Share

บ้านสามี

last update Tanggal publikasi: 2025-11-10 19:03:52

ถึงเรือน

เสียงฝีเท้าม้าหยุดลงตรงหน้าเรือนหานเฟิง บรรยากาศข้างหน้าทางเข้าช่างรมรื่น ด้านในเป็นบ้านไผ่ผสมไม้ ลานหน้าบ้านดูสะอาดตาแม้จะมีใบไผ่หล่นลงมาต่อเนื่อง ข้างบ้านยังปลูกผักไว้กิน 

"โฮ่ง..ๆ " 

เสียงเห่าดังมาแต่ไกล ทำเอาภาพฝันในหัวหายวับทันที

"เจ้าสุนัข...อย่ากัดข้านะ" 

เจ้าหลงวิ่งพุ่งเข้ามาหาซูเหยาอ้าปากกว้างส่งเสียงร้อง โฮ่ง..ๆ 

"จะกัดข้า" 

ซูเหยารีบไปหลบด้านหลังหารเฟิง  จังหวะนั้นเสียงเห่าก็เงียบลงกลับกลายเป็นอาการดีใจของสุนัขที่เจ้าของนั้นกลับมา มันหมุนลำตัวลอยไปมา กระโดดเลียแก้มสามีด้วยความดีใจ

"อ้าว...นึกว่าจะกัดที่ไหนได้..." 

"ไอ้หลง เจ้านี่นะ"  หานเฟิงลูบหัวเจ้าหลงไปมา 

" หากเจ้าไม่อยู่มันจะไม่กลับมาเล่นงานข้าใช่ไหม" 

หานเฟิงหัวเราะ

" ไม่หรอกเจ้าวางใจได้...เราเข้าไปด่านในกันเถิด"

หานเฟิงถือข้าวของเข้าไปโดยมีเจ้าหลงนั้นวิ่งนำหน้า  มือผลักเปิดประตูบานใหญ่นำข้าวของไปไว้ที่ห้องพัก ภรรยาที่เดินตามหลังได้แต่มองรอบ ๆ เรือน ทุกมุมที่อยู่ข้างใน

"ก็ไม่ได้แย่นะ"  พึมพัมเบาๆ

"เจ้าไม่ชอบที่นี่รึ" หานเฟิงถาม เมื่อเห็นซูเหยาไม่พูดตนนึกว่านางอาจไม่ชอบเรือนหลังนี้

"เปล่าเลย.. ข้าชอบ" 

"จริงรึ" 

"จริง ๆ ข้าจะโกหกเจ้าทำไม" 

ทันใดนั้นหานเฟิงก็ยิ้มออกมา 

" เจ้าอยากกินอะไรไหมข้าจะไปล่าสัตว์มาทำอาหารให้เจ้า" 

" ไปล่าสัตว์รึ ข้าอยากไปด้วย" 

สามีขมวดคิ้ว เมื่อซูเหยาบอกว่า อยากไปด้วย มีที่ไหนกันที่สตรีจะไปล่าสัตว์ ส่วนมากมีแต่อยู่ที่พัก 

"เจ้าไม่กลัวลำบากรึ"  

"ไม่..ข้าไม่กลัว..จะให้ข้าอยู่คนเดียวเหงา ๆ ข้าไม่เอาด้วยหรอกนะ"  ยืนกอดอกสะบัดตัวเอียงข้าง

" ได้..ไปก็ไป"  ทันใดนั้นรอยยิ้มน้อย ๆ ก็กลับมาสดใสอีกครั้ง

"เช่นนั้นข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" 

ภรรยาไปคว้ากระเป๋าสะพายเสื้อผ้า หาชุดเก่าๆที่ไม่ได้ใช้งาน ในนั้นมีอยู่ชุดนึงเป็นชุดสีดำล้วน เลยคิดว่าใส่ปลอมตัวคล้ายๆผู้ชาย ก็ดีเหมือนกัน

ไม่นานนักนางก็แต่งตัวเสร็จสับพร้อมที่จะออกไปล่าสัตว์แต่ถามว่านางล่าสัตว์เป็นหรอ เป็นสิเพราะในภพปัจจุบันนางคือหญิงสาวเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 เก่งเรื่องยิงธนูเรื่องยิงปืน การเรียนก็ไม่เป็นสองรองใคร ถึงว่านางบางครั้งจะดูใสซื่อดูปัญญาอ่อนเป็นบางครั้งแต่เวลาจริงจังขึ้นมาก็น่ากลัวเหมือนกัน

"ไปกันเถิด" ทั้งสองเดินออกมาจากประตูบานใหญ่พร้อมยิ้มรับกับการเดินทางเข้าป่า ซูเหยาได้เดินนำไปก่อนจนเพิ่งนึกได้ว่า 'ไปทางไหนกันนะ'

ซูเหยาค่อยๆหันมายิ้มแห้งให้สามีที่ยืนอยู่ข้างหลัง

"สามี..ข้าไม่รู้ทาง"  ซูเหยาทำหน้าออดอ้อนพูดเสียงเบาๆ บิดฝ่ามืออายเล็กน้อย

"ตามข้ามา" สามีกล่าว

ซูเหยาเดินตามสามีต้อย ๆ ยิ่งเดินเข้าไปยิ่งปกคลุมไปด้วยความมืดและบรรยากาศที่วังเวง เกาะแขนสามีไว้แน่น เพราะนางนั้นกลัวผีหลอก

"มีผีไหมนะ" ซูเหยากรอกสายตาไปมาเงยหน้ามองหลังตลอดเวลา เก่งทุกเรื่องแต่แค่กลัวผีหลอก

"ใกล้ถึงเขตล่าสัตว์แล้ว"  สามีเอ่ย

"ท่านจะล่าอะไรออกไปหรือ"

" แล้วเจ้าอยากกินอะไรล่ะ"

" ข้าอยากกินผัดกระต่าย"

" ได้..ข้าจะล่ากระต่ายมาให้เจ้า" พูดจบหานเฟิงก็เดินไปยังจุดประจำที่เคยหลบซ่อนในการโจมตีกระต่ายน้อย

สามีค่อยๆยกคันธนูขึ้นมาสายตาเล็งเป้าไปที่กระต่าย 4-5 ตัว ตนตั้งสมาธิในใจนับ 123 พร้อมทันใดนั้นหนูก็เล่นออกไปแทงท้องกระต่ายทะลุตัว 

"สามีเก่งจังเลย" เอ่ยชมทันที

"สามีข้าอยากยิงบ้างจัง" ซูเหยาเขย่าแขนสามีขออยากยิงธนูด้วยแต่สามีกลับถามกลับมาว่า

"เจ้ายิงธนูเป็นด้วยหรือ"  หานเฟิงขมวดคิ้วสงสัย

" แน่นอนข้ายิงธนูเป็น" นางตอบอย่างมั่นใจ

ทันใดนั้นสามีก็ยื่นคันธนูให้ นางก็รับมันมาและตั้งใจเล็งไปที่กระต่ายท่าทางการจับของนางช่างแข็งแรงสง่างามเหมือนเคยเป็นนักยิงธนูมาก่อน วินาทีต่อมานางปล่อยคันธนูออกไป

ฟึก.... ธนูเสียบเข้าตัวกระต่าย

"ฝีมือไม่ธรรมดา" หานเฟิงกล่าวในใจ

"เป็นอย่างไรบ้างข้าเก่งหรือไม่" ซูเหยาเขย่งเท้าดีใจ

" เจ้าเก่งมากๆ"  นางถูกชมเชยก็ถึงกับเอาไหล่เตะตัวสามี เชิงบอกว่ามันก็แน่นอนอยู่แล้ว

"กับเรือนเถิดข้าจะทำอาหารอร่อยๆให้เจ้ากิน" 

ซูเหยาจับกระต่าย 2 ตัวที่ยิงได้ยกชูขึ้นด้วยความภาคภูมิใจแล้วก็เดินนำหน้าจะกลับเรือนแต่ลืมไปว่าจำทางไม่ได้เลยหันมาถามสามี

"สามีไปทางใดหรือ"

"ข้าจะนำทางเองเจ้าเดินนำหลังข้าหากกลัวก็เกาะแขนข้าไว้"  

พูดจบสามีก็เดินนำหน้าไปก่อนส่วนภรรยานั่นหรือกำลังเขินคำพูดของสามี มือน้อยๆจับแก้มตัวเองทั้งสองข้างยิ้มเม้มปากอย่างมีความสุข ยิ้มจนลืมว่าสามีเดินไปทางโน้นแล้ว 

"รอข้าด้วยสามี"  

ประมาณเที่ยง 2 สามีภรรยามาถึงที่เรือนจ้าวจ้าวที่รออยู่หน้าเรือนก็รีบมารับพร้อมกับมันกะต่าย 2 ตัวไปล่นขนให้สะอาด   ส่วนนางจะไปหาเครื่องแกงมาผัดเผ็ดกระต่ายให้สามีกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   จบด้วยดี

    ในขณะนั้นนางกำลังจะยืนบนเก้าอี้ไม้เพื่อจะตากปลาบนหลังคาท่ามกลางแสงแดด"โอ๊ย...."ปลายเท้าลื่นสะดุดกำลังจะล้มลงทันใดนั้นเจาเฟิงรีบมาประคองร่างบางๆ ไว้ในอ้อมกอด ต่างฝ่ายสบตากัน เหมือนถูกชะตา แต่เมื่อนางรู้ตัวก็รีบดันตัวออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นเพียงชั่วคราว"ท่านเป็นผู้ใดรึ ข้าไม่เคยเห็นหน้าเลย"นางยืนตัวเกรงในขณะถามกลับไป" ข้าคือองค์ชายเจาฟิง" "หึ....เจาเฟิงรึ ชื่อนี้ข้าไม่รู้จักข้าอยู่แต่ในหุบเขาเลยไม่รู้" นางขมวดคิ้ว"แต่ข้ารู้จักเจ้านะ" " ท่านไปรู้จักข้าตั้งแต่ตอนไหน" นางถาม"พี่สาวเจ้าเล่าให้ข้าฟัง" " ห๊า....พี่สาวข้ารึ" เจาเฟิงพยักหน้า" เช่นนั้นท่านรับได้รึท่านก็รู้ว่าข้านั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ดีมาก่อนหน้านั้นท่านจะใจกว้างเปิดใจให้ข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ" "ข้าดูคนออก. .แล้วอีกอย่างเจ้าก็ต้องใจกับข้ามิใช่หรือ"" ท่านรู้ได้อย่างไร" นางถาม" สังเกตจากท่าทางของเจ้า" เจาเฟิงตอบทั้งสองเงียบไปชั่วขณะ เฟิ่งจูทดสอบเจาเฟิง"เช่นนั้นท่านจะทิ้งชีวิตที่สุขสบายมาอยู่ที่กับข้าได้หรือไม่" เจาเฟิงเงียบไปชั่วคราวเมื่อได้ยินคำถาม ในใจเฟิ่งจูตอนนี่คงได้คำตอบแล้วละว่าเจาเฟิงไม่อยากมาอยู่ที่นี่

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   บ้านถูกยึด

    "ท่านพ่อข้าทำให้ท่านพ่อเสียตำแหน่งรองแม่ทัพ" เฟิ่งจูปากสั่นในขณะที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ"อย่าร้อง .." แม่ทัพเช็ดคราบน้ำตาให้บุตรสาวหลังจากที่ปลอบใจบุตรสาวอยู่สักพัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกเดินทางไปยังชนบทเพราะตอนนี้ตำหนักถูกยึดเป็นของหลวง ส่วนเงินที่เหลือมีเพียงพอที่จะซื้อบ้านแต่ไม่พอที่จะใช้ชีวิตให้อยู่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนทั้งสองขึ้นรถม้าวิ่งไปยังชนบทอันห่างไกลไม่รู้จุดหมายปลายทาง ว่าจะลงเอยที่ใด ต้องถามชาวบ้านไปเรื่อย ๆ ว่าที่ดินหรือบ้าน ที่ใดกำลังถูกขาย โชคดีที่มีบ่าวรับใช้และสาวใช้ 2 คนเดินทางไปด้วยจึงไม่ยากลำบากมากเกินไปไม่นานนักทั้งสองก็ได้ที่อยู่ใหม่ใกล้หุบเขาลำธารแม่น้ำสายใหญ่จากฝั่งตะวันออกที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก แต่ที่นี่มีคนอาศัยอยู่แค่ 20 คน ดูเหมือนไม่วุ่นวายและอยู่กับธรรมชาติอยู่ในที่ที่คนไม่แออัด นางจะได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาส่วนหานหารเฟิงกับซูเหยาเริ่มติดต่อเจรจาการค้ากับดินแดนเหนือและดินแดนใต้ ทางด้านการเกษตร อื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะส่งออกในปีหน้า ซูเหยานั้นสั่งซื้อเมล็ดข้าวพันธุ์พืชผลไม้หายากจากภพปัจจุบัน หลายอย่างที่ในยุคโบราณนั้นไม่มี นางกับสามีได้จัดแ

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   เวรกรรมตามทัน

    "ไม่ได้ข้าต้องหาทางออกหนีไปจากที่นี่" นางพยายามหาที่นั่งแต่จะนั่งตรงไหนก็มีแต่ฝุ่นส่วนที่นั่งได้ก็คือฟาง แต่ห้องข้าง ๆ กับได้กลิ่นอาหารบูดเน่า ทำให้นางอยากจะอาเจียนออกมาเป็นร้อย ๆ รอบ ในคุกแห่งนี้ไม่มีผ้าห่มมีแต่ฟางที่วางซ้อนกันให้นักโทษนอนหลับ สวนอาหารก็เป็นแค่ข้าวต้มจะมีเนื่อหมูแค่ 2 ครั้ง 7 วัน เนื้อหมูเหล่านั้นเป็นเศษเนื้อหมูที่ใกล้เสียเสียด้วย"เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้" เฟิ่งจูกำมือแน่นไม่อยากพ่ายแพ้ให้ซูเหยาน้ำสมน้ำหน้าตนเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาเป็นระยะ นางรีบลุกจับกรงเขย่าเอียงตามองไปข้างนอก ผู้ใดกันนะกำลังเดินมาที่นี่"ท่านพ่อ...." ปรากฏว่าผู้นั้นคือท่านพ่อกำลังเดินมาหานางด้วยใบหน้าที่ซึมเศร้า "เฟิ่งจู...ลูกเป็นอย่างไรบ้างอยู่ข้างในทรมานหรือไม่" ได้ยินท่านพ่อถาม น้ำใส ๆ ก็ไหลออกจากตา"ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว" นางสะอื้นเสียงแผ่ว" ไม่ต้องกลัวนะพ่อจะนำอาหารที่ลูกชอบมาให้ทุกๆวันเลย" ท่านพ่อยื่นมือไปปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"หากรู้ว่าผิดแล้วต่อไปก็อย่าทำอีก" ท่านพ่อน้ำตาคลอเบ้าพร้อมให้กำลังใจลูก"ท่านพ่อ....หากข้าต้องโทษประหาร..ทรัพย์สินที่เหลือข้าขอบริจาคให้ชาวบ้าน เป็นการทดแทนที่ข้าน

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   โทษประหาร

    "ข้าพูดขอรับฝ่าบาทข้ายอมพูดแล้ว" ทหารชั้นผู้น้อยจึงเล่าว่าตนนั้นเป็นแค่เพียงทหารธรรมดาแต่เมื่อภรรยาและลูกไม่สบายไม่มีเงินรักษาจึงจำใจ ต้องยักยอกเงินภาษีเพราะท่านเสนาแนะนำมาเป็นการส่วนตัวจนถึงทุกวันนี้ข้ากับภรรยาก็ไม่อดอยากเหมือนเมื่อก่อน ทหารชั้นผู้น้อยเล่าจบก็ขอชีวิตฝ่าบาทให้อภัยโทษอย่าประหารลูกกับเมียของตนเลย"ได้ข้าอภัยโทษให้" ทหารชั้นผู้น้อยรีบก้มคำนับ อย่างน้อยก็ขอให้มีชีวิตอยู่เพื่อลูกและภรรยา"หึ..ว่าอย่างไรเสนาหมิงเจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่" เสนาหมิงหน้าก้มตาอัดอั้นในใจ ไม่นานนักเสนาก็สารภาพ แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆนั้นและผู้บงการทั้งหมดนั่นก็คือ เฟิ่งจูบุตรสาวคนรองตระกูล 3"จริงรึ .." ฝ่าบาทถาม"จึงขอรับฝ่าบาทข้าเองก็ถูกความโลภครอบงำ"" ข้าไม่คิดว่าบุตรสาวตระกูลสามช่างบังอาจนักที่ทำเรื่องชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้ " หลังจากนั้นฝ่าบาทสั่งให้องครักษ์ไปนำตัวคุณหนูเฟิ่งจูพร้อมบิดามาที่นี่ให้เร็วที่สุดฝ่าบาทนั่งคอยอยู่สักพักสองพ่อลูกก็ถูกคุมตัวเข้ามา ส่วนคนเป็นพ่อนั้นสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนนั้นไม่ได้ทำเรื่องร้ายแรงอะไร นี่ถึงขนาดองครักษ์ต้องคุมตัวเลยหรือ"ฝ่าบาทมีเรื่อง

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   ไม่จ่ายก็ตายสะ

    "เหตุใดวันนี้เจ้าถึงมาก่อนเวลาข้าเคยบอกมิใช่หรือว่าอย่าทำตามเกินคำสั่ง" ทหารของเสนาหมิงกล่าว" ถ้าใจร้อนไปหน่อย เจ้าอย่าได้ถือสาเลย" " เอาละช่างมันเถอะ" ทหารผู้น้อยบอกว่าช่างมันเถอะ แล้วยังบอกอีกว่าให้หยุดค้นการเก็บภาษีครั้งนี้ เพราะองค์ชายหานเฟิงจะทำการตรวจสอบ เส้นทางการเงินย้อนไปตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน ส่วนการเก็บภาษีครั้งนี้ค่อยมาเก็บทีหลังก็แล้วกัน แค่เรื่องนี้ผ่านไปให้ได้ก่อน"เช่นนั้นหรือ" หานเฟิงส่งสัญญาณให้องครักษ์ที่อยู่รอบๆตื่นตัวพร้อมที่จะจู่โจมทหาร"ไม่มีโอกาศสำหรับทหารผู้น้อยทรยศเช่นเจ้า" หานเฟิง ชักดาบออกมาข่มขู่แล้วถีบไปที่หน้าอกจนทหารนั้นหงายหลังไปกระแทกพื้น ต่อมาเขาก็กระโดดฟาดเตะก้านคอทหารอีกคนจนล้มประเด็นไปโดนข้าวของที่ชาวบ้านตากไว้ ส่วนอีกคนถูกกำปั้นชกไปที่เบ้าหน้าตาทั้งสองข้างเขียวช้ำ "จับมันไปขังคุกใต้ดิน" เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าหานเฟิงออกคำสั่งให้องครักษ์นำทหารชั้นผู้น้อยที่ทรยศเหล่านี้ไปขังไว้ในใต้ดินอย่าให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด แต่ก่อนจะนำตัวพวกมันไปหานเฟิงต้องการรู้ว่าทหารเหล่านี้ใช้สัญญาณลับอะไรในการสื่อสารกับเสนาหมิง แล้วมีทหารผู้ใดบ้างที่เป

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   พบปะชาวบ้าน

    "ข้าดีใจด้วยที่พวกท่านนั้นอยู่สุขสบายมากกว่าเมื่อก่อนอีกทั้งทุกคนกินอิ่มนอนหลับ ข้าทั้งสองก็ดีใจมากแล้วอีกอย่างของเหล่านี้ข้านั้นกินคนเดียวไม่หมดหรอกเช่นนั้นข้าจะทำอาหารเลี้ยงฉลองให้พวกเจ้าทั้งหมู่บ้านเลยดีหรือไม่" จูเหยาจับมือยายชราส่งรอยยิ้มที่จริงใจในขณะที่พูดจบ"ดีๆๆข้าน่ะอยากกินฝีมือเจ้า ฝีมือเจ้านี่มันสุดยอดจริงๆหาผู้ใดเปรียบได้ยาก" "ข้าขอผู้ช่วยสัก 5-6 คนได้หรือไม่" " ได้สิแม่นาง" ยาชรากล่าวส่วนสามสหายที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ดีใจมากจะได้กินอาหารอร่อยๆอีกครั้งพวกเขาก้าวเดินนำหน้าและเสนอตัวที่จะเป็นผู้ช่วยอย่างเต็มใจ"พระชายาถ้าเต็มใจจะช่วยท่าน" "ข้าจะได้เรียนรู้และทำตาม" " ข้าด้วยข้าจะเอาไปสอนเมียที่บ้านจะได้ทำอาหารร่อยๆหน่อย"" ฮ่าๆ.." ทุกคนหัวเราะคึกคักเบาๆจากนั้นทุกคนช่วยกันจัดเตรียมอาหารแยกเป็นหมวดหมู่ ชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าวันนี้ไม่แม่นางนั้นจะทำอะไร ช่วยได้เพียงเตรียมวัตถุดิบให้ครบตามที่ไม่แม่นางนั้นต้องการผ่านไป 5 ชั่วยามอาหารพิเศษก็เสร็จแล้วแต่ละอย่างมีอะไรบ้าง1"เป็ดย่างกรอบนอกนุ่มใน"2"ผัดกระต่ายรสจัดนัวๆ"3" ข้าวต้มใส่เนื้อหมูสำหรับเด็กๆ"4" ขนมจีบไส้ไก่และไส้หมู" 5

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   ดินระเบิด

    ซูเหยาแบ่งหน้าที่แต่ละคนให้ทำบางอย่าง เมื่อได้ทุกอย่างมาครบที่เหลือนางจะจัดการเองสิ่งนั้นมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ลูกกลม ๆหลายๆ ลูก มันคือดินระเบิดชนิดร้ายแรงนั้นเอง"แม่นาง..นี่หรือวิธีที่เจ้าว่า" "ใช่..มันจะช่วยได้รึ" ชาวบ้านอีกคนเสริม"พวกเจ้าดูนี่....." ซูเหยายกดินระเบิดลูกนึงไปวาง

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   เล่าความจริง

    " ไม่จริงเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเล่าตั้งแต่ที่ท่านพ่อนั้นนำอนุหน้าไม่อายเข้ามาในบ้าน ความสุขสงบของข้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่สงบสุกอีกเลย ท่านพ่อคงเข้าใจว่าข้านั้นอยู่สุขสบาบแต่ข้านั้นกลับถูกใช้เยี่ยงทาส แม้กระทั้งเงินเดือนที่ท่านพ่อส่งให้ข้า ข้านั้นไม่เคยรับแม้แต่สลึงเดียว ท่านคิดดูว่าลูกสาวคนโตของท่

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   เจอสวน

    ปัง...ปัง เสียงเคาะประตูดังสนั่นอยู่หน้าที่พักน้องสาวต่างมารดานางมีนามว่า เฟิ่งจู หน้าตาสวยมีนิสัยกร้าวร้าวและหยิ่งผยอง นางใช้ไม้ตีประตูบานใหญ่ด้วยแรงอารมณ์เดือด เพราะซูเหยากล้าดีนักที่มาทำร้ายสาวใช้ของตน "พี่สาว พี่แน่จริงก็ออกมา" เฟิ่งจูพูดท้าทายเอี๊ยดด...เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ป

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   ทะลุมิติ

    "ฉันซื้อมาตั้งแพงขอให้ใช้ทนๆหน่อยสิ"หญิงสาวกำลังมองคอนแทคเลนส์ที่เพิ่งซื้อมาบ่นพลางๆว่ามันแพงเกินไป เธอสายตาสั้นทำใช้ชีวิตแบบคนปกติไม่ได้เต็มที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ จู่ ๆ แสงสีฟ้าจากคอนแทคเลนส์เปล่งประกายออกมา ดึงเธอเข้าไปในห้วงอีกมิตินึง โดยที่เธอไม่รู้ตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status