แชร์

บทที่ ๒/๑ สตรีต่ำช้า

ผู้เขียน: Siya Rck
last update วันที่เผยแพร่: 2025-08-22 16:54:55

วันนี้รถม้าของขุนนางในเมืองหลวงทุกคันล้วนมุ่งหน้าไปยังจวนของมหาเสนาบดีหานจง เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดในวัยห้าสิบปีของขุนนางใหญ่ โคมแดงประดับไว้ทั่วจวน ยิ่งเสริมความเป็นมงคล มองไปที่ใดก็เห็นแต่ความมั่งคั่งและสง่างามของจวนหลังใหญ่แห่งนี้

วันนี้หานลั่วอิงสวมใส่ชุดที่สั่งทำล่วงหน้าจากร้านผ้าสกุลเหลา ซึ่งตัดเย็บจากผ้าไหมหางโจวสีชมพูอ่อน ปักลวดลายดอกโบตั๋นดูงดงามเกินคำบรรยาย ผ้าคาดเอวปักลายเถาวัลย์อย่างประณีต เครื่องแต่งกายผนวกรวมกับใบหน้างามโดดเด่นแล้ว ก็ส่งเสริมกันเป้นอย่างดี จนสามารถพูดได้ว่าหานลั่วอิงนับเป็นโฉมสะคราญนางหนึ่งได้ไม่แพ้ใคร

ไฉ่หงบรรจงเสียบปิ่นปักผมที่ด้ามทำมาจากทองคำแท้ ตรงปลายประดับด้วยไข่มุกตงจูเม็ดใหญ่และมีสายสร้อยสีทองห้าเส้นห้อยระย้าลงมา เครื่องประดับชิ้นนี้ หานลั่วอิงต้องใช้เงินถึงสามร้อยตำลึงในการสั่งทำกับร้านหย่งชิน เพราะธรรมดาแล้วไข่มุกตงจูนั้นก็หายากมาก แต่ไข่มุกที่มีขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือกลับหายากยิ่งกว่า ราคาสามร้อยลำตึงจึงควรคู่กับปิ่นทองล้ำค่าชิ้นนี้แล้ว

ไฉ่หงมองคุณหนูของตนที่กำลังพิศดูโฉมตนเองในคันฉ่องทองเหลือง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูวันนี้ท่านงามมากที่สุดเลยเจ้าค่ะ หากท่านแม่ทัพถานได้มาเห็นท่านในวันนี้ บ่าวเชื่อว่าแม่ทัพถานจะต้องหันกลับมามองคุณหนูซ้ำอีกแน่นอน”

กิริยาโดยปกติของหานลั่วอิงต่อคนทั่วไป นางจะเป็นคนก้าวร้าวและเอาแต่ใจเป็นอย่างยิ่ง แต่หากนางได้รักใครแล้ว ก็จะดีกับคนผู้นั้นเป็นพิเศษ ไฉ่หงก็เป็นหนึ่งในนั้น บรรดาบ่าวไพร่ในจวนสกุลหาน ไฉ่หงได้สวมใส่เสื้อผ้าชั้นดีจากร้านสกุลเหลา มีเครื่องประดับสวยงามอีกหลายชิ้นที่เจ้านายซื้อให้ อาหารการกินก็ไม่ต้องไปกินรวมกับบ่าวไพร่คนอื่น มีสำรับแยกให้ต่างหาก ทั้งมีห้องนอนส่วนตัวด้วย เมื่อหานลั่วอิงดีกับนางเช่นนี้ ไฉ่หงจึงจงรักภักดีจนหมดหัวใจ

ดีมากเสียจนมีคนค่อนขอดว่าหานลั่วอิงเลี้ยงดูสาวใช้อย่างคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งเสียเลยด้วยซ้ำ

“อืม...ข้าก็อยากให้พี่อวินซีได้เห็นข้าในชุดนี้เร็วๆ เหมือนกัน” เมื่อมองสำรวจความเรียบร้อยของตนเองในกระจกจนพอใจแล้ว หานลั่วอิงก็เห็นพ้องกับไฉ่หง นางพร้อมจะไปปรากฏตัวแล้ว หานลั่วอิงเดินออกมาจากเรือนหยกขาว ขณะเดินผ่านสวนหย่อมด้านนอก ก็บังเอิญมาพบกับศัตรูหัวใจเข้าอย่างจัง!

หานหนิงอันที่กำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงของบิดา เมื่อเห็นพี่สาวก็ชะงักฝีเท้าทันที ใบหน้าของหานหนิงอันนั้นงดงามน่ารัก แต่ถ้าเทียบกันแล้ว ความงามกลับห่างชั้นจากหานลั่วอิงอยู่มาก เมื่อได้เห็นชุดผ้าไหมชั้นดีและปิ่นไข่มุกตงจูบนศีรษะของพี่สาว หานหนิงอันก็กำผ้าเช็ดหน้าในมือไว้แน่น แววตาเผยความริษยาออกมาอย่างไม่อาจกลั้น

แม้ว่าจะเป็นบุตรสาวของท่านพ่อเหมือนกัน แต่เหตุใดหานลั่วอิงจึงได้สิ่งที่ต้องการทุกอย่าง ไม่ว่าพี่สาวเอ่ยปากขออะไร ท่านพ่อก็จะรับปากในทันที ดูได้จากเรือนที่พัก เรือนหยกขาวเสมือนตำหนักขององค์หญิงเลยด้วยซ้ำ ผิดกับเรือนพักของนางและท่านแม่ที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนที่แสนเรียบง่าย เสื้อผ้าแม้จะตัดจากร้านผ้าสกุลเหลาเหมือนกัน แต่ด้วยเงินที่ท่านพ่อให้สองแม่ลูกใช้นั้น ก็จำกัดเหลือเกิน นางจึงไม่มีโอกาสได้ตัดชุดผ้าไหมหางโจวเลยสักชุดเดียว!

แล้วเครื่องประดับสวยงามนั่นอีกเล่า...ชาตินี้คนอย่างหานหนิงอันคงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ!

เดิมทีหานลั่วอิงอยากจะเดินไปถึงงานเลี้ยงก่อนน้องสาว แต่พอเห็นท่าทีอีกฝ่ายและคิดดูดี ๆ อีกที นางก็ควรช้าหน่อยเพื่อปล่อยให้หานหนิงอันได้เห็นชุดผ้าไหมหางโจวและปิ่นไข่มุกตงจูจะดีกว่า หานลั่วอิงจึงแกล้งชะลอฝีเท้าลงอย่างจงใจ

เมื่อหานหนิงอันเดินมาใกล้พี่สาว แววตาก็มองหานลั่วอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ในใจพลันคิดว่า ‘ดูเอาเถิด! ขนาดรองเท้าปักลายดอกไม้ยังเป็นผ้าไหมอย่างดี คงเป็นรองเท้าคู่ใหม่อีกกระมัง!’

แต่ปากกลับเอ่ยตรงกันข้าม “พี่ใหญ่ วันนี้ท่านงดงามเหลือเกินนะเจ้าคะ”

หานลั่วอิงพยักหน้ารับเบา ๆ หางตาชำเลืองมองน้องสาวที่แต่งกายงดงาม แต่ดูแล้วทุกอย่างบนร่างของหานหนิงอันนั้น ดูด้อยกว่านางไปเสียทุกอย่าง ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มหยันออกมา

“เจ้าก็งามเช่นกัน เสียแต่ว่า...”

“แต่ว่า...อะไรหรือเจ้าคะ”

หานหนิงอันเค้นเสียงถามออกมาจนได้ นางมองแววตาของพี่สาวที่ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด แล้วก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีเจตนาดีต่อนางเช่นกัน กระนั้นหานหนิงอันก็ยังอยากรู้ว่าพี่สาวร่วมบิดาของนางจะพูดอะไร

หานลั่วอิงสำรวจน้องสาวด้วยแววตาที่ไม่ต่างออกไปจากที่อีกฝ่ายใช้มองนางเมื่อครู่ “ดูด้อยไปสักหน่อย แต่จะโทษอะไรได้ ในเมื่อเจ้าไม่ใช่ข้า”

ไฉ่หงลอบยิ้ม แม้คุณหนูของนางจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องการแต่งบทกวี แต่วาจานั้นหากต้องการเชือดเฉือนคน ก็ทำได้เฉียบคมยิ่ง

ส่วนสาวใช้ของหานหนิงอันอย่างซินอี๋เมื่อเจ้านายถูกหยามหน้าก็อดเคืองแทนนายไม่ได้ จึงกระซิบบางอย่างที่ข้างหูเจ้านายเบา ๆ หลังจากนั้นหานหนิงอันก็มีสีหน้าดีขึ้นมาก

“ถึงข้าจะไม่มีทุกอย่างเหมือนพี่ใหญ่ ต้องด้อยกว่าโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ว่าข้าก็ได้บางสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ซึ่งพี่ใหญ่คงไม่อาจไขว่คว้ามาเป็นของตนเองได้ แม้ว่าจะมีทรัพย์สินมากเพียงใดก็ตาม”

หานหนิงอันยกมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา แสร้งปิดหน้าแสดงท่าทีเอียงอาย ก่อนจะกล่าววาจาเชือดเฉือนใจที่นางเลือกมาใช้เพื่อทำร้ายจิตใจพี่สาว “ของมีค่าชิ้นนั้นคือ...พี่อวิ๋นซีอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๓๐/๒ ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าแล้ว

    ดวงตาของหานหนิงอันแดงก่ำ และดูเกรี้ยวกราด ขณะที่มหาเสนาบดีหานจงพูดไม่ออก ถึงแม้เขาจะปิดหูปิดตาเพราะลำเอียงรักบุตรสาวตนโตมาตลอด แต่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าตนเองนั้นทำผิดต่อหานหนิงอันและเถียนซื่อ เขาปัดความรับผิดชอบออกไปให้พ้นตัว ไม่ใส่ใจบ้านเล็กเลยสักนิด สุดท้ายหานหนิงอันก็ทนเก็บกดความน้อยใจมาเป็นระยะเวลาสิบกว่าปี หรือว่าเป็นเขาเอง... ที่ผลักดันให้บุตรสาวคนเล็กต้องเลือกเดินในเส้นทางนี้! “ข้ากับพี่อวิ๋นซีเคยมีวาสนาต่อกัน ตอนนั้นตระกูลถานเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับเราสองแม่ลูก หากข้าได้แต่งออกไป ก็จะได้เป็นฮูหยินแม่ทัพ พวกข้าสองแม่ลูกจะได้พ้นจากเงามืดของตระกูลหานเสียที เพราะที่นี่ไม่มีผืนดินให้ข้ายืน ข้าไม่เคยมีตัวตนในสายตาของท่านพ่อเลยสักนิด! คำพูดของบุตรสาวคนเล็กเหมือนมีดที่ตอกเข้าไปในใจของมหาเสนาบดีหานจง สีหน้าของชายวัยกลางคนมองใบหน้าหานหนิงอัน แล้วเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมา ใช่... เรื่องนี้เป็นเพราะเขาลำเอียงรักแต่หานลั่วอิง สิ่งที่หานหนิงอันพูดมานั้นไม่ผิด! แต่ตอนนี้ทุกสิ่งล้วนประจักษ์ชัดว่าหานหนิงอันเป็นผู้สั่งการฆ่าพี่สาว

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๓๐/๑ ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าแล้ว

    แม้นางจะเคยดูแลถานอวิ๋นซีมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่หานลั่วอิงจะรู้สึกปวดหัวและหมั่นไส้เขาขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้บาดแผลของถานอวิ๋นซีสมานกันดีแล้ว เพียงแต่เขายังรู้สึกอ่อนแรงอยู่บ้าง หานลั่วอิงจึงวุ่นอยู่กับการปรุงยาบำรุงกำลังและเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำอาหารบำรุงร่างกายให้สามี แต่... เมื่อนางคลาดสายตาไปจากเขาไม่ถึงหนึ่งเค่อ ไฉ่หงก็ต้องวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าร้อนรน “คุณหนูเจ้าคะ! ท่านแม่ทัพเจ็บแผลอีกแล้วเจ้าค่ะ” หานลั่วอิงจึงบอกให้ไฉ่หงและสาวใช้อีกคนคอยดูหม้อยาและน้ำแกงที่ตั้งอยู่บนเตา ส่วนตัวเองรีบเดินไปที่เรือนหลัก ในใจเริ่มรู้สึกหงุดหงิด เพราะวันนี้นางถูกเรียกตัวเป็นครั้งที่เจ็ดแล้ว! เมื่อไปถึงก็เห็นถานอวิ๋นซีกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน หลังจากเห็นนางเดินเข้ามา เขาก็ยิ้มกว้าง แล้วค่อย ๆ ลดรอยยิ้มลงมา เหลือเพียงการยิ้มประจบเอาใจ ถานอวิ๋นซียื่นมือออกมาให้นางจับเอาไว้ “ลั่วอิง...ข้าเจ็บแผล ช่วยดูหน่อยได้หรือไม่” แม้จะรู้ว่าอาการเจ็บแผลของถานอวิ๋นซีมีมารยาซ่อนอยู่หกส่วนจากสิบส่วน แต่นางก็รู้ว่าแผลที่เ

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๒๙/๒ พบกันอีกครั้ง

    “ท่านหมอหลี่” “หานลั่วอิง!” บนท้องทุ่งหญ้าที่กว้างขวางสุดสายตา ร่างของหญิงสาวสองคนยืนประจันหน้ากัน หลี่อันอันมองใบหน้าเจ้าของร่างตัวจริง ซึ่งดวงวิญญาณของนางมาอาศัยอยู่ได้เกือบหนึ่งปีแล้ว ตอนแรกที่พบกันในความฝันนั้น แววตาของหานลั่วอิงมีแต่ความทุกข์ และดูเศร้าสร้อยเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว... ร่างของหานลั่วอิงดูเหมือนมีประกายสีขาวนวลแผ่ออกมา ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้ม ดวงตาดูมีความอ่อนโยน “ข้าจะมาลาท่าน ทั้งยังอยากขอบคุณที่ท่านหมอหลี่ เพราะท่านใช้ร่างนี้เพื่อช่วยเหลือผู้คน มันทำให้ข้าได้รับผลของความดีไปด้วย” หานลั่วอิงจับมือของหลี่อันอันเอาไว้ “ท่านหมอหลี่ขอบคุณท่านมาก ท่านช่วยกอบกู้ชื่อเสียงขอข้า ทั้งยังดูแลท่านพ่อและถานอวิ๋นซีเป็นอย่างดี” “คุณหนูหาน...ข้า” หลี่อันอันพูดไม่ออก เพราะตอนนี้หัวใจของนางมีถานอวิ๋นซีเช่นกัน จึงรู้สึกผิดกับหานลั่วอิงไม่น้อย และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ความคิดของนาง “ท่านหมอหลี่ ข้าปล่อยวางความแค้นที่มีต่อทุกคนได้แล้ว และเข้าใจแล้วว่าถานอวิ๋นซีไม่ได้รักในตัวข้าเลยสักนิด เป็นข้าที่วิ่ง

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๒๙/๑ พบกันอีกครั้ง

    ไฉ่หงที่รอดชีวิตเพราะการช่วยเหลือเพราะทหารของถานอวิ๋นซี รีบวิ่งเข้ามาในป่าและตะโกนเสียงดังลั่น น้ำตาไหลสาวใช้ไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุด “คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ” เมื่อเห็นสภาพของหานลั่วอิงที่เสื้อผ้าฉีกขาด ไฉ่หงก็เอาเสื้อคลุมกันลมของตน คลุมร่างของเจ้านายเอาไว้ เพื่อบดบังสายตาของบุรุษที่อยู่แถวนี้ หานลั่วอิงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นไฉ่หงปลอดภัย ตอนนี้นางตั้งสติได้แล้ว จึงขอให้องครักษ์ของถานอวิ๋นซีช่วยสกัดจุด เพื่อไม่ให้พิษแพร่กระจายไปมากกว่านี้ ทหารคนหนึ่งรีบเข้ามาช่วยสกัดจุดให้ทันที หลังจากนั้นหานลั่วอิงก็ใช้เศษผ้าที่ตกอยู่ พันมือของตนเองแล้วดึงมีดเล่มเล็กเท่าปลายนิ้วก้อยออกมาจากแผ่นหลังของถานอวิ๋นซี ร่างของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เมื่อปลายมีดถูกดึงออก เลือดสีแดงคล้ำไหลออกมาจากบาดแผลไม่หยุด หานลั่วอิงรีบฉีกชายกระโปรงออก แล้วพันแผลเอาไว้ชั่วคราวเพื่อให้เลือดหยุดไหล ตอนนั้นเองที่ถานอวิ๋นซีจับมือของคนรักเอาไว้แน่น “ลั่ว...ลั่วอิง” “อวิ๋นซี! อดทนไว้ข้าจะรักษาท่านเอง” แม้พิษบริเวณบาดแผลจะถูกสกัดจุด เพื่อไม่ให้มันแพร่กระจายไปเร็

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๒๘/๒ ก่อนจะมีความสุข

    แม้หานลั่วอิงจะห่วงไฉ่หงมากเพียงใด สุดท้ายก็กลั้นใจวิ่งเข้าไปในป่าข้างทาง สองเท้าย่ำไปบนใบไม้แห้ง สองมือปัดป่ายกิ่งไม้ไปให้พ้นทางและวิ่งออกไปสุดแรง ทิ้งความวุ่นวายเอาไว้เบื้องหลัง ในใจภาวนาขอให้มีคนผ่านมาช่วยไฉ่หงและข้ารับใช้ตระกูลหานทุกคนที่ตั้งใจปกป้องนางด้วย สวบ! สวบ! สวบ! เสียงที่ดังตามมานั้นไม่ได้ทำให้หานลั่วอิงหยุดฝีเท้า เพราะรู้ว่าชายชุดดำกำลังตามมาอย่างแน่นอน ในใจนึกถึงหน้าของถานอวิ๋นซีขึ้นมาทันทีหากนางอยู่กับเขา...เรื่องพวกนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน! “โอ๊ย! ปล่อยข้านะ” ศีรษะของหานลั่วอิงถูกกระชากดึงไปทางเบื้องหลัง จนร่างเซถลาล้มลงกับพื้น “ปล่อยข้า! ปล่อย” ร่างบางนอนลงกับพื้น เมื่อพยายามจะลุกขึ้นกลับถูกกดเอาไว้ จนดิ้นไปไหนไม่ได้ ตอนนั้นเองที่ชายชุดดำใช้มือตบหน้าของหานลั่วอิงอย่างแรง เมื่อเห็นว่านางยังไม่ยอมจำนน เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! ใบหน้าเนียนบวมแดงขึ้นทันที ความปวดร้าวแผ่กระจายไปทั่วใบหน้าและศีรษะ “อ่อก!” ลำคอขาวเนียนถูกบีบไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือนั้นชายชุดดำกระชากเสื้อคลุมออกเป็นสิ่งแรก และตามด้

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๒๘/๑ ก่อนจะมีความสุข

    หลังจากกลับมาจากชายแดนทิศอุดร หานลั่วอิงก็ยังไม่ได้กลับไปที่จวนของตระกูลถานทันที เพราะถานอวิ๋นซียังต้องอยู่ในวังหลวงเพื่อถวายรายงานให้ฮ่องเต้รับทราบ และดูแลงานด้านอื่น ๆ เขาจึงนัดหมายกับหานลั่วอิงว่า เมื่อกลับมาจากวังหลวงจะมารับนางกลับจวนตระกูลถานด้วยกัน เมื่อมหาเสนาบดีหานจงรู้ว่าบุตรสาวคนโตจะกลับเรือนตระกูลถาน โดยมีถานอวิ๋นซีมารับด้วยตนเอง ก็ปลื้มใจและหมดกังวลเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เขาจึงใช้เวลาในช่วงนี้ไปดูแลพื้นที่ชายแดนตะวันตก ซึ่งทางราชสำนักกำลังวางแผนเรื่องการป้องกันภัยแล้ง และปล่อยให้หานลั่วอิงอยู่พักผ่อนที่เรือนด้านหลัง โดยไม่เข้าไปรบกวนบุตรสาว เช้านั้นขณะที่ไฉ่หงกำลังช่วยเก็บของใช้ส่วนตัวของเจ้านายกับสาวใช้คนอื่น เพราะวันรุ่งขึ้นนี้ถานอวิ๋นซีจะมารับภรรยากลับเรือนตระกูลถาน หานลั่วอิงซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ ก็ได้ยินพวกสาวใช้พูดกันว่าตอนนี้ผู้คนนิยมไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดกั่วซัน ซึ่งตั้งอยู่บนเขาลูกหนึ่งนอกเมือง ร่ำลือกันว่าหากขอพรสิ่งใดก็ล้วนสัมฤทธิ์ผล หานลั่วลิงนึกถึงพระคัมภีร์ซึ่งตนเคยคัดเอาไว้ ก็นึกอยากนำไปถวายที่วัดกั่วซัน

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๔/๑ แบกรับเอาไว้

    เมื่อได้อ่านเนื้อความในจดหมายซ้ำครั้งที่สาม ขาสองข้างของหานลั่วอิงก็อ่อนแรงจนทั้งร่างนางทรุดลงกับพื้นทันที ไม่ต่างกันนักมือทั้งสองข้างก็สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้ามีหยาดน้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย สภาพของหานลั่วอิงดูแตกสลายหลังจากที่นางได้รับข่าวร้ายไฉ่หงตกใจมากยามเห็นอาการของผู้เป็นนาย รีบพยุงคุณ

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๓/๑ เรื่องที่ไม่อาจรับไหว

    หานลั่วอิงทำทีผละออกจากอ้อมกอดของถานอวิ๋นซีด้วยท่าทางตื่นตกใจ นางรวบเสื้อผ้าตนเองขึ้นมากอดไว้ พยายามซุกกายเข้าไปในความมืดที่แสงตะเกียงส่องเข้าไปไม่ถึง แล้วเปล่งเสียงร้องไห้ออกมาไฉ่หงปราดเข้ามาหาคุณหนูของตนทันที ทั้งนายและบ่าวตระเตรียมทุกอย่างมาล่วงหน้า ในใจยังนึกหวาดหวั่นจากการกระทำนี้ กระนั้นก็กล

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๒/๒ สตรีต่ำช้า

    หัวใจของหานลั่วอิงเหมือนกับถูกมือยักษ์บีบรัดจนแน่น ลมหายใจนางเริ่มติดขัดด้วยความโกรธ เรื่องของถานอวิ๋นซีนั้นสร้างความบาดหมางให้สองพี่น้องมาเนิ่นนาน จากที่ไม่ถูกกันอยู่แล้ว ตอนนี้พวกนางก็แทบจะฆ่ากันด้วยคำพูดทุกครั้งเมื่อได้พบหน้ากันทุกครั้งไป“เป็นเพราะเจ้าและมารดาใช้เล่ห์เหลี่ยมไปหลอกมารดาของพี่อวิ

  • ทะลุมิติมารักษาเพื่อหย่าขาด   บทที่ ๑/๒ หานลั่วอิง

    ตอนนี้หานลั่วอิงที่แต่งกายอย่างงดงาม สมกับเป็นบุตรีตระกูลสูง กำลังถือโถน้ำแกงใบหนึ่งซึ่งด้านนอกห่อด้วยถุงผ้าฝ้าย เพื่อรักษาความร้อนของน้ำแกงเอาไว้ น้ำแกงไก่โถนี้นางขอให้แม่ครัวของจวนสอนวิธีการปรุงให้ แม้จะถูกมีดบาด มือโดนน้ำร้อนลวก จนไฉ่หงบ่าวรับใช้คนสนิทเห็นแล้วปวดใจกระนั้นถึงจะยากลำบากสักเท่าใด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status