Mag-log inมือบางสำรวจห้องหับที่ฝุ่นเริ่มจับ พวกบ่าวรับใช้ก็คงโดนริบด้วยเช่นกัน คิดได้เช่นนั้นจึงล้มตัวลงนอน ก่อนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างวางอยู่ใต้หมอนจึงเอื้อมมือไปจับ ปิ่นระย้าประดับด้วยหินไหมสีชมพูช่างแปลกตา แม้ชาติก่อนนางร่ำรวยและสะสมเครื่องประดับเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะเคยเห็น
“สวยเหลือเกิน” หินสีใสก้อนเล็กภายในมีเส้นใยสีชมพูทำนางอดใจไม่ไหว ลูบมันช้าๆดั่งต้องมนต์ วูบ~ ลมหอบนึงพัดเข้ามาตีหน้า ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงัด ก่อนที่นางจะลืมตาขึ้นช้าๆ “ที่นี่!! สวนดอกไม้นี่นา” ที่นี่นางจำได้ดีมันคือสวนดอกกุหลาบหลายสิบไร่ที่ตระกูลเดิมในโลกก่อนนางมี นางบริจาคที่ตรงนี้ให้โรงพยาบาล ใครเลยจะคิดว่าเมื่อมาอยู่ในโลกใหม่นางได้มันติดตัวกลับมาด้วย และอย่างแรกที่ทำคือนางเดินสำรวจตรวจตราอย่างตื่นเต้น ตอนนี้คล้ายร่างกายมีแรงอย่างบอกไม่ถูก บ้านหลังน้อยที่พ่อและแม่เคยพามาพักผ่อนตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า “ของทุกอย่างยังเหมือนเดิม” นางลูบที่นอนสีชมพูอบอุ่นอย่างแสนรัก ก่อนจะเปิดไปในครัวและพบอาหารมากมาย เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ไม่ใช่ของยุคปัจจุบัน แต่เป็นยุคโบราณที่นางทะลุมิติมาต่างหาก “นั่นบ่อปลาของพ่อนี่นา” นางย่ำเท้าเปล่าเปลือยไปที่ทุ่งหญ้าหน้าบ้านเล็ก ก่อนจะสำรวจบ่อน้ำที่อยู่ตำแหน่งเดิมแต่ลักษณะไม่เหมือนเดิม “ตอบแทนที่เจ้าช่วยเหลือคนมากมาย สิ่งของพวกนี้ใช้ได้ไม่มีวันหมด ยินดีด้วย เจ้าได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง!!” เสียงปริศนาดังขึ้นจนนางรีบหันไปมองรอบๆ แต่ไม่พบใคร “เทวดาละมั้ง” นางนั่งลงคุกเข่าก่อนคำนับฟ้าดิน ขอบคุณที่ประทานสิ่งดีๆให้ “ปิ่นหยกชมพูนั้นสำคัญมันคือประตูแห่งมิติ เก็บไว้ดีๆหล่ะ” เสียงนั้นตามมาสมทบจนนางต้องลูบที่หัวอีกครั้งพบว่ามันยังปักอยู่ที่เดิม “ขอบคุณอีกครั้งเจ้าค่ะ“ นางเพลลืออกกกกกกกกกกกกกจะหยิบกล่องอาหารที่มัควันหอมฉุยขึ้นมากิน ด้านในเป็นปลาต้มผักกาดและข้าวสวยร้อนๆของโปรดของนาง เมื่อได้กินอาหารที่ชอบน้ำตาก็พาลจะไหล ก่อนเตรียมเสบียงเป็นขนมปังก้อนเล็กๆพร้อมทั้งท๊อปฟี่รสนม หาถุงเล็กใส่เตรียมเอาไว้ รวมทั้งนมกล่องเล็กอีก สองสามกล่อง เมื่อคิดถึงเด็กชายตัวเล็กที่นั่งเฝ้านางไม่ห่างเมื่อหลายวันก่อน เมื่อเตรียมของเรียบร้อยจึงรีบอาบน้ำหาชุดใหม่มาใส่ และตัดสินใจเดินไปหน้ากระจกเงาบานใหญ่ ”เป็นถึงคุณหนูในจวนท่านเสนาบดี แต่เหตุใดจึงมีชีวิตอาภัพเช่นนี้“ แววตาที่ดูเศร้าไม่ได้ทำให้นางมองข้าม ร่างเดิมที่นางมาอาศัยอยู่นี้คงมีอะไรมากมายให้ขบคิด เมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้วนางเดินออกมาสำรวจน้ำพุอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าต้นไม้ต้นเล็กที่อยู่ด้านข้างรั้วเหี่ยวเฉาอย่างเห็นได้ชัด ”นี่มันต้นอะไรกัน“ นางใช้แก้วใบเล็กตักน้ำพุในบ่อไปรดลงยังต้นไม้ ก่อนจะต้องถอยหลังกรูออกมา เมื่อต้นไม้ที่แห้งเฉา บัดนี้ไม่เพียงแต่ผลิใบสีเขียวและปรากฏดอกกุหลาบหิน เป็นดอกเล็กๆแต่นางไม่เคยเห็น ”ผงั้กุหลาบหอนงั้นหรือ“ นางหยิบดอกไม้ดอกเล็กขึ้นมาดอมดมก่อนมันจะปลิวลงไปในบ่อน้ำ นางก้มลงไปมองก้นบ่อที่ไม่คิดว่าดอกกุหลาบน้ำหนักเบาจะจมลงไปก้นบ่อได้ แต่ทันทีที่นางใช้ฝ่ามือซ้อนมันขึ้นมากลับพบว่า มันกลายเป็นทอง!! รูปทรงลักษณะเป็นกิมตุ้งเล็กๆทำนางแปลกใจนัก ”วิเศษเกินไปแล้ว…“ นางเด็ดดอกกุหลาบออกมา อีก2-3ดอก ก่อนนำไปแช่ในน้ำพุวิเศษ และเป็นดั่งเดิม ทองกิมตุ้งขนาดไม่ใหญ่มาปรากฏทันทีที่ใช้ดอกไม้แช่น้ำ ”ค่อยมาสำรวจอีกทีแล้วกัน“ แทบจะเก็บความดีใจเอาไว้ไม่มิด นางเก็บทองก้อนเล็กเอาไว้ที่แขนเสื้อ ก่อนจะต้องรีบกลับไปยังจวนหวงเพราะเกรงว่าคนอื่นๆจะกลับมาเสียก่อน ”แบบนี้คงต้องหาที่อยู่ใหม่ ไม่ไปรบกวนคนบ้านลั่ว และยังมีเจ้าตัวเล็กที่ต้องดูแลอีก“ แม้จะมีมิติก็ใช่ว่าจะวางใจ จากการที่ออกไปหน้าจวนแล้วมีทหารขวักไขว่ก็เกรงว่าจะไม่เป็นการดีนัก นางเองคงต้องเตรียมตัวและปรับตัวเองให้ชินมือหนาประคองมือนางขึ้นมา ก่อนจะง้างคันธนูจนสุด และปล่อยลูกศรออกไป ฟิ้ว~ ฟึบ~ หัวลูกศรปักลงตรงเป้าแม่นเหมือนจับวาง ก่อนนางจะหันมาสบตาเขา“ข้ายินดี ดื่มสุราใต้แสงจันทร์กับท่านตลอดชีวิต”ทหารนับแสนชีวิตที่แต่งตัวเต็มยศ เดินทางมาเพื่อโจมตีแคว้นซีเหมินให้ราบคาบ ด้วยคำสั่งขององค์ชายสาม ผู้นำทัพจะเป็นใครไปไม่ได้ ทัพหน้าคือใต้เท้ากง ทัพหลังคือองค์ชายสาม ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายเพราะเข้าเขตแดนหัวเมืองเหนือ แต่คนพวกนี้หารู้ไม่กับดักที่รอเล่นงานนั่นพร้อมพรากชีวิตทุกคน ทุกเมื่อ“ว่าที่ภรรยาเจ้ามองคล้ายไม่ยอมให้เหยื่อคาดสายตา” หยางอ๋องที่มารอซุ่มโจมตีบริเวณหน้าผาในช่องแคบเอ่ยกับลั่วเหวินหลงแผ่วเบาในขณะที่สตรีชุดดำอย่างหวงอี้หนิงกำลังกอดอกรออย่างใจเย็น…รอให้ใกล้เข้ามาอีกนิด ข้าจะเก็บให้หมดทีเดียว…”สกุลหวงบริสุทธิ์ขนาดที่ว่า ยอมใช้ชีวิตแลกความถูกต้องปกป้องเมืองเผยอย่างสง่างาม แต่คนพวกนั้นใช้ความสัมพันธ์เก่าก่อนมาบีบบังคับนาง จนบ้านแตกสาแหลกขาด นางเดินรอนแรมอยู่เป็นเดือน ไม่แปลกนักที่นางจะอยากกำจัดด้วยตัวเอง“ ติงอ๋องที่มาด้วยเอ่ยตามความเข้าใจที่เขามี”ถือว่า…เป็นสตรีที่แกร่งเหมาะกับเจ้าที่เก่งเรื่อง
ขบวนที่นำโดยสกุลลั่วบัดนี้มีทหารของหยางอ๋องและติงอ๋องมานำขบวน พร้อมเร่งการเดินทางมากขึ้นใช้เวลาเพียงสองวันทั้งหมดก็ได้เข้าไปในประตูเมืองแคว้นซีเหมิน ชาวบ้านคนอื่นได้พักในบริเวณวัดที่มีผู้อพยพมามากมายรอทางการจัดสรรค์ที่ดินให้อาศัย ส่วนคนสกุลลั่วและสกุลหวงถูกพาเข้าไปที่พักท่านอ๋อง เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นบิดา ท่าเสนาบดีหวง ทันทีที่หานฟู่เห็นบิดาเด็กน้อยที่นับวันรอได้พบท่านพ่อรีบปล่อยมือนางพร้อมวิ่งตรงไปหาด้วยความว่องไว“ท่านพ่อ!! ท่านพ่อจริงๆขอรับพี่หญิง” เด็กชายวัยสี่หนาวรีบหันมาหานาง เท้าเล็กๆก้าวตามน้องชายไปช้าๆ แม้ไม่มีความผูกพันธ์เพราะนางไม่ใช่บุตรสาวแท้ๆถึงจิตวิญญาณ แต่เจ้าของร่างเดิมคงผูกพันธ์ไม่น้อย น้ำตาเม็ดเล็กจึงไหลออกมาเช่นนี้“อือ อ๊ะ” ปากที่พยายามอ้าออกแต่ไม่สามารถออกเสียงได้ทำนางทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ หานฟู่ที่เห็นเช่นนั้นร้องไห้ไม่ต่างจากนาง นางมองปลายเท้าที่ถูกตัดออก รวมถึงนิ้วมือที่ด้วนกุดยิ่งอดสูใจ“อึก~ ฮึก~” ตอนนี้นางร้องไม่ออกจนต้องทุบมือลงบนอก “คนพวกนั้นโหดร้ายกับพวกท่านเกินไป” ก่อนหน้านี้ที่หานฟู่เล่าให้ฟังว่าเห็นบิดาถูกกระทำ นางยังคิดเพียงตัดนิ้วสองนิ้ว แต่นี่
เขารีบเขียนจดหมายตามคำพูดนางทุกคำ พร้อมบอกเรื่องสำคัญให้ทราบอีกด้วย จากนั้นจึงผิวปากเรียกเหยี่ยวที่เขาฝึกไว้มาใกล้ จัดการสอดจดหมายมัดไว้ที่ขาและใต้ปีก จากนั้นจึงปล่อยไป ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าตื่นตะลึงของนาง”เจ้าตกใจสิ่งใด“”ท่าน!! มันวิเศษมาก การเลี้ยงเหยี่ยวให้เชื่องเช่นนี้ข้าไม่เคยเห็น“ นางยังคงตื่นเต้นไม่หายจนเขายกมือขึ้นมาลูบหัว”เมื่อตั้งหลักได้…ข้าจะยกเหยี่ยวให้เจ้าสักตัว สอนพวกเขาว่าเจ้าคือนายหญิง“ สายตาสองคู่สานสบกันท่ามกลางความมืดมิด …ชีวิตนี้มีโอกาสได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง หากนางหวังจะมีความรักที่ถูกทะนุถนอมหัวใจสักครั้ง เขา…คือคนที่นางมั่นใจว่าจะมอบรักที่ปลอดภัยให้นางแน่นอน…จมูกคมสันยื่นเข้ามาใกล้ ริมฝีปากฉ่ำวาวคือจุดมุ่งหมายของเขา แต่ใบหน้านวลที่จ้องตาเขาแต่แรกกลับหลบวูบ จนจมูกคมจรดลงที่แก้มนวล“ขะ ข้า ไปหาอาหารให้ท่านก่อน ท่านต้องกินยา” ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะเผ่นแผ้วลงจากรถม้าไปทันที จนเขาอดจะหัวเราะไม่ได้“เก่งทุกอย่าง แม้แต่เรื่องปั่นป่วนหัวใจข้า” ด้านคนที่อ้างว่ามาหาอาหารกลับเดินสำรวจเสบียงและมองหาคนบ้านเฉินกับบ้านหลั่นที่แยกวงทำอาหารออกไป“เหตุใดจึงมานั่งอย
หวงอี้หนิงที่เปิดม่านดูเรื่อยๆ ยังคงอดสงสารไม่ได้ มีใครบ้างไม่กลัวตาย ยิ่งเห็นเด็กชายตัวเล็กยิ่งนึกถึงหานฟู่“ข้ามีแป้งอบใส้ผลไม้อยู่มากโข หากทิ้งลงรายทาง จะมีภัยหรือไม่เจ้าคะ” ในที่สุดนางก็กระทำตัวใจดำไม่ได้ ท่าทางหิวโหยที่ร้องขออาหารตลอดเวลาทำให้นางอยากร้องให้ “หากเป็นเวลาที่รถม้าวิ่งไปได้ตลอดไม่หยุดพักก็คงได้ เพราะพวกเขาคงตามมารุมเจ้าเป็นแร้งทึ้งไม่ได้ แต่หากรถม้าจอดอยู่กับที่ เจ้าห้ามทำเด็ดขาด” เห็นสายตาจริงจังของเขานางรีบพยักหน้าเข้าใจ“ไม่เช่นนั้น เจ้าจะโดนปล้น หากเจ้ามั่นใจว่าเส้นทางนี้ปลอดภัยจากโจรภูเขา ก็ทำเถอะ อย่างน้อยนอกจากจะไปถึงเมืองซีเหมินแล้ว พวกเขายังไม่ต้องอดอยากจนตาย” นางรีบเอ่ยขอบคุณก่อนมองช่องเล็กๆข้างหน้าต่าง พร้อมวางแผนบางอย่าง ร่างเล็กนำกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่วางไว้ตรงหัวมุมมาใกล้ๆ ก่อนบอกให้เขานอกพัก พร้อมทั้งปูผ้ารองนอนที่หนาขึ้น ป้องกันแผลกระทบกระเทือน“ข้าไม่เจ็บแผลแล้ว” แปลกที่ก่อนหน้านี้เจ็บปวดปรางตาย แต่ตอนนี้รู้สึกเพียงตึงๆที่บริเวณแผลเท่านั้น!! “ยาท่านอาเฟิงวิเศษมากเจ้าค่ะ” นางยังยืนยันว่ายานั้นนำมาจากเฟิงฉิน และเมื่อฤทธิ์ยาออกฤทธิ์ร่างหนาค่อยๆนอนลงพร้อม
นางลงจากรถม้าก่อนเดินเร็วไปที่ใต้ต้นไว้ บริเวณนั้นมีร่มไม้อยู่ “พวกเราไม่มีใครเป็นหมอ” นางมองหาคนสกุลหลั่น“อิ่นหรง ไปตามคนบ้านหลั่นมาเถอะ พวกเขามีวิชาแพทย์อยู่บ้าง” พูดจบนางกรีดเสื้ออกจนขาดวิ้น เผยให้เห็นแผลที่บาดเจ็บ ก่อนจะหยิบของออกจากตะกร้าที่นางนำมาด้วย ผ้าขาวสะอาดถูกกดทับบนบาดแผล แต่เพราะแผลใหญ่เกินไป และนางมีเพียงยาปัจจุบันเท่านั้น ไม่มีสมุนไพรห้ามเลือด ถ้าหากเอาออกมาใช้ทุกคนต้องสงสัย จึงรอคนบ้านหลั่นเข้ามาช่วยอีกแรง เมื่อคนบ้านหลั่นมาถึง เพ่ยฮวาและเฟิงฉินต่างรีบนำยาห้ามเลือดออกมาบดกับน้ำก่อนโปะลงบนแผล “พวกโจรถอยแล้วหรือ“ ลั่วหยางหยางที่ลงมาด้วยหันไปถามบุตรชายคนรอง”เหลือเพียงราว2-3คนที่หนีไปได้ แต่พี่ใหญ่…โดนคมหอกเข้าเต็มๆขอรับ พี่ใหญ่รับหอกแทนข้า“ คนน้องเอ่ยอย่างรู้สึกผิด แต่ลั่วฮูหยินกับลูบหลังเขาพร้อมตบเบาๆ ”พี่ชายเจ้าต้องหายดี“ นาทีนี้ไม่มีใครมาโทษกัน บุรุษคนอื่นที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการปะทะได้รับยาสมุนไพรจากคนบ้านหลั่น พร้อมสาวใช้หลายคนช่วยกันทำแผลให้ ยังพอเดินทางต่อได้สบาย แต่คนที่หนักสุดคงเป็นลั่วเหวินหลง”ท่านลุงขบวนหยุดไว้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ“ หวงอี้หนิงเกรงใจทุกคน แต่อ
นางดึงแผนที่ที่วาดเองกับมือออกมา ก่อนจะแต้มสีแดงลงไป “ข้าไปเองเจ้าค่ะ” นางพยักหน้า อิ่นหรงที่ค่อยๆแง้มประตูออกรอจังหวะให้คุณชายทั้งสามเจรจา ส่วนหวงอี้หนิงลงจากรถม้าพร้อมหานฟู่ ก่อนจะตรงไปที่รถม้าของท่านป้าท่านลุงเพื่อแจ้งข่าว และจัดการส่งข่าวต่อไปด้านหลัง“หนิงหนิง เจ้าเองอยู่ให้ห่างหน่อย ข้าเป็นห่วงนัก เกรงว่าเจ้าอาจบาดเจ็บ” ลั่วฮูหยินอยากให้ว่าที่สะใภ้มานั่งด้วย แต่นางขอร้องให้ท่านลุงนั่งกับท่านป้า เพราะอายุที่เยอะไม่อยากให้ท่านบังคับม้าไปเอง“ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลตัวเองอย่างดี” นางถอยกลับออกมาก่อนจะแอบมองไปด้านหน้าก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนตกลงกันยังไม่ได้“พวกข้าจะไปซีเหมิน เหตุใด จึงผ่านทางไม่ได้” ลั่วเหวินหลงถามพร้อมใบหน้านิ่งเรียบ“แถวนี้เป็นอนาเขตของข้า หากต้องการผ่าน พวกเจ้สก็นำเงินมาแลก 100ตำลึง!!” ลั่วเทียนเฉิน บุตรชายคนรองคว้าดาบในมือ แต่ลั่วเหวินหลงห้ามไว้ก่อน“สงครามรุนแรงเช่นนี้ เดือดร้อนกันทั่วหย่อมหญ้า พวกข้าจะเอาเงินที่ใดมาให้ค่าผ่านทาง หากเจ้าคิดว่า…พร้อมเอาชีวิตพี่น้องเจ้าเป็นเดิมพัน ก็มาเถอะ!!” มือหนากุมบังเหี่ยนอาชาตัวใหญ่ พร้อมดาบในมือที่พุ่งตรงเข้าหาศัตรู ไม่







