Share

บทที่ 1: ชีวิตใหม่ NC18++

Author: Camellia.ma
last update publish date: 2026-10-14 18:05:46

            ความรู้สึกสุดท้ายในความทรงจำของ ‘หลินอัน’ คือความหนาวเหน็บของมวลน้ำป่าสีโคลนที่โถมซัดร่างของเธอลงกระแทกกับก้อนหินผาจนกระดูกส่งเสียงลั่น รสชาติคาวจัดของดินโคลนและเม็ดทรายหยาบกร้านกลืนกินลมหายใจสุดท้ายของนักธรณีวิทยาภาคสนามไปจนหมดสิ้น

            ทว่าสิ่งที่กระชากสติสัมปชัญญะของเธอกลับคืนมา ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการจมน้ำ

            หากแต่มันคือกลิ่นหอมหวานเอียนของกำยานชะมดเช็ดผสมผสานกับน้ำมันดอกมะลิแห้งที่ลอยอบอวลจนแสบโพรงจมูก!

            เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดออก ภาพแรกที่สะท้อนในสายตามิใช่เพดานห้องพยาบาลสนาม ทว่าคือม่านโปร่งสีแดงชาดที่ทิ้งตัวระย้าลงมาจากเสาเตียงไม้สลักลายโบตั๋นอันวิจิตร และเมื่อเธอก้มลงมองเรือนร่างของตนเอง ลมหายใจก็พลันสะดุดกึก

            ผิวพรรณขาวผ่องละเอียดดุจเนื้อหยกไร้รอยแผลเป็น ทรวงอกอวบอิ่มถูกรัดรึงไว้ด้วยเอี๊ยมผ้าไหมปักดิ้นทองสีเขียวมรกต ตัวเสื้อแหวกต่ำอวดเนินอกผุดผ่อง ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนถูกแต่งแต้มด้วยชาดสีแดงสดดั่งหยดเลือด

            ในเสี้ยววินาทีนั้น คลื่นความทรงจำอันเชี่ยวกรากของร่างเดิมก็ไหลบ่าเข้าสู่สมองราวกับทำนบแตก!

            ‘หลินอันหรู’ บุตรสาวคนโตของอดีตเสนาธิการใหญ่แห่งกองทัพบูรพา ผู้ถูกตีตราว่าเป็นสายเลือดกบฏจนตระกูลล่มสลาย และถูกขายเข้ามาเป็นคณิกาขายศิลป์อันดับหนึ่งแห่ง‘หอจุ้ยฮวา’ หอนางโลมอันเลื่องชื่อใจกลางพระนครหลวง!

            ทว่า ยังไม่ทันที่หลินอันจะได้สูดลมหายใจปรับตัวกับร่างใหม่

            ฟึ่บ!

            สายลมหนาวกรรโชกแรงพัดกระแทกหน้าต่างบานใหญ่จนเปิดอ้า เปลวเทียนบนโต๊ะเครื่องแป้งดับวูบลงในพริบตา!

            กลิ่นอายเหล็กเย็นเยียบและไอสังหารอันเข้มข้นดั่งหลุดออกมาจากสมรภูมิเลือด พุ่งเข้าปกคลุมห้องพักจนอากาศรอบกายหนักอึ้งดั่งมีก้อนหินพันชั่งกดทับ

            กริ๊ก

            ความเย็นเฉียบของคมกระบี่เหล็กกล้าสีดำมะเมื่อม แตะทาบลงบนซอกคอขาวผ่องของนางอย่างเงียบเชียบและแม่นยำ!

            คมดาบนั้นจ่อชิดติดผิวเนื้อ คมกริบพอจะตัดผ่านเส้นเลือดใหญ่ได้ในเสี้ยววินาทีหากนางขยับกายแม้เพียงนิดเดียว เบื้องหลังของนางคือร่างสูงตระหง่านดั่งศิลาสลักในชุดคลุมยาวสีดำสนิท แผ่รังสีแห่งผู้ล่าที่ยืนทอดเงาทาบทับร่างระหงจนมิด

            ‘เซวียนหยวนจิ้ง’หรือ ‘อ๋องโฉด’ แม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้เหี้ยมโหดที่สุดแห่งราชสำนักต้าเซวียน!

            “เพิ่งฟื้นจากพิษไข้ ก็คิดจะลุกขึ้นมาทรยศข้าแล้วรึ บุตรสาวตระกูลหลิน?”

            สุรเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกกระซิบชิดใบหูของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนียน “คมกระบี่ของข้าจ่ออยู่ที่คอหอย แต่ชีพจรของเจ้ากลับไม่เต้นสะดุดแม้แต่จังหวะเดียว เจ้าไม่กลัวตายรึ?”

            หลินอันหรูมิได้กรีดร้อง ไม่แม้แต่จะสะท้านไหว

            ในฐานะนักเอาชีวิตรอดที่เคยประจันหน้ากับสัตว์ร้ายกลางทะเลทราย สัญชาตญาณบอกนางในทันทีว่า การแสดงความอ่อนแอต่อหน้าพยัคฆ์ร้าย มีแต่จะทำให้ถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ

            ความทรงจำของร่างเดิมผุดวาบขึ้นมาในหัว เมื่อวานนี้ คนขององค์รัชทายาทแอบลอบเข้ามามอบสินบนก้อนโต และสั่งให้นางใช้การแสดงผีผาในงานประมูลโคมวิจิตรค่ำคืนนี้ ล่อลวงให้เซวียนหยวนจิ้งมาที่ห้องส่วนตัว เพื่อวางยาพิษสลายวิญญาณและขโมยตราทัพพยัคฆ์ทมิฬ!

            และบุรุษผู้นี้ ล่วงรู้แผนการนั้นแล้ว จึงลอบเข้ามาหมายจะเชือดคอนางทิ้งตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง!

            “หากหม่อมฉันกลัวตาย ตอนนี้ท่านอ๋องคงไม่ได้ยินเสียงหายใจของหม่อมฉันหรอกเพคะ”

            เสียงหวานใสนามเอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง ดั่งสายลมพัดผ่านผืนทราย นางไม่ถอยหนี ทว่ากลับค่อยๆ เอื้อมมือเรียวไปเปิดลิ้นชักลับใต้โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบตลับขี้ผึ้งสีดำขนาดเล็กออกมาวางลงบนโต๊ะทองเหลืองอย่างเปิดเผย แล้วเลื่อนมันไปใต้คมกระบี่ของเขา

            “นี่คือสิ่งที่คนขององค์รัชทายาทส่งมาให้หม่อมฉันเพคะ” นางปรายตามองตลับยาด้วยรอยยิ้มบางเบา “ยาพิษสลายวิญญาณไร้สี ไร้กลิ่น ออกฤทธิ์ทำให้หัวใจวายเฉียบพลันภายในสามวัน รัชทายาทสัญญาว่าจะปลดปล่อยหม่อมฉันจากหอนางโลม แลกกับการที่หม่อมฉันต้องป้อนยานี้เข้าปากท่านอ๋องในคืนนี้!”

            เซวียนหยวนจิ้งหรี่ตาลง คมกระบี่สีดำยังคงกดนิ่งอยู่ที่ลำคอระหง ทว่าแววตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยความประหลาดใจ

            “ในเมื่อเจ้ารับสินบนของมันมาแล้ว เหตุใดจึงนำตลับยานี้มาวางแทบเท้าข้า?”

            “เพราะหม่อมฉันมิได้โง่เง่าเหมือนพวกขุนนางในวังเพคะ!”

            หลินอันหรูหมุนตัวกลับมาช้าๆ คมกระบี่กรีดผ่านผิวเนื้อเนียนเพียงเล็กน้อยจนเลือดสดหยดหนึ่งซึมออกมา ทว่าดวงตาเรียวรีกลับช้อนขึ้นสบประสานกับดวงตาสีรัตติกาลดั่งพญาเหยี่ยวของเขาอย่างท้าทาย

            “ทันทีที่ท่านอ๋องสิ้นลม รัชทายาทจะกวาดล้างพยานทุกคน และคณิกาไร้ค่าอย่างหม่อมฉัน จะเป็นศพแรกที่ถูกฆ่าปิดปากโยนทิ้งลงคูเมือง!”

            นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแผงอกแกร่งของแม่ทัพหนุ่ม แววตานางร้ายประกายวาบดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาคนทั้งแผ่นดิน

            “หม่อมฉันต้องการมีชีวิตรอด และหม่อมฉันต้องการล้างมลทินให้ตระกูลหลินลากคอขุนนางทุกคนที่มีส่วนร่วมในการใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉันไปตัดหัวเสียบประจาน!”

            นางเอื้อมมือเรียวขึ้น ทาบลงบนอกเสื้อคลุมมังกรดำของเขา สัมผัสถึงเสียงหัวใจที่เต้นอย่างทรงพลัง

            “ท่านอ๋องต้องการกำจัดรัชทายาทเพื่อความอยู่รอดของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ส่วนหม่อมฉัน ต้องการอำนาจและดาบของท่านเพื่อชำระแค้น เรามาร่วมมือกันเถิดเพคะ!”

            “ร่วมมืองั้นรึ?” เซวียนหยวนจิ้งกระตุกยิ้มเหี้ยม มือหนาเลื่อนลงมาบีบปลายคางมนของนางอย่างรุนแรง บังคับให้นางสบตากับเขาในระยะประชิด “เจ้ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนกับดาบของข้า หลินอันหรู?”

            “หม่อมฉันมีข่าวกรองและมีสมองที่จะช่วยท่านอ๋องตัดแขนตัดขาของรัชทายาททีละข้างเพคะ!” นางตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “คืนนี้ ในงานประมูลโคมวิจิตร คนของรัชทายาทจะทุ่มเงินประมูลตัวหม่อมฉันเพื่อบีบให้ลงมือวางยาพิษ ขอเพียงท่านอ๋องยอมทุ่มเงินตัดหน้าพวกมัน พาหม่อมฉันขึ้นมายังห้องนี้อย่างเปิดเผยหม่อมฉันจะมอบหลักฐานการยักยอกเหล็กหลวงของกรมโยธาธิการที่จะทำให้ท่านอ๋องฟันแขนขวาของรัชทายาทขาดสะบั้นกลางท้องพระโรงในวันพรุ่งนี้ทันที!”

            เซวียนหยวนจิ้งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า

            นางไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีท่าทีออดอ้อนเอาใจดั่งคณิกาทั่วไป ทว่ากลับมีแววตาของจอมวางแผนที่มองทะลุกระดานหมากได้อย่างเลือดเย็นสตรีผู้นี้ กล้าเอาชีวิตตนเองมาเป็นเดิมพัน และกล้าเอ่ยปากต่อรอง ข่มขู่พยัคฆ์ร้ายอย่างเขาถึงในห้องนอน!

            “หากข้อมูลของเจ้าเป็นความเท็จล่ะ?”

            “หากคิดว่าหม่อมฉันโป้ปด คมกระบี่ในมือของท่านอ๋อง ก็จงตัดหัวหม่อมฉันทิ้งเสียในคืนนี้ได้เลยเพคะ!” ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดกรูอยู่นอกหน้าต่าง

            เซวียนหยวนจิ้งแค่นหัวเราะต่ำในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจและประกายไฟแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ มือหนาชักกระบี่พยัคฆ์ทมิฬเก็บเข้าฝักดัง ชิ้ง!

            ทว่า อ๋องโฉดกลับมิได้ล่าถอยออกไปดั่งที่นางคิด!

            สายตาคมกริบของเขาเลื่อนลงมองดูหยาดโลหิตสีแดงสดที่ซึมออกมาจากรอยแผลบางเบาบนซอกคอขาวผ่องของนาง กลิ่นคาวเลือดผสมผสานกับกลิ่นกายหอมละมุนของบุปผาแรกแย้ม จุดชนวนสัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างแกร่งให้ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง!

            “เจ้าบอกว่าพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนให้ข้าใช่หรือไม่?” สุรเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังก้องชิดใบหู

            พรึ่บ!

            ยังมิทันที่หลินอันหรูจะได้เอ่ยคำใด มือหนาที่หยาบกร้านก็คว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่ว กระชากร่างบางเข้าหาแผงอกแกร่งดั่งขุนเขาในคราวเดียว!

            แรงปะทะทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก เซวียนหยวนจิ้งดันร่างของนางถอยกรูดจนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับเสาเตียงไม้สลักลายโบตั๋น สองมือหนาทาบลงบนเสา กักขังนางไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าคมคายโน้มลงมา ปลายลิ้นร้อนจัดแตะไล้ลงบนรอยเลือดที่ซอกคอของนางอย่างเชื่องช้า ลิ้มรสชาติคาวหวานอย่างหิวกระหาย!

            “อ๊ะ ท่านอ๋อง” หลินอันหรูสะท้านเฮือก ขนกายลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและไรเคราสากที่บดเบียดลงบนลำคอระหง

            “ข้าเป็นพ่อค้าที่ไม่ชอบการติดหนี้” เซวียนหยวนจิ้งกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงตัณหา “ในเมื่อเจ้าคิดจะยืมดาบของข้าไปเข่นฆ่าศัตรู คืนนี้ เจ้าก็จงจ่ายมัดจำให้แก่ข้าเสียก่อน!”

            แคว่ก!

            มือหนากระชากสายรัดเอวผ้าไหมสีเขียวมรกตของนางออกอย่างไม่ปรานี! เสื้อคลุมตัวบางเลื่อนหลุดออกจากลาดไหล่เนียน เผยให้เห็นเอี๊ยมผ้าไหมปักดิ้นทองที่แทบจะปกปิดปทุมถันคู่งามอวบอิ่มไว้ไม่มิด ผิวขาวผ่องดั่งหยกชั้นดีสะท้อนแสงจันทร์วาววับ ยอดอกสล้างกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะหายใจถี่รัว

            เซวียนหยวนจิ้งไม่ปล่อยให้นางได้มีเวลาตั้งตัว ริมฝีปากร้อนจัดบดขยี้ลงมาบนกลีบปากอิ่มของนางอย่างดุดันและเผด็จการ!

            มันเป็นการจูบที่ดูดดื่ม เรียกร้อง และเต็มไปด้วยการแสดงอำนาจ ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างคลั่งไคล้ บดเบียดดูดดึงจนริมฝีปากของนางบวมเจ่อ หลินอันหรูครางอื้ออึงในลำคอ ทว่าจิตวิญญาณแห่งการเอาชีวิตรอดไม่ยอมให้นางตกเป็นฝ่ายถูกล่าเพียงลำพัง นางยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอหนา รัดแผงอกแกร่งของเขาไว้แน่น กัดริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ เพื่อตอบโต้รสจูบอันดิบเถื่อนนั้นอย่างไม่ยอมแพ้

            การตอบสนองอันเร่าร้อนของนาง ยิ่งจุดไฟในอกของแม่ทัพหนุ่มให้ลุกโชน!

            เซวียนหยวนจิ้งช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขน ทุ่มนางลงบนฟูกนอนหนานุ่มกลางเตียงกว้างอย่างหนักหน่วง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำจะตามลงมาทาบทับ ม่านมัสลินสีแดงชาดร่วงหล่นลงมาปิดกั้นโลกภายนอก

            มือหนาเลื่อนลงไปกระตุกสายเอี๊ยมไหมด้านหลังออกอย่างไร้ความปรานี กอบกุมเต้างามอวบอิ่มไว้ในอุ้งมือ บีบเค้นเนื้อนุ่มหยุ่นจนล้นทะลัก ปลายนิ้วโป้งสะกิดบี้เม็ดบัวสีหวานจนมันแข็งชันสู้มือ เซวียนหยวนจิ้งก้มลงครอบครองยอดปทุมถันด้วยริมฝีปากร้อนลวกทันที ดูดดึงและขบกัดเบาๆ ดั่งสัตว์ป่าที่กำลังเสพสุขกับเหยื่อล้ำค่า

            “อ๊าห์ อึก ท่านอ๋อง”

            หลินอันหรูแหงนหน้าขึ้น ลำคอระหงเกร็งสะท้าน สองมือจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขา ความเสียวซ่านแล่นริ้วจากยอดอกพุ่งตรงลงสู่ช่องท้องน้อยจนร่างกายร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผา

            เซวียนหยวนจิ้งร่นกางเกงผ้าไหมตัวบางของนางทิ้งไปที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว เรียวขาขาวผ่องยาวเนียนถูกมือหนาจับแยกกว้างออกในทันที เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอูมและช่องทางรักสีหวานที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งแรงปรารถนาที่หลั่งรินออกมาเคลือบปากทาง

            อ๋องหนุ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นแก่นกายบุรุษขนาดมหึมาที่ตื่นตัวเต็มพิกัด ลำทวนเหล็กกล้าสีเข้มร้อนลวก เส้นเลือดปูดโปนรอบลำเนื้อที่ดีดผงาดขึ้นมาอย่างน่าเกรงขาม

            เขาจับแก่นกายร้อนผ่าวจ่อเข้าที่ปากทางรักอันคับแคบ บดเบียดส่วนหัวมนไปตามรอยแยกอันชุ่มฉ่ำ ก่อนจะกดสะโพกสอบ สวนแทรกตัวตนอันแข็งแกร่งเข้าไปในกายของนางรวดเดียวจนมิดด้าม!

            สวบ!

            “กรี๊ดดด!”

            หลินอันหรูหวีดร้องออกมาในลำคอ ร่างกายแอ่นโค้งสะท้านเฮือก ความคับแน่นและใหญ่โตขยายโพรงเนื้อนุ่มจนตึงเปรี๊ยะ ความจุกเสียดแล่นวาบขึ้นสู่หน้าท้องน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวสะท้านที่รุนแรงจนสมองขาวโพลน ภายในกายของนางบีบรัดตัวตนของเขาแน่นขนัดดั่งปลอกเหล็กกล้า

            เซวียนหยวนจิ้งกัดฟันกรอด สันกรามปูดโปน ความร้อนจัดและความคับแน่นของนางบีบรัดเขาจนแทบจะคลั่ง

            “แน่นเหลือเกิน เจ้าช่างร้ายกาจไปทั้งตัว หลินอันหรู!”

            เขาไม่ให้เวลานางได้พักหายใจ สองมือหนายกเรียวขาขาวผ่องของนางขึ้นพาดบ่ากว้าง กดสะโพกลงในองศาที่ลึกที่สุด แล้วเริ่มขยับสะโพกสอบ กระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งและเด็ดขาด!

            พั่บ! พั่บ! พั่บ!

            เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องผสานกับเสียงเตียงไม้สลักที่โยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อน ร่างบางของหลินอันหรูโยกไหวตามแรงโถม ทุกจังหวะที่เขากดลึกเข้ามา ปลายหัวมนบดขยี้โดนจุดกระสันลึกภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหน้าท้องน้อยเกร็งกระตุกเป็นระลอกคลื่น

            “อ๊ะ อ๊า! ท่านอ๋อง อึก ลึก ลึกเกินไปแล้ว อื้อ!”

            นางครางระงม สองมือเรียวจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ทว่าแววตานางร้ายกลับไม่ยอมจำนน นางร่อนสะโพกขึ้นรับแรงกระแทก ตอดรัดเขาเป็นจังหวะถี่กระชั้นเพื่อตอบโต้ความดุดันนั้นอย่างถึงพริกถึงขิง

            “ข้าบอกแล้ว  อ๊า! ว่าข้ามิได้กลัวท่าน แรงอีกสิเพคะ แสดงให้ข้าเห็น ว่าพยัคฆ์ทมิฬ มีน้ำยาเพียงใด!”

            คำท้าทายนั้นทำลายความอดกลั้นของเซวียนหยวนจิ้งจนแหลกละเอียด! เขากระหน่ำสะโพกซอยถี่รัวดั่งพายุคลั่งกลางสมรภูมิ แรงกระแทกหนักหน่วงและลึกสุดลำทุกครั้งจนร่างบางแทบจะหลอมละลายคามือ

            ความเสียวซ่านพุ่งทะยานสู่ขีดสุด ช่องทางรักของหลินอันหรูบีบรัดตัวตนของเขาอย่างรุนแรง ร่างกายเกร็งกระตุก ปลดปล่อยสายธารน้ำหวานทะลักออกมาท่วมท้น ขณะที่เซวียนหยวนจิ้งคำรามลั่นดั่งสัตว์ป่า กระแทกย้ำเข้าไปอีกสามครั้งจนสุดแรงเกิด แล้วกดแช่ตัวตนไว้ลึกสุดลำ ฉีดพ่นสายธารรักอุ่นร้อนเข้าไปในกายของนางจนล้นปรี่!

            พรึ่บ!

            ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านเข้าสู่อณูเนื้อจนหลินอันหรูต้องหอบหายใจรวยริน ซบหน้าลงกับอกแกร่งที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ

            เซวียนหยวนจิ้งยังคงแช่ตัวตนไว้ในกายของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกระหม่อมบาง มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนอย่างหวงแหนอันลึกซึ้ง

            “มัดจำในคืนนี้ ข้ารับไว้แล้ว” อ๋องหนุ่มก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของนางอย่างหนักแน่น สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบด้วยคำมั่นสัญญา “คืนพรุ่งนี้ ในงานประมูลโคมวิจิตร ข้าจะไปทุ่มทองคำสองพันตำลึง ซื้อตัวเจ้าขึ้นมาบนเตียงนี้อีกครา!”

            เขายกยิ้มเหี้ยมเกรียม ค่อยๆ ถอนกายออก แล้วทะยานร่างหายวับออกไปทางหน้าต่างสู่ความมืดมิดยามใกล้รุ่ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายแห่งความเร่าร้อนและสัญญาเลือดที่ผูกพันคนทั้งสองไว้ด้วยกัน

            หลินอันหรูนอนหอบหายใจอยู่บนเตียง รอยยิ้มของนางพญาหงส์ผุดขึ้นบนใบหน้างดงามสะคราญ

# # #

            แสงเงินแสงทองแห่งรุ่งอรุณวันใหม่ค่อย ๆ สาดส่องลอดผ่านม่านโปร่งสีแดงชาดเข้ามาในห้องนอน ทาบทาลงบนเตียงไม้สลักลายโบตั๋นอันวิจิตร

            ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องพักชั้นบนสุดของหอจุ้ยฮวาอีกครา ทว่ากลิ่นอายเหล็กเย็นเยียบและไอสังหารอันดุดันของบุรุษที่เพิ่งทะยานร่างจากไปเมื่อก่อนรุ่งสาง ยังคงหลงเหลือจาง ๆ ปะปนอยู่กับกลิ่นหอมหวานเอียนของกำยาน

            หลินอันหรูกะพริบตาขึ้นช้า ๆ ร่างกายระหงที่เพิ่งผ่านศึกรักอันดุเดือดและคมกระบี่สังหารมาเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน ยังคงมีรอยปวดเมื่อยแล่นริ้วตามสะโพกและแผ่นหลัง ที่ซอกคอขาวผ่องปรากฏรอยแผลตื้น ๆ จากคมกระบี่พยัคฆ์ทมิฬเคียงคู่กับรอยจ้ำสีแดงสดที่บุรุษผู้นั้นฝากฝังไว้เพื่อตีตราความเป็นเจ้าของ

            เธอยกมือขึ้นลูบซอกคอเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสคราบเลือดแห้งกรัง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มรูปกระจับ

            ไม่ใช่ความฝัน

            เธอคือหลินอันนักธรณีวิทยาและครูฝึกเอาชีวิตรอดจากศตวรรษที่ 21 ที่เพิ่งถูกมวลน้ำป่าซัดถล่มจนสิ้นใจ ได้ข้ามภพข้ามชาติมาอยู่ในร่างของ หลินอันหรู บุตรสาวกบฏที่ตกอับเป็นคณิกาอันดับหนึ่งจริง ๆ และยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเพิ่งจะเดิมพันทั้งชีวิตและร่างกาย ทำข้อตกลงเลือดกับ เซวียนหยวนจิ้ง อ๋องโฉดผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬไปหมาด ๆ

            ‘คืนนี้ ในงานประมูลโคมวิจิตร ข้าจะไปทุ่มทองคำสองพันตำลึง ซื้อตัวเจ้าขึ้นมาบนเตียงนี้อีกครา!’

            สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของแม่ทัพหนุ่มยังคงดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท

            หลินอันหรูแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของนักเอาชีวิตรอดฉายชัดออกมาดั่งพญาเหยี่ยว

            “จากนักสำรวจดินทราย กลายมาเป็นนางคณิกาตัวร้ายที่ต้องเล่นเกมการเมืองชิงบัลลังก์เนี่ยนะ? ชะตาชีวิตเล่นตลกได้บัดซบดีแท้ แต่ในเมื่อสวรรค์ส่งข้ามาแล้ว ข้าก็จะไม่ยอมตายเป็นเบี้ยหมากของใครหน้าไหนทั้งนั้น!”

            เธอขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมตัวยาว ก้าวเดินด้วยเท้าเปล่าบนพรมขนสัตว์หนานุ่ม ตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์หอม มองเงาสะท้อนของตนเองในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่

            ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียวรีคมกริบแต่แฝงประกายเย้ายวน คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับสีชาดสด แม้จะไร้เครื่องประทินโฉมในยามเช้า แต่ความงามของร่างนี้กลับดูดุดัน อันตราย และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของนางพญาที่พร้อมจะแผดเผาบุรุษทุกคนให้มอดไหม้

            แอ๊ด

            เสียงบานประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกช้า ๆ ตามด้วยเสียงซอยเท้าถี่และเบาของหญิงรับใช้

            “คุณหนู เอ๊ย! พี่อันหรู ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?”

            หญิงรับใช้วัยแรกรุ่นในชุดผ้าฝ้ายสีครามก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา สองมือประคองอ่างทองเหลืองบรรจุน้ำอุ่นที่มีกลีบกุหลาบโรยลอยฟ่อง ใบหน้ากลมแป้นดูซื่อสัตย์แต่แฝงร่องรอยความหวาดหวั่น ดวงตาของนางบวมช้ำเล็กน้อยคล้ายเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

            ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาในหัวทันที‘เสี่ยวชุน’

            สาวใช้คนสนิทที่ยอมติดตามนางเข้ามาอยู่ในหอจุ้ยฮวาแห่งนี้ คอยรองรับอารมณ์ฉุนเฉียวและนิสัยเอาแต่ใจของหลินอันหรูคนเดิมโดยไม่เคยปริปากบ่น

            “วางไว้ตรงนั้นเถอะ” หลินอันหรูเอ่ยเสียงเรียบ หมุนตัวกลับมานั่งลงหน้าคันฉ่อง

            เสี่ยวชุนสะดุ้งเล็กน้อย นางชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจ หากเป็นทุกเช้าที่ผ่านมา ทันทีที่คุณหนูใหญ่ลืมตาตื่น สิ่งแรกที่จะได้ยินคือคำก่นด่าเรื่องอุณหภูมิน้ำล้างหน้าที่ร้อนหรือเย็นเกินไป หรือไม่ก็เสียงตวาดขับไล่ด้วยความหงุดหงิด ทว่าเช้านี้ น้ำเสียงของนายหญิงกลับราบเรียบ นิ่งสงบ ดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น

            “พ… พี่อันหรู ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ?” เสี่ยวชุนวางอ่างน้ำลงอย่างระมัดระวัง สองมือบิดผ้าเช็ดหน้าผืนบางด้วยความกระวนกระวาย “เมื่อวานหลังจากท่านซ้อมดีดผีผาเสร็จ จู่ ๆ ก็เป็นลมหมดสติไป หมอที่หวังมามาตามมาดูก็บอกเพียงว่าท่านเหนื่อยล้าเกินไป ข้า... ข้ากลัวแทบแย่”

            “ข้าไม่เป็นไร แค่ฝันร้ายนิดหน่อย” หลินอันหรูยื่นมือไปจุ่มลงในน้ำอุ่น อุณหภูมิกำลังพอเหมาะ นางหยิบผ้าขึ้นมาซับใบหน้าและลำคอช้า ๆ ความอุ่นช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ “เรื่องในอดีต ต่อไปนี้ไม่ต้องพูดถึงอีก ที่นี่ไม่มีคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิน มีเพียงหลินอันหรู คณิกาขายศิลป์แห่งหอจุ้ยฮวา เข้าใจหรือไม่?”

            คำพูดที่เด็ดขาดและแววตาที่เยือกเย็นดุจหินผาทำให้เสี่ยวชุนตัวสั่นสะท้าน นางรีบคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ พยักหน้ารัวเร็ว

            “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ! บ่าวจะไม่หลุดปากเรียกคุณหนูอีกแล้วเจ้าค่ะ!”

            “ลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องคุกเข่า” หลินอันหรูใช้ผ้าเช็ดมือจนแห้ง “หวังมามาอยู่ที่ไหน?”

            “หวังมามากำลังคุมคนจัดเตรียมโถงใหญ่ชั้นล่างเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุนขยับลุกขึ้นมายืนด้านหลัง ค่อย ๆ หยิบหวีงาช้างขึ้นมาสางเส้นผมดำขลับให้นายหญิงอย่างเบามือ “คืนนี้เป็น คืนสารทฤดูใบไม้ร่วง หอจุ้ยฮวาจัดงานประมูลโคมวิจิตรและเปิดม่านการแสดงของคณิกาเอก ขุนนางชั้นผู้ใหญ่และพ่อค้าวาณิชย์จากทั่วสารทิศจองโต๊ะจนเต็มตั้งแต่สามวันก่อนแล้วเจ้าค่ะ”

            หลินอันหรูหรี่ตาลงเล็กน้อย มองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก

            งานประมูลโคมวิจิตร เวทีประลองหมากตาแรกระหว่างนาง รัชทายาท และเซวียนหยวนจิ้ง!

            ปัง!

            เสียงผลักประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างหยาบคาย ไร้ซึ่งการเคาะขออนุญาต

            ร่างของสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันในชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวเยื้องกรายเข้ามา ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตแต่งแต้มด้วยผงมุกระยิบระยับ ดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมดั่งดอกบัวขาว ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับแฝงความเย้ยหยันและริษยาไว้อย่างเปิดเผย ข้างกายมีสาวใช้ร่างท้วมคอยถือกล่องเครื่องประดับทองคำเดินตามหลัง

            ‘ไป๋หลิงเอ๋อร์’ คณิการุ่นน้องผู้เชี่ยวชาญการร่ายรำระบำพัด บุตรสาวอดีตพ่อค้าผ้าไหมผู้ทะเยอทะยาน และเป็นคู่แข่งที่พยายามจะเขี่ยหลินอันหรูลงจากตำแหน่งดาวเด่นมาโดยตลอด

            “แหม พี่อันหรู ตื่นไหวด้วยหรือเจ้าคะ?” เสียงหวานหยดย้อยของไป๋หลิงเอ๋อร์ดังขึ้น ทว่าฟังดูแหลมสูงจนระคายหู “ข้าได้ยินว่าเมื่อวานท่านเป็นลมพับไปคาแท่นผีผา นึกว่าคืนนี้จะลุกไม่ไหวเสียแล้ว หวังมามากำลังคิดอยู่เชียวว่า หากพี่สาวล้มป่วยขึ้นมาจริง ๆ การแสดงเปิดม่านคืนนี้ คงต้องให้ระบำพัดเก้าสวรรค์ของข้าขึ้นแสดงแทน”

            เสี่ยวชุนที่ยืนหวีผมอยู่ถึงกับมือสั่นด้วยความโกรธ แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก นางรู้ดีว่าไป๋หลิงเอ๋อร์มีใต้เท้าเฉิน เจ้ากรมโยธาธิการคอยหนุนหลัง จึงวางก้ามใหญ่โตในหอแห่งนี้

            หลินอันหรูยังคงนั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง สายตาของเธอยังคงจับจ้องรอยหยักของหวีงาช้างในมือเสี่ยวชุนผ่านคันฉ่องทองเหลือง

            ในโลกเดิมของเธอการเผชิญหน้ากับคนประเภทนี้ไม่ต่างอะไรกับการเจอกับสุนัขจิ้งจอกทะเลทรายที่พยายามจะแย่งชิงแหล่งน้ำ หากแสดงความอ่อนแอออกมาแม้เพียงเสี้ยวเดียว มันจะกระโจนเข้ามากัดขย้ำหลอดลมทันที

            “หวีผมต่อไปสิ เสี่ยวชุน” หลินอันหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดั่งสายลมพัดผ่านผืนทราย “สุนัขแถวนี้ชอบเห่าเวลาเห็นราชสีห์ลืมตา อย่าไปสนใจให้เสียเวลา”

            ไป๋หลิงเอ๋อร์หน้าตึงขึ้นมาทันควัน รอยยิ้มหวานหยดย้อยหดหายไป แทนที่ด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น นางก้าวเข้ามายืนขนาบข้างโต๊ะเครื่องแป้ง กระแทกพัดขนนกในมือลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง ปึ้ง!

            “หลินอันหรู! เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์อยู่อีกรึ?!” ไป๋หลิงเอ๋อร์เค้นเสียงรอดไรฟัน “ตระกูลหลินของเจ้าถูกกวาดล้างจนสิ้นซากไปแล้ว! ตัวเจ้าก็เป็นแค่ทาสหลวงที่ถูกขายเข้ามาในซ่องคณิกาเหมือนกับพวกข้า! วางท่าสูงส่งไปให้ใครดู?! คิดว่าใต้เท้าทั้งหลายเขาชื่นชมเสียงผีผาของเจ้านักหรือ? พวกเขาแค่รอวันที่เจ้าจะสิ้นท่า แล้วลากเจ้าขึ้นเตียงไปย่ำยีต่างหาก!”

            ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักชั้นบนชั่วขณะ บรรยากาศหนักอึ้งจนเสี่ยวชุนแทบหยุดหายใจ

            ทว่าหลินอันหรูกลับค่อย ๆ วางหวีในมือลง เธอหมุนตัวบนเก้าอี้ช้า ๆ สบตากับไป๋หลิงเอ๋อร์ตรง ๆ

            ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเดือดดาล ไม่มีความเจ็บปวดจากคำถากถาง แต่มันคือแววตาที่เยือกเย็น ลึกซึ้ง และอำมหิต ดุจสายตาของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเอง

            หลินอันหรูลุกขึ้นยืน ร่างระหงที่สูงกว่าไป๋หลิงเอ๋อร์เกือบครึ่งศีรษะทอดเงาทาบทับลงมา กลิ่นอายความกดดันอันเยือกเย็นแผ่ออกมาจนไป๋หลิงเอ๋อร์ถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

            “ข้าอาจจะเป็นทาสหลวง” หลินอันหรูก้าวประชิดเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง น้ำเสียงของนางทุ้มต่ำและเฉียบคมดั่งคมมีดโกน “แต่วันนี้ หอจุ้ยฮวายังคงมีชื่อของหลินอันหรูเป็นป้ายทองอันดับหนึ่ง แขกที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ล้วนจ่ายทองคำเพื่อฟังข้าดีดสายผีผาเพียงเพลงเดียว ในขณะที่เจ้า ต้องถอดเสื้อผ้า ร่ายรำกระดิกหางเพื่อแลกกับเศษเงินจากพวกขุนนางเฒ่า”

            “เจ้า นังแพศยา!” ไป๋หลิงเอ๋อร์กรีดร้อง ยกฝ่ามือขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้างามของหลินอันหรูเพื่อระบายโทสะ

            ทว่า มือของนางยังไม่ทันแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผม

            หมับ!

            หลินอันหรูขยับมือเพียงชั่วพริบตา นิ้วเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของไป๋หลิงเอ๋อร์อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วกดลงบนจุดตัดของเส้นเอ็นข้อมือ ทักษะการปลดอาวุธระยะประชิดที่เธอฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ออกแรงบิดเพียงเล็กน้อย

            “โอ๊ยยย! มือข้า! ปล่อยนะ!” ไป๋หลิงเอ๋อร์ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นตามแรงบิด ข้อมือของนางปวดแปลบราวกับกระดูกจะแหลกละเอียด

            สาวใช้ร่างท้วมของไป๋หลิงเอ๋อร์ตกใจจนหน้าถอดสี รีบถอยกรูดไปติดประตู ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้ามาช่วยหลินอันหรูโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของสตรีที่กำลังดิ้นทุรนทุราย แววตานางร้ายประกายวาบขึ้นอย่างเลือดเย็น

            “จำใส่กะโหลกของเจ้าไว้ ไป๋หลิงเอ๋อร์ ที่นี่คืออาณาเขตของข้า หากคืนนี้เจ้ากล้าสร้างความวุ่นวายในการแสดงของข้า หรือคิดจะเล่นตุกติกหลังเวที ข้าจะไม่ใช่แค่บิดข้อมือเจ้า แต่ข้าจะกรีดเอ็นร้อยหวายของเจ้าทิ้ง แล้วดูสิว่าใต้เท้าเฉินของเจ้า ยังจะอยากนอนกับคณิกาขาเป๋อย่างเจ้าอยู่อีกหรือไม่!”

            สิ้นคำขู่ หลินอันหรูก็สะบัดมือออกอย่างไม่ไยดี ร่างของไป๋หลิงเอ๋อร์ไถลไปกับพื้น พัดขนนกหักสะบั้น

            “ไสหัวออกไป”

            ไป๋หลิงเอ๋อร์กุมข้อมือที่บวมแดง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางมองสตรีตรงหน้าดั่งมองเห็นปีศาจร้ายที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรก หลินอันหรูคนเดิมแม้จะร้ายกาจ แต่ก็ใช้อารมณ์เป็นหลัก ไม่เคยลงมือได้อย่างเด็ดขาด เลือดเย็น และน่าขนลุกเช่นนี้มาก่อน

            “ฝ… ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ไป๋หลิงเอ๋อร์กัดฟันพูดเสียงสั่น ก่อนจะรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งหนีเตลิดออกจากห้องไปพร้อมกับสาวใช้ของตนทันที

            เสี่ยวชุนที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตาค้าง ค่อย ๆ ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอกแกมตกตะลึง

            “พ… พี่อันหรู ท่าน… ท่านยอดเยี่ยมมากเจ้าค่ะ!”

            หลินอันหรูเดินกลับมานั่งลงที่เดิม ยกมือขึ้นจัดปอยผมให้เข้าที่ ลมหายใจยังคงสม่ำเสมอ ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย

            “แค่กำจัดแมลงวันน่ารำคาญ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ “เสี่ยวชุน ช่วยข้าแต่งตัวเถอะ คืนนี้ยังมีศึกใหญ่กว่านี้รออยู่”

            “เจ้าค่ะ!” เสี่ยวชุนรีบกุลีกุจอเข้ามาช่วยหยิบเครื่องประดับ

            ในขณะที่สาวใช้กำลังช่วยสางผมและลงแป้ง หลินอันหรูก็ก้มมองดูตลับขี้ผึ้งสีดำในลิ้นชักลับ ตลับยาพิษสลายวิญญาณที่นางเพิ่งนำมาวางต่อรองกับเซวียนหยวนจิ้งเมื่อคืนนี้

            องค์รัชทายาทเซวียนหยวนเช่อคิดจะใช้ยาพิษนี้กำจัดอ๋องโฉด และคิดจะใช้หอจุ้ยฮวาเป็นลานสังหารทว่าพวกมันหารู้ไม่ ว่าพยัคฆ์ทมิฬได้ตกลงรับข้อเสนอของนางแล้ว!

            สองชั่วยามผ่านไป การแต่งกายก็เสร็จสมบูรณ์

            หลินอันหรูยืนขึ้นหน้าคันฉ่องบานใหญ่ คืนนี้นางสวมชุดคลุมผ้าไหมสีแดงเพลิงปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นพันราก ชายกระโปรงยาวทิ้งตัวสง่างาม เสื้อคอวีแหวกต่ำพอประมาณขับเน้นแนวลำคอระหงและไหปลาร้าผุดผ่อง ที่ซอกคอมีรอยแผลบางเบาที่นางแสร้งแต้มชาดทับไว้ ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ขอบตาเรียวรีถูกกรีดด้วยชาดสีเข้มจนดูดุดันและเย้ายวนดั่งนางพญา ริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยชาดสีแดงสดดั่งหยดเลือด บนศีรษะประดับด้วยปิ่นหยกขาวรูปหงส์สยายปีก

            สง่างาม อันตราย และเปี่ยมไปด้วยพิษสง

            เสี่ยวชุนยกกล่องไม้บรรจุ ‘ผีผาไม้จันทน์ดำ อาวุธคู่กายของร่างเดิมเข้ามาส่งให้ หลินอันหรูรับมาถือไว้ ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามสายไหมทั้งสี่สาย สัมผัสได้ถึงความตึงและกังวานของเครื่องดนตรีโบราณ

            เสียงดนตรีและเสียงอึกทึกครึกโครมจากโถงใหญ่ชั้นล่างเริ่มดังแว่วขึ้นมา กลิ่นสุราอาหารและกลิ่นอายความละโมบของมนุษย์ลอยอบอวลไปทั่วทั้งหอจุ้ยฮวาหลินอันหรูสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมด ปรับท่วงท่าและแววตาให้กลายเป็นหลินอันหรูคณิกาตัวร้ายแห่งเมืองหลวงอย่างสมบูรณ์แบบ

            เธอก้าวเดินออกจากห้องพักชั้นบน มุ่งหน้าสู่ระเบียงไม้ที่ทอดตัวลงสู่ลานประมูลใจกลางโถงใหญ่.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 7 : ความมืดมิดในหอจุ้ยฮวา

    กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งมาจากร่างของแม่ทัพเกาเจิ้น ปะทะเข้ากับกลิ่นกำยานไม้กฤษณาอันสูงส่งหน้าพลับพลาที่ประทับเขาหลงซาน ร่างของเกาเจิ้นที่กระดูกแหลกเหลวไปครึ่งตัวถูกฉางเฟิงโยนกระแทกลงบนพื้นหินอ่อนหน้าบันไดทองคำดั่งซากสุนัขตาย เลือดสดสีแดงฉานไหลซึมออกจากปากและแผลฉกรรจ์ ย้อมพรมทอสีแดงเข้มเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้เซวียนหยวนไท่จนกลายเป็นสีคล้ำ เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ยืนเรียงรายอยู่สองข้างทางต่างพากันแตกตื่น ถอยกรูดด้วยความหวาดผวา เสียงกระซิบกระซาบดังระงมไปทั่วลานประทับ "เกาเจิ้น! นั่นแม่ทัพเกาเจิ้นมิใช่รึ?!" "เกิดเรื่องอันใดขึ้นที่หุบเขาพยัคฆ์หมอบ?!" ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ เซวียนหยวนจิ้งก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างช้า ๆ ชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันไฟและหยาดเลือด ทว่าใบหน้าคมคายใต้หน้ากากเหล็กกลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ข้างกายของเขามีร่างระหงของหลินอันหรูในชุดขี่ม้าสีแดงเลือดนกเคียงคู่ก้าวขึ้นมา คันธนูสั้นในมือนางยังคงพาดลูกศรเหล็กกล้า แววตาหงส์กวาดมองผู้คนเบื้องบนอย่างไร้ความหวั่นเกรง

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 6 : ถล่มผาพยัคฆ์หมอบ

    ช่องแคบหุบเขาพยัคฆ์หมอบลึกและชันดั่งรอยขวานผ่าแยกผืนปฐพี สองข้างทางคือหน้าผาหินปูนสีเทาหม่นสูงชันกว่าสามสิบจั้ง แดดยามบ่ายส่องลงมาไม่ถึงก้นหุบเขา อากาศเบื้องล่างจึงเย็นเยียบและชื้นแฉะไปด้วยไอหมอก กลิ่นตะไคร่น้ำและกลิ่นดินโป่งโชยแตะจมูก เสียงเกือกม้าศึกกระทบเศษหินกรวดดังก้องสะท้อนไปมาระหว่างผนังหินแคบ ๆ ที่กว้างพอให้ม้าเดินเรียงเดี่ยวได้เพียงสองตัว เซวียนหยวนจิ้งควบม้าศึกสีดำนำหน้า แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงดั่งทวนเหล็กกล้า ปลอกแขนหนังม้าศึกและกระบี่ข้างเอวสะท้อนแสงสลัวเป็นประกายเย็นยะเยือก หลินอันหรูควบม้าสีขาวตามประกบติดอยู่ด้านหลัง ดวงตาหงส์ไม่ได้มองตามรอยเท้าของกวางเผือกที่มุ่งหน้าลึกเข้าไปในช่องแคบ แต่สายตาของเธอกวาดมองรอยแยกบนหน้าผาหินปูนด้านบนอย่างเงียบเชียบ ครืนนนน! ทันใดนั้น เสียงลั่นเปรี๊ยะของคานไม้และเสียงกระแทกของหินก้อนมหึมาก็ดังสนั่นขึ้นมาจากปากทางเข้าด้านหลัง! ท่อนซุงขนาดสามคนโอบนับสิบท่อนผูกโยงด้วยโซ่เหล็ก พร้อมด้วยก้อนหินทรายขนาดใหญ่ พังถล่มลงมาจากยอดผา ปิดตายทางเข้าหุบเขาไว้จนมิดชิด ฝุ่นผงสี

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 5 : แผนที่เขาหลงซาน

    แสงตะเกียงน้ำมันปลาวาฬบนโต๊ะไม้จันทน์หอมส่องกระทบผืนผ้าไหมสีขาวหม่นขนาดสองศอกที่กางแผ่อยู่เบื้องหน้า บนผืนผ้าคือแผนที่ภูมิประเทศของ เขาหลงซาน ที่ฉางเฟิงลอบนำมาส่งให้เมื่อช่วงหัวค่ำ ลายเส้นหมึกจีนโบราณวาดทิวทัศน์ของเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มียอดเขาสูงตระหง่านดั่งมังกรผงาด และหุบเหวลึกที่ถูกระบายด้วยหมึกดำเข้ม ทว่าสำหรับคนทั่วไป แผนที่นี้เป็นเพียงภาพวาดทิวทัศน์ที่ระบุตำแหน่งของพลับพลาที่ประทับ ลานล่าสัตว์ และเส้นทางเดินม้าหลักเท่านั้น ทว่าในสายตาของหลินอัน แผนที่ผืนนี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยแต้มชาดสีสด บัดนี้จับพู่กันจุ่มหมึกแดง ลากเส้นเชื่อมต่อรอยหยักของเทือกเขาอย่างชำนาญ "ชั้นหินปูนอายุหลายร้อยล้านปี เกิดการยุบตัวตามแนวรอยเลื่อนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ " เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ดวงตาหรี่แคบลงขณะไล่สายตาไปตามสัญลักษณ์แนวร่องน้ำ "ลำธารสามสายบนยอดเขาไม่ได้ไหลลงสู่ที่ราบด้านหน้า แต่ไหลมุดหายเข้าไปในซอกผาหิน นั่นหมายความว่าใต้แนวป่าทึบแถบนี้ มีโพรงถ้ำหินปูนและทางน้ำใต้ดินขนาดมหึมาซ่อนอยู่"

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 4 : คมดาบกลางท้องพระโรง

    ยามดึกสงัด ลมราตรีพัดกรูผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุของหอจุ้ยฮวา เสียงดนตรีและการละเล่นรื่นเริงที่ชั้นล่างเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงกิ่งหลิวเสียดสีกับชายคาเรือน บนระเบียงชั้นสาม หลินอันหรูในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีครามตัวหลวมยืนพิงเสาไม้ มือเรียวถือถ้วยชากระเบื้องเคลือบ ปลายนิ้วสัมผัสไออุ่นที่แผ่ออกมาเบา ๆ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองลงไปยังเรือนพักปีกตะวันออกด้านหลังหอนางโลม ซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของไป๋หลิงเอ๋อร์ ความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเงาดำสายหนึ่งที่เคลื่อนไหววูบวาบดุจภูตพราย องครักษ์เงาสองนายแทรกตัวผ่านแนวพุ่มไผ่เขียว กระโดดข้ามกำแพงเตี้ยเข้าสู่หน้าต่างห้องนอนของไป๋หลิงเอ๋อร์อย่างไร้เสียง ไร้ซึ่งการจุดคบเพลิง ไร้ซึ่งเสียงเตือนภัยใด ๆ เพียงชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา เงาดำทั้งสองก็ทะยานย้อนกลับออกมา ในมือของหัวหน้าเงาถือหีบไม้จันทน์ขนาดเล็กที่ปิดผนึกด้วยกุญแจเหล็กทองเหลือง ก่อนจะอันตรธานหายไปในความมืดมิดของตรอกด้านนอกอย่างรวดเร็ว หลินอันหรูยกชาขึ้นจิบช้า ๆ รอยยิ้มบางเบาเหยียดยิ้มที่มุมปาก หมากตาที่สอง ถูกหยิบขึ้นมาจา

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 3 : ไฟริษยาที่จวนรัชทายาท NC 18++

    คำประกาศิตของเซวียนหยวนจิ้งยังไม่ทันจางหายไปในอากาศ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบศึกก็เลื่อนจากปลายคางมน ลงมาโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของหลินอันหรู กระชากร่างบางเข้าหาแผงอกแกร่งดั่งขุนเขาในคราวเดียว! แรงปะทะทำให้ลมหายใจของหลินอันหรูสะดุดกึก ทรวงอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าไหมสีแดงเพลิงแนบสนิทไปกับเสื้อคลุมตัวหนาของเขา กลิ่นอายเหล็กเย็นเยียบและกลิ่นสาบของม้าศึกที่ติดอยู่บนตัวบุรุษ บดขยี้กลิ่นหอมหวานของกำยานในห้องพักจนแตกกระเจิง หลินอันหรูไม่ได้ขัดขืน สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของเธอประเมินออกในทันทีว่า การต่อต้านพยัคฆ์ร้ายในเวลานี้มีแต่จะทำให้ถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้น ๆ เธอยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอหนา นิ้วเรียวยาวสอดประสานเข้าไปในกลุ่มผมดำขลับของเขา ปลายนิ้วแตะสัมผัสชีพจรที่เต้นระรัวอยู่ใต้ผิวเนื้อหนา สบตาคมกริบคู่ดุร้ายนั้นด้วยแววตาท้าทาย "ท่านอ๋องจ่ายค่าตอบแทนล่วงหน้ามาถึงสองพันตำลึงทอง…" นางกระซิบเสียงหวานพร่า ริมฝีปากอิ่มเฉียดผ่านติ่งหูของเขา "ข้า… ย่อมต้องปรนนิบัติท่านให้คุ้มราคามิใช่หรือเพคะ?" คำยั่วยวนนั้นจุดประกายไฟตัณหาในดวงตาดำสนิ

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 2 : เสียงผีผาผลาญวิญญาณ

    กลิ่นสุราหมักชั้นเลิศผสมผสานกับกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นและแป้งประทินโฉมของสตรีนับร้อย ลอยอบอวลไปทั่วโถงใหญ่สามชั้นของหอจุ้ยฮวา โคมไฟกระดาษสีแดงและสีทองนับพันดวงถูกจุดขึ้นสว่างไสวดั่งเวลากลางวัน แสงไฟสะท้อนกับผิวน้ำในสระบัวจำลองกลางโถง เกิดเป็นระลอกคลื่นสีทองระยิบระยับ รอบสระบัวถูกจัดเป็นโต๊ะเสวยไม้ชิงชันสำหรับแขกระดับสูง ขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ในชุดผ้าไหมหรูหรา พ่อค้าคหบดีผู้มั่งคั่งจากต่างแดน ไปจนถึงบัณฑิตผู้มีชื่อเสียง ต่างพากันจับจองที่นั่งจนแน่นขนัด เสียงสนทนา เสียงสรวลเสเฮฮา และเสียงชนจอกสุราดังกึกก้องประชันกับเสียงซออู้และขลุ่ยผิวที่บรรเลงคลออยู่เบื้องหลัง บนชั้นสองและชั้นสามถูกกั้นด้วยม่านมัสลินสีเข้มเพื่อความเป็นส่วนตัวของเหล่าเชื้อพระวงศ์และเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ ทว่า สายตาทุกคู่ในโถงใหญ่คืนนี้ ไม่ได้จับจ้องอยู่ที่จอกสุราหรือระบำรำฟ้อนของเหล่านางคณิการุ่นเยาว์ที่กำลังกรีดกรายอยู่บนเวทีกลางน้ำ ทุกคนต่างกำลังรอคอยสิ่งเดียวกันการปรากฏตัวของดาวเด่นอันดับหนึ่งแห่งหอจุ้ยฮวา "ได้ยินว่าคืนนี้แม่นางอันหรูจะบรรเลงผีผาด้วยเพล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status