะตามไป” เขาหันมาเอ่ยกับภรรยา วูบหนึ่งที่เธอสังเกตว่าคีนเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอพยักหน้าช้าๆเป็นอันตกลง “ขอบคุณนะครับ ที่ปกป้องลูกของเรา” เขาเอ่ยขอบคุณขนมเค้ก ที่ยอมปกป้องลูกน้อยอย่างสุดกำลัง ดวงตาเฉี่
เพี๊ยะ เสียงฝ่ามือของทิวากระทบข้างแก้มนวลจนใบหน้าของขนมเค้กหันไปตามแรงตบ วินาทีต่อมาความรู้สึกชาที่ข้างแก้มกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่เต็มปาก “คิดว่าฉันจะปล่อยแกง่าย ๆ เหรออีเอวา มึงอย่าคิดว่าจะได้ออกไปอย่างสบาย ถ้าวันนี้มึงไม่เจอเหมือนอย่างที่กูเจอ” ทิวาหันไปส่งซิกกับโจรทั้งสามคน หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาหาขนมเค้ก จัดการใช้มีดตัดเชือกแล้วกระชากตัวเธอให้ลุกขึ้น “ปล่อยกูนะไอ้พวกชั่ว ปล่อย ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วยค่ะ” เพี๊ยะ ชายฉกรรจ์ฟาดไปที่แก้มเนียนอีกครั้ง แล้วลากตัวเธอไปที่ฟูกเก่าๆเพื่อเป็นเวทีในการตักตวงความสุขของพวกมันในค่ำคืนนี้ “ไอ้เวร เบาๆหน่อยสิวะ เดี๋ยวก็เสียของหมด ฮ่าๆๆๆ” โจรอีกคนหัวเราะลั่นราวกับสนุกกับเหยื่อที่ไม่มีทางสู้ “พวกมึงจะทำยังไงกับมันก็ได้ แต่ห้ามตายก็พอ กูอยากให้มันทุกข์ทรมาณเหมือนที่กูเจอ” ทิวาเดินไปสั่งโจรตัวสูง ก่อนที่มันจะยกยิ้ม แล้วฟาดไปที่ก้นเนียนของทิวาอย่างมันเขี้ยว “มองดูกูเอากับผู้หญิงคนอื่น มึงไม่หึงเหรอครับเมีย” นิ้วสากเชยคางมนให้สบตา
เสียงหวูดของเรือที่ดังก้องกังวาน ส่งผลให้ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เก่าๆ รู้สึกตัวตื่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน รู้สึกเวียนศีรษะเมื่อจมูกของเธอได้กลิ่นสนิมคละคลุ้ง ปนกับกลิ่นอายทะเลที่เค็มและอับชื้น เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพยายามหรี่ตาสอดส่องไปรอบบริเวณห้องทึบอับ มีเพียงแสงจากหลอดไฟสีส้มเพียงดวงเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอพอมองเห็นได้บ้าง มือทั้งสองข้างถูกตรึงด้วยเชือกเส้นหนาไขว้ จนเศษไม้ทิ่มเข้าไปในเนื้อบางจนรู้สึกเจ็บ ครืด... เสียงประตูเหล็กใหญ่ถูกพับขึ้น ก่อนที่ชายฉกรรจ์จะเดินเข้ามา พวกมันไม่ได้สวมหน้ากากแล้วตอนนี้ เธอจึงเห็นใบหน้าดิบเถื่อนและดุดันของพวกมันได้อย่างชัดเจน “ฟื้นแล้วเหรอมึง?” คนตัวสูงสุดเอ่ยขึ้น หน้าของมันมีทั้งรอยสิวและดวงตาที่เสียไปแล้วข้างหนึ่ง “พวกแกเป็นใคร จับฉันมาทำไม” ขนมเค้กพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นทั้งที่ข้างในหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก “เดี๋ยวก็รู้” มันแสยะยิ้ม เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม มองเธอด้วยสายตาลวนลาม จนเธอรู้สึกขยะแขยง “มีคนอยากคุยกับมึงด้วย” มันหันหลังแ







