Masuk“ใจเย็นก่อน ท่านหมอไม่ได้หมายความเช่นนั้น” กุนซือจางหันไปกล่อมเจ้าเสือดำที่กำลังแยกเขี้ยวไม่พอใจ
“เจ้าเข้าข้างสตรีจอมหื่นกามผู้นี้หรือ” หงเจี้ยนหยางหันไปแยกเขี้ยวใส่สหายของเขาแทน
“เราฟังที่ท่านหมออธิบายก่อนดีหรือไม่”
“ผู้ใดอยากฟังจอมต้มตุ๋นกัน เจ้ามัน.. อะ!!!” เขาชี้นิ้วไปทางหญิงสาว เพื่อด่าทอ แต่กลับถูกนางจับปลายนิ้วนั้นบิดจนเขาเจ็บปวดเกินจะทน ยังดีที่ชายชาติทหารเช่นเขาข่มกลั้นเสียงร้องไว้ได้
เสวียนหู่แห่งอี้โจวถูกเทพธิดาสยบได้เพียงใช้ปลายนิ้ว..
“เอาล่ะ เป็นคนป่วยก็ต้องอยู่นิ่งๆ อย่าดื้อ นั่งลงและให้หมอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งสิ” เทพธิดาสั่งเสียงเรียบนิ่ง ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงตะคอกของอีกฝ่าย
หลังจากความวุ่นวาย กุนซือจางกล่อมจนเสือดำน้อยที่ตัวสูงใหญ่ยอมตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง
“ดื่มสุราหนักด้วยหรือไม่” เทพธิดาถามคำถาม
“...” เขาไม่ยอมตอบ ถอนหายใจแล้วหันหน้าหนี
“เรียกว่าอาบสุราทั้งวันยังได้” กุนซือจางอธิบายสิ่งที่หงเจี้ยนหยางทำ
“อือ..เป็นแค่ เดอเกอร์แวง ภาวะอักเสบเรื้อรังของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้งจนใช้ข้อมือไม่สะดวก เป็นทั้งสองมือ หนักที่มือซ้าย แต่เพราะเกิดเรื่องจนกระทบต่อจิตใจ
ถอนหายใจบ่อย อาจเป็นภาวะพีทีเอสดีหรือไม่ก็ซึมเศร้าร่วมจนติดสุราเรื้อรัง ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนลงพุง อาจเพราะมีอาการบาดเจ็บที่เรื้อรังมานาน แต่ไม่ได้สาหัส”
หญิงสาวอธิบายกับตัวเอง พร้อมจับพู่กันขีดเขียนบางอย่างลงบนแผ่นกระดาษ ท่วงท่าสง่างามชวนมอง บุรุษสองคนได้แต่ยืนมองขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่นางพูดสักคำ
“ท่านเทพธิดา ท่านหมายถึงสิ่งใด” กุนซือจางเอ่ยถาม
“อื้อ..ถึงจะปล่อยตัวหนวดเครารุงรังและมีรอยแผลเก่าเต็มตัว แต่ผิวพรรณดีมาก” หญิงสาวหันมองสำรวจบุรุษตัวเล็กและเสือดำตัวใหญ่อย่างตั้งใจ นางมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ไม่พยายามปิดบังสายตาด้วยซ้ำ
‘เป็นพวกคนรวยปลอมตัวมาสินะ’ หญิงสาวแอบโห่ร้องดีใจที่ในที่สุดก็มีลูกค้ากระเป๋าหนักมาหานางสักที
“นางปีศาจจิ้งจอกจอมราคะ เลิกจ้องข้าเช่นนั้นสักที” หงเจี้ยนหยางทำเสียงไม่พอใจ
“เจ้ามีปัญหากับจิ้งจอกจอมราคะหรือ” หญิงสาวถาม
“ฮะ?” เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่านางต้องการถามสิ่งใด
“ปกติแล้ว บุรุษวัยกำหนัดจะไม่มีปัญหากับปีศาจจิ้งจอก นอกเสียจากว่า..” นางพูดพร้อมกับมองไปยังเป้ากางเกงของคนตัวสูง กระทั่งกุนซือจางก็มองตามสายตาของนาง
หงเจี้ยนหยางใบหน้าแดงก่ำ..
‘อาไร้!! นี่ฉันเดาถูกเหรอ เสียของสุดๆ อุตส่าห์มีสุดยอดร่างกาย’ หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดปากทำตาโตตกใจ รู้สึกเสียใจกับอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง
อดีตแม่ทัพรู้สึกอดรนทนไม่ไหวอีกแล้ว เขาอับอายจนโกรธจัด ย่างเท้าเข้าใกล้ตัวเทพธิดา ร่างสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายอำมหิต ยื่นมือไปบีบคอระหงของนางไว้ในกำมือทันที
“ใช่แล้ว นกเขาของข้าไม่ขัน ข้าป่วยจิต หากเจ้าไม่มีปัญญารักษา ข้าจะฆ่าเจ้าให้แหลกคามือเสียตรงนี้”
“เจี้ยนหยาง อย่าเสียมารยาท” จางป๋อเหวินเห็นว่าสหายโมโหจนคุมสติไม่อยู่จึงรีบเอ่ยเตือน
“ได้..ข้ารับปากว่าจะรักษาจนเจ้าหายดี ทั้งทางกายและทางใจ แต่หากข้ารักษาได้ ข้าจะเก็บค่ารักษาราคาแพง” หญิงสาวไม่ได้หวาดกลัว แม้ตัวสูงใหญ่ที่แทบปิดท้องฟ้าของเขาจะทำให้นางรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอยู่บ้าง แต่ยังตกปากรับคำท้าทายของเสวียนหู่อย่างกล้าหาญ
“ฮึ เจ้าจะเอาเท่าไร” บุรุษตัวสูงแค่นเสียงหัวเราะ อย่างไรพวกต้มตุ๋นก็ต้องการเงินอยู่ดี
“ห้าสิบตำลึง..เอ่อ ห้าร้อย..หนึ่งพันตำลึง” นางกำลังพยายามคำนวณค่าเงินในหัว ไม่แน่ใจว่าเงินจำนวนเท่านี้ ในยุคสมัยเก่าเช่นนี้จะสามารถซื้ออะไรได้บ้าง แต่นางมั่นใจว่าจะต้องพอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเลี้ยงดูเด็กๆ หลายชีวิตได้นานมากกว่าสิบปี
“ข้าให้สองพันตำลึงทอง” หงเจี้ยนหยางพูด ระหว่างบีบคอระหงให้แน่นขึ้น แม้ปลายนิ้วของเขาจะปวดแปลบจนน่ารำคาญ แต่เขาอยากข่มขู่สตรีผู้จนต้องพยายามทนไว้
“ห้าพันเหรอ!” หญิงสาวดีใจตาโต นัยน์ตาระยิบระยับราวกับอัญมณี มองดูชายตัวสูงที่กำลังข่มขู่ตัวเองด้วยความปีติ
เสวียนหู่แห่งอี้โจวรู้สึกว่าแววตาดีใจนั่นงดงามอย่างประหลาด เขาแน่ใจว่าเขารังเกียจสตรีผู้นี้ แต่ฝ่ามือที่กุมคอระหงไว้ก็ค่อยๆ คลายออกคล้ายเขาไม่รู้ตัว หรือเขาอาจรู้ตัว แต่ในใจไม่ยอมรับ ได้แต่โกหกตัวเองว่าเพราะเขาเจ็บมือจนต้องยอมปล่อยมือ
“เจี้ยนหยาง!” จางป๋อเหวินเอ่ยเตือนจากด้านหลัง
หงเจี้ยนหยางเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเบียดร่างของเทพธิดาจนติดผนัง ความตั้งใจแรกคือ เขาจะก้มหน้าเพื่อข่มขู่สตรีที่สูงเพียงอกของเขา แต่ยามนี้เมื่อพิจารณาดูแล้ว ท่าทางของเขาดูคล้ายจะจุมพิตนางเสียมากกว่า
ชายหนุ่มสะบัดมือออกจากคอระหง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้นทันทีโดยไม่ระวัง
“โอ๊ย!” เพราะเจ้าเสือดำตัวใหญ่เกินไป หัวของเขาจึงชนเข้ากับคานประตู หงเจี้ยนหยางได้แต่ยกมือมาปิดหน้าด้วยความอับอาย รีบก้มตัวหนีออกจากที่นั่นให้เร็วที่สุด
“อย่าถือสาเขาเลย เจ้าเด็กนั่นใจร้อนไปบ้าง แต่..”
“สองพัน..สองพันตำลึงทอง นี่..นาย เจ้าต้องช่วยเป็นพยานนะว่าเพื่อนของนายสัญญาจะให้สองพันตำลึงทองน่ะ” หญิงสาวยังคงดีใจ หันไปหาพยานช่วยจดจำ เพราะนางก็ไม่แน่ใจว่าฟังผิดหรือไม่
“ท่านเทพธิดา..เอ่อ” จางป๋อเหวินไม่รู้จะทำเช่นไร คนหนึ่งคล้ายสติหลุดเพราะเงินจำนวนสองพันตำลึง ส่วนอีกคนก็หนีเพราะทนความโมโหไม่ไหว
“ฉันต้องร่างตารางรักษาตัวอย่างละเอียด ไปรอข้างนอก อย่าเพิ่งกลับนะ อีกเดี๋ยวจะเอาตารางรักษาไปให้” นางยิ้มดีใจอย่างโง่งม
กุนซือจางได้แต่พยักหน้า เดินออกไปรอด้านนอก แม้จะเริ่มไม่แน่ใจเช่นเดียวกับหงเจี้ยนหยาง บางทีสตรีผู้นี้อาจเป็นพวกต้มตุ๋นจริงๆ เขาตามหาหมอรักษาอดีตแม่ทัพมานาน เคยพบคนหลอกลวงมามาก รู้ดีว่าคนเลวพวกนั้นจะสนใจแต่อยากได้เพียงเงินเท่านั้น
เพราะมีผู้ต้องการอำนาจทหารคืน การกลั่นแกล้งกองทัพจึงเกิดขึ้นบ่อยมาก มีคนต้องการให้หงเจี้ยนหยางพลาดท่า อาหารและเงินทองที่ต้องส่งให้กองทัพจึงถูกปล้นบ่อยจนกองทัพเริ่มระส่ำระสายแต่ท่ามกลางการกลั่นแกล้ง หงเจี้ยนหยางกลับสร้างชื่อให้ตัวเขาด้วยการล้มกองทัพชาวหูนับร้อยชีวิตเพียงลำพัง..วันนั้นจางป๋อเหวินได้รับคำสั่งปลอมให้ลงใต้ แต่เขารู้ตัวทันและรีบพากองทัพขึ้นเขา เมื่อไปถึงที่ด่านซันไห่ เขาเห็นบุรุษร่างสูงตั้งตระหง่านพร้อมดาบใหญ่ของเขา ท่ามกลางซากศพชาวหูนับร้อยเหล่าทหารต่างสรรเสริญ เรียกเขาว่า เสวียนหู่แห่งอี้โจว สมญานามนั้นกระฉ่อนไปไกลจนแม้แต่ศัตรูยังหวาดกลัว มีเพียงจางป๋อเหวินที่รู้ว่ามีบางสิ่งในใจของเด็กหนุ่มที่เคยร่าเริงเปลี่ยนไปลู่เยียนหรงได้รู้ข่าวของเสวียนหู่แห่งอี้โจว และกุนซือตัวเล็กที่ชอบใส่แต่ชุดดำ หัวใจของนางบีบรัด นางรีบร้อนไปสืบข่าว เมื่อได้ภาพเหมือนของกุนซือจาง อสรพิษข้างกายของเสวียนหู่แห
ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ถอนตัวออกและก้มลงไปดูดดื่มลิ้มเลียทำความสะอาดลู่เยียนหรง เมื่อนางสะอาดดีแล้วเขาก็ปลดด้ายพิฆาต อุ้มนางที่ตัวสั่นเทาไปวางบนเตียงนอนของเขา นั่งมองนางด้วยความรักสุดหัวใจ และห่มผ้าให้ร่างเนียนลู่เยียนหรงสุขสมมากจนได้แต่มองศิษย์พี่ใหญ่ตาปรือ ไม่นานนางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา จำไม่ได้อีกว่าเขาทำอะไรหลังจากนั้นบ้าง รู้เพียงว่าเขามองนางด้วยสายตาอบอุ่นและยิ้มน้อยๆอย่างพึงพอใจกวนเป่าสือขยับเข้าไปกอดหญิงสาวที่เขารักด้วยกันใต้ผ้าห่ม ทั้งสองต่างเปลือยกายไร้อาภรณ์ เขากอดนางและกดจูบแผ่วเบาบนเส้นผมสลวย ในใจสาบานว่าจะไปสู่ขอนางให้เร็วที่สุด เขารู้ว่าสตรีในอ้อมกอดเขาไม่ได้ต้องการแต่งงาน และนางหวาดกลัวการมีบุตรยิ่ง แต่เขาได้วางแผนที่จะสู่ขอนางไว้แล้วก๊อก ๆ ๆ ๆเสียงเคาะประตูเร่งดังขึ้น กวนเป่าสือขมวดคิ้วรีบวางแผนในใจ เขาคาดว่าวันนี้ลู่เยียนหรงคงทำเสียงดังมากเกินไปจนใครได้ยินเข้าแล้ว แต่เขาไม่
“อย่าเสียงดัง..” เขาเตือนเบาๆ“อย่ามาสั่งสอนข้า ข้าเกลียดเจ้าที่ไม่เคยคิดถึงข้าเลย มีเพียงข้าที่ทุรนทุรายอยากอยู่กับเจ้า ข้าทรมานแทบขาดใจ แต่เจ้ากลับไม่เคยแม้แต่..มาหาข้าก่อน เหตุใดทุกครั้งจะต้องเป็นข้าที่วิ่งมาหาเจ้าก่อนเสมอ”“เพราะเจ้า..คลั่งไคล้ข้าเกินไป..” เขาเองก็หลงใหลนางแทบขาดใจ เขาเพียงเก็บงำได้เงียบกว่านางเท่านั้นเขารู้ความต้องการของเขาดี แต่เขายังคงสนุกสนานที่ได้ทำให้นางคลั่งเขา ทุกครั้งที่นางร้อนรนวิ่งมาหาเขา เพราะเขาวางแผนไว้แล้ว หากนางไม่มา เขาจะหาทางทำให้นางทนไม่ไหวและวิ่งมาหาเขาในที่สุดอยู่ดี“..ข้าไม่เคยคลั่งเจ้า และข้าจะไม่มาหาเจ้าอีกแล้ว!” ลู่เยียนหรงเจ็บปวดที่ความรักของนางเป็นเพียงเรื่องสนุกของเขา นางหันหลังและเดินตรงไปยังประตูกวนเป่าสือสะบัดด้ายพิฆาตโอบรอบเอวบาง ดึงครั้งเดียวนางก็ถลามาสู่อ้อมกอดของเขา“ปล่อยข้า!
“ทำ..ทำไม” เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาจากคอของเขา“ข้า..เข้าใจผิด” เขาตอบเรียบง่าย“...” ลู่เยียนหรงเงยหน้ามาสบตา ขมวดคิ้วไม่เข้าใจคำตอบเรียบง่ายนั้น“..ตาแก่ที่เจ้าไปดูตัวด้วยเมื่อไม่นานมานี้..เขามีบุตรชาย เจ้าโง่นั่น เอาต่างหูของเจ้า..เขาเอามันไปโอ้อวดว่า..ว่า..”“ได้นอนกับข้าแล้ว!” ลู่เยียนหรงพูดต่อประโยคให้ศิษย์พี่ใหญ่ของนาง เพราะเขาบอกว่าเขาเข้าใจผิด“..ข้า..เก็บต่างหูของเจ้าไว้แล้ว” เริ่มแรกเขาเข้าใจว่านางได้มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าโง่นั่น จนนางมอบต่างหูให้ แต่เมื่อครู่ยามที่นางตัวสั่นอยู่บนอกเขา เขาก็รู้ว่านางมีเขาเป็นคนแรก ต่างหูนั่นอาจถูกขโมยไปโดยที่นางไม่รู้“เก็บไว้เพื่ออะไร ข้าใส่ลงในชา บังคับให้เจ้าโง่นั่นดื่ม ต่างหูสกปรกเช่นนั้น ข้าไม่อยากได้อีกแล้ว”“..!” กวนเ
ยิ่งเขาจุมพิตเช่นนั้นนาน ลู่เยียนหรงก็ยิ่งรู้สึกประหลาดและแปลกใหม่ นางรับรู้ว่าระหว่างขาของนางเปียกชุ่ม และร่างกายของเขาก็แข็งเกร็ง แต่หญิงสาวก็หลงใหลไปกับจุมพิตจนไม่อาจห้ามต่างฝ่ายต่างลุ่มหลง ลู่เยียนหรงปล่อยให้เขาเอาเปรียบไม่คิดห้าม เขาก็ครวญครางไม่เพียงพอ ต้องการมากขึ้นและมากขึ้น ริมฝีปากและลิ้นอุ่นของเขาเริ่มเลื่อนไปที่คอ ชิมเลียและลิ้มรสผิวนวลของสาวงามที่เขาเฝ้าฝันถึงกวนเป่าสือเลียไปยังปลายหูและใช้ลิ้นพยายามถอดต่างหูคู่เล็กของหญิงสาว ยิ่งเขาคิดถึงว่านางเคยถอดต่างหูให้ผู้อื่น เขายิ่งขุ่นเคืองหวงแหน เขาต้องการครอบครองนางบ้าง ต่างหูของนางควรเป็นของเขาเท่านั้น!เขายื่นมือไปลูบไล้ต้นขาของศิษย์น้องคนงาม บีบต้นขาของนางและเริ่มดึงกระโปรงนางขึ้น เขารู้ว่านางไม่ได้ใส่กางเกง เพราะเสื้อผ้าของนางเปียกจนต้องถอดตากไว้ บนตัวนางมีเพียงเสื้อคลุมตัวนอกของเขาเท่านั้นลู่เยียนหรงรู้สึกถึงมือหนึ่งของเขาที่กำลังล้วงเข้าไปถอดเชือกผูกเอวเพื่อปลดปล่อยแท่งหยกแข็งร้อน
ในที่สุดท้องฟ้าก็มืด กวนเป่าสือหาทางจุดไฟให้พวกเขาพักอยู่ใกล้แม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่ง เขาตัดต้นไผ่ใกล้ริมน้ำมาทำที่พักอย่างง่ายๆ ส่วนลู่เยียนหรงแม้จะหัวเราะเยาะเขามาทั้งวัน แต่เขาสั่งให้นางทำอะไรนางก็ยอมทำโดยง่าย ยามนี้นางกำลังใช้กิ่งไผ่ตกปลา“ชิ! เจ้าปลาชั่ว คอยดูเถิดข้าจะจับเจ้ามาย่างให้ได้!!”กวนเป่าสือหันมองคนงามที่ริมแม่น้ำ นางทำท่าทางโมโหใส่กิ่งไผ่ในมือและก่นด่าปลาที่ไม่ยอมติดเบ็ด เขาถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับสตรีตรงหน้าดีไม่ทันไร เขาก็เห็นหญิงสาวผู้บ้าคลั่งร่ายรำเพลงดาบฟาดฟันใส่สายน้ำ กระบี่ในมือของนางคือกิ่งไผ่ที่ใช้ตกปลา สายน้ำสาดกระเซ็น ปลายกิ่งไผ่มีปลาติดมาด้วยสองสามตัวแม้จะดูเกรี้ยวกราด แต่กลับงดงามจนหัวใจของศิษย์พี่ใหญ่หวั่นไหวไม่อาจละสายตา สาวงามที่หาปลาด้วยการฟาดฟัน ทั้งตัวของนางเปียกไปกว่าครึ่ง แต่งดงามยิ่งนักคืนนั้นพวกเขามีปลาเป็นอาหาร และกวนเป่าสือก็ต้องถ







