Share

จำได้แค่บางคน 2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-28 20:52:45

เอาล่ะวะ  เธอจะหาทางใช้ข้ออ้างเรื่องที่เธอเป็นลมล้มหัวกระแทกพื้นนี้แสร้งทำเป็นคนความจำเสื่อมขึ้นมาท่าจะดี  เพราะเธอจะได้ลองสอบถามหาข้อมูลกับสาวใช้ทั้งสองคนนี้ได้

“เอาล่ะ ๆ รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า  ถ้วยยาตกแตกแค่นี้เอง  พวกเจ้าก็ไปต้มยามาใหม่  พร้อมเก็บเศษกระเบื้องนี้ออกไปก็เป็นอันสิ้นเรื่อง  ทำไมต้องพากันคุกเข่าโวยวายทำเป็นเรื่องราวใหญ่โตกันด้วยล่ะ?”

หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นน้ำเสียงเบาสบาย  พร้อมคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ด้วยท่าทางใจดีเป็นอย่างยิ่ง  ทำเอาสองสาวใช้ถึงกับพากันอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงปนสงสัย

“เอาล่ะเฉาปูเจ้าไปต้มยาถ้วยใหม่มาให้กับข้า ส่วน

ซูม่อเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าก่อน  พอดีข้ามีเรื่องที่อยากจะสอบถามเจ้าหน่อยน่ะ”

“เพคะ”  สองสาวใช้ทั้งสองคนต่างขานรับคำสั่งขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

หลี่เจียนเจียนเองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

อีกครั้ง  หลังจากนั้นจึงถามออกไปว่า

“ทำไมพวกเจ้าสองคนถึงได้ดูมีท่าทีหวาดกลัวข้านักเล่า?”

“หม่อมฉันกลัวว่าจะถูกพระชายาตบตีเข้าเพคะ”

ซูม่อเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเบาหวิว

“ฉัน เอ้ย ข้านี้นะ  จะตบตีคนอื่นด้วยเรื่องไร้สาระอย่างนี้?”  หลี่เจียนเจียนขมวดคิ้วถาม  เดิมทีที่ผ่านมาเจ้าของร่างนี้แต่เดิมเป็นคนใจคอโหดร้ายชอบตบตีบ่าวไพร่ด้วยเช่นนั้นหรือ

“พวกหม่อมฉันทำผิดสมควรได้รับโทษจริงๆ

เพคะ”  ซูม่อก้มหน้าก้มตาตอบด้วยความหวาดกลัว

หลี่เจียนเจียนจึงอาศัยจังหวะนี้กล่าวถามออกไปใน

สิ่งที่นางอยากรู้ว่า

“เรื่องราวที่เกี่ยวกับข้าทั้งหมดเจ้าจงเล่ามาให้ข้ารู้ที  ตอนนี้ข้าเหมือนจะจดจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว  ที่สำคัญ

ไอ้คนสารเลวที่กล้าเตะประตูบ้านหลังนี้จนพังนั้นมันเป็นใครกันน่ะ?”

หลี่เจียนเจียนเอ่ยถามขึ้นอย่างนึกหัวเสีย  แล้วนี่บานประตูอะไรนี่เป็นประตูประเภทไหนกัน  ถูกถีบไปเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นก็พังลงมาเสียแล้ว

“เอ่อ นี่  แม้แต่ท่านอ๋อง  พระชายาก็ทรงจดจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเลยหรือเพคะ?”

ซูม่อเอ่ยถามน้ำเสียงตกใจ  พร้อมมีท่าทีสีหน้าเหลอหราด้วย  ทำเอาหลี่เจียนเจียนถึงกับอดกลั้นขำขึ้นมาไม่ได้

“ก็จำไม่ได้จริง ๆ นะสิ  ตกลงอีต้าบ้าหน้านิ่วคิ้วขมวดคนนี้เป็นใครกันอย่างนั้นหรือ?”

หลี่เจียนเจียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบปนขำ

“ท่านอ๋องเหยียนเค่อสิง  คือพระสวามีของ

พระชายาเพคะ”  ซูม่อกล่าวตอบน้ำเสียงงุบงิบ

“หะ  อะไรนะ  นี่ฉันกับอีตาบ้านั่นเป็นสามีภรรยา

กันอย่างนั้นหรือ?”

คราวนี้เป็นฝ่ายของหลี่เจียนเจียนเองที่เอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงตกอกตกใจ  พร้อมทำตาโตขึ้นมาราวกับไข่ห่าน

“เพคะ  พระชายาทรงห่วงใยรักใคร่ท่านอ๋องยิ่งนัก”  ซูม่อตอบกลับมาด้วยสีหน้าอันชวนสงสัย

“อ้อ  ข้ารักเขามากเลยอย่างนั้นหรือ?”

หลี่เจียนเจียนพูดพร้อมยกมือเล็กขึ้นมาเกาศีรษะแกรก ๆ เพราะตนเองนั้นไม่ได้มีความทรงจำใดเกี่ยวข้องกับท่านอ๋องอะไรนี่เลยแม้แต่น้อย

“พระชายาทรงรักท่านอ๋องมากเพคะ  ทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เพื่อท่านอ๋อง”

“แล้วเขาล่ะ  เขารักข้าบ้างหรือเปล่า?”

หลี่เจียนเจียนถามขึ้นด้วยความอยากรู้  แต่เมื่อพบว่าซูม่อมีท่าทีก้มหน้าลงไปมองพื้น  ไม่ตอบคำถามนี้ของนางเลย  หลี่เจียนเจียนจึงพอที่จะคาดเดาได้ว่า  เขาน่าจะไม่ได้มีความรักอะไรให้กับร่างนี้เลยกระมัง

“เอาล่ะ  ช่างเถอะ  ข้าไม่อยากจะรู้แล้วว่าเขารักข้าบ้างหรือเปล่า  ตอนนี้อยากรู้เพียงแค่ว่าข้ากับเขาตบแต่งกันมานานเท่าไหร่แล้ว แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ดูสภาพความชำรุดทรุดโทรมนี่สิ  นี่ยังกล้าเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่าบ้านได้อยู่อีกหรือ?”

หลี่เจียนเจียนพูดพร้อมกวาดสายตามองดูไปโดยรอบ

“พวกเรามาอยู่ที่นี่ได้นานราวสองเดือนแล้วเพคะ  เดิมทีพระชายาอาศัยอยู่ในเมืองหลวง  แต่เมื่อได้ตบแต่งกันกับท่านอ๋องแล้ว  พระชายาจึงได้ย้ายตามท่านอ๋องมาอาศัยอยู่ที่เมืองหูหลีใกล้ ๆ กับแถวชายแดนชนเผ่าต่าง ๆ เพคะ”  ซูม่อเองเมื่อเห็นท่าทีอันไร้ซึ่งพิษสงร้ายจากหลี่เจียนเจียนคนเก่าแล้ว  จึงเริ่มตอบคำถามยาวขึ้นอีกอย่างไม่รู้ตัว

“อ้อ  แล้วเมืองหูหลีอะไรนี่อยู่ไกลจากเมืองหลวงมากมั้ย?”

หลี่เจียนเจียนยังคงถามข้อมูลที่เธออยากรู้ต่อไปอย่างไม่ยอมย่อท้อ  แม้ว่าบางคราบางทีจะหลงพูดถ้อยคำสมัยใหม่ออกมาบ้างโดยที่เธอไม่รู้ตัวก็ตามที

“อยู่ไกลมากเลยเพคะ  ราว ๆ สัก หนึ่งพันลี้เห็นจะได้”

“อื้ม”  หลี่เจียนเจียนขานรับแสดงความรับรู้

“แล้วนี่  ก่อนหน้านี้เห็นว่ามีเชือกคล้องคอข้าอยู่  แสดงว่าข้าได้ผูกคอตายใช่หรือไม่  แล้วทำไมข้าถึงต้องฆ่าตัวตายกันด้วยล่ะ?”  หลังหลี่เจียนเจียนเอ่ยถามคำถามนี้จบไป  เธอก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งหัวใจ  ราวกับคนมาเอามีดมากรีดเฉือน

“พระชายาทรงน้อยพระทัยเรื่องที่ท่านอ๋องทรงตรัสว่าจะรับอนุเข้ามาที่จวนเพคะ  จึงได้คิดสั้นตัดสินใจจบชีวิตตนเองลงเช่นนี้  แต่ดีที่ขื่อไม้ได้หักลงมาเสียก่อนและหม่อมฉันมาเห็นพระชายาเข้าจึงได้ให้เฉาปูไปตามท่านอ๋องมาดูอาการของพระชายาเพคะ”

ซูม่อกล่าวเล่าเหตุการณ์ให้หลี่เจียนเจียนฟังเป็นฉาก ๆ

“ข้าล่ะนึกสงสัยจริง ๆ นะซูม่อ  ในเมื่อเขาไม่รักข้า  เกลียดชังข้ามากถึงขนาดนี้  แล้วทำไมต้องยอมแต่งงานกันกับข้าด้วยล่ะ?”

หลี่เจียนเจียนถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ท่านอ๋องทรงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เพคะ”  ซูม่อเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง

“อย่างไร ๆ ?”  หลี่เจียนเจียนถามต่อ

“เหตุการณ์วันนั้นในงานเลี้ยงชมบุปผาที่ไทเฮาทรงจัดขึ้นตอนรับท่านอ๋องกลับเมืองหลวง  นัยว่าเป็นการเลือกคู่กันกราย ๆ  ในช่วงท้ายของงานปรากฎว่าทุกคนได้เห็นท่านอ๋องและพระชายานอนอยู่ด้วยกันบนเตียงในสภาพ เอ่อ  สภาพ”

ซูม่อกล่าวออกมาได้เพียงเท่านั้น  หลี่เจียนเจียนก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามทัพ  พร้อมบอกไปว่า

“ข้ารู้แล้ว  ไม่ต้องเล่าต่อแล้ว  ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย  รู้สึกหิวจัง”  หลี่เจียนเจียนพูดพร้อมยกมือขึ้นมาลูบไล้หน้าท้องตนเองไปมาเบา ๆ

“นี่เป็นช่วงบ่ายยามเว่ย  (เวลา 14.00น.) แล้ว

เพคะ  เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวออกไปจัดเตรียมสำรับมาให้กับพระชายาก่อนนะเพคะ”

ซูม่อพูดพร้อมยอบกายลงคำนับผู้เป็นนายพร้อม

ล่าถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่  เมื่อได้อยู่เพียงผู้เดียวลำพังแล้ว  หลี่เจียนเจียนจึงอดที่จะสบถขึ้นมาไม่ได้ว่า

“คนบ้าอะไรขี้เก๊กฉิบหาย  หล่อก็ไม่หล่อ  ชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวด  หุ่นก็ใหญ่โตราวกับยักษ์ปักหลั่น  คำก็ว่าเรามีพฤติกรรมน่ารังเกียจชอบเรียกร้องความสนใจสองคำก็ว่าชิงชังเรา  อีกทั้งชื่อของเขายังอุบาทว์มากอีกด้วย 

เหยียนอะไรนะ  เหยียนเค่อสิงอย่างนั้นหรือ  ดูด้วยตาเปล่าก็รู้แล้ว  นี่มันตาแก่งูสิงชัด ๆ  พร้อมที่จะขู่เราฟ่อ ๆ  และฉกกัดเราให้ตายไปเสียมากกว่า  เราพอที่จะจดจำ

คนอื่นได้ก็ดี  เว้นแค่คนนี้คนเดียวที่เราจดจำเขาไม่ได้ก็ยิ่งดีไปใหญ่ หึ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   (ตอนพิเศษ 2.) สุดท้ายแล้วความรักก็เบ่งบานในใจ

    หลี่เจียนเจียนถูกชินอ๋องเหยียนเค่อสิงพาเดินทางกลับเข้าจวนอ๋องไปด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนล้าเป็นอย่างยิ่ง นี่ขนาดว่านางเคยอึด ถึก ทน เป็นถึงนักมวยมาก่อนนะ แต่ทว่าก็เกือบที่จะรองรับพละกำลังอันมหาศาลในการร่วมรักกันกับชินอ๋องผู้เป็นสามีในแต่ละครั้งจนแทบไม่ไหว ทั้งคู่อาบน้ำอุ่นด้วยกัน พร้อมออกมากินข้าวเย็นร่วมกันอย่างมีความสุข ด้านลูก ๆ ของหลี่เจียนเจียนนั้นเฉาปูและซูม่อต่างพากันเล่นด้วย พร้อมดูแลพาเข้านอนไปเรียบร้อยเป็นเวลาอยู่ทุกวันแล้ว หลี่เจียนเจียนจึงมีเวลาหายใจหายคอมากยิ่งขึ้น ในค่ำคืนนี้ทั้งคู่จึงกอดกันนอนหลับไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอยู่ดีๆ ภาพฝันอันคุ้นตาก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมโนสำนึก ย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคราวก่อนที่หลี่เจียนเจียนได้เดินทางขึ้นเขาไปขอพรกับกลุ่มเพื่อนรักทั้งสี่คนของเธอหลี่เจียนเจียนพบเจอว่าฟ่านจื่อหลานนั้นได้หมดสติสิ้นใจไปในแผ่นหลังของเธอก่อนที่ร่างของเธอจะกระทบเข้ากับพื้นเบื้องล่าง ส่วนเซียงลู่เหยาเองที่กำลังนั่งสวดมนต์อยู่ก็ได้เกิดอาการแพ้อากาศขึ้นมาเหมือนฟ่านจื่อหลานไม่มีผิด แต่ในตอนนั้นเองเซียงลู่เหยาได้นั่งสวดมนต์อยู่เพียงลำพังผู้เดียว เพื่อน ๆ แต่ละคน

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   (ตอนพิเศษ 1.) NC ในห้องกระโจมอันแสนหวาน 2

    “ขอบใจเจ้ามากนะหนิงเซ่อสำหรับของขวัญชิ้นนี้ เอาไว้แล้วข้าจะจัดส่งของขวัญวันแต่งงานไปให้กับเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน” หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มจี้หนิงเซ่อได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยออกมาว่า“เช่นนั้นข้าขอตัวเดินทางไปแคว้นเหยียนก่อนนะ แล้วค่อยพบเจอกันใหม่ หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”จี้หนิงเซ่อพูดพร้อมหมุนตัวเดินจากไปยังขบวนรถม้าที่หยุดรอนางอยู่ใต้ร่มไม้ในทันใด ทิ้งไว้เพียงหลี่เจียนเจียนและชินอ๋องเหยียนเค่อสิงที่กำลังยืนจ้องมองสบสายตากันและกันอยู่ตรงนั้นเอง“ในเมื่อตอนนี้เองก็ไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวกลับไปก่อนนะเพคะ ป่านนี้เหยียนฟาง (แฝดหญิง) และเหยียนหลี่ (แฝดชาย) คงจะกำลังร้องไห้หาหม่อมฉันแล้วเป็นแน่”หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นพร้อมหมุนตัวจะเดินจากไป แต่ทว่านางกลับถูกชินอ๋องผู้นี้อุ้มตัวนางเข้าไปในห้องกระโจมอันมีชั้นวางหนังสือวางเรียงรายอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ“ในเมื่อลูกกวางตัวน้อย ๆ ได้ผลัดหลงเข้ามาในถิ่นของพยัคฆ์แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็จงอย่าได้หวังว่าจะกลับออกไปได้อย่างง่าย ๆ อีก”ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงตรัสขึ้นน้ำเสียงพร่าพร้อมลงมือมอบจุมพิตให้กับพระชายาตัวน้อยที่กำลังออกแรงด

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   (ตอนพิเศษ 1.) NC ในห้องกระโจมอันแสนหวาน 1

    ยิ่งเมื่อทั้งสองมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจแล้ว ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเองก็แทบจะรับตำแหน่งบิดาดีเด่นไปในตัว เมื่อคราที่ลูกแฝดของเขาส่งเสียงเจื้อยแจ้วออกมาเขาก็ฉีกยิ้มร่าดีใจไปเสียยกใหญ่ ว่าลูก ๆ นั้นได้เรียกคำว่าพ่อให้เขาได้รับฟังแล้วหลี่เจียนเจียนทอดสายตามองดูสามีร่างโตกับลูก ๆ วัยขวบปีกว่า ที่กำลังเล่นหยอกล้อเล่นกันด้วยความสนุกสนานที่สนามหญ้าโล่งกว้างหน้าจวนอ๋องด้วยสีหน้าและแววตามีความสุขจนกระทั่งมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ มาขอเข้าเฝ้าชินอ๋องเหยียนเค่อสิงอย่างเร่งด่วน นั่นจึงทำให้หลี่เจียนเจียนเกิดความรู้สึกตงิดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูกชินอ๋องเหยียนเค่อสิงได้แนะนำให้หลี่เจียนเจียนทราบว่าเขาผู้นั้นคือรองแม่ทัพที่อยู่ใต้สังกัดของชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเองมีชื่อเสียงเรียงนามว่า ท่านรองแม่ทัพสุมาเวินได้เข้ามาพูดคุยปรึกษาเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างชนเผ่านอกด่านและแคว้นเหยียนหลี่เจียนเจียนได้ยินดังนั้นแล้วก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก ตั้งแต่นางได้ทะลุมิติมาอยู่ที่ยุคจีนโบราณนี่ ก็พอทราบมาอยู่บ้างว่าชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเคยถูกพวกชนเผ่านอกด่านแอบลอบโจมตีและแอบลอบทำร

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   (ตอนจบ) NC เปลี่ยนจากเกลียดมาเป็นรักจนหมดหัวใจ

    เพราะการร่วมรักอันต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หลี่เจียนเจียนจึงนอนหลับสลบไสลไปข้ามวัน เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที นางก็พบว่านี่เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว เฉาปูและซูม่อเองที่กำลังรอคอยที่จะปรนนิบัติพระชายาอยู่ เมื่อพบว่าหลี่เจียนเจียนตื่นนอนขึ้นมาแล้ว พวกนางจึงพากันเข้ามาในห้องพร้อมพาหลี่เจียนเจียนไปแช่น้ำอุ่นอาบน้ำแต่งตัวใหม่ และให้คนมาทำความสะอาดห้องหอต่อ หลี่เจียนเจียนทราบความมาจากสาวใช้ทั้งสองคนว่าผ้ารองเตียงในวันเข้าหอนั้น ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงได้นำไปเก็บเอาไว้ที่พระองค์แล้ว ส่วนในตอนนี้เองท่านอ๋องกำลังประชุมกับเหล่าขุนศึกอยู่ แล้วจะแวะมาเสวยข้าวเย็นกับพระชายาต่อเมื่อหลี่เจียนเจียนทราบมาดังนั้นแล้ว นางจึงได้เข้าครัวไปหยิบจับทำนั่นนิด ทำนี่หน่อย ช่วยเหล่าบรรดาพ่อครัว แม่ครัวในตำหนักเพื่อจัดเตรียมตั้งโต๊ะเสวยให้กับชินอ๋องเหยียนเค่อสิงนอกจากนี้ก่อนที่จะได้มากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันนั้น หลี่เจียนเจียนที่เข้าครัวมาจำต้องร่วมอาบน้ำแช่น้ำอุ่นขัดถูตัวปรนนิบัติชินอ๋องเหยียนเค่อสิงผู้เป็นสามีด้วย แต่ทว่ามิรู้นางปรนนิบัติเขาดีมากจนเกินไปหรือไม่ เขาจึงได้มอบสั

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   NC เปลี่ยนจากข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุก

    กว่าพายุของการจุมพิตอันแสนหวานและดึงดูดทั้งกายใจให้เคลิบเคลิ้มไปในรสสัมผัสนั้นจะสงบลง หลี่เจียนเจียนก็จำต้องบอกเขาออกไปตามตรงว่า นางไม่อยากที่จะมาเสียพรหมจรรย์ไปในถ้ำแห่งนี้ นั่นจึงดึงสติของชินอ๋องเหยียนเค่อสิงให้กลับคืนมาได้ทั้งคู่จึงมองสบสายตากันไปชั่ววินาทีก่อนจะหัวเราะประสานเสียงดังขึ้นมาอย่างมีความสุขเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาเยือน หลังจากที่พากันออกมาจากในถ้ำแล้ว ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงจึงได้ใช้วิชาตัวเบาพาหลี่เจียนเจียนกลับเข้าวังหลวงไปในที่สุด โดยก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองหูหลีไปนั้น พระองค์ยังได้มอบจดหมายหนึ่งฉบับไปให้กับองค์ไทเฮาอีกด้วย ใจความว่า“เรื่องอาการประชวรของเสด็จแม่นั้นหลี่เจียนเจียนเป็นคนมอบเส้นเอ้นหัวใจมังกรมาให้เตียวชุนเหอใช้ในการทำยาต้านพิษให้กับเสด็จแม่ อีกทั้งนางยังได้กำชับเตียวชุนเหอเอาไว้ ไม่ให้เขาบอกเรื่องนี้ให้เสด็จแม่ทรงทราบด้วย เพื่อเห็นแก่ความกตัญญูของนาง ขอให้เสด็จแม่ทรงมีเมตตาต่อนางด้วยและช่วยอวยพรให้พวกเรารักกันมั่นคงตลอดไปมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มจวนด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ รักและห่วงใยเสด็จแม่เสมอ ลงชื่อเหยียนเค่อสิง”หลี่เจียนเจียนนั่งรถม้ากลับเมื

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   ยอมแลกด้วยชีวิต 2

    ทันใดนั้นเองภาพที่เธอได้ขึ้นเขาไปขอพรกับกลุ่มเพื่อนก็ได้ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก พร้อมคำอธิษฐานขอพรของเธอที่ว่า “อนาคตข้างหน้านี้ ขอให้เธอได้พบเจอกับคนรักที่ดีพร้อมในทุกด้าน และรักเธอมากเสียจนยอมตายแทนเธอได้” ก็ได้ผุดขึ้นมาด้วยเช่นกันหลี่เจียนเจียนจึงได้ตอบชินอ๋องเหยียนเค่อสิงออกไปพร้อมหยาดน้ำตาว่า “หม่อมฉันเองก็รักท่านอ๋องเช่นกันเพคะ”หลังได้ยินสาวงามบอกรักพระองค์ออกมาดังนั้นแล้ว ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงจึงได้ใช้เชือกดาวกระจายปล่อยออกไปเกาะเข้ากับหน้าผาก่อนที่ร่างของคนทั้งคู่จะร่วงลงสู่ก้นเหว หลังจากนั้นจึงอุ้มหลี่เจียนเจียนด้วยแขนข้างเดียวพานางปีนลงจากบนหน้าผาไปสู่พื้นเบื้องล่างด้วยความปลอดภัย ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ดวงตะวันใกล้จะตกดินมากแล้วเต็มที ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงจึงได้พาหลี่เจียนเจียนไปหาที่ปลอดภัยหลบพักจากการถูกคนลอบทำร้ายก่อนจะออกไปหาผลไม้ป่าและน้ำดื่มมาไว้ให้หลี่เจียนเจียนได้ดื่มกิน เมื่อกลับเข้ามาในถ้ำแล้ว พระองค์จึงก่อกองไฟขึ้นมากองหนึ่งก่อนจะทรุดตัวนั่งลงเคียงข้างหลี่เจียนเจียนพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ดีกันเถอะนะ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทำร้ายตบตีเจ้าอีกต่อไปแล้ว ข้าจะไม่ทำอะ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   อาการพิษกำเริบหนักกว่าเก่า 1

    แม้ปากจะพูดออกไปดังนั้นแต่ความรู้สึกห่วงใยสายหนึ่งก็ได้พาดผ่านกลางหัวใจชินอ๋องเหยียนเค่อสิงขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เขาบอกกับทุกคนบนโต๊ะอาหารไปว่าหลี่เจียนเจียนไม่สบายจึงได้ให้นางพักรักษาตัวในตำหนัก เพื่อที่จะได้ไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ซึ่งทุกคนก็รับทราบในคำกล่าวนั้นเป็นอย่างดีองค์ไทเฮาได้ขอให้

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   เอาตัวเข้าแลก 1

    หลี่เจียนเจียนพร้อมด้วยสาวใช้สองคนและข้าวของเครื่องใช้อีกคนละหนึ่งหีบกำลังนั่งอยู่บนรถม้าที่กำลังเหยาะย่างออกจากเมืองหูหลีไปอย่างไม่รีบร้อนเท่าใดนัก หลี่เจียนเจียนเปิดผ้าม่านรถม้าออกมาดูบรรยากาศสองข้างทางยามช่วงเช้าของเมืองหูหลีดูด้วยความตื่นเต้น เมื่อก่อนหน้านี้นางเคยแต่ลอบออกจากจวนอ๋องยามวิกาลเ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   บทลงโทษพระชายาผู้ไม่รู้จักความ 2

    หลี่เจียนเจียนได้ยินดังนั้นแล้วก็ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะนั่งลงคัดลอกตำราพร้อมอ่านออกเสียงทบทวนเนื้อหาออกมาด้วยน้ำเสียงเบาเพื่อระบายความตึงเครียดที่เกิดขึ้น หลี่เจียนเจียนจึงได้วาดภาพตัวการ์ตูนจิบิในรูปของตัวนางเองที่กำลังใช้กำลังเตะต่อย กระทืบชายหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งกายเลียนแบ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   นักสู้หน้ากากแมว 1

    “พระชายาทรงกลับมาแล้ว” เฉาปูพูดขึ้นน้ำเสียงดีใจ“พระชายาเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?” ซูม่อเองก็พูดขึนด้วยน้ำเสียงดีใจไม่แพ้กัน“ข้าไม่เป็นไร ข้าสบายดี” หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“พอดีออกไปครานี้ข้าไม่มีเงินพกติดตัวออกไปด้วย จึงยังไม่ได้ซื้อของฝากติดไม้ติดมือมาฝากพวกเจ้าน่ะ เอาไว้หากครั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status