LOGINเป็นดังคาด เช้านี้นางวิ่งไปตามคนบ้านใหญ่ พบว่าพวกเขามากันอย่างล้นหลาม และนางไม่ลืมที่จะเชิญหมอยามาด้วย
“ว่าอย่างไรหมอฉิน อาเหยียนเป็นไข้จริงๆหรือ” ผู้นำตระกูลถึงกับร้อนใจ เมื่อบัดนี้บุรุษในจวนหยางเหลือน้อยลงไปทุกที “คาดว่าจะติดไข้ป่าจากเตี้ยนเตี้ยน หากนางหายแล้วอาเหยียนเป็นต่อนั่นคือการติดต่อกัน“ ทุกสายตาจับจ้องมาที่นางแต่มีหรือนางจะสน ”เช่นนั้นท่านปู่ผู้นำจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ แค่กๆ” นางแสร้งไอก่อนนำผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับปาก จากนั้นแกล้งเปิดออกมาพบว่ามีเลือดเปอะเปื้อนบนผ้าเช็ดหน้าด้วย “จะเจ้า อย่าเข้ามาใกล้ข้า!!” หญิงชราที่มีศักดิ์เป็นย่าของนางรีบถอยกรูเมื่อเห็นเลือดอยู่ในนั้น “ท่านย่า หรือว่าข้าจะเป็นโรคที่กำลังระบาดอยู่ตอนนี้“ หน้าตาตื่นตระหนกของนางทำผู้คนเริ่มถอยหนี “เราเสียเงินทองมากมายส่งเขาเล่าเรียนในหอศึกษา จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้!!“ คนเห็นแก่ตัวก็ยังคงเห็นแก่ตัววันยันค่ำ ”ว่าแต่ เจ้าหายป่วยแล้วก็ดี คนสกุลตงรอคำตอบอยู่“ ป้าสะใภ้ที่ยืนพิจารณานางอยู่นานเอ่ยขึ้นพร้อมเดินเข้ามาใกล้ แม้จะยกพัดขึ้นมาปิดปากก็ตาม ”แม่เจ้าพูดคุยเรื่องหมั้นหมายมาตั้งแต่เจ้าถึงวัยปักปิ่น คนทางนั้นเขาทวงสัญญามาตลอด เจ้าหายแบบนี้ก็ค่อยเบาใจ“ นางยืนตัวแข็งทื่อไม่คิดไม่ฝันว่าทะลุมิติมาปุ๊ปจะมีผัวไวเช่นนี้!!! ”ท่านป้าสะใภ้ ข้าเอ่อ ยังไม่พร้อม ข้ายังมีน้องเล็กให้ต้องดูแล“ นางเอาเด็กน้อยตาแป๋วมาอ้าว ”เรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า อาสะใภ้สามกำลังเดินทางมาจากหัวเมือง หน้าที่นั้นอาสามของเจ้าจะจัดการเอง “แต่ข้าป่วย!!” คนไม่อยากแต่งรีบท้วงทันที “เตี้ยนเตี้ยน…เจ้าเป็นเด็กพูดยากตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงทรงอำนาจของผู้ตำตระกูลถานดังขึ้น นางกำหมัดแน่นเตรียมจะโวยวาย แต่สายตาหวาดกวาดตามองผู้คนแล้วพบว่านางจะโวยวายสิ่งใดได้ในเมื่อที่นี่แปลกใหม่สำหรับนาง “คนบ้านตงมีบุตรชายป่วยกระเซาะกระแซะ เหมาะสมดีกับเจ้า เตี้ยนเตี้ยนอย่าดื้อดึงไปหน่อยเลย หากเจ้าว่าง่ายบางทีข้าอาจจะยอมให้บ้านสามีที่ยากจนของเจ้าไปอยู่ด้วยกันที่เหิงเตียนก็ได้” นางอยากจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง คนพวกนี้จิตใจสกปรกสิ้นดี บังคับให้นางแต่งงานกับบุรุษใกล้ตาย จะเอาพี่ชายที่พร้อมสอบบัณฑิตไปให้ได้ น้องเล็กจะยกให้อาสามที่นางไม่รู้จักหน้าคร่าตาเสียหน่อย “ทำกับข้าเช่นนี้พวกท่านคิดจะไม่ใยดีใช่หรือไม่ หากข้าไปฟ้องทางการก็คงได้ ในเมื่อสมบัติที่พ่อข้าทิ้งเอาไว้ไม่เคยมีสินเดิมแบ่งมาให้ข้า พวกท่านอยากลองให้ข้าทำดูหรือไม่” ตายมาแล้วชาตินึงมีสิ่งใดต้องกลัวกัน!! “เจ้าเด็กอกตัญญูนี่เจ้าขู่พวกข้าเช่นนั้นรึ!!” แม่เฒ่าถานชี้นิ้วมือสั่นระริกแทบจรดหน้าผากนาง ปากคอสั่นกับคำพูดหลานสาวที่เคยว่านอนสอนง่าย “ข้าไม่ได้ขู่ หากจะเอาพี่ชายข้ากับน้องชายข้าไป เช่นนั้น… สินเดิมพ่อแม่ข้าอยู่ไหน หากท่านตอบไม่ได้ คงเสียขื่อสกุลถานที่มั้งมี อับอายไปทั่วหมู่บ้านเมื่อหลานสาวในตระกูลจะแต่งงานอยู่แล้วเหตุใดข้าจึงไร้สินเดิม…” ดีที่นางเห็นหลายๆอย่างตอนทะลุมิติมาใหม่ๆ จึงพอจะมีช่องทางให้นางเอาคืนคนพวกนี้บ้าง “ท่านปู่ผู้นำ เพียงแค่แม่ข้าจากไปก่อนวัยอันควรก็สร้างบาดแผลให้พวกข้าไม่น้อย บิดาข้าเป็นถึงท่านโหว แต่บุตรกลับมาชีวิตที่ยากลำบาก หากข้าร้องขอต่อทางการ แน่นอนพวกเขาต้องตรวจสอบท่านยอมเข่นนั้นหรือ” บิดานางไม่ได้ยากจน แต่คนพวกนี้ต่างหากที่ทำลายครอบครัวนางจนมารดาตรอมใจตาย ไหนๆก็คิดจะทิ้งนางไว้ที่นี่เข่นนั้นต้องหาของมาเป็นหลักประกันไว้เสียหน่อย ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้นางไม่มีทางปล่อยให้ใครเอาเปรียบ “เตี้ยนเตี้ยน!!” ป้าสะใภ้เตรียมฟาดฟันแต่นางเตรียมก้าวขาออกจากบ้าน มาดูกันดีกว่าว่าใครจะทำจริง “หยุด!!หยุดทั้งหมด แค่นี้ยังขายหน้ากันไม่พอหรือ พ่อบ้านเหวิน ไปเอาหีบใต้เตียงข้ามา” ตาเฒ่าตระกูลถานรู้ดีว่าเด็กหญิงตรงหน้าเอาจริง และเขาที่เคยเป็นขุนนางเก่ามีหรือจะยอมเสียชื่อเสียงต่อหน้าคนในหมู่บ้าน จึงสั่งให้คนสนิทวิ่งไปเอากล่องที่เขาเก็บไว้ที่ใต้เตียงมา มันเป็นเพียงกล่องสมบัติเล็กๆเท่านั้นแม้ไม่อยากเสียชื่อ แต่เขาก็สูญเสียสมบัติในส่วนที่มากไม่ได้เช่นกัน “กล่องนี้เป็นสินเดิมของพ่อแม่เจ้า เอาไปสิ“ คำพูดเย็นชามาพร้อมกับสายตาไม่แยแส ทำนางกัดปากแน่น ”นายท่าน ตอนนี้คงยังเดินทางไม่ได้ เส้นชีพจรเต้นแรงเกินไป ข้ากลัวว่าหากไปจะไม่พ้นตะวันตกดิน““ข้าจะเอาน้ำเปล่าและเครื่องดื่มชูกำลังออกมาไว้บนเกวียนเปล่า ท่านทยอยไปขนนะเจ้าคะ” เพราะตอนนี้กำลังวุ่นวาย นางจึงกระซิบบอกเขาก่อนปีนขึ้นไปบนเกวียนที่เอาไปขนของและนำน้ำเปล่าขวดเล็ก เครื่องดื่มชูกำลัง โสม และกาแฟกระป๋องออกมานับแสนขวด ทหารที่ต่อแถวและได้รับของอย่างครบถ้วน มีใจหึกเหิมและมีแรงจัดการข้าศึก“ขอบใจสำหรับเสบียง” แม่ทัพใหญ่แห่งจี้โจวเป็นคนนำกำลังทหารออกไปรบด้วยตนเองขี่ม้าเข้ามาหยุดตรงหน้านาง ตงซื่อเฉิงจึงรีบยื่นดาบให้“ดาบนี้ทำมาจากแร่ชั้นดี ทนทานและแกร่งให้ท่านแม่ทัพไว้ปราบศัตรูขอรับ“ การมีอาวุธดีย่อมพาชัยชนะกลับมาโดยง่าย แต่หากจะให้เขาแจกให้ทุกคนเกรงว่าจะมีคนสงสัย”พวกท่านทั้งสองคนมีบุญคุณกับจี้โจวจริงๆ วันพรุ่งนี้ซางกุ่ยจะนำพวกท่านไปที่เรือนหลังใหม่“ นางและตงซื่อเฉิงก้มหัวลงไปเป็นการขอบคุณ”เอาชนะให้ได้นะเจ้าคะ ถือว่าข้าอวยพรในฐานะคนแคว้นจี้โจวคนนึง“ถานเตียนเถียนและตงซื่อเฉิงมองขบวนรถม้าที่ออกไปจนลับสายตา ในใจนางภาวนาให้ทุกแคว้นที่พักดีต่อองค์ชายรองได้รับชัยชนะ และแต่งตั้งองค์ชายขึ้นเป็นองค์รัชทายาท หากใต้หล้าได้คนที่มีใจคุณธรรมเป็นคนปกครองคงสงบร่มเย็นไม่น้อย“ไปพักเถอะ เจ้
“เช่นนั้นควรทำอย่างไร” เขาไม่เคยเจอการทำศึกที่ฉลาดเช่นนี้ และไม่เคยเจอศึกที่พร้อมตลบหลังตลอดเวลาคล้ายคนคิดกลไกลไม่มีความเป็นบุรุษพอ นอกจากไม่เผชิญหน้ายังไม่มีสาร์นท้ารบ และยังฆ่าแกงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ข่มขวัญอีกต่างหาก“ซุ่มโจมตีขอรับ” “ซุ่มโจมตีงั้นหรือ ชายชาติทหารไม่ทำกัน” เขามีแต่สู้ซึ่งๆหน้าทั้งนั้น“แต่เพราะกลยุทธ์การรบที่เปลี่ยนไป ในเมื่อกบฏไม่เคยมองที่กติกา เหตุใดเราต้องทำตามกติกาหรือเจ้าคะ การเสียกำลังพลโเดเปล่าประโยชน์เป็นเรื่องไม่สมควร” ถานเตียนเถียนที่รักความถูกต้อง แต่ครานี้นางยินดีผิดกติกานิดหน่อยในเมื่อคนเหล่านั้นไม่อยู่ในกติกาตั้งแต่ทีแรก“ที่สำคัญ ทั้งสี่แคว้นจะส่งกำลังพลมากมายไปช่วยวังหลวง แล้วปล่อยให้ชาวบ้านผจญกับความหวาดกลัวหรือเจ้าคะ” สิ่งที่นางพูดล้วนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ตลอดเวลาที่หนีภัยสงคราม เห็นคนเจ็บคนตายจำนวนมาก เท่านั้นยังไม่พอคนโดนปล้นก็มีไม่น้อย หากปล่อยผ่านเรื่องนี้ทั้งที่ช่วยได้ นางและเขาคงไม่ใช่มนุษย์แล้วกระมัง“เอาตามท่านสองคนว่า เรามาวางแผนกันเถอะ” ในเมื่อองค์ชายรองเชื่อใจทั้งคู่ เขาที่เป็นแม่ทัพใหญ่จะเชื่อบ้างมิได้หรือ“ข้าศึกพวกนั้นเดินทางผ่าน
“เย็นนี้ข้าจะพาทุกคนมากินอาหารที่ภัตตาคาร ตอนนี้พวกเรากลับไปอาบน้ำกันก่อนดีกว่า” นางบอกทุกคนเมื่อเห็นภัตตาคารอาหารจีนร้านใหญ่อยู่ตรงหน้า นางเองก็อยากลองชิมเช่นกัน“จะไม่สิ้นเปลืองไปหรือเตี้ยนเตี้ยน” เป็นอาสามของนางก็ขมวดคิ้วอย่างคิดไม่ตก“ตราบใดที่มีข้า ทุกคนจะไม่อดตาย เราเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เมื่อได้ที่นอนดีๆ อาหารก็ต้องดีด้วยเจ้าค่ะ เตรียมเกลือของท่านอาให้พร้อม ข้าคิดว่า ข้ากำลังจะเจอขุมทรัพย์ที่เราจะหาเงินไปตั้งหลักได้แล้วเจ้าค่ะ” สายตาหวานมองไปยังหอโอสถชื่อเดียวกับเมืองจง นางมั่นใจว่าคนที่หนีภัยสงครามมาต้องมีครอบครัวอยู่ที่นี่แน่นอน หากนางขายสมุนไพรอีกเขาผู้นั้นย่อมรู้ว่านางโกหกว่ามีสมุนไพรเพียงเท่านั้น แต่หากนางขายเกลือและบอกว่านางนั้นผลิตเกลือเป็นนางจะได้ลูกค้าในระยะยาว“ขอประทานอภัยแม่นางถาน ข้าเป็นคนขอท่านแม่ทัพใหญ่แห่งจี้โจว เพราะจดหมายฉบับนั้นที่องค์ชายรองฝากมา ท่านแม่ทัพจึงอยากพบท่าน!!“ นางกับตงซื่อเฉิงลอบมองหน้ากันอย่างหนักใจ ป่านนี้ความลับที่นางมียาวิเศษคงรั่วไหล“หากจะเอาหลานสาวข้าไปพวกข้าก็จะไปด้วย ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน” อาสามที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดในนี้เอ่ยขึ้นเสียงดังฟ
“อาสามเจ้าพูดเกินไป อ่อ เตี้ยนเตี้ยน เรื่องที่พวกอาจะกลับไปเป็นนายอำเภอคงพับไว้แล้วหล่ะ อาสะใภ้กับอาสามปรึกษากันว่า จะกลับไปทำสวนที่หารตง หากภัยสงครามสงบ ไม่อยากรบกวนเจ้ากับบ้านสามีนัก” สิ่งที่ได้ยินอาสะใภ้พูดมาทำนางรีบละมือจากการเก็บข้าวของ”ไม่ลำบากเลยสักนิด ท่านอาสะใภ้บอกข้าว่าจะเปิดหอโอสถด้วยกันหนิเจ้าคะ!!“ นางหันไปพูดคุยกับอาสะใภ้อย่างตั้งใจ ดวงตากลมโตฉายแววไม่เข้าใจ“ข้ากับอาสามเจ้ากลัวจะเป็นภาระ เราสองคนไม่มีทรัพย์สินใดติดตัวมา เจ้าอาจจะเหนื่อยที่ต้องพยุงข้าสองคนเดินไปด้วยกัน” ตอนมารับหลานชายพวกนางนำทรัพย์ติดตัวมาเพียงเล็กน้อย เพราะตั้งใจว่าขะรีบไปรีบกลับมาดูแลลูกบ้าน ไม่ทันคิดว่าจะเจอข้าศึกเข้า“เรื่องนั้นท่านอาอย่าได้เป็นกังวลไปเลยเจ้าค่ะ จำได้หรือไม่ที่ข้ามอบเกลือแก่ท่านอาเอาไว้ นั่นจะเป็นทุนรอนไว้สร้างตัวได้แน่นอน” เมื่อถานเตียนเถียนพูดถึงเกลือ นางก็นึกขึ้นได้ รีบเอาห่อผ้ามาแกะและพบว่ามันยังอยู่ดี“ข้าลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน!! ขอบใจมากนะเตี้ยนเตี้ยน” นางน้ำตาปริ่มจะไหล จากชีวิตที่สิ้นหวังบัดนี้เหมือนมีแสงสว่าง รวบตัวหลานสาวสามีมากอดแนบอก ตลอดทางที่มาเป็นถานเตียนเถ
ยามเหมาเช้านี้เมื่อทุกคนได้พักกันอย่างเต็มอิ่ม ช่วยกันจัดการข้าวของจนเรียบร้อยพร้อมออกเดินทางไปที่แห่งใหม่ที่นางตั้งใจว่า อยากจะไปถึงให้เร็วที่สุดเพื่อเดินทางไปต่อที่ภูเขาหนาน“สิ่งของพวกนี้ล้วนมีประโยชน์กับองค์ชาย ในนี้มียาและอาหาร เผื่อพวกท่านต้องรีบกลับวังหลวงในเร็ววัน” นางนำกระเป๋าผ้าที่ใส่ทั้งยา น้ำพุวิญญาน แผนที่ที่นางคัดลอกอย่างละเอียด และที่สำคัญคืออาหารมาให้ทหารที่เฝ้าหน้ากระโจม“ช้าก่อนแม่นาง” ทหารคนเมื่อวานที่เอามีดจ่อคอตงซื่อเฉิงเรียกทั้งคู่เอาไว้ ก่อนมอบหยกและกระดาษอีกใบให้“ที่แคว้นจี้โจวปกครองโดยอ๋องอวิ๋นรุย การจะขอผ่านทางนั้นยากพอควรเพราะพวกเขาจะระแวงว่าพวกท่านคือใส้ศึก องค์ชายฝากสิ่งนี้ให้เมื่อถึงประตูแคว้นจงหาวิธีมอบให้ทหาร แจ้งว่ามาขอพบแม่ทัพฮ่าวอี้ พวกเจ้าจะได้พักในที่ดีๆ” นางยินดีรับมาก่อนค้อมหัวขอบคุณ“ขอบใจท่านมาก เดินทางกลับวังหลวงดีๆหล่ะ แผนที่ๆข้าให้ พวกท่านจะได้เดินกลับทางที่ปลอดภัย และยังได้รู้เส้นทางของข้าศึกด้วย ข้าขอให้ท่านชนะศึก” ตงซื่อเฉิงที่ยืนเงียบอยู่นาน จับดาบเนื้อดีที่อยู่ด้านหลัง5อันมามอบให้พวกเขา“ดาบนี้มีน้ำหนักเบา พวกท่านฝึกใช้ให้เข้ามือ มันค
“หลักฐานอย่างอื่นหล่ะ” ตงซื่อเฉิงเปิดบาดแผลบนร่างกายที่มีทั้งเก่าและใหม่ให้พระองค์ดู ก่อนจะมอบตราสัญลักษณ์ของนักฆ่าหรือเหล่าทหารของหนิงสุ่ยกวงให้พระองค์ เวลาที่มีการทำร้ายเขาสิ่งนึงที่เขาจะคว้ามาไว้เป็นหลักฐานคือตราสัญลักษณ์พวกนี้“ทุกครั้งที่เจอข้าที่อารามในภูเขาหนาม คมดาบนับ10พุ่งตรงมาอย่างไม่ไว้ชีวิต สั่งทุกคนที่พบเจอข้า…ทำร้ายข้าได้ตามอำเภอใจ ทั้งๆที่มารดาข้าออกบวชเพื่อขอให้เขาไว้ชีวิตข้า คนชั่วช้าก็ยังเมินเฉย ” เขาวางจดหมายลับที่ป้าเขาเก็บงำมาเนิ่นนานให้องค์ชายได้ดู จดหมายนั้นเป็นจดหมายปิดผนึก สั่งนักฆ่าทั่วสารทิศให้ฆ่าล้างโคตรไม่เว้นแม้แต่ป้าเขาที่เป็นฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพตงหวังฉี….ชายผู้นั้นเป็นซาตานในคราบเทพบุตรชัดๆ” พวกเจ้ามีหมึกและกระดาษหรือไม่“ ถานเตียนเถียนรีบพยักหน้าก่อนวิ่งออกไปนำกระดาษและหมึกเข้ามาให้องค์รัชชาย เขาตวัดไปพู่กันอยู่สองสามทีก่อนมอบให้องครักษ์” ส่งจดหมายฉบับนี้ให้ม้าเร็วของเราเอาไปมอบให้เสด็จพ่อ แจ้งแก่เสด็จพ่อว่าคนที่มักใหญ่ใฝ่สูงโดยการหลอกใช้อาหญิงเป็นเครื่องมือ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกบฏอีกด้วยและชายผู้นั้นคือ หนิงสุ่ยกวง กักตัวเข้าไว้ในคุกหลวง ข้าจะกลับไ







